ต้นทุเรียนแซมในสวนปาล์มน้ำมัน และธุรกิจ พันธุ์ไม้
ต้นทุเรียนแซมในสวนปาล์มน้ำมัน และธุรกิจ พันธุ์ไม้

การประสบความสำเร็จด้านธุรกิจเกษตรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจในอาชีพอย่างลึกซึ้ง ช่างสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญต้องจำแล้วนำมาปฏิบัติ เช่นเดียวกับ คุณราเชนทร์ ยอดยิ่ง พันธุ์ไม้

นักธุรกิจเกษตรที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพเกษตร เขาได้ผันตัวเองมาจากเกษตรกรคนเล็กๆ ที่มีความชื่นชอบเกษตรกรเป็นชีวิตจิตใจ จากความขยัน และอดทนต่อสู้ ล้มลุกคลุกคลานกับอาชีพมานาน กระทั่งได้พัฒนาต่อยอดอาชีพด้วยการเปิดร้านจำหน่าย พันธุ์ไม้ นาๆ ชนิด พร้อมกับรับออกแบบจัดสวนประเภทต่างๆ ภายใต้ชื่อ “ราเชนทร์พันธุ์ไม้” อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

1.ต้นทุเรียนแซมในสวนปาล์มน้ำมัน
1.ต้นทุเรียนแซมในสวนปาล์มน้ำมัน

สภาพพื้นที่ปลูกต้นทุเรียนแซมในสวนปาล์มน้ำมัน

นอกจากธุรกิจด้านจำหน่าย พันธุ์ไม้ แล้ว คุณราเชนทร์ยังหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจ อย่าง ปาล์มน้ำมัน เพื่อสร้างรายได้ และเป็นการใช้สอยพื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดคุณค่ามากที่สุด ภายในพื้นที่เพาะปลูกจึงถูกจัดสรรปันส่วนให้เหมาะแก่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว และพืชผสมผสาน

ส่วนใหญ่ดินแห่งนี้มีสีแดงคล้ายกับสีของถนนลูกรัง แต่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์ดี “เมื่อก่อนปลูกข้าวโพดต้นสูงถึง 2 เมตร หักฝักข้าวโพดไม่ถึงเลย เพราะดินมันดี ปุ๋ยก็ไม่ต้องใส่” คุณราเชนทร์อธิบายถึงสภาพดินเมื่อหลายปีก่อนที่มีความสมบูรณ์ และให้ความเห็นว่าสภาพดินในทุกวันนี้หากไม่มีการฟื้นฟูย่อมจะส่งผลเสียเป็นอย่างมาก ทำให้พืชที่นำมาปลูกได้รับผลกระทบตามไปด้วย และผู้ปลูกก็จะสูญเสียต้นทุนในการฟื้นฟูสภาพดิน บำรุงพืช

จึงได้ปลูกปาล์มน้ำมันไว้ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 20 กว่าปี เก็บผลผลิตได้ประมาณ 30 ตัน/รอบ เป็นสายพันธุ์ลูกผสมเทเนอร่าจำนวน 800 ต้น มีระยะปลูก 8×6 เมตร พร้อมกับปลูกต้นลองกอง มะม่วง ทุเรียน และไผ่ซางนวล มาปลูกแซมในร่องปาล์ม เพื่อเป็นการทดลองถึงความเป็นไปได้ในการอยู่ร่วมกันของไม้แซมในสวนปาล์ม

ถัดมาก็เป็นแปลงปลูกปาล์มน้ำมันเล็กจำนวน 200 ต้น ระยะ 5×5 เมตร โดยนำขี้ไก่แกลบมารองก้นหลุมก่อนปลูกจำนวน 1 กระสอบ/หลุม จากนั้นได้รดน้ำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มไนโตรเจนให้กับต้นปาล์มด้วยสูตรเสมอ 15-15-15 และนำมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์มาปลูกแซมในแถวปาล์ม วิธีนี้ทำให้ปาล์มน้ำมันสามารถเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะได้รับสารอาหารจากปุ๋ยที่นำมาใส่ต้นมะละกอ ปัจจุบันปาล์มเล็กมีอายุประมาณ 2 ปีเศษ และกำลังให้ผลผลิตประมาณ 3-4 ตัน/รอบ

2.ผลปาล์มใกล้จะเก็บได้แล้ว
2.ผลปาล์มใกล้จะเก็บได้แล้ว

การเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมัน

“ปัญหาที่ชาวสวนปาล์มพบส่วนใหญ่ คือ พอช่วงผลผลิตออกจะใช้เวลาตัดอยู่ที่ 3 วัน เสร็จ แต่ช่วงผลผลิตออกเยอะจะกลายเป็นตัด 5 วัน เสร็จ พอตัดลำช้าลูกสุกงอมจะร่วงอยู่ใต้โคนมาถึง 2-5 กิโลกรัม หากจ้างคนมาเก็บลูกร่วงมันก็แทบไม่คุ้ม เพราะมันเก็บน้อย พอลูกร่วงทะลายปาล์มที่แทงมาก็เอาไปขายไม่ได้ ต้องเอามานั่งสับกลายเป็นปาล์มสับไป” คุณเราเชนทร์กล่าวสะท้อนถึงปัญหาที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตร

