การทาบกิ่ง โดยให้น้ำแก่ต้นแม่พันธุ์ของกิ่งพันธุ์ดีอย่างสม่ำเสมอ
การทาบกิ่ง โดยให้น้ำแก่ต้นแม่พันธุ์ของกิ่งพันธุ์ดีอย่างสม่ำเสมอ

ติดต่อโฆษณา 094-656-9897 พลังเกษตร

การขยายพันธุ์พืชนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปักชำ การติดตา การต่อยอด ฯลฯ ซึ่งการเพาะขยายพันธุ์นั้นก็จะมีประมาณนี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่ความถนัดและความรู้ที่ได้เรียนรู้มา แต่ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงการขยายพันธุ์พืชโดยวิธี การทาบกิ่ง

ซึ่งเป็นการนำพืชชนิดเดียวกันมาผูกติดคู่กันกับต้นแม่เพื่อให้เกิดเป็นพืชต้นใหม่ขึ้นมา ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างเห็นผลสำเร็จมากกว่าวิธีการอื่นๆ อีกทั้งยังไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับหลายๆ วิธี ซึ่งเป็นผู้ที่จะทำนั้นจะต้องมีความชำนาญในด้านนี้จริงๆ จะเป็นเรื่องที่ง่ายและไม่เสียเวลาเลย

1.นำพืชชนิดเดียวกันมาผูกติดกันเพื่อให้เกิดเป็นพืชต้นใหม่ขึ้นมา
1.นำพืชชนิดเดียวกันมาผูกติดกันเพื่อให้เกิดเป็นพืชต้นใหม่ขึ้นมา
ใช้เชือกเพื่อยึดกิ่งพันธุ์ที่นำมาทาบ (https.upload.wikimedia.orgwikipediacommons88fGrafting_demo7)
ใช้เชือกเพื่อยึดกิ่งพันธุ์ที่นำมาทาบ (https.upload.wikimedia.orgwikipediacommons88fGrafting_demo7)

การทาบกิ่ง

การทาบกิ่ง คือ การนำพืชทั้งสองต้นนั้นซึ่งเป็นต้นพันธุ์เดียวกัน ซึ่งมีลักษณะรากและส่วนยอดจะมาเชื่อมติดกัน โดยมีเซลล์เนื้อเยื่อเป็นตัวเชื่อม วิธีการนี้สามารถทำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งการทาบกิ่งนั้นจะได้ผลดีหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับต้นแม่ที่เป็นพืชตระกูลเดียวกันเป็นหลักว่ามีความสมบูรณ์แข็งแรงมากน้อยเพียงใด ซึ่งต้นตอที่นำมาทาบนั้นจะทำหน้าที่เป็นระบบราก เพื่อที่จะหาอาหารให้กับต้นพันธุ์ที่ดีมาเลี้ยงต้นพันธุ์หลัก

การทาบกิ่งนั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีในการขยายพันธุ์พืช ซึ่งการขยายพันธุ์พืชแบบวิธีการทาบกิ่งนี้นอกจากจะต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทาบกิ่งที่ดีแล้ว สิ่งสำคัญเลย คือ ความรู้ และความเข้าใจ ในเรื่องของการทาบกิ่งเป็นอย่างดี ซึ่งการทาบกิ่งนั้นจะมีองค์ประกอบหลักอยู่ การที่มีความรู้ในเรื่องนี้จะช่วยให้การทำงานเพื่อที่จะเพาะพันธุ์พืชดำเนินการไปง่ายยิ่งขึ้น

ซึ่งการทำการทาบกิ่งนั้นว่าพันธุ์พืชที่ใช้นั้นมีคุณภาพที่ดีและแข็งแรงหรือไม่ สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างที่เกษตรกรที่จะทำการเพาะกิ่งพันธุ์เองจะต้องหมั่นศึกษาและทำความเข้าใจให้เป็นอย่างมาก มิเช่นนั้นแล้วการทาบกิ่งจะไม่เกิดประโยชน์อย่างแน่นอน อาจจะทำให้ต้นพันธุ์ที่จะนำมาทาบเสียหายตามไปด้วย

