รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93 Series แชมเปี้ยนสนามเกี่ยว เพื่อแชมป์เกี่ยวตัวจริง ใช้ดีบอกต่อ คำบอกเล่าจากเกษตรกรผู้ใช้จริง
รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93 Series แชมเปี้ยนสนามเกี่ยว เพื่อแชมป์เกี่ยวตัวจริง ใช้ดีบอกต่อ คำบอกเล่าจากเกษตรกรผู้ใช้จริง

เกษตรกรหนุ่ม พลิกผืนนาสร้างชีวิต ปลูกข้าวเหนียว-กข 10 เพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

คุณปฏิภาณ รักสัตย์ เกษตรกรรุ่นใหม่ทำการเกษตรต่อจากครอบครัว บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ พื้นดินนาข้าวเป็นดินเหนียวผสมดินร่วน จึงเลือกปลูกข้าวเหนียวสายพันธุ์สันป่าตอง-กข 10 (RD 10) เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพราะว่าเป็นข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า

เทคนิคการดูแล บำรุงรักษา การเกี่ยวข้าวและการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค

คุณปฏิภาณบอกถึงกระบวนการในการดูแลรักษาผลผลิตให้เจริญเติบโตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พยายามดูเรื่องผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาบำรุงให้ต้นข้าวแข็งแรงและเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ในช่วงเดือนแรกพยายามสังเกตต้นข้าวอย่าให้เกิดโรคใบไหม้

สิ่งที่สำคัญต้องดูแลจัดการเรื่องน้ำให้มีปริมาณเพียงพอตลอดการเพาะปลูก สุดท้ายต้องวางแผนการเก็บเกี่ยวให้ดี เพราะปัญหาหลักๆ ที่อายุข้าวจะเกินมาจากการนัดคิวจ้างรถมาเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะตนอยู่ในพื้นที่เชิงภูเขา ทำให้หารถเกี่ยวเข้ามายากลำบาก

ปัจจัยและเหตุผลในการเลือกซื้อ รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS

ด้วยมองเห็นถึงปัญหาในการเข้าออกพื้นที่และการวางแนวเก็บเกี่ยว จึงมองรถเกี่ยวขนาดที่เหมาะมากที่สุด จนมาพบกับ “รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS” รู้สึกว่ามีความคล่องตัว สามารถเข้าออกพื้นที่ของตนได้อย่างสะดวกสบาย สามารถวางแผนการเก็บเกี่ยวข้าวได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงด้านความเสียหายหรือคุณภาพที่ลดลง และยังสามารถรับจ้างเกี่ยวข้าวให้กับเพื่อนบ้านได้ด้วย ทำให้มีรายได้เพิ่มเติม

“เมื่อตอนรู้ว่ามีรถเกี่ยวรุ่นใหม่มีขนาดกลางๆ เหมาะกับพื้นที่ของเราเป็นอย่างมาก เมื่อทดลองใช้งานจริงก็รู้สึกโอเคเป็นอย่างมาก ขับง่ายกว่าตัวที่เคยขับมา ระบบการทำงานใหม่มากยิ่งขึ้น เดินหน้าถอยหลังรู้สึกถึงการทำงานของระบบขับเคลื่อนคล่องตัวและแรงดันดีมาก

และส่วนที่ชอบอีกอย่าง คือ มีตะขอเกี่ยวที่เป็นสปริง บริเวณคอลำเลียง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาข้าวติดคอลำเลียง ซึ่งช่วยให้ทางทำงานราบรื่นขึ้น สามารถแยกเม็ดข้าวออกจากตะแกรงได้ดี เห็นคันเล็กแต่สามารถจุข้าวได้เป็นจำนวนมากกว่าที่คิดไว้ ช่วยให้ไม่เสียเวลาในการถ่ายข้าว รู้สึกคุ้มค่ามากที่ตัดสินใจเลือกซื้อวันนั้นคุณปฏิภาณบอกถึงความประทับใจในช่วงระยะเวลา 4 เดือน หลังการทดลองใช้

เทคนิคการดูแลรักษารถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS

ดูแลรักษาไม่ให้เกิดสนิมด้วยการชโลมน้ำมันหล่อลื่นบริเวณหัวเกี่ยวและข้อต่อต่างๆ ในช่วงที่จอดทิ้งไว้นานให้หย่อนแทร็คเพื่อยืดอายุการใช้งาน ตามคำแนะนำของทีมช่างบริการจากสยามคูโบต้า และถ้ามีปัญหาก็โทรปรึกษาที่สายด่วนบริการสยามคูโบต้า 1747 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามีทีมช่างบริการแวะเวียนเข้ามาตรวจเช็คสภาพรถให้อย่างต่อเนื่อง

หัวใจของการประสบความสำเร็จในการทำนาข้าวของคุณปฏิภาณ

คุณปฏิภาณกล่าวถึงหัวใจของการประสบความสำเร็จในการทำนาข้าวของตนไว้ดังนี้ “การดูแลใส่ใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำในการทำนา โดยต้องสะสมน้ำไว้ในบ่อให้เพียงพอก่อนที่จะลงข้าว และต้องมีพอใช้จนถึงเก็บเกี่ยว เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และไม่สะดุดเนื่องจากขาดน้ำ

สุดท้ายเมื่อทุกอย่างลงตัว มีผลผลิตพร้อมเก็บเกี่ยว ก็ต้องเก็บให้ตรงกับอายุของข้าว เพราะจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเต็มเม็ด เต็มหน่วย ผมจึงเลือกซื้อรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS มาใช้งาน เพราะสามารถช่วยให้ผมเก็บเกี่ยวข้าวได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการรับจ้างเกี่ยวข้าวอีกด้วย

สุดท้ายคุณปฏิภาณฝากถึงเกษตรกรที่กำลังมองหารถเกี่ยวมาใช้ภายในพื้นที่ปลูกข้าวตนที่สามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่อย่างสะดวกสบาย มีระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย อยากให้ลองสัมผัสกับ รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS ดูสักครั้ง แล้วจะพบว่าสามารถตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลเกษตรกร

คุณปฏิภาณ รักสัตย์ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

———————————————–

มนุษย์เงินเดือนคืนรัง ปลูกข้าวนาปี-นาปรัง สร้างรายได้ทั้งปี

คุณมานิต ชรารัตน์ ปัจจุบันมีรายได้จากการปลูกข้าว ทำนาทั้งนาปี และนาปรัง ตลอดจนการรับจ้างเกี่ยวข้าวให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ จึงทำให้มีรายได้ตลอดทั้งปี แต่กว่าจะมีเช่นทุกวันนี้ ในอดีตครอบครัวก็ทำไร่ ทำนา อย่างอดทนและขยันขันแข็ง และได้ผ่านวิกฤตความยากลำบากมาไม่แตกต่างจากเกษตรกรปลูกข้าวรายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันพื้นที่ทำนาประมาณ 25 ไร่  การปลูกข้าวนาปรัง เลือกใช้พันธุ์ 49 และ พันธุ์พิษณุโลก ซึ่งเป็นข้าวเจ้า และในส่วนข้าวนาปี เลือกใช้พันธุ์  ‘105-หอมมะลิ’ เป็นส่วนใหญ่ โดยปลูกเพื่อขาย 100% และปลูกพันธุ์ข้าวเหนียว ‘กข-6’ เพื่อปลูกไว้กิน ถ้าเหลือค่อยนำไปขาย

