ไม้เศรษฐกิจ ไม้โตเร็ว 
ไม้เศรษฐกิจ ไม้โตเร็ว 

ไม้เศรษฐกิจ ไม้โตเร็ว 5 ชนิด โรงไฟฟ้าญี่ปุ่น รับซื้อ ภายใต้มาตรฐาน FSC

คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการจัดเสวนาวิชาการเรื่อง “ ไม้เศรษฐกิจ พลังงาน บนฐานความยั่งยืน” ขึ้น และยังมีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัท สยามฟอร์เรสแมเนจเม้นท์ จำกัด ในกลุ่มบริษัท สยามสตีล ในการพัฒนาป่าเศรษฐกิจ

ภายใต้โครงการ “ม.เกษตรจับมือภาคเอกชนปลูกป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  1 ล้านไร่ นำร่องในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี” เพื่อเป็นโครงการนำร่อง โดย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เข้าร่วมเป็นประธาน

ข้อมูลการปลูกไม้โตเร็ว
ข้อมูลการปลูก ไม้โตเร็ว

นอกจากนี้ นายสุรพล คุณานันทกุล กรรมการบริหาร บริษัท สยามฟอร์เรสแมเนจเม้นท์ จำกัด ยังได้มอบเงินสนับสนุนมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กว่า 2 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นโครงการนำร่อง โดยเล็งเห็นว่าประเทศไทยนั้นมีเชื้อเพลิง หรือสามารถพัฒนาเชื้อเพลิงด้านพลังงานได้เป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะ “กลุ่ม ไม้โตเร็ว ” ที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก และใช้หลักวิชาการด้านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนมาใช้ในการรับรอง ซึ่งชนิดพันธุ์ไม้เป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก 5 ชนิด ได้แก่

(1) กระถินเทพณรงค์ (Acacia sp.) ลูกผสม (Acacia mangium+A.auriculiformis)

เป็น ไม้โตเร็ว อยู่ในวงศ์ Leguminosae-Mimosoideae สกุล Acacia มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Acaciauriculiformis มีลักษณะลำต้นคดงอ มีเรือนยอดแผ่กว้าง แตกกิ่งก้านมาก และมักแตกกิ่งที่ระดับล่างของลำต้น

ทำให้คุณภาพเนื้อไม้ด้อยไปทั้งที่มีความแข็ง และเนื้อไม้มีสีน้ำตาลอ่อน สวยงาม ตลอดจนมีการยืดหดตัวน้อยมาก จึงไม่นิยมใช้ประโยชน์เพื่อการก่อสร้างหรือทำเฟอร์นิเจอร์ได้ แต่จะใช้เป็นไม้เชื้อเพลิง ทำฟืน และทำถ่าน ที่ให้พลังความร้อนสูง 4,000 kcal./kg. อีกทั้งยังมีค่ามวลชีวภาพทางใบและกิ่งสูง ให้ผลผลิต 41.47 ตัน/ไร่

(2) กระถินยักษ์ (Leucaena leucocephala)

เป็น ไม้โตเร็ว ที่มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี แม้ในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง หรือพื้นที่มีน้ำท่วมเป็นระยะ ก็สามารถขึ้นได้ ไม้กระถินยักษ์ใช้ทำฟืนได้ ให้ค่าความร้อนที่ 4,652  kcal./kg.  อีกทั้งการใช้ฟืนกระถินยักษ์จำนวน  2.75 กก. จะมีค่าเท่ากับใช้ก๊าซเหลวเป็นเชื้อเพลิง 1 กก. หรือเท่ากับค่าความร้อน 45,265 บีทียู/กก.