การทาบกิ่ง คือ การขยายหรือการเพาะพันธุ์อีกวิธีหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ในการมาช่วยเพาะพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ช่วยให้การขยายพันธุ์แบบติดตาและต่อกิ่งได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการนำพืชที่มีรากและยอดเป็นของตัวเองนั้นมาทำการต่อกัน

โดยจะใช้ต้นกล้าที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดแล้วมาเป็นต้นตอ และส่วนของยอดนั้นจะใช้จากต้นใหญ่เป็นหลัก ซึ่งการทำด้วยวิธีนี้นั้นจะช่วยให้พืชมีความทนต่อสภาพแวดล้อม โตได้เร็ว อีกทั้งยังสามารถทำได้ทุกฤดูกาลตามที่เกษตรกรที่จะทำการเพาะอีกด้วย

อุปกรณ์ที่สำหรับ การทาบกิ่ง

ในการทาบกิ่งนั้นจะต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในขณะทำงานได้ ซึ่งก็มีดังนี้

-มีดบาง หรือมีดที่ใช้สำหรับการขยายพันธุ์

-กรรไกรตัดแต่งกิ่ง

-แผ่นพลาสติก (ควรมีขนาด 0.5×12 นิ้ว) หรือเทปพลาสติกสำเร็จรูปเป็นม้วน

-ต้นตอหรือตุ้มทาบ

-เชือกหรือลวด เพื่อใช้ในการยึดกิ่งพันธุ์ที่นำมาทาบ

2.การทาบพันด้วยพลาสติกให้แน่น (https.upload.wikimedia.orgwikipediacommonsbb8Rose_chip_budding_right_after_grafting)
2.การทาบพันด้วยพลาสติกให้แน่น (https.upload.wikimedia.orgwikipediacommonsbb8Rose_chip_budding_right_after_grafting)
นำกิ่งพันธุ์ดีนั้นมาทาบตรงที่เฉือนไว้ให้เข้าไปในแผลบนต้นตอ (https.commons.wikimedia.orgwikiFileGrafted_mango)
นำกิ่งพันธุ์ดีนั้นมาทาบตรงที่เฉือนไว้ให้เข้าไปในแผลบนต้นตอ (https.commons.wikimedia.orgwikiFileGrafted_mango)
สอดต้นตอเข้าไปในเนื้อไม้ และพันพลาสติกให้แน่น (https.upload.wikimedia.orgwikipediaen117Coffee_plant_graft)
สอดต้นตอเข้าไปในเนื้อไม้ และพันพลาสติกให้แน่น (https.upload.wikimedia.orgwikipediaen117Coffee_plant_graft)

วิธีการทาบกิ่ง

โดยทั่วไปแล้ววิธีการทาบกิ่งนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งการทาบกิ่งทั้ง 2 แบบนั้นก็จะมีขั้นตอนย่อยที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

การทาบกิ่งแบบประกับ (Approach grafting)

ซึ่งการทาบกิ่งแบบนี้ทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี ทั้งคู่นั้นก็ยังมีรากและยอดอยู่ด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งจะใช้ในการทาบกิ่งไม้ผลที่เกิดเป็นรอยแผลมาประสานกัน เช่น การทาบกิ่งมะขาม เป็นต้น

การทาบกิ่งแบบประกับนั้นจะมีการแบ่งออกเป็น 3 วิธี ประกอบด้วยแต่ละวิธีดังนี้

1.วิธีทาบกิ่งแบบฝานบวบ

โดยการทาบกิ่งแบบฝานบวบนั้น อย่างแรกเลยจะต้องเลือกต้นตอหรือกิ่งพันธุ์ที่ดี และต้องให้บริเวณที่จะทาบนั้นจะต้องมีขนาดที่พอๆ กัน โดยจะต้องมีลักษณะลำต้นตรงจึงจะเหมาะสมที่สุด ต่อมาก็เฉือนกิ่งพันธุ์ดีเข้าไปในเนื้อไม้เล็กน้อย

