สารปรับสภาพดิน-สูตรปรับสภาพน้ำ-ชีวภาพ-“เพื่อแก้ปัญหาบ่อกุ้ง-บ่อปลา”-อย่างยั่งยืน
สารปรับสภาพดิน-สูตรปรับสภาพน้ำ-ชีวภาพ-“เพื่อแก้ปัญหาบ่อกุ้ง-บ่อปลา”-อย่างยั่งยืน

สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ ชีวภาพ “เพื่อแก้ปัญหาบ่อกุ้ง บ่อปลา” อย่างยั่งยืน

จากที่ทางเราได้คลุกคลีกับเกษตรกร ได้พูดคุยและรับรู้ถึงปัญหาของทุกวันนี้ การเลี้ยงสัตว์น้ำมีต้นทุนสูง เลี้ยงยากมากขึ้น ต้องมีการเพิ่มเติมเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีแต่เกษตรบางรายกลับยังไม่ประสบผลสำเร็จ จากปัญหาส่วนมากที่เกษตรกรพบเจอคือไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากคุณภาพของน้ำในการเลี้ยงเพียงอย่างเดียว

ยังต้องมองลึกลงไปถึงสภาพของพื้นบ่อที่ไม่ได้มีการปรับปรุงและดูแล จึงส่งผลเสียกระทบต่อปัจจัยในการเลี้ยงอีกหลายอย่าง  ไดนามิก พลัส สามารถช่วยปรับสภาพดินภายในบ่อจากดินที่เสียให้เป็นดินที่ดีได้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำ พารามิเตอร์ต่างๆ ให้ดีขึ้นตามสภาพพื้นบ่อ วันนี้ถ้าเกษตรกรสามารถทำดินพื้นบ่อให้ดีขึ้นได้ ผลผลิตก็จะดีเพิ่มขึ้น พร้อมลดต้นทุนในการผลิตไปในตัว

ปรึกษา ฟรี!

081-830-0559

095-556-6981

บริษัท เกษตรเคมีภัณฑ์ จำกัด ได้มีการค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปรับสภาพดิน ไดนามิก พลัส โดยใช้ในการปรับสภาพพื้นบ่อที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ โดยศึกษาปัญหาจากเกษตรที่เลี้ยงสัตว์น้ำหลายๆกลุ่มและรวบรวมปัญหากลับมาวิเคราะห์และศึกษาแนวทางการแก้ไขการประสบปัญหาของเกษตรได้ว่า

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกษตรพบเจอเป็นปัญหาลักษณะคล้ายๆกัน ต้นเหตุเกิดมาจากสภาพของดินภายใต้พื้นบ่อที่เกิดปัญหา เกิดการสะสมของเสีย โดยไม่มีการปรับปรุงและแนวทางแก้ไขที่ถูกวิธี เกษตรใช้วิธีการที่ผิดจึงส่งผลกระทบเสียหายต่อผลผลิตของเกษตรกรเป็นอย่างมาก

ทางบริษัทฯจึงพัฒนา สารปรับสภาพดิน ภายในบ่อที่มีคุณสมบัติตรงตามที่เกษตรกรต้องการ โดยมีการทดลองและเก็บข้อมูลให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะแก้ไขคุณภาพของดิน สามารถทำให้พื้นบ่อของเกษตรกรกลับมาดีขึ้น และมีผลผลิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

ห้อง-Lab-มาตราฐาน-สำหรับตรวจสอบคุณภาพ
ห้อง-Lab-มาตราฐาน-สำหรับตรวจสอบคุณภาพ

โดยใช้ส่วนประกอบหลักที่ทางบริษัทเลือกใช้นั้นเป็นสารชีวภาพที่มีความปลอดภัย ประกอบด้วย

