ปลูกแตงกวา ให้ได้ผลผลิตคุณภาพ
ปลูกแตงกวา ให้ได้ผลผลิตคุณภาพ

“แตงกวา” เป็นพืชอายุสั้น ให้ผลผลิตเร็ว สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้เกษตรกรบางกลุ่มหันมายึดอาชีพ ปลูกแตงกวา เป็นอาชีพหลัก หรืออาชีพเสริม สร้างรายได้ เนื่องจากการปลูกแตงกวาไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงแต่ผู้ปลูกต้องมีแหล่งน้ำที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญทำให้แตงกวาเจริญเติบโตและให้ผลผลิต ขณะเดียวกันผู้ปลูกต้องดูแลเอาใจใส่แปลงปลูกด้วยตนเอง เพราะแตงกวาเป็นพืชอายุสั้น หากเกิดปัญหาหรือผิดพลาดอาจเกิดความเสี่ยงและเสียหายได้

1.คุณเกียรติศักดิ์ ธรรมวงษ์ (ขวามือ)
1.คุณเกียรติศักดิ์ ธรรมวงษ์ (ขวามือ)

ปลูกแตงกวา

คุณเกียรติศักดิ์ และคุณวาสนา ธรรมวงษ์ สองสามีภรรยา แห่ง ต.เมืองพลับพลา อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ที่ยึดอาชีพปลูกแตงกวาสร้างรายได้บนพื้นที่ 3 ไร่ มาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีแล้ว

ด้วยความที่คุณเกียรติศักดิ์มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกประมาณ 27 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินในกรรมสิทธิ์ของ สปก.เสียภาษีค่าเช่าเป็นรายปี ปกติพื้นที่ทั้ง 27 ไร่ จะใช้ปลูกข้าวนาปีพันธุ์ กข 105 เพื่อจำหน่ายให้โรงสีในพื้นที่ และเก็บไว้บริโภคเองส่วนหนึ่ง พอเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จตนก็ต้องดิ้นรนออกไปหารายได้ทางอื่น เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังไม่ได้เพราะน้ำไม่เพียงพอ ทั้งสองสามีภรรยาจึงปรึกษากันว่าจะต้องหาพืชอายุสั้นจำพวกผักที่ให้ผลผลิตเร็วมาสร้างรายได้ระหว่างรอการทำนาปี

คุณวาสนา ธรรมวงษ์
คุณวาสนา ธรรมวงษ์

จึงทดลอง ปลูกแตงกวา ประมาณ 1 ไร่เศษก่อน เมื่อแตงกวาเริ่มให้ผลผลิตจึงเก็บขายในราคา 10 บาท/ถุง ให้แก่เพื่อนบ้าน  ขณะเดียวกันในพื้นที่เองมีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกพืชผักอายุสั้น อาทิ พริก มะเขือ แตงกวา แคนตาลูป ฟักทอง ฯลฯ

ในช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จเป็นการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ และเกิดรายได้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างรอปลูกข้าวนาปีในฤดูกาลต่อไป ส่วนใหญ่จะขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เพาะปลูกเอง หรือบางคนอาศัยน้ำจากลำห้วยในพื้นที่ เมื่อมีบุคคลหนึ่งเป็นตัวอย่างหันมาปลูกพืชผักขาย และมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงสวน ทำให้เกษตรกรอีกหลายคนเริ่มมาปลูกพืชผักกันบ้าง  เมื่อมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงสวน  ทำให้หลายคนแบ่งพื้นที่มาปลูกพืชผักเป็นอาชีพหลัก

2.เมล็ดพันธุ์ที่เลือกใช้มาตลอด
2.เมล็ดพันธุ์ที่เลือกใช้มาตลอด
การยกร่องปลูกแตงกวาโดยใช้พลาสติกคลุมร่องเพื่อป้องกันวัชพืช
การยกร่อง ปลูกแตงกวา โดยใช้พลาสติกคลุมร่องเพื่อป้องกันวัชพืช

