ผำ ที่วางขายตามตลาด
ผำ ที่วางขายตามตลาด

ผำ หรือไข่แหน จัดเป็นชื่อของพืชชนิดหนึ่งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ อาจลอยอยู่เป็นกลุ่มล้วนๆ หรือลอยปนกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น แหน, แหนแดง ไข่แหนเป็นพืชมีดอกขนาดเล็กที่สุด กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ในทวีปแอฟริกากลางและใต้ ในเกาะมาดากัสการ์ และในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณเขตศูนย์สูตรใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังพบในประเทศบราซิล ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศออสเตรเลีย

1.เกษตรกรกำลังช้อนผำจากแหล่งน้ำ ก่อนนำมาทำความสะอาด
1.เกษตรกรกำลังช้อนผำจากแหล่งน้ำ ก่อนนำมาทำความสะอาด
ขั้นตอนการทำความสะอาดผำ
ขั้นตอนการทำความสะอาดผำ

การขยายพันธุ์ผำ

ผำมีการขยายพันธุ์ มี 2 แบบ คือ

1.การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เนื่องจากไข่แหนเป็นพืชมีดอกขนาดเล็กที่สุด ดอกของไข่แหนจะเจริญเติบโตออกทางช่องข้างบนของต้น ดอกไม่มีกลีบดอก และไม่มีกลีบเลี้ยง ดอกตัวผู้จะมีเกสรตัวผู้ 1 อัน ประกอบด้วยอับละอองเรณู 2 อับ ดอกตัวเมียมีรังไข่ที่มี 1 ช่อง และมีไข่อยู่ 1 ใบ ก้านเกสรตัวเมียสั้น ยอดเกสรตัวเมียมีลักษณะแบน เมล็ดมีขนาดเล็ก กลมเกลี้ยง ยังไม่ปรากฏว่าไข่แหนมีดอกในประเทศไทย มีแต่รายงานการพบเห็นในประเทศอื่น ไข่แหนจะมีดอกและเมล็ดในราวๆ เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม

2.การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหน่อ ซึ่งมีผู้ทำการศึกษาการเจริญเติบโตแล้ว พบว่า โดยเฉลี่ยไข่แหนแต่ละต้นจะแตกหน่อให้ต้นใหม่ทุกๆ 5 วัน

2.ผำที่วางขายตามตลาด
2.ผำที่วางขายตามตลาด

ประโยชน์ของผำ

สามารถนำมาปลูกเลี้ยงไว้ในพื้นที่ขนาดเล็ก เหมาะแก่การนำมาใช้ทำเป็นอุปกรณ์ในการศึกษา เช่น การศึกษาอิทธิพลของสารควบคุมการขยายพันธุ์ของพืช เป็นอาหารของสัตว์น้ำ และสัตว์ปีก หลายชนิด นอกจากนี้ ไข่แหนยังมีแคลเซียม และเบต้าแคโรทีนสูง

3.บ่อเพาะเลี้ยงผำ
3.บ่อเพาะเลี้ยงผำ

การเพาะเลี้ยงไข่น้ำ (ผำ)

ขุดบ่อดินขนาดความลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตร และยาวประมาณ 4 เมตร นำพลาสติกสีดำรองพื้นในบ่อ เพื่อป้องกันมิให้น้ำซึมออก ใส่ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยคอก 20 กิโลกรัม ตามขนาดของบ่อ เติมจุลินทรีย์ประมาณ 0.5 ลิตร ปล่อยน้ำเข้าบ่อให้เต็ม แล้วนำพันธุ์ไข่น้ำใส่ลงไป ประมาณ 7 วัน จะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว สามารถเก็บไปจำหน่ายหรือรับประทานได้

ผำเป็นวัชพืชของสาหร่าย เลี้ยงไว้เพื่อใช้บริโภคในประเทศไทย  ผำ คือ พืชผักชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหาร ชาวชนบทนิยมใช้เป็นอาหาร ส่วนแนวโน้มที่จะพัฒนาผำเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด และความนิยมของผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ

ขอขอบคุณข้อมูล ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 (สงขลา)

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับที่ 363

สนับสนุนโดย