  • ฮิวมัส มีหน้าที่เป็นอาหารเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในดิน ตั้งแต่จุลินทรีย์และสัตว์เล็กที่อาศัยอยู่ในดิน
  • อินทรีย์สาร หรือ OM ทำให้ธาตุอาหาร 3 ธาตุกลับคืนสู่ดิน ปรับโครงสร้างของดินให้ดีขึ้น เพิ่มจุลินทรีย์ให้ทำงานมากขึ้น และรักษาความเป็นกรด – ด่างภายในบ่อให้สมดุล
  • ปูนมาร์ล ทำหน้าที่ในการปรับปรุงดินที่เป็นกรดจัด ลดความรุนแรงของกรดภายในดิน
  • เพิ่มเติม วิตามิน ที่สำคัญพร้อมด้วย แร่ธาตุ ที่สำคัญต่อสัตว์น้ำ
Advertise-Banner-by-บริษัท เกษตรเคมีภัณฑ์-จำกัด
Advertise-Banner-by-บริษัท เกษตรเคมีภัณฑ์-จำกัด

ใช้ไดนามิก พลัส แล้วดีอย่างไร ?

ไดนามิก พลัส มีคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหาดินและน้ำเน่า มีฮิวมิคแอซิค ช่วยปรับปรุงและฟื้นฟูโครงสร้างของดินก้นบ่อ ลดการเกิดของเสียในบ่อ ลดการเกิดก๊าซไข่เน่า แก้ปัญหาน้ำหนืด กลิ่นโคลนในตัวสัตว์น้ำ แก้ปัญหาขี้แดด ช่วยปรับค่า pH รักษาสมดุลน้ำในบ่อกุ้งและบ่อปลา

ควบคุมค่าอัลคาไลน์ในน้ำ เพิ่มออกซิเจนในบ่อ สร้างห่วงโซ่อาหารภายในบ่อเพิ่มขึ้น ช่วยย่อยของเสีย อาทิ ขี้กุ้ง ขี้ปลา เศษอาหารตกค้าง ทำให้น้ำใสส่งผลให้แสงแดดสามารถส่องลงไปในบ่อน้ำได้ดี มีจุลินทรีย์ที่ช่วยในการย่อยสลายให้กุ้ง-ปลา มีอาหารกินตามธรรมชาติมากขึ้น

ยังช่วยเพิ่มธาตุอาหารหลัก อาหารรอง และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เพิ่มอัตราการแลกเนื้อมากขึ้น ช่วยให้สัตว์น้ำโตไว แข็งแรง ได้น้ำหนัก ช่วยให้กุ้งลอกคราบได้ดี แข็งแรง โตเร็ว ได้น้ำหนัก พร้อมทั้งลดต้นทุนในการผลิตและเป็นสารชีวภาพที่ปลอดภัย

วิธีการใช้ ไดนามิก พลัส สารปรับสภาพดิน
วิธีการใช้ ไดนามิก พลัส สารปรับสภาพดิน

วิธีการใช้ ไดนามิก พลัส อย่างเหมาะสม

ใช้ สารปรับสภาพดิน ไดนามิก พลัส ในการเตรียมบ่อเลี้ยงทุกครั้ง

  • บ่อเลี้ยงที่มีสภาพปกติใช้ในปริมาณ 1 กระสอบ/ไร่
  • บ่อเลี้ยงที่มีสภาพที่เสียใช้ในปริมาณ 2 กระสอบ/ไร่
  • สำหรับบ่อเลี้ยงกุ้งอายุ 20 วันใส่ครั้งละกระสอบ/ไร่ ทุกๆ 7 วันจนจบการเลี้ยง

ทางทีมนิตยสารสัตว์ได้มีตัวอย่างเกษตรกรที่ใช้ผลิตภัณฑ์มาเล่าประสบการณ์ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ หลังจากที่ได้ทดลองใช้ สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ ชีวภาพ ไดนามิก พลัส เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประสบผลสำเร็จในการทำธุริจในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอยากจะมาบอกต่อถึงคุณสมบัติที่ดีของ สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ ชีวภาพ ไดนามิก พลัส ว่าดีอย่างไรและมีเทคนิคในการใช้ สารปรับสภาพดิน ที่แตกต่างกันอย่างไร

ประจวบ-บุญลือพันธ์-พอใจ-สารปรับสภาพดิน-สูตรปรับสภาพนำ้-เป็นอย่างมาก
ประจวบ-บุญลือพันธ์-พอใจ-สารปรับสภาพดิน-สูตรปรับสภาพนำ้-เป็นอย่างมาก

