การปลูกผักหวานป่า ยอดเหลือง ขายได้ 80-150 บาท/กก. มีตลาดผักปลอดสารพิษรองรับทั้งปี
การปลูกผักหวานป่า ยอดเหลือง ขายได้ 80-150 บาท/กก. มีตลาดผักปลอดสารพิษรองรับทั้งปี

การปลูกผักหวานป่า

ติดต่อโฆษณา 027454552 พลังเกษตร

จนกระทั่งพบ “สูตร” ว่าด้วยการเพาะเมล็ดผักหวานป่าให้เป็นต้นกล้าที่พร้อมจะนำไปปลูก ซึ่งเวลานี้หลายคนเพาะเมล็ดได้สำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ ลุงสำรี ชาคำมูล เจ้าของสวนผักหวานป่าดีเด่นแห่ง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ที่วันนี้ได้มีการขยายพื้นที่ การปลูกผักหวานป่า เพิ่มขึ้นเป็น 30 กว่าไร่

โดยเน้นการทำสาวผักหวานป่าให้เก็บเกี่ยวผลผลิตป้อนตลาดผักปลอดสารพิษได้ตลอดทั้งปี ป้อนผลผลิตให้กับห้างดังของไทย ทั้งในและนอกพื้นที่  อย่างต่อเนื่องทำให้ผักหวานป่ากลายเป็น “ผักสุขภาพ” ที่ตลาดและผู้บริโภคยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณค่าทางอาหารมากมายที่มีอยู่ในผักหวานป่านั่นเอง

ลุงสำรีได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านนาน 7 ปี จากนั้นชาวบ้านก็ได้เลือกให้เป็นสมาชิกสภาตำบล 1 สมัย ที่ต้องทำหน้าที่ผู้นำท้องถิ่นควบคู่ไปกับการทำเกษตร และส่งเสริมการทำเกษตรภายในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการ “ปลูกผักหวานป่า” ในพื้นที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งจากภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่ โดยเฉพาะ คุณสมบัติ (ยศพนธ์) ทัพพระจันทร์ เกษตรอำเภอบ้านหมอ ยุคนั้นได้สนับสนุนลุงสำรีให้เดินหน้าเต็มที่เรื่องผักหวานป่า

จนกระทั่งนำมาซึ่ง การปลูกผักหวานป่า ยอดเหลืองในเชิงการค้า ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ในขณะที่จังหวัดสระบุรีได้ยกย่องให้สวนผักหวานป่าลุงสำรีเป็นสวนผักหวานป่าดีเด่นของจังหวัดสระบุรี และเป็นสวนผักหวานป่าต้นแบบที่ได้รับรางวัลในระดับเขต และระดับประเทศ มากมาย

1.สวนผักหวานป่าอายุ-10-กว่าปี
1.สวนผักหวานป่าอายุ-10-กว่าปี

ด้านตลาดและรายได้จากผักหวานป่า

ด้านการผลิตและจำหน่ายผักหวานป่าในวันนี้นั้น ต้องยอมรับว่า “สวนผักหวานป่าลุงสำรี” ที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี กลายเป็นที่รู้จักของเกษตรกร ทั้งในและนอกพื้นที่ ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ผลผลิตผักหวานป่าปลอดสารพิษ” ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน และได้ผลผลิตผักหวานป่าทั้งปริมาณและคุณภาพตลอดทั้งปี

จึงเป็นที่มาในการผลิตผักหวานป่าส่งห้างดัง ทั้งห้างแมคโคร ภายใต้การร่วมมือกันกับสมเกียรติผักอร่อย, การส่งผักหวานป่าเข้าห้างท็อปส์ฯ ภายใต้การร่วมมือของบริษัทเอกชน ที่วิ่งเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงหน้าสวน รวมไปถึงการป้อนผลผลิตให้กับตลาดคนรักสุขภาพ ทั้งในและนอกพื้นที่ ในราคา 70-90บาท/กก. สำหรับช่วงปกติ และในช่วงหน้าแล้งจะมีราคาสูงขึ้นมาถึง 100-150 บาท/กก. หรือขึ้นอยู่กับกลไกตลาดในแต่ละช่วงเป็นหลัก

