5.หนูตัวอ้วน ได้น้ำหนัก
5.หนูตัวอ้วน ได้น้ำหนัก

จากผู้จัดการบริษัทสู่เกษตรกรคนเลี้ยง หนูพุก ที่ปัจจุบันขยับขยายจนมีฟาร์มเครือข่ายกว่า 270 ฟาร์มทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี นิตยสารสัตว์บกพามารู้จักกับ คุณไพ เนียมกลิ่น เจ้าของหนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม

ซึ่งกว่าจะมาเป็นฟาร์มหนูพุกในทุกวันนี้ ก็ต้องมีการเรียนรู้ลองผิดลองถูกกันมาก่อน หลังจากคุณไพออกจากงานประจำ ได้เงินมาก้อนหนึ่ง จึงนำมาลงทุนทำฟาร์มปูนา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเจอปัญหาในเรื่องพื้นที่การเลี้ยง และขาดแคลนน้ำ ทำให้ขาดทุน จึงได้เปลี่ยนมาทำฟาร์ม 13หนูพุก

1.คุณไพ เนียมกลิ่น เจ้าของหนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม
1.คุณไพ เนียมกลิ่น เจ้าของหนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม

จุดเริ่มต้นการเลี้ยงหนูพุก

คุณไพได้ให้เหตุผลทำไมจึงหันมาเลี้ยงหนูว่า “ปัจจุบันถ้าเราอยากสำเร็จในอาชีพ เราต้องทำอะไรที่แปลก ใหม่และแตกต่าง ผมมองว่าหนูพุกเนี่ยคนยังเลี้ยงน้อยอยู่ แต่ความต้องการบริโภคเยอะ และราคาก็ค่อนข้างดี คนอื่นอาจจะยังมองว่าหนูเป็นอาหารไม่ค่อยนิยมกินกัน แต่จริงๆ แล้วหนูเป็นอาหารที่คนนิยมกินมานานแล้ว แต่เป็นเฉพาะกลุ่ม ผมจึงพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตอบสนองผู้บริโภคมากขึ้น และเปลี่ยนภาพจำที่ว่าหนูเป็นสัตว์ป่า สกปรก ไม่น่ากิน แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบันมีการเลี้ยงที่สะอาด ถูกหลักอนามัย”

คุณไพเริ่มต้นจากการซื้อพ่อแม่พันธุ์จากฟาร์มคุณประหยัด จังหวัดขอนแก่น จำนวน 150 ตัว และได้ศึกษาเรียนรู้จากฟาร์มที่ซื้อหนูมา หลังจากเลี้ยงได้ 5 เดือน ก็เริ่มจำหน่าย ซึ่งหนูเนื้อจะเริ่มขายได้เมื่ออายุ 2 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือน จะเป็นช่วงที่ขายแล้วได้กำไร ได้น้ำหนักประมาณ 4-6 ขีด

อายุเฉลี่ยของพ่อแม่พันธุ์หนูนั้นจะอยู่ประมาณ 2 ปี และจะมีการคัดเลือกลูกหนูในฟาร์มที่มีลักษณะที่ดี หางใหญ่ ตัวใหญ่กว่าหนูรุ่นเดียวกัน มีการเจริญเติบโตที่ดี กินอาหารเก่ง มีความสมบูรณ์ที่สุด จะถูกเลือกมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ สำหรับหนูที่จะเป็นพ่อพันธุ์ควรมีอายุ 4 เดือนครึ่งขึ้นไป ส่วนแม่พันธุ์ 3 เดือนครึ่งขึ้นไป

2.การให้อาหารหนู
2.การให้อาหารหนู

การให้อาหารหนู

ส่วนอาหารที่ให้นั้นจะเป็นอาหารสำเร็จรูป และมีการลดต้นทุนด้วยการให้อาหารตามธรรมชาติ อย่างเช่น ข้าวเปลือก ข้าวโพด มันสำปะหลัง โดยให้อัตราส่วนผสมในอาหารพ่อแม่พันธุ์ 1:3 คือ หัวอาหาร 1 ส่วน อาหารธรรมชาติ 3 ส่วน ถ้าเป็นหนูขุนจะใช้อัตราส่วน 1:1 จะให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ในตอนเย็น