คุณ ประจวบ บุญลือพันธ์

คุณประจวบบอกกับเราว่าได้ทดลองใช้สารปรับสภาพดิน ไดนามิก พลัส ในบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามร่วมกับกุ้งขาว พอหลังจากจับกุ้งแล้ววิดบ่อจนเสร็จ ได้เดินดูตามพื้นบ่อ พื้นบ่อมีสภาพที่ดูดี คุณประจวบบอกเลยว่าใช่ได้ เพราะได้ทดลองใช้แล้ว 4  ถุง  จะใช้เปลืองรอบแรก ข้างถุงแนะนำบอกว่าให้ใช้รองพื้นไร่ละ 1 ลูก

ถ้าคนมีที่ 100 ไร่ ก็ต้องใช้ 100 ถุง  แต่เราเป็นคนทดลองจะใช้ไร่ละ 8 กิโลหน่อยๆ เราเดินหว่านๆ ยิ่งที่ตอนดินกำลังแตกระแหงยิ่งดีใหญ่เลย พอหว่านแล้วเม็ดๆ จะลงไปอยู่ในดินที่แตกระแหง  พอหว่านลงไป แค่ 2 วัน และก็ให้น้ำเลย

สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ
สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ

พอดินได้น้ำ หน้าดินที่แตกจะปิดและอมเม็ด สารปรับสภาพน้ำ ไว้ด้านล่าง จุลลินทรีย์ จะไปเก็บของเสียที่อยู่ข้างล่าง พอ สารปรับสภาพน้ำ ทำปฏิกิริยาเก็บของเสียภายในน้ำ จากนั้นสูบน้ำออก สารปรับสภาพน้ำ ที่โดนน้ำประมาณสัก 5 ชั่วโมงผ่านจะเริ่มทำงานเลย

จำเข้าไปเก็บของเสียที่ดินก่อนรอบหนึ่ง จากนั้นเมื่อวิดน้ำพอแล้ว ลงปูนสมบรูณ์ดี ทำการฆ่าเชื้อ แต่อย่าทิ้งไว้นานถ้าเราทิ้งเอาไว้นาน จุลลินทรีย์ธรรมชาติจะแก่เกินไป ทำให้เป็นพิษ จะส่งผลร้ายกับดินเรา กุ้งในบ่อของเรา ต่อไปเอาปูนลงเพื่อปรับค่า pH จะเอาปูนร้อนหรือปูนขาวก็ได้ลง

คุณ ประจวบ บอกว่า เราเริ่มทำน้ำให้เหมาะกับการปล่อยลูกกุ้งพอเราปรับ pH ได้ ก่อนปล่อยลูกกุ้ง 7 วัน เริ่มใส่ สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ ตอนเที่ยงวันครึ่งกระสอบเพราะว่าสารตัวนี้เป็นสารทำให้ดินดี  เราต้องทำให้ดินดีก่อน พอดินดีแล้วเราค่อยมาทำให้น้ำดี ก่อนที่เราจะมาใส่เพิ่มอีกครึ่งกระสอบ เราจะทิ้งระยะห่าง เราจะลงยาฆ่าเชื้อ 2 วัน

ลงปูนเพื่อไปจับไปตัวเชื้อโรคที่ตาย ปูนจะไปหมกของเสีย ไม่ให้ฟุ้ง ให้ของเสียอยู่กับพื้น พอของเสียอยู่ตัว เราหว่าน สารปรับสภาพดิน ที่เหลืออีกครึ่งกระสอบตามไป จะเข้าไปทำให้น้ำเป็นกลาง ไปฟื้นฟูหน้าดินอีกครั้งหนึ่ง เพราะปูนจะกดของเสียลงอยู่แล้ว เอาตัวนี้ไปฟื้นฟูอีกครั้งหนึ่ง

ได้ทั้งน้ำและได้ทั้งดินหลังจากนั้นมาเราค่อยปล่อยกุ้ง อีก 3 วันข้างหน้า ลูกไร หนอนแดง อาหารธรรมชาติจะเกิดขึ้นมากมาย เพราะ สารปรับสภาพดิน ทางคุณประจวบ ได้ส่งตัวอย่างไปตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรบางเขน ได้รับมีการให้ข้อมูลว่ามีจุลลินทรีย์อยู่ 30% เป็นจุลลินทรีย์ธรรมชาติอยู่ในสารนี้