ด้วยกำลังการผลิตที่ 1 ตัน/วัน ในช่วงที่ผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก และวันละ 300-400 กก./วัน ในช่วงที่ผลผลิตออกมาในปริมาณน้อย หรือขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดเป็นหลัก รวมไปถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐภายในพื้นที่ด้วย การร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าคุณภาพในนามของดีจังหวัดสระบุรี ทั้งในและนอกพื้นที่ด้วย

3.สวนผักหวานป่ามาตรฐาน-GAP
3.สวนผักหวานป่ามาตรฐาน-GAP

การรวมกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ

เนื่องจากเกษตรกรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่ม จึงเป็นที่มาในการรวมกลุ่มกันปลูก และขายผักหวานป่าในเชิงการค้า ในนาม “กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ จ.สระบุรี โดยมีลุงสำรีเป็นประธานกลุ่มฯ ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ อย่าง กรมส่งเสริมฯ ทั้งในด้านการผลิต การรักษาคุณภาพของผลผลิตทางกลุ่ม การขนส่งด้วยรถห้องเย็น เพื่อให้การจัดส่งผักหวานป่าปลอดสารพิษมีคุณภาพ ส่งมอบสินค้าที่ดีให้กับลูกค้า และผู้บริโภค ทั้งในและนอกพื้นที่

โดยเฉพาะการจัดส่งผักหวานป่าเพื่อเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารให้กับผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลต่างๆ  เป็นต้น เพื่อร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อน การปลูกผักหวานป่า อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค

4.ยอดผักหวานป่าสีเหลืองทองสวยงาม
4.ยอดผักหวานป่าสีเหลืองทองสวยงาม

การเพาะเมล็ดผักหวานป่า

ลุงสำรีผู้มากด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน การปลูกผักหวานป่า ยืนยันว่าครอบครัวได้ยึดอาชีพ การปลูกผักหวานป่า เพื่อสร้างรายได้ภายใต้การเรียนรู้ธรรมชาติของผักหวานป่า จนกระทั่งได้เริ่มต้นปลูกผักหวานป่าแบบเพาะเมล็ดด้วย พื้นที่ปลูกเริ่มต้นเพียง  3 ไร่ ใช้เงินทุนเพียง 5,000 บาท

เมื่อผักหวานป่าชุดแรกเริ่มเก็บยอดขายผลผลิตจนมีรายได้ จึงได้นำเงินมาลงทุนซื้อเมล็ดผักหวานป่าเข้ามา “เพาะเมล็ด” เพื่อปลูกผักหวานป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นช่วงๆ จนมีพื้นที่สวนผักหวานป่าเพิ่มขึ้นเป็น 23 ไร่ และได้เพิ่มจำนวนพื้นที่เป็น 30 กว่าไร่

ในปัจจุบันที่สามารถเก็บยอดขายผลผลิตได้ทั้งหมด และยังเป็น “” ทั้งหมด ด้วยตลาดผักหวานป่าที่โตขึ้นตลอด และยังมีผู้บริโภคต้องการผักหวานป่าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การปลูกผักหวานป่า ให้รอดนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นทางสวนจึงเน้น การปลูกผักหวานป่า แบบ “เพาะเมล็ด” ที่มีระบบรากแก้วที่ดี มีอัตราการรอดสูง ควบคู่ไปกับการสร้างพืชพี่เลี้ยงด้วยการปลูกมะขามเทศ และตะขบ ให้เป็นพืชพี่เลี้ยงที่จะทำให้ต้นผักหวานป่าโตเร็ว

5.มีพืชพี่เลี้ยงเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี
5.มีพืชพี่เลี้ยงเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี

การคัดเลือกเมล็ดผักหวานป่า

โดยเฉพาะการคัดเลือก “เมล็ดผักหวานป่า” เข้าสู่กระบวนการ “เพาะเมล็ด” ซึ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ดีที่สุดใน การปลูกผักหวานป่า เพราะมีรากแก้วที่สมบูรณ์ ทำให้ต้นผักหวานป่าสมบูรณ์ แข็งแรง ที่สุด ต้นผักหวานป่าอายุยืน ลงทุนน้อย ที่จำเป็นต้องคัดเลือกเมล็ดผักหวานป่าสุกเต็มที่จากต้นแม่พันธุ์อายุ 7-8 ปี

ซึ่งเป็นยอดเหลือง บ่มไว้นาน 3 วัน นำเมล็ดออกมายีแล้วล้างน้ำให้สะอาด นำเมล็ดที่ได้มาลอยน้ำ  คัดเลือกเมล็ดที่ลอยน้ำขึ้นมาทิ้งไปเพราะไม่สมบูรณ์ ให้เหลือไว้เฉพาะเมล็ดที่จมน้ำเท่านั้น เพราะเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์ จากนั้นให้นำเมล็ดใส่ภาชนะผึ่งลมไว้ในร่ม ที่อากาศถ่ายเทได้ดี เพียง 1 วัน

ก่อนนำเมล็ดไปหมกทรายในกระบะที่เตรียมไว้ ที่มีการใช้กระสอบป่านปูรองพื้นก่อนเททรายละเอียด และขี้เถ้าลงไปให้หนาประมาณ 2 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่มก่อนนำเมล็ดหมกทราย แล้วคลุมกระบะด้วยกระสอบป่าน ชุบน้ำจนเปียกชุ่มอีกครั้ง รดน้ำให้ชุ่มประมาณ 18 วัน เมล็ดผักหวานป่าจะเริ่มปริแตก มีตุ่มออกมาให้เห็น และมีรากงอกออกมา

แล้วค่อยย้ายเมล็ดไปวางในแนวนอนในถุงดำขนาด 4×6 นิ้ว ที่มีส่วนผสมของดินร่วน ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และแกลบดำ ให้แปลงเพาะอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงรำไร เน้นให้น้ำ 2 ครั้ง/สัปดาห์ ทั้งเช้าและเย็น เมื่อต้นกล้ามีอายุ 20-25 วัน จะเริ่มแตกใบ ปากหยาบ 1-2 ใบ ซึ่งเป็นช่วงที่พร้อมนำไปปลูกลงแปลงที่มีความสมบูรณ์พร้อมต่อการเจริญเติบโตมากที่สุด จะทำให้ผักหวานป่าโตเร็วที่สุด ซึ่งในช่วงแรกต้นผักหวานป่าจะโตช้า

เนื่องจากต้องสร้างระบบรากใต้ดินให้สมบูรณ์ก่อน เมื่อเริ่มเข้าสู่ปีที่ 2 จะเห็นว่าต้นผักหวานป่ามีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่เกิน 2.5-3 ปี ก็จะเริ่มเก็บผลผลิตได้บ้างแล้ว ในขณะที่ “ต้นกล้าผักหวานป่า” ที่มีความสูง 2-4 นิ้ว สามารถนำไปปลูกได้เช่นเดียวกัน แต่จะมีพัฒนาการช้ากว่าต้นกล้าที่อยู่ในช่วงใบแตก ปากหยาบ ตามที่กล่าวมา

6.ใส่ปุ๋ยต้นผักหวานป่า
6.ใส่ปุ๋ยต้นผักหวานป่า

การใส่ปุ๋ยต้นผักหวานป่า

ที่สำคัญลุงสำรียังเน้นสร้าง “สวนผักหวานป่าแบบปลอดภัย” เพื่อให้ได้ยอดผักหวานป่าปลอดสารพิษ จึงเน้นการใช้ชีวภาพ ทั้งปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยปลาหมัก และฮอร์โมนไข่ ซึ่งเป็นวัสดุในท้องถิ่น และเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารชีวภาพต่างๆ เพื่อใช้ในการดูแลรักษาต้นผักหวานป่าให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะ “ปุ๋ยและฮอร์โมนชีวภาพ” จะเน้นฉีดพ่นทางใบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ได้ “ยอดอ่อน” ที่ดี ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ตลอดทั้งปี