โดยทำให้เกิดรอยแผลประมาณ 1-2 นิ้ว การเฉือนให้เกิดแผลนั้นควรจะเฉือนให้มีลักษณะคล้ายรูปโล่จะเหมาะสมที่สุด พอเฉือนให้เกิดแผลแล้วนั้นขั้นต่อมาก็จะต้องเฉือนต้นตอให้ไปในทำนองเดียวกัน และความยาวที่เท่ากันกับแผลที่เฉือนไว้บนกิ่งพันธุ์ดีแบบพอดี หลังจากนั้นให้มัดต้นตอและยอดพันธุ์เข้าด้วยกัน โดยจัดแนวเนื้อเยื่อที่จะทำให้เจริญเติบโตนั้นให้สัมผัสกันมากที่สุด เสร็จแล้วให้พันรอบด้วยพลาสติกให้แน่น ก็เป็นอันเสร็จวิธีแบบแรก

2.วิธีการทาบกิ่งแบบเข้าลิ้น

การทาบกิ่งแบบเข้าลิ้นนั้นจะทำคล้ายกับวิธีแรก แต่จะต่างกันตรงที่รอบแผลของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีนั้นจะมีลักษณะเป็นลิ้นเพื่อที่จะสามารถสอดเข้าหากันได้ โดยการคัดขนาดต้นตอและกิ่งพันธุ์ที่มีขนาดเท่าๆ กัน โดยจะต้องมีขนาดและความสูงใกล้เคียงกันจะเหมาะสมที่สุด

จากนั้นให้เฉือนกิ่งพันธุ์เข้าเนื้อเล็กน้อยประมาณ 1-2 นิ้ว ซึ่งการสร้างแผลนั้นควรทำให้มีลักษณะคล้ายรูปโล่ แต่การเฉือนนั้นต้องทำให้เบามือที่สุด โดยห้ามเกิดเป็นรอยคลื่นอย่างเด็ดขาด หลังจากเฉือนให้เป็นรอยแผลแล้วประมาณ 1/3 จากนั้นก็เฉือนให้เป็นลิ้นลงมาให้เสมอกับโคนรอยแผลด้านล่าง และเฉือนกิ่งพันธุ์ดีในแบบเดียวกัน แต่ลิ้นที่เฉือนนั้นต้องกลับลงให้มีลักษณะตรงกับลิ้นของต้นตอ และทำการสวมลิ้นของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีเข้าด้วยกัน โดยให้แนวเยื่อสัมผัสกันพอดี และพันรอบรอยแผลด้วยพลาสติกให้แน่น

3.วิธีการทาบกิ่งแบบพาดร่อง

การทาบกิ่งแบบวิธีพาดร่องนี้ มักจะใช้เพื่อเป็นการเปลี่ยนยอด หรือทำการเสริมรากให้ต้นไม้ที่มีรากไม่ค่อยจะแข็งแรงมากนัก หรือระบบรากของต้นถูกทำลายไปแล้ว ซึ่งการทาบกิ่งวิธีนี้สามารถทำได้โดยให้กรีดเปลือกต้นตอที่จะทำการทาบ โดยให้มีความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว โดยการกรีดนั้นควรกรีดเป็น 2 รอยให้ขนานกัน และให้รอยกรีดนั้นห่างกันให้เท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของกิ่งพันธุ์ดี

หลังจากนั้นให้กรีดเปลือกตามขวางตรงหัวและท้ายรอยกีดที่ขนานกัน แล้วให้แกะเอาเปลือกที่กรีดแล้วออก ทำการเฉือนกิ่งพันธุ์เป็นรูปโล่ โดยเฉือนให้เข้ากับเนื้อไม้ และให้ความยาวเท่ากับความยาวของแผลที่เตรียมบนต้นตอ เสร็จแล้วให้นำกิ่งพันธุ์ดีนั้นมาทาบตรงที่เฉือนไว้ให้เข้าไปในแผลบนต้นตอ