แต่เป็นเชื้อที่ชะงักแล้ว  เขาบอกว่าต้องโดนน้ำ ต้องมีความชื้น เชื้อถึงจะฟื้น ถึงจะเติบโตขึ้นมา จุลินทรีย์ 30 %  มีส่วนผสมของแร่ธาตุ  สังกะสี  ไม่ได้มาจากการปรุงแต่ง เกิดโดยธรรมชาติ

สารปรับสภาพนำ้ Dynamic Plus
สารปรับสภาพนำ้ Dynamic Plus

วิธีประเมินจำนวน สารปรับสภาพดิน ที่ต้องใช้

ทางคุณประจวบได้มีการบอกกับเพื่อนๆว่า สารปรับสภาพดิน ตัวนี้มีประสิทธิภาพที่ดี คุณประจวบใช้รุ่นที่ 1 ใช้ไป 4 ลูกๆละ 450 เป็นเงิน 1,800 บาท ไร่ละ 600 บาท

จากที่เคยใช้ 2,400 บาท/ไร่ ต้องแบกปูน  ต้องไปซื้อจุลลินทรีย์ที่ตลาดกิโลกรัมละ 180 บาท เอามาใส่ทุกๆ 7 วัน

หลังจากปล่อยกุ้ง อีก 20 วัน ก็หว่านอีกครึ่งกระสอบ ดินเราปรับไว้ดีอยู่แล้ว เราหว่านคุมไว้ พอ 20 วัน คุณภาพของน้ำจะลดลง เราก็เติมให้อยู่เท่าเดิม

และทิ้งช่วงไปอีก 15 วัน กุ้งได้ 35 วัน ก็ใส่ไปอีกครึ่งกระสอบ กุ้ง 35 วัน คราวนี้รอบหน้าไวหน่อย 45 วันเราใส่ไปครึ่งถุง

พอกุ้งเริ่มโตขี้กุ้งเริ่มเยอะ หว่านอาหารมากขึ้น 20 วันใส่ 15 วันใส่  รักษาระดับไว้อย่าปล่อยให้ดินเปลี่ยนแปลงกะทันหัน คุณภาพดิน คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงกะทันหัน กุ้งอาจจะตายได้  ต้องคอยเติมอยู่สม่ำเสมอ คุณประจวบ ได้ให้เทคนิคว่าอย่าใส่เกินความต้องการ ของดิน ของน้ำ ของกุ้ง

กุ้งต้องการเพียงแค่นี้ถ้าเหลือค้างพอได้อายุวันก็หมดคุณภาพ เสื่อมคุณภาพของมันเอง ของที่ดีนะไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ เราใช้น้อย ใช้บ่อยๆ

ใช้เพื่อซึมซับ กับนานๆใช้ครั้ง ใช้มันให้เกินเถิดไปเลย อย่างของเรา 20 วันใส่  15 วันใส่  10 วันใส่  10 วันใส่ 10 วันใส่ กับว่า 30 วันใส่

ถ้าเราใส่ทีเดียวแล้วชะลอเวลาไปนานครั้งหลังๆที่คุณภาพจะลดลง กุ้งจะเอาอะไรมาใช้ ดินจะเอาอะไรมาปรับ ถ้าใส่ลงไปตูมเดียวดินก็ใช้งานแค่ 50% แต่คุณใส่ไป 150%  อีก 100 เสียเปล่า เทคนิคก็คือเราต้องเติมบ่อยๆ พยายามลดต้นทุนให้ต่ำลงไว้  แต่คุณภาพต้องให้ได้เต็มที่

คุณประจวบบอกถึงกำไรจะมากน้อยต้องอยู่ที่ตัวกุ้ง ถ้าเราลงมาก ลงเยอะเราก็ได้เยอะ แต่ถ้าพลาดก็หมดเยอะ แต่ถ้าลงน้อยเราก็ได้น้อย ถ้าพลาดเราก็พลาดน้อย  การที่ลงแล้ววัดกำไรแต่ละบ่อไม่นิ่ง จะทำสถิติถาวรไม่ได้         ถ้าเฉลี่ยผลผลิตตั้งอยู่ที่ 1 ตัน เฉลี่ยทั้งปี ขนาดกุ้งอยู่ที่ 80 ตัว/กิโลกรัม