สภาพพื้นที่ปลูกแตงกวา

ซึ่งคุณเกียรติศักดิ์ก็เช่นกัน หลังจากทดลองปลูกแตงกวาไป 1 ไร่ จนประสบความสำเร็จ เห็นว่ามีรายได้เข้ามาทุกวันช่วงเก็บผลผลิต จึงตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกแตงกวาเพิ่มเป็น 3 ไร่ โดยเลือกเมล็ดพันธุ์ของ บริษัท สยามสตาร์ซีดส์ จำกัด ตราขวัญฟ้า 453 และแจ่มฟ้า 410 มาปลูก เพราะเห็นว่าขึ้นค้างดี ให้ผลดก และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินปนทราย จากนั้นจึงลงทุนวางระบบน้ำหยดในแปลงปลูกเพิ่มความชุ่มชื้นให้ระบบรากหาอาหารได้ดี ทำให้แตกแขนงและติดลูกดก

“ผมเคยใช้เมล็ดพันธุ์แตงกวาของบริษัทอื่นมาปลูกแล้วแต่ไม่ประทับใจ เพราะลูกไม่ดกเท่ากับเมล็ดพันธุ์ของบริษัท สยามสตาร์ซีดส์ จำกัด” คุณเกียรติศักดิ์ให้เหตุผลพร้อมอธิบายถึงขั้นตอนการปลูกแตงกวาในแบบฉบับของตนว่า ขั้นตอนแรกไถปรับพื้นที่เพื่อตากหน้าดินไว้ก่อน แล้วนำรถมาไถพรวนพร้อมกับยกร่องประมาณ 54 ร่อง/3 ไร่

3.การวางระบบสายน้ำหยดภายในแปลงปลูก
3.การวางระบบสายน้ำหยดภายในแปลงปลูก

การให้ปุ๋ยและน้ำแตงกวา

พอยกร่องเสร็จโรยปุ๋ยสูตร 15-15-15 ให้ครบทุกช่อง วางสายน้ำหยดให้ครอบคลุมผ้ายางเพื่อรักษาความชุ่มชื้นหน้าดินเอาไว้ และป้องกันวัชพืช จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ 1-2 เมล็ด/หลุม แปะติดกับมูลวัว 1 กำมือ แล้วหยอดลงในหลุมปลูก เมื่อเถาแตงเริ่มเจริญเติบโตจะให้น้ำช่วงเช้า 1 รอบ/วัน พอแตงกวาอายุได้ 7-10 วัน

จึงใส่ปุ๋ยทางสายน้ำหยดวันเว้นวัน เพื่อให้แตงกวาเจริญเติบโต ยอดอวบ สมบูรณ์ พร้อมขึ้นค้าง เมื่ออายุ 10-20 วัน จึงให้ฮอร์โมนผสมกับยาเชื้อราผ่านสายน้ำหยดอีกครั้ง พร้อมกับนำไปฉีดพ่นทางใบประมาณสัปดาห์ละครั้ง เมื่อยอดแตงกวายาวพอที่จะขึ้นค้างได้แล้วจะนำเชือกมาผูกโยงขึ้นไปบนค้าง ให้ยอดแตงกวาขึ้นค้างได้เร็วขึ้น

4.การติดลูกดก
4.การติดลูกดก

การบำรุงดูแลแตงกวา

หลังจากแตงกวาเริ่มขึ้นค้างจนอายุได้ 21-28 วัน จะเป็นช่วงออกดอกพร้อมติดจั่น จึงให้ปุ๋ยผ่านสายน้ำหยดเหมือนเดิม แต่จะลดการผสมยาเชื้อราในช่วงฉีดพ่นทางใบ เพราะจะทำให้ดอกเหี่ยว และไม่ค่อยติดลูก นอกจากนี้ยังให้น้ำหมักที่หมักเองมาบำรุงต้นผ่านทางสายน้ำหยดด้วยอีกทางหนึ่ง