7.เน้นตัดแต่งกิ่งและทำสาว
7.เน้นตัดแต่งกิ่งและทำสาว

การตัดแต่งกิ่งผักหวานป่า

ภายใต้ “การตัดแต่งกิ่ง” ผักหวานป่า ทุกปีที่จะเน้นตัดแต่งกิ่งที่แห้ง และโทรมทิ้งไป พร้อมกับเลือกเฉพาะกิ่งที่แข็งแรงสมบูรณ์เอาไว้ ประกอบกับลุงสำรีได้มี “เทคนิคการตัดแต่งกิ่ง” เพื่อให้ได้ทรงพุ่มตามที่ต้องการ และง่ายต่อการเก็บผลผลิตนั้น จะต้องเริ่มแต่งกิ่งเมื่อผักหวานป่ามีอายุ 1.8 ปีขึ้นไป

อีกทั้งการตัดแต่งกิ่งผักหวานป่านั้นยังให้ผลผลิตได้บางส่วนด้วย  แต่ไม่มาก เพราะผักหวานป่าจะให้ผลผลิตมากขึ้นตามอายุ ช่วงที่ผักหวานป่าจะให้ผลผลิตได้อย่างเต็มที่ต้องมีอายุ 3 ปีขึ้นไป การตัดแต่งกิ่งจึงเน้นไปที่การตัดแต่งกิ่งเล็ก กิ่งน้อย ที่เป็นแขนง เป็นดิ่งกระโดงให้ได้รูปทรง ควบคู่ไปกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพียง 2 ครั้ง/ปี

โดยเฉพาะในช่วงที่เห็นว่าผักหวานป่าแตกใบเยอะ แต่ไม่แตกยอด ที่สำคัญไม่ควรตัดแต่งกิ่งในฤดูฝน เพราะการที่ผักหวานป่าได้รับน้ำเข้าไปเป็นจำนวนมาก จะเปลี่ยนจากยอดเป็นกิ่ง กลายเป็นใบแก่อย่างรวดเร็ว ดังนั้นช่วงที่เหมาะสมในการตัดแต่งกิ่งก็คือ ช่วงปลายปี ระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค. โดยเลือกตัดแต่งกิ่งที่เริ่มจะหมดยอด จะเปลี่ยนเป็นสีดำ และตัดให้ต่ำจากกิ่งที่เปลี่ยนเป็นสีดำลงมาประมาณ 15-25 ซม.

ส่วนกิ่งง่าม หรือกิ่งกระโดง ที่คาดว่าจะไม่โตให้ตัดทิ้งไป เหลือไว้เพียง 1-2 กิ่ง เพื่อรับน้ำ และสังเคราะห์แสง คัดเลือกเฉพาะกิ่งที่มีขั้วสีเขียวที่ให้ผลผลิตดี การตัดแต่งกิ่งให้ได้รูปอย่างเหมาะสมจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องตัดแต่งกิ่งพืชพี่เลี้ยงของผักหวานป่าอย่าง “มะขามเทศ” ให้โปร่งแสง มีแสงรำไร จะช่วยกระตุ้นการแตกยอดอย่างสม่ำเสมอ ก่อนจะบำรุงรักษาให้ยอดอ่อนที่อวบใหญ่สมบูรณ์ตลอดทั้งปี

8.การทำสาวช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
8.การทำสาวช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

การดูแลและบำรุงต้นผักหวานป่า

เมื่อต้นผักหวานป่ามีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น หรือลดลง ขึ้นอยู่กับการดูแลและบำรุงต้นผักหวานป่าเป็นหลัก เมื่อเห็นว่าต้นผักหวานป่ามีอัตราการแตกยอดลดลง สามารถ “ทำสาวผักหวานป่า” ที่จะทำให้ต้นผักหวานป่ามีความสมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้ง แตกยอดได้ดีเหมือนเดิม