หากผลิตเป็นถ่านกระถินยักษ์จะให้ควันน้อย มีความร้อนสูงถึง  7,250 kcal./kg. (28,665 บีทียู/กก.) ในขณะที่น้ำมันให้ค่าความร้อน 10,000 kcal./kg. (39,469.5 บีทียู/กก.) ซึ่งค่าความร้อนจากกระถินยักษ์จะมีความร้อนสูง 70% ของน้ำมัน

(3) สนประดิพัทธ์ (Casuarina junhuniana)

เป็น ไม้โตเร็ว ที่มีเนื้อไม้สีขาวแกมเหลือง มีเสี้ยนตรงขนานกับแกน มีความแข็งแรงพอสมควร แต่เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย มีความทนทาน ตามธรรมชาติ 3-6 ปี สามารถอาบน้ำยาเข้าไปในเนื้อไม้ได้ง่าย เพิ่มความทนทานขึ้นมาได้ เนื้อไม้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น เสาโป๊ะ เสากระโดงเรือ ไม้ค้ำยันในการก่อสร้าง ทำฟืน และถ่าน ซึ่งจะให้ความร้อนสูงพอๆ กับไม้โกงกางและไม่แตกประทุเช่นเดียวกัน

(4) ยูคาลิปตัสทุกชนิด (Eucalyptus spp.)

เป็น ไม้โตเร็ว ที่มีการเจริญเติบโตดีที่สุด มีมวลชีวภาพของลำต้น และน้ำหนักต่อไร่มากที่สุด ให้ผลผลิต 30.74 ตัน/ไร่ ให้ค่าพลังงานความร้อน 4,500 kcal./kg. ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ยูคาลิปตัสเป็น ไม้โตเร็ว ที่ให้ผลผลิต 1,128.4 ตันสด ที่อายุ 3 ปี

สามารถผลิตให้พลังงานได้ 2,231,975 kcal. (ไม้ยูคาลิปตัสให้พลังงาน 1,978 kcal./kg. ที่ความชื้น 50%) พลังงานดังกล่าวสามารถนำไปใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 88 kW (ประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 30%) สำหรับ 1 รอบตัดฟัน

(5) เสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi)

เป็น ไม้โตเร็ว และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งในสภาวะที่ดินเป็นกรดจัด ดินเค็ม สภาพน้ำท่วม และแห้งแล้ง  ทนต่อไอน้ำเค็ม สามารถเจริญเติบโตและกระจายพันธุ์ได้ดีมากในที่ลุ่มน้ำขังตามขอบพรุ

เนื้อไม้ใช้ทำเสาบ้าน วงกบ ประตู หน้าต่าง นั่งร้าน และเสาเข็ม ลำต้นขนาดเล็กใช้ทำคันเบ็ด ไม้ค้างผัก ไม้หลักหมายแนวเขต ใช้ในงานแกะสลัก ผลิตไม้อัดซีเมนต์ เผาถ่านคุณภาพดี ให้ค่าความร้อนสูง หรือมีค่าความร้อน 4,400-4,500 kcal./kg. ควันน้อย แตกกระเด็นขณะติดไฟ ขี้เถ้าน้อย

5.การปลูกไม้ยูคา-ต้นกระถินแปรรูปเป็นวู้ดเพลเลท
5.การปลูกไม้ยูคา-ต้นกระถินแปรรูปเป็นวู้ดเพลเลท
1.ญี่ปุ่นทุ่ม-4000-ล้านเยน-จับมือเอกชนไทยสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากไม้โตเร็ว
1.ญี่ปุ่นทุ่ม-4000-ล้านเยน-จับมือเอกชนไทยสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจาก ไม้โตเร็ว

การสร้างโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจาก ไม้โตเร็ว ป้อนโรงไฟฟ้า

เชื้อเพลิงชีวมวล” เป็นเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพมากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนที่สามารถปลูกพืชพันธุ์ได้หลายชนิด อีกทั้ง “ชีวมวล” ยังเป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติที่ประเทศไทยมีอยู่ และใช้มานานแล้ว ที่รวมถึงทรัพยากรป่าไม้ หรือต้นไม้

ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทดแทนได้ (renewable resource) หมายถึง เมื่อนำออกมาแล้วมนุษย์สามารถปลูกทดแทนหมุนเวียนการใช้ได้ตลอดกาล หากมีการจัดการที่เหมาะสม แตกต่างจาก ปิโตรเลียม ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไปไม่สามารถสร้างใหม่ได้

ซึ่งจะเห็นว่าหลายประเทศมีความต้องการใช้ “ ไม้เศรษฐกิจ ” เพื่อทดแทนวัสดุ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากข้อตกลงที่จะลดการปลดปล่อยคาร์บอน Paris Agreement หรือ COP-21 ทั้งการต้องการใช้ไม้เฟอร์นิเจอร์และไม้เพื่อที่อยู่อาศัย

รวมไปถึงการใช้ไม้เพื่อเป็นพลังงาน ที่นับวันจะมีความต้องการเป็นจำนวนมาก ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ  เช่น Wood Pellet, Wood Chip, Pulp and Paper แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบนั้นจะต้องผ่านการรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนตามมาตรฐานในระดับที่ต่างประเทศนั้นๆ ให้การยอมรับเสียก่อน

ซึ่งมาตรฐานที่ใช้ในการรับรองนี้จะมุ่งเน้นถึงความถูกต้องตามกฎหมาย และความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นหลักสำคัญ

ซึ่งประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการ “ ไม้เศรษฐกิจ ” อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ ด้วยการอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งการรับฟังข้อเสนอ ความคิดเห็น และแนวทางตั้งแต่ต้น ทั้งในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อยกระดับ ไม้เศรษฐกิจ ของไทย

2.บรรยากาศก่อนพิธีลงนามความร่วมทุนของญี่ปุ่นกับบริษัทเอกชนไทย
2.บรรยากาศก่อนพิธีลงนามความร่วมทุนของญี่ปุ่นกับบริษัทเอกชนไทย

มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน FSC หรือ PEFC

ปัจจุบันประเทศไทยนำโดยภาครัฐได้มีการจัดตั้ง “คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน” ขึ้นมา เพื่อผลักดันและดำเนินการให้เกิดมาตรฐาน และเกิดองค์กรต่างๆ ที่ทำหน้าที่ในการรับรอง ไม้เศรษฐกิจ ไทย เพื่อการจัดการ ไม้เศรษฐกิจ อย่างยั่งยืน เสนอต่อรัฐบาลเพื่อการขับเคลื่อนต่อไป

ซึ่งสอดคล้องกับผู้ประกอบการไทยที่ได้ทราบถึงความต้องการใช้ Wood Pellet เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าทดแทนการใช้ถ่านหิน และนิวเคลียร์ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก แต่ทว่า Wood Pellet ทั้งหมดจะต้องผ่านการรับรองจาก 2 มาตรฐานนี้ก่อน

นั่นก็คือ มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน FSC หรือ PEFC และมาตรฐานที่ 2 ก็คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงพลังงาน ซึ่งถ้าหากสินค้าหรือ Wood Pellet ของไทยผ่านมาตรฐานทั้งสองนี้ ประเทศญี่ปุ่นจะทำสัญญาเพื่อรับซื้อวัตถุดิบให้นานถึง 20 ปี

3.Mr_.Masami-Nakakubo-CEO-บริษัท-JC-Service-จำกัด
3.Mr_.Masami-Nakakubo-CEO-บริษัท-JC-Service-จำกัด

การจัดตั้งเครือข่ายการรับรอง ไม้เศรษฐกิจ ไทย

นั่นจึงเป็นที่มาในการจัดทำมาตรฐานขึ้นในประเทศไทย ภายใต้การนำของ ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก และ ดร.สุเทพ จันทร์เขียว ที่เป็นหัวหอกในการต่อสู้มาตลอด ตั้งแต่การจัดตั้ง “เครือข่ายการรับรอง ไม้เศรษฐกิจ ไทย(Thai – Forest Certification Network:T-CERN)