พอแตงกวาเริ่มติดผลอ่อนจะให้น้ำบ่อยขึ้น พร้อมกับฉีดฮอร์โมนจำพวกแคลเซียม โบรอน แมกนีเซียม และอะมิโน เพื่อกระตุ้นการแตกแขนงและบำรุงผลให้ได้ตามขนาดไซซ์ที่ตลาดต้องการ โดยสังเกตว่าผลแตงกวามีขนาดเท่าด้ามปากกา รอเวลาอีก 3 วัน ก็จะเก็บขายได้

5.ขนาดไซซ์ที่เก็บได้
5.ขนาดไซซ์ที่เก็บได้

การเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงกวา

ซึ่งพื้นที่ปลูกประมาณ 3 ไร่ คุณเกียรติศักดิ์กับภรรยาจะเก็บผลผลิตกันเอง โดยเริ่มเก็บตั้งแต่เวลาตี 3 จนถึงเช้า แล้วมาคัดไซซ์แพ็คใส่ถุงด้วยตนเอง  หรือบางช่วงที่ผลผลิตออกมาก จึงจ้างแรงงานในหมู่บ้านมาช่วยเก็บประมาณ 2 คน ให้ค่าแรง 200 บาท/วัน

ซึ่งผลผลิตที่เก็บได้ในแต่ละวันจะอยู่ที่ 600-1,000 กิโลกรัม/รอบ ส่งขายให้พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อถึงสวนในราคา 8 บาท/กก. ส่วนแตงกวาที่มีขนาดไซซ์ไม่สวยจะแพ็คใส่ถุงนำไปขายให้กับเพื่อนบ้านราคาถูกๆ 10 บาท/ถุง

6.ผลผลิตที่ยังไม่ได้คัดไซซ์
6.ผลผลิตที่ยังไม่ได้คัดไซซ์

รายได้จากผลผลิตแตงกวา

ครอบครัวคุณเกียรติศักดิ์จึงมีรายได้ประมาณ 6,000-8,000 บาท/วัน โดยระยะเวลาการเก็บผลผลิตอยู่ที่ 1 เดือน กับอีก 10 วัน แต่ถ้าสภาพอากาศแปรปรวนบ่อยๆ เช่น ฝนตกในฤดูร้อน หรือฝนตกในฤดูหนาว เป็นต้น จะทำให้ระยะเวลาการเก็บผลผลิตสั้นลงเหลือ 20 วัน/ครอป เท่านั้น  เนื่องจากสภาพอากาศเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ  และมีผลต่อการติดดอก ออกผล

“ฤดูหนาวช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ราคาแตงกวาจะสูงถึง 25 บาท/กก. แต่ถ้าฤดูอื่นราคาจะไม่ต่ำกว่า 8 บาท/กก.” คุณเกียรติศักดิ์อธิบาย พร้อมเผยถึงต้นทุนของการ ปลูกแตงกวา /ครอปว่าเมื่อคิดคำนวณต้นทุนแล้วพบว่ามีต้นทุนประมาณ 3,000 บาท/ไร่ เท่านั้น เพราะทางสวนไม่ค่อยจ้างแรงงาน ส่วนใหญ่จะลงมือทำเองทั้งหมด จึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ส่วนรายได้ที่ยังไม่ได้หักต้นทุนอยู่ที่ 30,000-50,000 บาท/ไร่

หลังจากแตงกวาให้ผลผลิตจนหมดครอปแล้ว คุณเกียรติศักดิ์จะไม่รื้อผ้ายางคลุมร่องแตงกวาออก แต่จะตัดเถาหรือยอดแตงออกให้หมด แล้วนำเมล็ดถั่วฝักยาวมาปลูกลงในหลุมเดิมของแตงกวาแทน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณเกียรติศักดิ์ และคุณวาสนา ธรรมวงษ์ โทร.08-8475-4618

อ้างอิง : นิตยสารผักเศรษฐกิจ 

สนับสนุนโดย