หลังจากนั้นให้ใช้ตะปูเข็มขนาดเล็กตอกกิ่งพันธุ์ดีกับต้นตอแล้วพันพลาสติกให้แน่น เพื่อป้องกันการหลุดออกจากกัน เมื่อกิ่งพันธุ์ดีและต้อตอติดกันดีแล้ว ให้ตัดต้นตอเหนือรอยต่อและตัดกิ่งพันธุ์ดีใต้รอยต่อ แต่ต้องทำก็ต่อเมื่อเป็นกรณีที่ต้องการจะเปลี่ยนยอดกิ่งพันธุ์ดีเท่านั้น

การทาบกิ่งแบบเสียบ

การทาบกิ่งแบบเสียบนั้นเป็นวิธีการที่มีการดัดแปลงมาจากการทาบกิ่งแบบประกับ โดยการทำแบบนี้นั้นจะตัดยอดต้นตอออกให้สั้นโดยเหลือแค่ประมาณ 3-5 นิ้ว เพื่อเป็นการลดการคายน้ำของต้น สำหรับวิธีการทาบแบบเสียบที่นิยมทำกันบ่อยในกลุ่มผู้ที่ต้องการขยายพันธุ์นั้นมี 3 วิธี คือ

1.การทาบกิ่งแบบฝานบวบแปลง

วิธีการทาบกิ่งแบบนี้จะเป็นวิธีการที่นิยมมากในการเพาะพันธุ์ใหม่ ซึ่งสามารถทำได้รวดเร็ว และใช้ได้กับพืชแทบทุกชนิด ซึ่งพืชที่นิยมนำวิธีนี้มาใช้ ได้แก่ มะม่วง มะขาม ขนุน ทุเรียน ฯลฯ โดยนำต้นตอที่จะทาบนั้นขึ้นมาโดยกะดูบริเวณของต้นแม่ที่จะทำการทาบกิ่ง จากนั้นให้ทำแผลทั้งที่ต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี เสร็จให้เฉือนกิ่งพันธุ์ดีเป็นรูปโล่ โดยการเฉือนนั้นให้เฉือนเข้าไปในเนื้อไม้เล็กน้อย และให้แผลมีความยาวประมาณ 1.5-2 นิ้ว เป็นความยาวที่เหมาะสมมากที่สุดกับการทาบด้วยวิธีนี้

หลังจากเฉือนกิ่งพันธุ์ดีแล้วให้ทำการเฉือนต้นตอเฉียงขึ้นเป็นรูปปากฉลามให้เป็นแผลที่มีขนาดความยาวเท่ากัน จากนั้นเมื่อทำเสร็จก็ให้นำต้นตอกับกิ่งพันธุ์ดีมาประกบเข้าหากัน โดยให้แนวเนื้อเยื่อเจริญนั้นทับกับด้านใดด้านหนึ่ง หรือทับกันทั้ง 2 ด้าน และพันรอบแผลด้วยพลาสติกให้แน่น จากนั้นก็มัดเข้ากับกิ่งพันธุ์ดีเป็นอันเสร็จ

