2.กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด
2.กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด

21จิ้งหรีด แหล่งอาหารที่ให้โปรตีนและไขมันสูง เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 45 วัน ก็สามารถจับขาย และนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลาย นอกจากนี้จิ้งหรีดยังได้รับการการันตีจากหลายหน่วยงานภาครัฐว่า เป็นแมลงที่สะอาด ปลอดสารเคมี

1.คุณชุติกาญจน์ เจื้อยแจ้ว เจ้าของฟาร์มจิ้งหรีดชุติกาญจน์
1.คุณชุติกาญจน์ เจื้อยแจ้ว เจ้าของฟาร์มจิ้งหรีดชุติกาญจน์

การเลี้ยงจิ้งหรีด

นิตยสารสัตว์บกฉบับนี้จะพาไปรู้จักกับฟาร์มจิ้งหรีดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุโขทัย ด้วยการเพาะพันธุ์ที่ได้มาตรฐานสากลโดยทีมงานมืออาชีพ อีกทั้งยังมีการดูแลความสะอาดอย่างดี เพี่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎมาตรฐาน

คุณชุติกาญจน์ เจื้อยแจ้ว เกษตรกรหญิงสาวสวย เจ้าของ “ฟาร์มจิ้งหรีดชุติกาญจน์” ตั้งอยู่เลขที่ 97/2 หมู่ 5 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดออร์แกนิกแบบครบวงจรมาตรฐาน GAPส่งออกทั้งในและต่างประเทศ

ปัจจุบันคุณชุติกาญจน์ทำงานตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย เมื่อเห็นเพื่อนบ้านเลี้ยงจิ้งหรีดขายให้กับแม่ค้าขายแมลงทอด และเห็นว่าจิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่สะอาด เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงไม่เยอะ จึงได้ทดลองเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมเมื่อปี 2558

คุณชุติกาญจน์ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมในการเลี้ยงจิ้งหรีดว่า “นอกจากจิ้งหรีดจะเป็นสัตว์ที่โตเร็ว เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่ไม่เยอะในการเลี้ยง เป็นสัตว์ที่สะอาด และที่สำคัญจิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่ใช้น้ำน้อย ชอบอากาศร้อนชื้น ซึ่งเหมาะกับการเลี้ยงในภูมิอากาศบ้านเรา และไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาภัยแล้ง”

2.กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด
2.กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด

สภาพพื้นที่เลี้ยงจิ้งหรีด

คุณชุติกาญจน์ได้เริ่มเลี้ยงครั้งแรกบริเวณที่จอดรถในบ้าน จำนวน 2 กล่อง ขนาด 1.20×2.40 เมตร ภายในกล่องจะเป็นพ่อแม่พันธุ์ ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงเพียง 45 วัน เมื่อจิ้งหรีดวางไข่เสร็จ ก็สามารถจับขายได้เลย ราคา ณ ปัจจุบันจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท

ปัจจุบันทางฟาร์มมีทั้งหมด 5 โรงเรือน ขนาดกว้างxยาว 10×20 เมตร มีออเดอร์จัดส่งเดือนละ 10 ตัน มีรายได้เดือนละประมาณ 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มกับเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดด้วยกัน ตั้งเป็นการทำเกษตรแปลงใหญ่จิ้งหรีด เพื่อผนึกกำลัง ลดต้นทุน และต่อรองในด้านของการตลาด

“เริ่มเลี้ยงครั้งแรกในปี 58 ต่อมาในปี 60 ก็เริ่มขยายมาเป็น 40 ลัง ในปี 61 ก็เริ่มทำเป็นฟาร์มมาตรฐาน GAP และในปี 62 มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน และแปลงใหญ่จิ้งหรีด เพื่อรวมกลุ่มเกษตรกรนำผลผลิตจิ้งหรีดมารวมกันเพื่อแปรรูป และเป็นการสร้างอาชีพให้คนในกลุ่ม” คุณชุติกาญจน์กล่าวเพิ่มเติมถึงที่มาของฟาร์ม

สายพันธุ์จิ้งหรีดที่พบในประเทศไทยส่วนใหญ่มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ จิ้งโกร่ง, ทองดำทองแดง, ทองแดงลาย หรือจิ้งหรีดขาว และทองแดงเวียดนาม ส่วนสายพันธุ์จิ้งหรีดที่ทางฟาร์มเลี้ยงจะเป็นจิ้งหรีดทองแดงลาย หรือจิ้งหรีดขาว หรือที่เราเรียกกันว่า แมงสะดิ้ง

3.คุ้กกี้จิ้งหรีด
3.คุ้กกี้จิ้งหรีด

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายจิ้งหรีด ทั้งในและต่างประเทศ

จิ้งหรีดที่ได้จะมีการแปรรูปตามออเดอร์ของลูกค้า ซึ่ง 95% จะเป็นลูกค้าต่างประเทศ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น จะส่งเป็นตัวแช่แข็ง อบแห้ง แบบผง สแน็คจิ้งหรีดรสต่างๆ คุกกี้ และข้าวเกรียบ เป็นต้น แล้วแต่ลูกค้าจะออเดอร์มา