ถ้าอยู่ที่ราคาซื้อขายกัน ณ วันนี้อยู่ที่ 170 บาท จะต้องแบ่งเป็นกุ้งขาวกับก้ามกาม ใน 1 ตันที่เฉลี่ยทั้งปี จะมีก้ามกามประมาณ 350-400 กิโลกรัม/ไร่/ปี ไม่เกินนี้

และจะเป็นกุ้งขาวประมาณ 600 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาของกุ้งขาว ณ วันนี้ ที่ราคา 170-175 เฉพาะกุ้งขาวก็จะได้ประมาณ 1 แสนนิดๆ

และก้ามกามค่าเฉลี่ยราคา ณ วันนี้จะเฉลี่ยขนาด 15 ตัว/กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 240 บาท เป็นตัวผู้แต่ถ้าเป็นตัวเมีย 155 บาท จะเฉลี่ยรวมประมาณ 160-170 บาท  ก้ามกรามจะได้เพิ่มมาอีก 7 หมื่นกว่าบาท  1 ไร่/ปี

ทำเงินให้เราประมาณ 150,000 บาท และถามว่าต้นทุนเราประมาณเท่าไหร่ ต้นทุนแน่ๆเลย ค่าน้ำมัน ค่าเช่าที่ ค่าซ่อมเครื่อง ต้นทุนทั้งหมดเลยประมาณ 100,000 เหลือกำไรประมาณ 50,000 บาท/ไร่/ปี

คุณประจวบพูดทิ้งท้ายว่า ถ้าเราเลือกรูปแบบการจัดการที่ดี มีขั้นตอนในการจัดการฟาร์ม จัดการบ่อเลี้ยงที่ดี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี เพื่อทุ่นแรงในกระบวนการผลิตให้มีระยะเวลาที่สั้นลงและมีประสิทธิภาพ ถ้าเราทำได้ตามนี้เราก็จะคลุมกระบวนการผลิตของเราได้ทั้งหมดและประสบความสำเร็จในการทำกิจการได้

ธีรพงษ์-ฟักอ่อน-พอใจเป็นอย่างมาก
ธีรพงษ์-ฟักอ่อน-พอใจเป็นอย่างมาก

คุณธีรพงษ์ ฟักอ่อน

คุณธีรพงษ์ บอกกับเราว่าได้รู้จักผลิตภัณฑ์ สารปรับสภาพดิน สูตรปรับสภาพน้ำ ชีวภาพ ไดนามิก พลัส จากทางเฟสบุ๊คก็เลยติดต่อเขาไป เพราะเห็นเกษตรกรท่านอื่นใช้แล้วประสบผลสำเร็จดี เริ่มใช้ สารปรับสภาพน้ำ ตั้งแต่ต้นปี 2559  เอาไปลองกับบ่อกุ้งก่อน

เพราะตอนนั้นกุ้งของผมก็จะขึ้นได้แล้วพอผมเอาไปลงก็ดี กุ้งลอกคราบดี พื้นบ่อก็สะอาด เพราะมันมีอาหารธรรมชาติ กุ้งและปลาที่กินเหยื่ออยู่จะกินเหยื่อหรืออาหารน้อยลง เราเลยสงสัยว่ามันเป็นอะไรหรือเปล่า แต่เปล่า มันแค่กินอาหารจากธรรมชาติ

ซึ่งทำให้เราลดต้นทุนได้ เพราะว่าเมื่อรอบที่แล้วผมลดต้นทุนค่าอาหารได้เยอะเลย จากเมื่อก่อนที่เราไม่เคยใช้ตัวนี้ จนตอนนี้เราลดค่าอาหารได้จากชุดที่แล้ว โดยใช้ 100 กว่ากระสอบได้กุ้งตันกว่าๆ