2.การทาบกิ่งแบบเข้าบ่าขัดหลัง

วิธีการทาบกิ่งแบบนี้จะมีลักษณะและวิธีการทำคล้ายกับวิธีแรก แต่จะแตกต่างกันตรงที่รอยแผลของกิ่งพันธุ์ประเภทนี้นั้นจะทำการเฉือนแบบเป็นบ่าหรือเงี่ยงปลา ในส่วนของต้นตอนั้นจะเฉือนด้านหลังของรอยแผลปากฉลามออกเล็กน้อย ซึ่งพืชที่นิยมทำกันนั้นก็จะเป็นพืชที่อยู่การทาบแบบวิธีแรก ซึ่งเป็นพืชที่คล้ายๆ กัน โดยการเริ่มจากเฉือนกิ่งพันธุ์ดีเอียงขึ้น และให้เข้าเนื้อไม้ประมาณ 1/4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของกิ่ง โดยความยาวแผลจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 นิ้ว การเฉือนนั้นเฉือนแผลด้านบนทำให้เป็นบ่าหรือเงี่ยงปลาโดยยาวประมาณ 1/4 ของความยาวแผล จากนั้นให้เฉือนต้นตอเป็นรูปปากฉลามตัดด้านหลังเอียงขึ้นโดยให้เข้าหาปากฉลามความยาวแผลโดยประมาณอยู่ที่ 1/4 ของแผลปากฉลาม หลังจากนั้นให้นำต้นตอที่ปาดเรียบร้อยแล้วสอดเข้าไปกับบ่าหรือเงี่ยงปลาที่ได้ทำไว้ในตอนแรก แล้วจัดให้แนวเยื่อนั้นสัมผัสกันให้ได้มากที่สุด พอทำครบตามนี้แล้วขั้นสุดท้ายให้นำพลาสติกมาพันรอบแผลให้แน่นเป็นอันเสร็จ การใช้พลาสติกพันนั้นก็เผื่อกันไม่ให้หลุด และให้ต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีนั้นเชื่อมกันจนสนิทที่จะงอกเป็นต้นพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้

3.การทาบกิ่งแบบเสียบข้างแปลง

วิธีการทาบกิ่งแบบเสียบข้างนั้นจะทำไม่ต่างจากการทาบกิ่งแบบวิธีแรก จะแตกต่างกันก็ตรงที่การเฉือนต้นตอและต้นกิ่งพันธุ์เท่านั้น โดยการทาบกิ่งแบบเสียบข้างจะต้องเฉือนกิ่งพันธุ์ดี โดยการเฉือนนั้นเอียงขึ้นประมาณ 20-30 องศา และเฉือนให้เข้าเนื้อไม้ประมาณ 1 ใน 4 ของกิ่ง

ส่วนความยาวแผลนั้นก็จะไม่ต่างจากการทาบกิ่งแบบอื่น โดยให้แผลมีความยาว 1.5-2 นิ้ว โดยประมาณ หลังจากนั้นให้เฉือนต้นตอเป็นรูปลิ่ม โดยให้แผลส่วนที่สัมผัสด้านในมากกว่าที่จะสัมผัสด้านนอก หลังจากนั้นให้ทำการสอดต้นตอเข้าไปในเนื้อไม้แบบตอกลิ่ม

โดยให้แนวเยื่อสัมผัสกันให้มากที่สุด และตามด้วยการพันพลาสติกให้แน่นเพื่อให้ต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีนั้นสัมผัสกันได้ดี ไม่หลุดหรือร่วงออกมา หลังจากที่เราทำการทาบกิ่งไปแล้วนั้น หลังการทาบกิ่งก็ไม่ควรที่จะปล่อยละเลยจนเกินไป เราต้องทำการดูแลในทุกขั้นตอนจนกว่ากิ่งพันธุ์ที่เรานำไปทาบนั้นจะเริ่มโตจนแข็งแรงที่จะย้ายไปทำการปลูกได้

3.การทาบกิ่ง โดยให้น้ำแก่ต้นแม่พันธุ์ของกิ่งพันธุ์ดีอย่างสม่ำเสมอ
3.การทาบกิ่ง โดยให้น้ำแก่ต้นแม่พันธุ์ของกิ่งพันธุ์ดีอย่างสม่ำเสมอ