ซึ่งการทำสาวต้นผักหวานป่าสามารถทำได้ 2 วิธี ก็คือ การทำสาวที่ต้องตัดกลางลำต้นในระดับ หรือหน้าอก ด้วยเลื่อย (ตัดสูง) เมื่อมีการให้ปุ๋ยและน้ำไปแล้วจะได้กิ่งก้านสาขาออกมาเป็นต้นใหม่ กิ่งใหม่ แตกยอดเก็บผลผลิตได้ในปริมาณที่มากขึ้น

แต่จำนวนต้นจะน้อยกว่าการทำสาวแบบ “ตัดต่ำ” หรือการทำสาวแบบ “ตัดโคนต้น”  ให้มีลำต้นโผล่ขึ้นมาเหนือดินเพียง 3-4 นิ้ว แล้วเขี่ยดินกลบทับโคนต้นผักหวานป่า รดน้ำให้ชุ่ม ให้ปุ๋ยคอกแล้วจะเริ่มมีกิ่งแตกขึ้นมาค่อนข้างมาก การแตกกิ่งจะดีกว่า และโตเร็วกว่าแบบตัดสูง ให้ยอดดี มีปริมาณมาก เหมือนผักหวานป่าอายุน้อยเลยทีเดียว เมื่อผลผลิตเริ่มแตกยอด เก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยลง ก็สามารถกลับมาทำสาวผักหวานป่าได้อย่างต่อเนื่อง หรือทุก 5 ปี

9.รางวัลผักหวานป่าดีเด่น-มาตรฐาน-GAP
9.รางวัลผักหวานป่าดีเด่น-มาตรฐาน-GAP

การได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น

วันนี้ลุงสำรีจึงได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์เกษตรกรพอเพียง สาขาเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน ประธานกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษจังหวัดสระบุรี และยังได้รับคัดเลือกให้เป็น “สวนผักหวานป่าดีเด่น” จากหน่วยงานภาครัฐมาตลอด 7 ปี

10.การเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องผักหวานป่า
10.การเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องผักหวานป่า

การให้ความรู้เรื่องผักหวานป่าแก่เกษตรกร

จึงต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากร มุ่งให้ความรู้เรื่องผักหวานป่าแก่เกษตรกร ทั้งในและนอกพื้นที่ ที่สนใจเกี่ยวกับผักหวานป่า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสวนผักหวานป่าให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพพื้นที่ของประเทศที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ส่งผลให้ผู้ที่สนใจจะปลูกผักหวานป่ายังขาดองค์ความรู้ในเรื่องนี้ ซึ่งลุงสำรียินดีเป็นที่ปรึกษา ช่วยวิเคราะห์ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมกับดำเนิน การปลูกผักหวานป่า ให้มีอัตราการรอดที่มากกว่า 99.99%

11.การปลูกผักหวานป่า ยอดเหลือง ขายได้ 80-150 บาท/กก. มีตลาดผักปลอดสารพิษรองรับทั้งปี
11.การปลูกผักหวานป่า ยอดเหลือง ขายได้ 80-150 บาท/กก. มีตลาดผักปลอดสารพิษรองรับทั้งปี
บริษัทเข้ามารับซื้อผลผลิตผักหวานป่า
บริษัทเข้ามารับซื้อผลผลิตผักหวานป่า
12.ผักหวานป่าปลอดสารพิษ
12.ผักหวานป่าปลอดสารพิษ

ภายใต้การขับเคลื่อนของกลุ่มเกษตรกรแห่งนี้ เป็นผักหวานป่าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ดังนั้นผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าผักหวานป่าบ้านหมอ เพื่อให้ผักหวานป่าเป็นที่รู้จักมากขึ้น และให้ผักหวานป่าเป็นพืชสุขภาพ และเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป

สนใจยอดผักหวานป่าปลอดสารพิษ, ต้นกล้าผักหวานป่า, กิ่งพันธุ์ผักหวานป่า, รับจ้างปลูกผักหวานป่าทั่วประเทศ ติดต่อได้ที่ ลุงสำรี ชาคำมูล ที่อยู่ 26 หมู่ 3 ต.หนองบัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี โทร.089-072-0463