ในเรื่องการจัดการดูแลข้าว  คุณมานิตบอกว่า วิธีการดูแลข้าวนาปรังขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคน ซึ่งเกษตรกรโดยส่วนใหญ่จะใช้ฮอร์โมนช่วย  แต่ส่วนตัวคุณมานิตจะใส่แต่ปุ๋ย ไม่ได้ใส่ฮอร์โมน ซึ่งผลผลิตอาจจะงามสู้คนอื่นไม่ได้ แต่ก็ยังได้ผลผลิตที่ได้คุณภาพ ส่งขายโรงสีตรงความต้องการ และได้กำไรในแต่ละรอบเป็นที่น่าพอใจ

รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า ทนทาน คุ้มค่า ตอบโจทย์ Smart Farmer

คุณมานิตบอกอีกว่า สมัยก่อนที่ตนเองยังไม่มีรถเกี่ยวนวดข้าวของตัวเอง ส่งผลต่อรายได้คือเก็บเกี่ยวอาจจะช้าลง และข้าวจะแก่เกินไป เหมือนว่าข้าวเกินอายุ ก็หลุดออกจากรวงได้ง่าย เพราะตนเองจะต้องรอรถเกี่ยวจากคนที่รับจ้างมาเกี่ยวให้ ซึ่งก็จะส่งผลต่อรายได้ของเรา เช่น โดนหักเงินจากโรงสี  เพราะข้าวไม่สวย ไม่เต็มเม็ด เป็นต้น  จึงเป็นที่มาของการมองหาตัวช่วยดีๆ และตัดสินใจเลือกลงทุน

รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS

คุณมานิตเล่าต่อว่า ส่วนตัวเลือกรุ่นกลางๆ นั่นคือ DC-93G KIS เพราะรุ่นใหญ่กว่านี้ คิดว่าจะหนักไปและเกินกำลัง รวมถึงในเรื่องของงบประมาณส่วนตัว

“ผมออกรถเกี่ยวนวดข้าววันที่ 24 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งผ่านมา 3-4 เดือน หลังออกรถจนถึงตอนนี้ วิ่งใช้งานเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนเอง และรับจ้างเกี่ยวนวดข้าวให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ จำนวนกว่า 100 ไร่แล้ว หรืออายุการใช้งานเฉลี่ยกว่า 80 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งโดยรวมพึงพอใจในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งาน และไม่เกิดปัญหาการใช้งานแต่อย่างใด”

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมหลังลงทุนซื้อรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS ในเรื่องประหยัดเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต และลดต้นทุน ทุ่นแรงงาน  คุณมานิตเผยว่า คุ้มค่า คุ้มราคา  โดยกล่าวเสริมว่า “ที่ผมตัดสินใจซื้อรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า เพื่อมาใช้งาน ก็คิดว่าราคาคุ้มค่ากับรถรุ่นนี้ ก็ถือว่าพอใจแล้ว “

 สำหรับเทคนิคส่วนตัวในการใช้งานและดูแลรักษา รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G KIS ก่อนและหลังใช้ เพื่อรักษาสภาพการใช้งานให้นานที่สุด ตรวจเช็คสภาพตามที่ช่างบริการได้แนะนำมาอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตามปกติหลังเกี่ยวเสร็จ ผมก็เช็คเบื้องต้น เป่ากรอง เป่าฝุ่น หยอดโซ่น้ำมัน เบื้องต้น เท่าที่เรารู้”

ในตอนท้าย คุณมานิต ยังได้กล่าวฝาก ถึงเกษตรกรปลูกข้าวไว้อย่างน่าสนใจด้วยว่า

“จึงฝากถึงพี่น้องเกษตรกรไว้ว่า ขอให้ทำเกษตรแบบพอเพียง ทำตามกำลังที่เรามีไปก่อน แต่ก็ต้องรู้เขา รู้เรา คือ หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม รู้เท่าทันเทคโนโลยี และมองหาเครื่องมือหรือช่องทางที่มาช่วยทุ่นแรงงาน และลดต้นทุน แต่ต้องไม่ลดมาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต

อะไรที่มองว่าลงทุนแล้วคุ้มค่าในระยะยาว และมีประโยชน์ต่อการทำเกษตรปลูกข้าว ผมมองว่าลงทุนได้เลยครับ ไม่ต้องตัดสินใจนาน อย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย อย่าปล่อยให้ลุกลามจนปัญหาการทำเกษตรต้องบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ในภายหลัง ผมมองว่าแบบนั้นไม่คุ้มค่าแน่นอน

สำหรับเกษตรกรรายเล็กๆ ขอให้ขยันสู้ อดทน และเก็บออมกำไรที่ได้จากการขายผลผลิต ทำให้เป็นนิสัยและมีวินัย ค่อยๆ เก็บเกี่ยวและขยับขยายไป ทุกอย่างต้องอดทน และขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งหากบริหารเงินให้ดี จึงจะเห็นกำไร แล้วคุณจะรู้ว่าชาวนาก็รวยได้ครับ

ขอบคุณข้อมูลเกษตรกร

คุณมานิต ชรารัตน์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด

———————————————–

พงษ์พีระ เกษตรกรนาข้าว นครพนม สานต่ออาชีพรุ่นพ่อ สร้างรายได้ที่มั่นคง

คุณพงษ์พีระ ติยะบุตร เกษตรกรผู้ทำนาข้าวตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ซึ่งได้รับไม้ต่อมาจากรุ่นคุณพ่อ โดยคิดว่าการทำนาข้าวของตนเองมีรายได้ที่สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้ และทำมาอย่างต่อเนื่องจนเวลาก็ล่วงเข้า 20 กว่าปี ในปัจจุบันได้ขยายกำลังการผลิตนาข้าวได้เพิ่มขึ้นเป็น 70 ไร่ ทำให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงมากยิ่งขึ้นในทุกวันนี้

คุณพงษ์พีระกล่าวเสริมว่า “ผมไม่เคยคิดจะทำเลย เพราะข้าวมันราคาถูก แต่ช่วงหลังมาราคาข้าวนาปรังมันสูงขึ้นเลยสนใจ เพราะว่าเราก็เคยทำกับพ่อมา และที่สำคัญคือเราได้อยู่กับครอบครัว จึงทำให้ผมมองใหม่ว่าการทำนาถือว่ามั่นคงครับ

ตอนนี้ทำพื้นนาของตัวเองจริงๆ มีประมาณ 20-30 ไร่ ที่เหลือก็เช่าครับ แต่ว่าทำเป็นของตัวเองอีกประมาณ 40 ไร่ คือรายได้ต่อปีก็ตกประมาณ 4-5 แสนบาท ส่วนใหญ่เป็นข้าวนาปรังครับ ส่วนข้าวนาปีไม่ได้ขาย ทำแค่เอาเมล็ดไว้ทำนาปรังรุ่นต่อไป ช่วยลดค่าเมล็ดพันธุ์ได้เยอะมาก”

โดยในแต่ละปีจะแบ่งการผลิตเป็น 2 ช่วง คือ นาปีและนาปรัง ซึ่งในปัจจุบันเลือกปลูกข้าวเหนียวสายพันธุ์ กข 22 (RD22) เป็นข้าวเหนียวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ของตน คำนึงถึงการจัดการน้ำในการทำนาข้าวให้เพียงพอในช่วงการเพาะปลูกตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว อาจเติมปุ๋ยบำรุงดิน ดูแลธาตุอาหารในดินให้มีการสะสมอยู่เสมอ เพื่อให้ต้นข้าวได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G Cabin KIS ตอบโจทย์ด้านการเก็บเกี่ยว ตัวช่วยสร้างรายได้

ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาทางคุณพงษ์พีระบอกว่า ตนเองต้องจ้างรถเกี่ยวรับจ้างจากต่างจังหวัดมาเก็บเกี่ยว และได้พบเจอปัญหาที่ว่าการนัดหมายที่ไม่ตรงเวลา การต่อรองเรื่องราคา รวมถึงการปฏิเสธ เพราะเป็นพื้นนาที่เข้าออกไม่สะดวก ทำให้ข้าวเกินอายุ เพราะระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้า จึงเป็นเหตุผลหลักในการมองหาตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาด้วยการออกรถเกี่ยวนวดข้าวมาเป็นของตนเอง

เมื่อได้ข่าวว่าทางคูโบต้าออกรถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-93G Cabin KIS ที่มีขนาดเล็ก แต่กำลังการขับเคลื่อนสูง จึงมีความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อศึกษาข้อมูลการทำงาน และทดลองใช้งานแล้ว จึงได้ตัดสินใจคว้ามาเป็นเจ้าของในที่สุด

“ได้ติดตามรถรุ่นนี้ก่อนที่จะเข้ามาจำหน่ายในไทย ตอนที่เปิดตัวอยู่ที่เวียดนาม โดนใจตรงที่เอาข้อดีของทั้ง 2 รุ่น ทั้งรุ่น 70 แรงม้า และ 105 แรงม้า มารวมกันเป็นรุ่นเดียวกัน ช่วงล่างมีสายพานใหญ่มากขึ้น อุ้มใส่ข้าวจุข้าวได้เยอะ หัวเกี่ยวกว้างพอเหมาะ

และที่เห็นตอนนี้คือมันเร็วกว่าตัว 70 แรงม้า แต่ยังไม่ได้ลองเกี่ยวแบบข้าวล้ม อีกอย่างคือเครื่องไม่ดับเวลาเจอข้าวหนาๆ ทำให้เกี่ยวเสร็จไว รับงานได้มากขึ้น พอมีรถก็แบ่งเบาแรงเราได้ เพราะถ้าไปจ้างเค้ามาเกี่ยวให้ในแต่ละปีมันก็แย่หน่อย ค่าจ้างเกี่ยวต่อปีก็แสนกว่าบาทแล้ว”

ในช่วงระยะเวลาประมาณเกือบ 3 เดือน ที่ได้ทดลองใช้งาน คุณพงษ์พีระบอกกับเราว่ายังไม่เจอปัญหาอะไร จะแค่เพียงการบำรุงรักษาเบื้องต้นที่ต้องทำเป็นประจำคือก่อนนำรถออกไปเกี่ยวข้าวต้องอัดจารบีในส่วนของข้อต่อต่างๆ เพื่อให้ตลอดการทำงานราบรื่น อีกคือการตรวจสอบน้ำมันในการขับเคลื่อน และตรวจสอบในส่วนของพวกรูรั่วต่างๆ สปริง สายพาน เป็นต้น ในช่วงหลังจากการใช้งานเสร็จ โดยจะมีทีมช่างบริการจากทางคูโบต้าเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อมีรถเกี่ยวข้าวมาช่วยให้เก็บเกี่ยวได้งานได้ง่ายขึ้น มากขึ้น และยังไปรับจ้างให้คนอื่นได้ในราคาไม่แพงได้อีกด้วย ในช่วงที่ว่างจากนาเราก็รับงานเพิ่มเติมขึ้น เก็บเกี่ยวได้งานทุกรูปแบบ เพราะที่ผ่านมาไปบุกงานที่หญ้าเยอะมาก็ไม่มีปัญหา ผ่านได้สบาย คนที่จ้างเราก็ชอบ เพราะได้ข้าวดี เราเองก็มีความสุข”

คุณพงษ์พีระทิ้งท้ายไว้ว่า “การทำนาข้าว คือได้กิน ได้อยู่กับครอบครัว ไม่ต้องห่วงภาระที่ไกลบ้าน ค่าใช้จ่ายก็ลดลง มีอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้เสริม แค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว

ขอบคุณข้อมูลเกษตรกร

คุณพงษ์พีระ ติยะบุตร อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

สนับสนุนโดย