เนื่องจากปัจจุบันแรงงานรุ่นใหม่จะไม่นิยมทำสวน ส่วนใหญ่บางคนมุ่งหน้าเข้ามาทำงานในเมืองกรุง หรือเมืองอุตสาหกรรม ส่งผลให้แรงงานในภาคการเกษตรขาดแคลน บวกกับสภาวะอากาศที่แปรปรวนทำให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ลานเทและโรงงานก็กดราคารับซื้อ เกษตรกรจึงเปรียบเหมือนผู้ไม่มีทางเลือกต้องพบกับภาวะเสี่ยงรอบด้าน

3.ผลผลิตปาล์มน้ำมัน
3.ผลผลิตปาล์มน้ำมัน

รายได้จากผลผลิตปาล์มน้ำมัน และพืชหลากหลายชนิด

นอกจากปาล์มน้ำมันที่นำรายได้มาสู่ครอบครัวแล้ว ยังมีพืชเชิงเดี่ยวที่ให้ผลผลิตดี อย่าง มะละกอพันธุ์แขกดำ ที่ได้เลือกมาปลูกเพราะมองว่าตลาดผู้บริโภคกว้าง เพราะขายผลผลิตได้ทั้งแบบสุกและดิบ แม้ว่าจะมีราคารับซื้อที่ค่อนข้างต่ำกว่ามะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ 10 บาท/กก. ก็ตาม ตนจึงเลือกมาปลูก 1,000 ต้น โดยได้ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เช่น การรดน้ำ ที่มีการควบคุมปริมาณน้ำในการรดต้นมะละกอแต่ละครั้งไม่ให้แฉะหรือแช่ขังต้นมะละกอจนเกินไป ซึ่งการรดน้ำจะต้องใช้แรงงานคนเดินลากสายยางรดต้นมะละกอ

การบำรุงต้นมะละกอด้วยการใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในช่วงที่ต้นเล็ก พร้อมกับใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-0 ลงไปอีกครั้ง เพื่อเร่งดอกมะละกอ และสุดท้ายใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-13 เพื่อทำให้มะละกอติดผล เมื่อมะละกอติดผลจะให้คนงานในสวนมาทำการโยงเชือกเพื่อป้องกันลมที่จะพัดพาต้นมะละกอหักโค่นเสียหาย ขณะที่มะละกออายุได้ 8 เดือน ก็จะเริ่มทยอยเก็บผลผลิตและสามารถเก็บไปจนถึง 2 ปี ทำให้คุณราเชนทร์มีรายได้จากการขายมะละกอประมาณ 4,000,000 บาท

4.สวนปาล์มน้ำมัน
4.สวนปาล์มน้ำมัน

การจำหน่ายกิ่ง พันธุ์ไม้ นานาชนิด

เนื่องจากคุณราเชนทร์ได้เติบโตมาจากธุรกิจพันธุ์ไม้ ทำให้พื้นที่อีกส่วนหนึ่งได้ถูกปันส่วนไปปลูกพ่อแม่พันธุ์ไม้นานาชนิด และยังเป็นแปลงบ่มเพาะพันธุ์ไม้ทุกชนิดที่รอส่งลูกค้าต่างจังหวัด อาทิ ต้นธัมมัง 22 ต้น ซึ่งจะนำเมล็ดมาเพาะกล้าขายต้นละ 5 บาท หรือประมาณ 500,000 บาท/ปี

มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ที่เน้นปลูกไว้ตอนกิ่งเพียงอย่างเดียว สามารถตอนกิ่งได้ 3,000 กิ่ง/รอบ หรือ 9,000 กิ่ง/ปี ขายกิ่งละ 10 บาท ส้มจีนตอนกิ่งๆ ละ 30 บาท กาแฟ มะม่วง ทุเรียน อินทผลัม ยางพารา เกาลัดอินเดีย เงาะ พริกไทย ชะอม ผักเหลียง มะพร้าวแคระ ต้น frog และดอกพุด ฯลฯ

วันนี้การประสบความสำเร็จในธุรกิจเกษตรของคุณราเชนทร์ได้เป็นผลงานที่ประจักษ์แก่สายตาของใครหลายๆ คน “งานเกษตรมันเป็นงานที่ท้าทาย และเป็นสิ่งที่ผมรัก” คุณราเชนทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น

สนใจ พันธุ์ไม้ หรือวิธีการทำสวนปาล์มติดต่อได้ที่ คุณราเชนทร์ ยอดยิ่ง โทร.08-1892-1235

สนับสนุนโดย