ซึ่งเป็นองค์การอิสระภาคเอกชน (NGOs) ที่ทำหน้าที่ในการให้บริการด้านวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองด้านป่าไม้ ทั้งในส่วนของการให้คำปรึกษา หรือจัดทำระบบ (Inspection Body) ให้แก่หน่วยงาน องค์กร ภาคเอกชน ต่างๆ ที่ต้องการขอการรับรองตามมาตรฐาน FSC หรือ PEFC รวมถึงมาตรฐานอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้าในตลาดปลายทาง เช่น JIA (Japan Gas Appliances Inspection Association ) สำหรับประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

4.กลุ่ม-บ.-JC-Service-จก.-ลงนามกับมก.คณะวนศาสตร์เพื่อวิจัยวัตถุดิบเชื้อเพลิงจากไม้โตเร็ว
4.กลุ่ม-บ.-JC-Service-จก.-ลงนามกับมก.คณะวนศาสตร์เพื่อวิจัยวัตถุดิบเชื้อเพลิงจากไม้โตเร็ว

การสนับสนุนดำเนินการให้เกิด 2 มาตรฐาน ทั้งมาตรฐานการจัดการและมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์

อีกทั้ง เครือข่ายการรับรอง ไม้เศรษฐกิจ (T-CERN) และคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ รวมทั้งมีเครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ บุคลากรที่มีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุน ดำเนินการให้เกิดมาตรฐาน ทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว ทั้งมาตรฐานการจัดการ และมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ ในราคาที่เหมาะสมและเป็นไปได้  จึงขอปรึกษาหารือผู้ประกอบการในประเด็น ดังต่อไปนี้

1) ความสนใจและความพร้อมของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ

2) การเข้าสู่ระบบการรับรองตามมาตรฐาน FM/CoC หรือ CW/CoC ในรูปแบบของ Group Certified (สร้างกลุ่มของโรงงานที่มีกิจกรรมเหมือนๆ กัน และขอรับการรับรอง) ใน 2 รูปแบบ คือ ผู้ประกอบการเสียค่าใช้จ่ายเองในการดำเนินการรับรอง หรือผู้รับซื้อเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรับรอง แต่หักคืนจากมูลค่าสินค้าที่ขายได้

3) มาตรฐานที่ท่านสนใจ FSC หรือ PEFC

4) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการรับประกันปริมาณ และคุณภาพสินค้า

5.KU-ร่วมลงนาม-กับ-บ.-สยามฟอเรสแมเนจเม้น-จำกัด-ในเครือสยามสตีล
5.KU-ร่วมลงนาม-กับ-บ.-สยามฟอเรสแมเนจเม้น-จำกัด-ในเครือสยามสตีล

การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพันธุ์ไม้โตเร็ว

อย่างไรก็ตามโดยมาตรการ หรือระบบของ FSC นั้น มีความเข้มงวดในเรื่องของความยั่งยืน ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการส่งเสริมให้ปลูกไม้รอบตัดฟันปานกลาง และรอบตัดฟันยาว เช่น ไม้ สัก ไม้พะยูง ไม้ประดู่ เป็นต้น จะต้องนำไปฝากไว้กับ ธกส. ภายใต้โครงการธนาคารต้นไม้ด้วย

ดังนั้น “ไม้โตเร็ว” จึงเป็น “ ไม้เศรษฐกิจ ” ที่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทของประเทศไทยที่มีพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก อีกทั้งเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเพาะปลูกภายใต้วิกฤติภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน หรือสอบถามเพิ่มเติม  ดร.สุเทพ จันทร์เขียว ผู้จัดการโครงการ

ขอขอบคุณข้อมูล สำนักประสานงานการพัฒนานวัตกรรม ศูนย์วิจัยป่าไม้ ชั้น 5 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-561-4761 ต่อ 512, มือถือ : 089-117-0419 Email : info@t-cern.org, sutep28@yahoo.com

สนับสนุนโดย