คุณชุติกาญจน์ได้แนะนำว่าก่อนจะลงทุนเลี้ยงควรศึกษาวิธีการเลี้ยงก่อน และหาพื้นที่ว่าง ที่สามารถกันแดด กันฝน ได้ สำหรับการเลี้ยง 1 กล่อง รวมอุปกรณ์ต่างๆ ลงทุนไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งคุณชุติกาญจน์ได้เผยถึงปัญหาที่เจอในช่วงแรกว่า “ในช่วงแรกไม่มีความรู้ในการเลี้ยง ไม่เข้าใจธรรมชาติของจิ้งหรีดเป็นแบบไหน จึงประสบปัญหาจิ้งหรีดตกน้ำตาย ก่อให้เกิดเชื้อโรคในน้ำ ตัวอื่นมากินน้ำก็ติดเชื้อตาย ขาดทุนไปหลายหมื่นบาท แต่ไม่ย่อท้อ เริ่มศึกษาวิธีการเลี้ยงอย่างจริงจัง จึงทำให้รู้จักวงจรชีวิตของจิ้งหรีด รู้ว่าดูแลอย่างไรจึงจะเติบโต”

4.จิ้งหรีดกำลังกินฟักทอง
4.จิ้งหรีดกำลังกินฟักทอง

การบริหารจัดการภายในฟาร์มจิ้งหรีด

สำหรับการทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ได้มาตรฐาน GAP ต้องมีโรงเรือนที่ปิดมิดชิด ไม่ให้สัตว์ชนิดอื่นสามารถเข้าโรงเรือนได้ ส่วนกระบะสำหรับเลี้ยงก็ต้องมีการปิดอย่างมิดชิด ไม่มีรูรั่ว ติดเทปบนขอบกระบะเพื่อป้องกันจิ้งหรีดออกมา และมีมุ้งคลุมบนกระบะ ภายในกระบะจะมีการเรียงแผงไข่ มีพื้นที่สำหรับให้อาหาร ส่วนการให้น้ำจะเป็นท่อแล้วเจาะรูเพื่อป้องกันจิ้งหรีดตกน้ำตาย

การดูแลจัดการในแต่ละวันนั้นไม่ยุ่งยาก จัดการเรื่องการให้น้ำและอาหาร ดูแลควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนให้อยู่ที่ 29-33 องศาเซลเซียส จิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่ชอบสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ซึ่งเหมาะกับการเลี้ยงในภูมิอากาศบ้านเราเป็นอย่างมาก ถ้าอากาศเย็นจิ้งหรีดจะโตช้ากว่าปกติ จาก 45 วัน อาจใช้เวลาเลี้ยงถึง 60 วัน

ส่วนอาหารที่ใช้เลี้ยงนั้น ทางฟาร์มเลือกใช้อาหารสำเร็จรูปสำหรับจิ้งหรีดที่มีโปรตีน 21% เป็น เพียวไพรด์ฟีดส์ ของ บริษัท ทีเอฟเอ็มเอส และ J80 ของ บริษัท ลีพัฒนา และเนื่องจากจิ้งหรีดเป็นสัตว์กินพืช จึงมีการเสริมด้วยผักบุ้ง ฟักทอง หรือกล้วย ปริมาณอาหารที่ให้จะขึ้นอยู่กับจิ้งหรีดในแต่ละช่วงวัยว่ากินมากหรือน้อยแค่ไหน อาหารจิ้งหรีดต้องให้วันต่อวัน หากเหลือในแต่ละวันต้องเททิ้ง เพราะจิ้งหรีดจะไม่กินอาหารค้างคืน

เมื่อจับจิ้งหรีดขายเรียบร้อยแล้ว จะทำการเก็บมูลออก นำแผงไข่และอุปกรณ์ต่างๆไปทำความสะอาด และฆ่าเชื้อ แล้วนำแผงไข่ไปเรียงประมาณ 7-9 วัน ไข่จะเริ่มฟักเป็นตัว และเลี้ยงต่อไปอีก 45 วัน แล้วจึงจับขาย สำหรับมูลจิ้งหรีดที่ได้จะนำไปขายเป็นปุ๋ย สามารถตักใส่กระสอบได้เลยโดยไม่ต้องนำไปตากแห้ง เพราะมูลจิ้งหรีดจะแห้งอยู่แล้ว และมูลที่สะอาดเหมาะแก่การนำไปปลูกต้นไม้ ผัก และผลไม้ ซึ่งพืช ผัก และผลไม้ จะเจริญเติบโตได้ดี

5.จิ้งหรีดพร้อมจำหน่าย
5.จิ้งหรีดพร้อมจำหน่าย

เป้าหมายในอนาคต

เป้าหมายในอนาคต คุณชุติกาญจน์ได้เผยว่าจะมีการขยายฐานผลิตให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับออเดอร์ที่จะเข้ามา และแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม

นอกจากนี้ทางฟาร์มยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจอยากเริ่มต้นทำฟาร์มจิ้งหรีด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่ม หรือขอเยี่ยมชมฟาร์ม ได้ที่ Line Id : chutikanfarm Line Id : song3555 หรือโทร. 086 – 448 – 2520

6.จิ้งหรีดเลี้ยงง่าย โตเร็ว
6.จิ้งหรีดเลี้ยงง่าย โตเร็ว

ฝากถึงผู้ที่สนใจเลี้ยงจิ้งหรีด

สุดท้ายคุณชุติกาญจน์ได้ฝากทิ้งท้ายถึงอาชีพนี้ว่าสำหรับใครที่กำลังหาอาชีพเสริม หรืออาชีพหลัก การเลี้ยง จิ้งหรีด ก็เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ รายได้ดี เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย เลี้ยงแค่ 45 วัน ก็จับขายได้แล้ว และในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งการเลี้ยงจิ้งหรีดใช้น้ำน้อย เกษตรกรไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำเลย และจิ้งหรีดก็เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราอีกด้วย”

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก คุณชุติกาญจน์ เจื้อยแจ้ว Facebook : Cricket by Chutikan Farm

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์บก ฉบับที่ 336

สนับสนุนโดย