ในปัจจุบันเริ่มมีอาหารหนูออกมาจำหน่ายแล้ว แต่อาจจะยังไม่แพร่หลาย แต่โดยทั่วไปก็จะใช้เป็นอาหารหมู อาหารเป็ดเนื้อ ไก่เนื้อ แต่ถ้าเทียบการเจริญเติบโตอาหารหมูค่อนข้างจะดีสุด สำหรับคนที่หาซื้ออาหารสำหรับหนูไม่ได้

3.บ่อเลี้ยงหนู
3.บ่อเลี้ยงหนู

สภาพพื้นที่เลี้ยงหนู

ส่วนการเลี้ยงจะเลี้ยงในวงบ่อปูน ในหนึ่งบ่อสำหรับพ่อแม่พันธุ์ บ่อกว้าง 40 เซนติเมตร สูง 80 เซนติเมตร จะเลี้ยงพ่อพันธุ์ต่อแม่พันธุ์ 1:1 หรือ 1:2 ตามความชำนาญของแต่ละคน แต่ที่ฟาร์มจะเลี้ยง 1:2 เพื่อลดต้นทุนในส่วนของตัวผู้ได้ 50% ลดในส่วนของอาหาร และจำนวนบ่อ

สำหรับหนูขุนบ่อขนาดเดียวกันไม่ควรเลี้ยงเกิน 10 ตัว เพราะถ้าเลี้ยงมากเกินไปการเจริญเติบโตจะต่ำ และในการเลี้ยงหนูขุนไม่ควรเลี้ยงแบบบ่อเดียว ควรมีสองบ่อแต่เจาะรูหากัน จะช่วยให้การทำความสะอาดบ่อง่ายขึ้น และสามารถบรรจุหนูได้ถึง 30 ตัว

ส่วนการทำความสะอาดบ่อนั้นขึ้นอยู่กับความชื้นภายในบ่อ ถ้าบ่อพ่อแม่พันธุ์จะอยู่ประมาณ 1 เดือน-45 วัน  ถ้าหนูขุนจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ และขึ้นอยู่กับความชื้น และการวางระบบบ่อด้วย ภายในบ่อจะใส่วัสดุปูรองด้วยฟาง หรือแกลบ เป็นต้น เพื่อคอยซับของเสีย

ก่อนที่จะจับหนูขายนั้น ไม่ต้องงดอาหารก่อนจับ แต่ในช่วงที่ใกล้จับควรเปลี่ยนอาหาร หากจะทำหนูเนื้อขายต้องเปลี่ยนเป็นอาหารจำพวกมันสำปะหลัง หรือข้าวโพดล้วนๆ เพื่อลดไขมัน เพราะหากให้หัวอาหารเยอะหนูจะมีไขมันเยอะ

4.หนูเพศผู้อายุ 2 เดือน
4.หนูเพศผู้อายุ 2 เดือน
หนูเพศเมียอายุ 2 เดือน
หนูเพศเมียอายุ 2 เดือน

การบริหารจัดการบ่อหนู

การดูแลจัดการในแต่ละวันนั้นใช้เวลาแค่วันละ 1-2 ชั่วโมง ดูแลในเรื่องของอาหาร และระบบน้ำ เท่านั้น ส่วนการจัดการเรื่องอื่นจะเป็นการคัดแยกเพศลูกหนูในการเลี้ยงขุน ควรแยกออกจากบ่อพ่อแม่พันธุ์ ระหว่าง 25-45วัน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของหนู

ถ้าหนูอายุประมาณ 1 เดือน จะแยกเพศยาก เพราะอวัยวะเพศยังไม่ชัด และมีขนมาปกคลุม แนะนำให้แยกอีกครั้งตอนหนูอายุ 2 เดือน ให้สังเกตบริเวณใต้หาง ตัวผู้จะมีรูเดียว และมีอัณฑะ ส่วนตัวเมียจะมี 2 รู จะเป็นรูถ่าย และอวัยวะเพศ