การบำรุงดูแลหลังการทาบกิ่งพันธุ์

การดูแลหลังการทาบกิ่งพันธุ์ควรให้น้ำแก่ต้นแม่พันธุ์ของกิ่งพันธุ์ดีอย่างสม่ำเสมอ และคอยสังเกตตุ้มให้ดีว่ามีน้ำในปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าตุ้มแห้งก็ต้องคอยให้น้ำโดยใช้หัวฉีดน้ำ ฉีดเข้าไปในถุงทาบบ้างในบางครั้ง แต่ในกรณีที่เป็นตุ้มแบบเสียบนั้นจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก เพียงแต่จะพบปัญหาในช่วงที่ทำการทาบในฤดูแล้งเพียงเท่านั้น

ส่วนในกรณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมีแมลงเข้าไปทำลาย หรือมีโรคนั้น เกษตรกรควรที่จะใช้สารเคมีในการฉีดพ่นเพื่อทำลายแมลงและกำจัดโรค จะเหมาะสมที่สุด แต่ควรฉีดในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป อาจจะเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ และถ้ามีพายุฝนหรือต้องการทำลายการทาบ ควรหาไม้มาช่วยพยุงหรือค้ำกิ่งพันธุ์ไว้ เพื่อไม่ให้ต้นแม่พันธุ์เกิดการหักโค่นหรือเสียหาย

ในการทาบกิ่งนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่พร้อมจะนำไปชำได้นั้น การสังเกตเลย คือ กิ่งทางจะมีอายุได้ประมาณ 45-60 วัน ก็พร้อมที่จะสามารถนำไปชำได้แล้ว นอกจากนี้ให้สังเกตรอยแผลของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีว่าประสานกันดี และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือมีความนูนแล้วหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามนี้ก็สามารถเตรียมไปชำได้เช่นกัน หรือกระเปาะมีความชื้นที่พอประมาณ หรือมีรากออกใหม่จนเห็นชัด ปลายรากมีสีขาว ก็สามารถเตรียมเก็บไปชำเพื่อปลูกได้เช่นกัน

4.ตัดกิ่งพันธุ์ดีตรงระดับกันกระเปาะหรือตุ้มทาบก่อน (https.upload.wikimedia.orgwikipediacommonscc5Grafting_lemon_tree)
4.ตัดกิ่งพันธุ์ดีตรงระดับกันกระเปาะหรือตุ้มทาบก่อน (https.upload.wikimedia.orgwikipediacommonscc5Grafting_lemon_tree)

วิธีการตัดกิ่งพันธุ์

ในการตัดกิ่งพันธุ์ที่มีการทาบไว้นั้นต้องคอยระมัดระวังเพื่อไม่ให้กิ่งพันธุ์ต้นตอและต้นแม่เกิดความเสียหาย โดยให้ตัดกิ่งพันธุ์ดีตรงระดับกับกระเปาะหรือตุ้มทาบก่อน เพื่อที่จะได้สะดวกในการเคลื่อนย้ายเพื่อนำไปชำ และช่วยทำให้รอยต่อของแผลไม่เกิดความเสียหายหรือฉีกขาดได้ เนื่องจากน้ำหนักของส่วนยอดพันธุ์ดีนั้นไม่คงที่อาจจะหนักหรือเบาก็ต้องระมัดระวังไว้ก่อน อีกทั้งถ้าส่วนโคนกิ่งพันธุ์ดียาวเลยรอยแผลออกมาจะช่วยพยุงน้ำหนักของส่วนปลายยอดพันธุ์ดีได้อีกทางเอง

เมื่อเกษตรกรหรือผู้ที่เพาะได้ทำการตัดกิ่งทาบจากต้นพันธุ์มาแล้วนั้น ให้นำกิ่งพันธุ์ที่ตัดออกมามาแกะถุงพลาสติกออก จากนั้นให้นำมาชำลงในถุงปลูกสีดำ โดยถุงปลูกสีดำที่นำมาใช้นั้นควรมีขนาด 8×10 นิ้ว หรือใช้กระถางดินเผาขนาด 8 นิ้ว ที่บรรจุด้วยขุยมะพร้าวหรือดินผสม แล้วปักลงในถุงหรือกระถาง

