ทำนาลอยน้ำ ในแม่น้ำท่าจีน
ทำนาลอยน้ำ ในแม่น้ำท่าจีน

ทำนาลอยน้ำ

การปลูกข้าวไร่ เป็นการปลูกข้าวบนที่ดอนและไม่มีน้ำขังในพื้นที่ปลูก ชนิดของข้าวที่ปลูกเรียกว่า ข้าวไร่ ชาวนาจะปลูกแบบหยอด โดยใช้ไม้แหลมเจาะดินเป็นหลุมลึกประมาณ 3-4 เซนติเมตร และหยอดพันธุ์ข้าวลงไป 5-10 เมล็ด ในช่วงต้นฤดูฝน และเก็บเกี่ยวปลายฤดูฝน เพราะไม่มีการชลประทานต้องอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำนาลอยน้ำ

1.ข้าวแปลงนี้ไม่ได้อยู่บนบก
1.ข้าวแปลงนี้ไม่ได้อยู่บนบก

วิธีการปลูกข้าว

  • การปลูกข้าวนาดำ วิธีการปลูกแบ่งเป็นสองขั้นตอน คือ การตกกล้าให้มีอายุ 25-30 วันก่อน จึงถอนกล้าไปปัก

ดำในแปลงนาที่มีการเตรียมดินไว้อย่างดีด้วยการไถดะ ไถแปร และคราด พื้นที่นาที่ใช้ปักดำมีน้ำขังประมาณ 5-10 เซนติเมตร การปักดำเป็นแถวมีระยะห่างระหว่างกอ และระหว่างแถวประมาณ 25 เซนติเมตร โดยทั่วไปมักใช้ต้นกล้า 3-5 ต้น/กอ

  • การปลูกข้าวนาหว่าน เป็นการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำฝนได้ และอาศัยน้ำจากการ

ชลประทาน โดยหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปในพื้นที่นาที่ได้เตรียมดินไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน การปลูกข้าวนาหว่านมีหลายวิธี คือ การหว่านสำรวย การหว่านคราดกลบ หรือไถกลบ การหว่านหลังขี้ไถ และการหว่านน้ำตม

2.คุณสุพรรณ เมธสาร
2.คุณสุพรรณ เมธสาร ผู้คิดค้น ทำนาลอยน้ำ

การปลูกข้าวลอยน้ำ

สำหรับข้าวที่เห็นในภาพไม่ได้ปลูกในพื้นที่นาใดๆ หากแต่เป็นการปลูกบนแพลอยน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี หรือที่ชาวบ้านเรียก “นาลอยน้ำ” ต่างจากการทำนาทั่วไปที่มีในประเทศไทย ทั้งนี้ คุณสุพรรณ เมธสาร อายุ 57 ปี

ผู้ปลูกข้าวลอยน้ำ หรือ ทำนาลอยน้ำ เปิดเผยว่า ครอบครัวตนเลิกทำนา สาเหตุที่เลิกปลูกข้าวเพราะน้ำท่วม ภัยแล้ง ทำนามีแต่หนี้ และหันมาปลูกข้าวอีกครั้ง แต่การปลูกข้าวครั้งนี้เป้าหมายและวิธีการเปลี่ยนไป เป็นการปลูกข้าวในน้ำแทนการปลูกบนบก

ใช้ไม้ไผ่อายุลำประมาณ 3 ปี เป็นลำแก่พอดี มีขนาดใหญ่ แข็งแรง ไม่ผุง่าย มาผูกเป็นแพ กว้าง 1 เมตร ยาว 8 เมตร ให้มีช่องว่างระหว่างลำไผ่แต่ละลำเล็กน้อย พอให้รากข้าวได้หยั่งลงไปหากินใต้น้ำได้ จากนั้นเก็บผักตบชวาที่ลอยไปมาในแม่น้ำใส่ในแพแล้วเหยียบ และขุดดินเลนในแม่น้ำอีกเช่นกันวางโปะลงบนผักตบชวา

ในอัตราส่วนผักตบชวา 2 ส่วน หนาไม่เกิน 10 เซนติเมตร ดินเลน 1 ส่วน จากนั้นนำต้นกล้าที่เพาะไว้ในแพที่ทำเตรียมไว้เช่นเดียวกัน อายุกล้าประมาณ 20 วัน ปลูกโดยวิธีปักดำเพียง 100 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ข้าวปลอดสาร เพราะระหว่างปลูกไม่มีการเติมใดๆ ลงไปทั้งสิ้น ได้ผลผลิตข้าว 1 ถัง/แพ ใช้บริโภคในครัวเรือน