แต่ชุดนี้ที่ผ่านมาอาหารแค่ 60 กว่ากระสอบ น้ำหนักของกุ้งที่นำมาเปรียบเทียบได้เท่ากัน ซึ่งขนาดบ่อก็เท่าเดิม การปล่อยกุ้งก็เหมือนเดิม แต่กินอาหารลดลง ขนาดกุ้งเท่าเดิม น้ำหนักกุ้งเท่าเดิม

ถ้าเป็นปลาเลี้ยง 10 เดือน ถ้าผมซาวปลาออกเยอะ ผมก็จะปล่อยกุ้งลงไปแทนปลาเยอะ เพราะตอนนี้ราคาปลามันไม่ดีเท่าไหร่ อย่างไรราคากุ้งก็ดีกว่า ช่วงที่เอาปลาขึ้นแล้วปล่อยลูกกุ้งลงไปใหม่ ปลาหรือกุ้ง ใหญ่ก็จะไม่กินกุ้งตัวเล็กที่เราปล่อยลงไป เพราะถ้าระบบของเราดี และมีการปล่อยเผื่อเอาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากระบบของเราทำได้คงที่และมีคุณภาพ ถ้าลงไป 1,500 ตัว และรอดสัก 1,000 ตัวผมก็รับได้แล้ว เพราะค่าใช้จ่ายไม่เยอะ

 

ในบ่อปลานิล กุ้งจะกินอาหารและส่วนนึงจะกินมูลของปลานิล หรืออาหารธรรมชาติอยู่แล้ว  อาหารจะให้แต่รำอย่างเดียว และกุ้งก็จะไปเก็บกินต่อจากปลาอีกที เพราะว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าช่วงที่กุ้งเป็นวัยอ่อนจะให้รำเป็นอาหารดีที่สุด แต่จำไม่ได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านไหน ท่านได้พูดเอาไว้ว่าอาหารของกุ้งวัยอ่อนที่ดีที่สุดคือรำ

ซึ่งเมื่อก่อนผมให้อาหารเยอะ ทั้งขี้ไก่ ทั้งอาหาร แต่ก็ทำให้พื้นบ่อยเสีย ซึ่งจะให้รำ แต่ไม่ให้เป็นบริเวณกว้าง ผมจะให้บริเวณที่เดียว ให้ดินมันเสียที่เดียว เราจะไม่หว่านอาหารบริเวณกว้างเพื่อที่พื้นที่มันจะไม่ต้องเสียเป็นบริเวณมุมกว้าง

เราเลี้ยงกุ้งอินทรีย์แบบไม่ให้อาหารเม็ดเลย ถ้าครบ 6 เดือนก็จะเอาปลานิลขึ้น 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นกุ้ง 1 เดือนผมก็เริ่มจับ ผมจะเน้นกุ้งธรรมดาที่ตัวราคา 4-5 สตางค์ ผมจำไม่ได้ว่าเป็น P อะไร จะบอกให้เขาปรับน้ำจืดอย่างเดียว

โดยจะสั่งกุ้งมาจากท่าสะอ้าน บางทีก็สั่งแถบชลบุรี ฟาร์มมโนชา ซึ่งผมจะไม่สั่งกุ้งแค่ฟาร์มเดียว เราจะลงกุ้งทีหนึ่ง ถ้าเราสั่งกุ้ง 6 แสนตัว ผมจะส่งกุ้งพร้อมปลานิลก่อน 3 แสน และห่างกันอีก 7 วัน ผมก็จะลงอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเราเลี้ยงกุ้งล้วนๆ อาจจะเจอโรคบ้าง แต่ถ้าเลี้ยงรวมกับปลานิล ไม่เคยเจอโรคเลย

แต่พอครบ 1 เดือนผมก็จะลงช้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยผมจะใช้ไอ้โง่ดักอาทิตย์ละครั้ง กุ้งตัวใหญ่ๆก็จะติดกับไอ้โง่ กุ้งจะคัดไซด์แล้ว ถ้าเป็นกุ้งเล็กก็จะไม่ติดจะหลุดไป และจะเก็บไอ้โง่สายหน่อยเพราะถ้ากุ้งเห็นแสง