5.หนูตัวอ้วน ได้น้ำหนัก
5.หนูตัวอ้วน ได้น้ำหนัก
หนูแช่แข็ง
หนูแช่แข็ง

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายหนู

คุณไพเริ่มเปิดรับฟาร์มเครือข่ายมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำฟาร์ม เพราะเมื่อทำฟาร์มก็เริ่มมีคนมาติดต่อขอซื้อหนูจนผลิตไม่ทัน จึงได้เริ่มเปิดรับลูกฟาร์ม โดยขายพ่อแม่พันธุ์ให้ลูกฟาร์ม แล้วรับซื้อหนูขุนจากลูกฟาร์ม หากใครสนใจเลี้ยงหนูนาเป็นอาชีพเสริม สามารถไปเรียนรู้ได้ที่ฟาร์ม สอนฟรี ที่บ้านนามั่ง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ

ซึ่งสิทธิประโยชน์ของลูกฟาร์ม คือ

-ถ้าลูกฟาร์มขายหนูไม่ได้ ทางฟาร์มรับซื้อลูกหนูคืนอายุ 3 เดือนขึ้นไป

-ทางฟาร์มจะรับซื้อหนูเนื้อ 150-180 บาท/กิโลกรัม เป็นหนูสดยังไม่ต้องชำแหละ ถ้ามี 100 กิโล หรือ 200 ตัวขึ้นไป ทางฟาร์มจะเข้าไปรับถึงหน้าฟาร์ม

-รับส่วนแบ่งทางการตลาด พ่อ-แม่พันธุ์จากฟาร์ม กรณีที่พ่อแม่พันทางฟาร์มขาด ทางฟาร์มจะให้ลูกฟาร์มแต่ละพื้นที่ส่งหนูต้องสมบูรณ์ ได้มาตรฐานตามที่กำหนด

-สอนการทำตลาดผ่านออนไลน์ฟรี

-ระยะเวลาในการรับซื้อและการประกันราคา ทางฟาร์มซื้อคืนภายใน 2 ปี หรือ 4 ปี ตามข้อกำหนดในเอกสาร

นอกจากนี้คุณไพยังลงพื้นที่ไปส่งหนูให้ลูกฟาร์มด้วยตัวเอง เพื่อแนะนำวิธีการเลี้ยง การเตรียมบ่อ ถ่ายคลิปโปรโมท แนะนำฟาร์มให้ฟรีอีกด้วย และมีรับประกันหนูตายภายใน 14 วัน หลังจากส่งหนู

6.บรรยากาศหน้าฟาร์ม
6.บรรยากาศหน้าฟาร์ม

ฝากถึงผู้ที่สนใจเลี้ยงหนูพุก

สำหรับใครที่สนใจการเลี้ยงหนูพุกเป็นอาชีพเสริม คุณไพเผยว่าสิ่งที่ต้องเตรียม คือ “ต้องเตรียมใจก่อนครับ เพราะหนูเป็นสัตว์หน้าใหม่ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม คิดว่าเลี้ยงหนูใครจะซื้อ หาตามธรรมชาติเองก็ได้ แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบันหนูเป็นสัตว์หายาก เมื่อใจพร้อมก็เตรียมเงินลงทุน พื้นที่ และศึกษาจากฟาร์มใกล้บ้าน หรือจะมาเยี่ยมชมที่ฟาร์มก็ได้”

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก คุณไพ เนียมกลิ่น 112 ม.4 ต.สระพัง อ.บ้านแท่น เทศบาลเมืองชัยภูมิ 36190

หากผู้อ่านท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : หนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม 0616418581, YouTube : หนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม 0616418581 หรือสนใจเลี้ยงหนู, พ่อแม่พันธุ์, ขายหนู โทร.061-641-8581 Line ID : Pai1128

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์บก ฉบับที่ 335

สนับสนุนโดย