3.ทำนาลอยน้ำ ในแม่น้ำท่าจีน
3.ทำนาลอยน้ำ ในแม่น้ำท่าจีน
กดแพให้จมน้ำไล่หนอน แมลงศัตรูข้าว
กดแพให้จมน้ำไล่หนอน แมลงศัตรูข้าว

สภาพพื้นที่ปลูกข้าวลอยน้ำ

การทำนาทั่วไปเก็บเกี่ยวได้ปีละ 2-3 ครั้ง แต่ ทำนาลอยน้ำ ของตนเก็บเกี่ยวได้บ่อย เพราะการปลูกข้าวลอยน้ำสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ต้องรอฤดูกาล ไม่ต้องเตรียมดิน หรือรอน้ำฝนแต่อย่างใด โดยพันธุ์ข้าวปลูกเป็นพันธุ์อะไรก็ได้ไม่จำกัด

ตนได้ทดลองมาตลอด ตั้งแต่ครั้งแรกปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม ล่าสุดปลูกข้าวหอมมะลิของภาคอีสาน ซึ่งคุณธีรวัฒน์ ชายกลาง เกษตรอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ส่งพันธุ์ข้าวมาให้ทดลองปลูก โดยปลูกช่วงฤดูกาลเดียวกับที่พันธุ์ข้าวแต่ละชนิดปลูก อย่างช่วงที่ปลูกข้าวนาปรังก็ใช้ข้าวปรัง ในฤดูนาปีก็ใช้ข้าวปี เป็นต้น

สาเหตุที่เป็นข้าวปลอดสารเพราะข้าวที่ปลูกลอยน้ำเจริญเติบโตด้วยธาตุอาหารที่ลอยมากับน้ำ มีทั้งมูลสัตว์ แร่ธาตุต่างๆ เป็นอาหารที่ดีของพืช จึงไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย จะไม่เอาอะไรเติมลงในแม่น้ำ แต่จะดูดซับออกมา ตั้งแต่เพาะกล้าจนถึงเก็บเกี่ยวจึงไม่ใส่อะไรลงไป ปล่อยให้เป็นธรรมชาติล้วนๆ แม้แต่ยาก็ไม่ฉีด ถ้ามีหนอนมาแค่ไปยืนบนหัวแพกดข้าวจมน้ำลงไป หนอน บุ้ง แมลงศัตรูข้าว ก็กลายเป็นอาหารปลาทันที

โดยกดข้าวจมน้ำประมาณ 20 วัน/ครั้ง หรือสังเกตจากผีเสื้อมาวางไข่อีก 10 วัน จะกลายเป็นหนอน ก็ต้องมากดแพให้จมน้ำ ระยะเป็นต้นกล้าก็กดได้ไม่ต้องกลัวรากลอย นอกจากไม่เติมอะไรลงไปในน้ำแล้วยังยึดถือประเพณีเมื่อข้าวตั้งท้องต้องทำพิธีรับขวัญข้าวเหมือนเช่นที่โบราณเคยทำมา

4.เก็บเกี่ยวข้าวที่อายุ 100 วัน
4.เก็บเกี่ยวข้าวที่อายุ 100 วัน

การเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว

“ปกติปลูกข้าวเขาใช้เวลา 105 วัน เราใช้เวลาแค่ 100 วัน ได้เก็บเกี่ยว เพราะว่าน้ำในแม่น้ำมันจะอบอุ่นมาก และข้าวมีความสมบูรณ์ เพราะอาหารมากับน้ำทุกวัน อากาศก็ดี ไม่แออัด สุขภาพก็ดี แปลงกว้าง 1 เมตร ยาว 8 เมตร เกี่ยวข้าวได้ประมาณ 1 ถังข้าวเปลือก พูดถึงผลผลิตมันก็มีองค์ประกอบจากดินฟ้าอากาศ และน้ำก็มีส่วน

ถ้าช่วงน้ำไหลมากจะดี เพราะธาตุอาหารจะมาตลอดเวลา อากาศก็มีส่วนบ้างเหมือนกัน แต่ว่ายังไม่มีผลกระทบ อย่างที่เขาบอกว่าหนาวมีผลกระทบ เมื่อครั้งที่ผ่านมาเราก็สังเกตว่าช่วงหนาวจัดชาวนามีปัญหา ตรงนี้ก็ยังน้อยมาก เพราะน้ำอบอุ่นไม่หนาว เป็นข้อได้เปรียบของเรา ส่วนหญ้าที่ขึ้นลอยมากับน้ำก็ปล่อยบ้าง เก็บถอนขึ้นบ้าง” คุณสุพรรณกล่าว