จากนั้นก็ผูกเชือกกิ่งทาบให้แน่น พอทำขั้นตอนต่างๆ เสร็จแล้วให้นำต้นพันธุ์ที่ชำไปพักไว้ในที่ร่ม และรดน้ำให้ชุ่ม หลังจากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 วัน หรือสังเกตดูว่ากิ่งพันธุ์ดีเริ่มแตกใบใหม่แล้วหรือยัง ถ้าแตกแล้ว และถึงเวลาก็นำไปปลูกได้ หรือจะนำไปจำหน่ายก็ได้

ซึ่งกิ่งพันธุ์ดีที่มีการทิ้งใบง่ายนั้นควรจะพักไว้ในโรงเรือนที่มีความชื้นสูง ซึ่งกิ่งพันธุ์ดีที่ทิ้งใบง่ายประกอบด้วยขนุน กระท้อน เป็นต้น โรงเรือนที่จะใช้อาจจะเป็นกระโจม หรือพลาสติก หรือเป็นโรงเรือนระบบพ่นหมอกก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้กิ่งพันธุ์ดีที่ทิ้งใบง่ายนั้นจะลดปัญหาในการทิ้งใบลงพื้นได้เช่นกัน

5.เลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ที่ดี
5.เลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ที่ดี

ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจการเพาะแบบทาบกิ่ง

การทาบกิ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเพาะขยายสายพันธุ์เพิ่ม หรือต้องการที่เพาะสายพันธุ์เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจ แต่ทั้งนี้การทาบกิ่งเป็นวิธีการเพาะขยายพันธุ์ที่ไม่อาศัยเพศ ซึ่งการจะทำนั้นผู้เพาะจะต้องมีความรู้เฉพาะด้านนี้พอสมควร หรือศึกษารายละเอียดคร่าวๆ ในการเพาะแบบทาบกิ่งมาบ้างแล้ว เพราะว่าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน และมีความเสี่ยงที่จะทำให้ต้นแม่พันธุ์ที่จะนำกิ่งพันธุ์ไปทาบนั้นอาจจะเกิดความเสียหายได้

ฉะนั้นแล้ว การทาบกิ่ง ก็เป็นอีกทางเลือกในการเพาะปลูกแบบรวดเร็ว และใช้ระยะเวลาไม่นาน เมื่อเทียบกับการเพาะขยายพันธุ์แบบใช้เมล็ด อีกทั้งในเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ก็นิยมนำวิธีการทาบกิ่งมาใช้กันมากขึ้น เพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้เร็วอีกทางหนึ่ง แต่ข้อเสีย ก็คือ ถ้าไม่รู้วิธีการทำอาจจะทำให้เสียต้นแม่พันธุ์เลยก็ได้ ฉะนั้นควรจะศึกษาและทำความเข้าใจให้มากๆ ก่อนที่จะเริ่มการเพาะชำ

รายละเอียดการทาบกิ่งนั้นเป็นการให้ความรู้ถึงวิธีการทาบกิ่ง ขั้นตอนการทาบมีกี่ประเภท อุปกรณ์ที่ใช้ ซึ่ง การทาบกิ่ง นั้นมีการแยกย่อยออกมาจาก 2 ประเภทหลัก วิธีการทำก็อาจจะแตกต่างกันไม่มากนัก เพียงแต่ผู้เขียนอยากให้ได้ลองอ่านและศึกษาเป็นวิทยาการให้ความรู้อีกทางหนึ่งสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งไม่ยากเลยถ้าเราเริ่มที่จะศึกษาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างตั้งใจก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน อีกทั้งการหาความรู้และเผยแพร่ก็เป็นอีกทางที่จะได้ทบทวนความรู้ไปในตัวด้วย

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.tistr.or.th/tistrblog/?tag=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87,https://www.kasetorganic.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.html,https://adisa135.wordpress.com/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-2/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%882/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87/,https://kasettraining.weebly.com/3585363436193607363436103585363636563591.html