กุ้งตัวเล็กๆ ก็จะหลุดออกไป ก็เหมือนเป็นการคัดกุ้งไปในตัวเลย พูดง่ายๆว่า เราแทบไม่ได้พักบ่อเลย คือเราจะจับกุ้งทุกอาทิตย์ และปล่อยกุ้งเติมทุกเดือน หรือจะได้พักบ่อก็ต่อเมื่อเราจับปลาแล้ว เราถึงจะได้พักบ่อ ประมาณ 6 เดือนเราก็จะจับปลา เพราะเราปล่อยไซด์ใบมะขาม เราไม่ได้ปล่อยไซด์ใหญ่ แต่กุ้งพอได้สักเดือนครึ่งเราก็จับแล้ว

เราเคยมีปัญหาในเรื่องของน้ำเสียจึงได้หันมาสนใจ สารปรับสภาพดิน เพื่อมาปรับสภาพน้ำ ถ้าเราไม่ใช้ตัวนี้ บริเวณที่เราแขวนกระชังที่ให้อาหารปลา ดินจะเหมือนมีแอมโนเนียเยอะ แต่ถ้าเราใช้ตัวนี้ หน้าดินมันจะเป็นสีนวลๆ สะอาด จากที่เมื่อก่อนดินดำ มีตะกอนดำ เหม็น แน่น แข็ง และมีแพรงตอนลอย

และพอมาใช้ตัวนี้ น้ำจะออกสีเขียวนวลๆ สวย ดินก็จะไม่แข็งกระด้าง ตะกอนไม่เป็นสีดำ น้ำไม่เหนียว สีของน้ำสวย ไม่มีกลิ่นเหม็น ผมใส่ไปไร่ละ 1 ลูกๆละ 25 กิโล เราก็จะดูด้วยว่าเลนเยอะ หรือเลนน้อย ถ้าเยอะก็ใส่เยอะหน่อย

สารปรับปรุงดิน ตัวนี้ช่วยในเรื่องของลดต้นทุนในเรื่องของอาหาร และยังช่วยในเรื่องของการทำให้น้ำสะอาดขึ้น ดูดีขึ้น ดิน ตะกอน ไม่เป็นสีดำ และเหม็น ทำให้ดินรวย ไม่แข็งกระด้าง

คุณธีรพงษ์ ยังได้บอกเทคนิคในการเลี้ยงสัตว์น้ำไว้ว่า ถ้าเรามีวิธีการจัดการบ่อเลี้ยงที่ดี มีวิธีการ จัดการดูแลตัวสัตว์น้ำ การป้องกันโรค จัดการคุณภาพน้ำที่ดี และวิธีการจัดการอาหารที่ดี และเลือกตัวช่วยที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกด้านก็จะส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตลดลงและมีความมั่นคงในการเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างดี

บริรักษ์ธนา-บุญลือพันธ์ภากร
บริรักษ์ธนา-บุญลือพันธ์ภากร

คุณ บริรักษ์ธนา บุญลือพันธ์ภากร ประธารกรรมการบริษัท เกษตรเคมีภัณฑ์ จำกัด ผู้บริหารมากความสามารถในด้านการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งก้ามกราม

ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท เกษตรเคมีภัณฑ์ จำกัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยการสั่งสมประสบการณ์ในการทำฟาร์มของตนเอง อีกทั้งยังเป็นอดีตผู้จัดการฝ่ายขายจำหน่ายวัตถุดิบและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์น้ำ พร้อมด้วย

คุณวัยวัฒน์ สุวรรณรัตน์ รองประธานกรรมการบริษัทฯ ผู้ชำนาญการทางด้านการบริหารธุรกิจที่หลากหลาย เป็นนักตัดสินใจและรวบรวมข้อมูลทางด้านต่างๆก่อนการตัดสินใจในการทำธุรกิจ

และอีกท่านที่ให้เกียรติคือ คุณธันย์ธิชา ภิวัฒกุลวรุตม์ รองประธานกรรมการบริษัทฯอีกท่าน เป็นผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับเกษตรกรมาโดยตลอด มีประสบการณ์และเข้าใจถึงปัญหาของเกษตรกรโดยแท้จริง ทั้งสามท่านได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงต่อความต้องการเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำกับทางนิตยสารสัตว์น้ำ

สารปรับสภาพดิ