5.ปักดำต้นกล้าบนแพที่เตรียมไว้
5.ปักดำต้นกล้าบนแพที่เตรียมไว้

ขั้นตอนการปลูกข้าวลอยน้ำ

การพัฒนาจากครั้งแรกใช้โฟมเจาะเป็นช่องวางกระถางปลูกข้าว ก็เลิกใช้โฟม ใช้เฉพาะกระถางปลูก ล่าสุดไม่ใช้กระถาง เพื่อไม่ให้มีต้นทุน เพราะกระถางต้องซื้อ ถึงแม้กระถางจะใช้ได้หลายครั้งก็ตาม หันมาใช้ผักตบชวาใส่ในแพเป็นวัสดุปลูกข้าว และเป็นอาหารของข้าว

ผักตบชวาที่เคยเกิดหนาแน่นกีดขวางทางเดินน้ำก็ลดปริมาณลง ช่วยให้แม่น้ำสะอาดขึ้น รากข้าวของตนซึ่งยาวเป็นศอกมีประโยชน์สองอย่างในทางสิ่งแวดล้อม คือ รากข้าวสีคล้ำ ดูดซับธาตุอาหารที่ไหลมาตามแม่น้ำเป็นการบำบัดน้ำ และรากข้าวสีขาวช่วยเติมออกซิเจนลงไปในน้ำ ในขณะที่ไม้ไผ่ทำแพตัดจากสวนไผ่ที่ปลูกไว้เอง

หากไม่ได้ปลูกไผ่เองต้องซื้อไผ่มาทำแพ คิดเป็นเงินประมาณ 1,000 บาท/แพ (ขนาดแพ 1×8 เมตร) เพราะไผ่ลำใหญ่ๆ ยาว 8-10 เมตร ราคา 100 บาท/ลำ และไม่ต้องเตรียมดิน ใช้พันธุ์ข้าวจากรุ่นที่ผ่านมาเก็บไว้ทำพันธุ์ ใช้น้ำคลองหล่อเลี้ยงต้นข้าว ไม่ต้องเสียค่าสูบน้ำแต่อย่างใด อีกทั้งในน้ำยังมีธาตุอาหารเลี้ยงต้นข้าว

ข้อสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ช่วงฤดูกาลที่กระแสน้ำไหลมาก ข้าวเจริญเติบโตดี ทำแบบนี้จึงแทบไม่มีต้นทุน ข้อดี ทำนาลอยน้ำ อีกอย่าง คือ เมื่อน้ำลด แพก็ลดตามน้ำ จึงไม่ขาดน้ำ เมื่อน้ำท่วม แพก็จะลอยอยู่ ไม่จมน้ำ ทำให้การทำนาวิธีนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดการน้ำนั่นเอง

จุดกำเนิดมาจากเห็นความเดือดร้อนของเพื่อนบ้านที่ยึดอาชีพทำนา แต่หนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์น้ำท่วม ฝนแล้ง พอข้าวจะได้เกี่ยวน้ำก็ท่วม ตนอาศัยริมแม่น้ำท่าจีนเห็นผักตบชวาลอยไปมา มีชีวิตและเติบโตได้ดีในน้ำ ก็เลยทดลองเอาต้นกล้าไปแหย่ไว้ที่กอผักตบชวา เห็นว่าข้าวเติบโตและออกรวงได้ จึงได้ทดลองทำแพลอยน้ำปลูกข้าวมาถึงปัจจุบัน ทำเฉพาะบริเวณท่าหน้าบ้าน 4-5 แพ ไม่ล้ำเข้าไปกีดขวางทางน้ำ

นาลอยน้ำจึงเป็นอีกรูปแบบของการทำนาที่ให้ผลผลิตข้าวปลอดสาร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้นทุนต่ำ ทำไม่ยาก และเป็นอีกทางรอดสำหรับผู้ที่รู้จักปรับตัวให้ทันกับสภาวะโลกร้อน ฝนแล้ง น้ำท่วม ที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นทุกปี

คุณสุพรรณ เมธสาร โทร.08-7097-7865

บ้านเลขที่ 130/4 หมู่ 1 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี