เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ ตัวใหญ่ น้ำหนักดี
เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ ตัวใหญ่ น้ำหนักดี

การเลี้ยงเป็ดจัดเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ ในอดีตประเทศไทยเลี้ยงเป็ดรูปแบบเล้าเปิด ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็ดเป็นสัตว์ปีกที่ต้องเล่นน้ำ แต่เมื่อการเลี้ยงเป็ดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น วิถีการเลี้ยงย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันต่อโลก การปรับเปลี่ยนรูปแบบเล้าเป็นแบบระบบอีแวป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คุณอาจสงสัยว่าการปรับเปลี่ยนเช่นนี้จะเกิดประโยชน์อย่างไร? เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ 

1.คุณปิยะ-แก้วสมจันทร์
1.คุณปิยะ-แก้วสมจันทร์ เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ 

การเลี้ยงเป็ด

นิตยสารสัตว์บก ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับ คุณปิยะ แก้วสมจันทร์ หนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ของ บริษัท บี.เอ็น.ฟาร์ม จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ปีกมากว่า 10 ปี ให้เกียรติเล่าสู่กันฟังถึงการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเลี้ยงเป็ดในระบบอีแวปจนประสบความสำเร็จ และสามารถขยายกิจการได้มากถึง 4 ฟาร์ม

บริษัท บี.เอ็น.ฟาร์ม จำกัด ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2552 โดยมีหัวเรือใหญ่ คือ “คุณบรรณสิทธิ์ ศิรวุฒินานนท์” เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฯ โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสร้างฟาร์มเลี้ยงเป็ดเนื้อแห่งแรกขึ้นที่ อ.เมือง จ.สระแก้ว แต่ด้วยความที่คุณบรรณสิทธิ์นั้นยังไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยง จึงทำให้ผลประกอบการที่ได้ไม่ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

";

หลังจากการลองผิดลองถูกด้วยตนเองอยู่ 1 ปี และได้มีโอกาสรู้จักและร่วมพูดคุยกับ “สัตวแพทย์นิรันดร์ มีทรัพย์อนันต์” และ “นายปิยะ แก้วสมจันทร์” เกี่ยวกับการดูแลจัดการฟาร์ม จึงชักชวนให้ทั้ง 2 ท่าน มาร่วมเป็นหุ้นส่วนของบริษัทฯ เพื่อเข้ามาช่วยบริหารในด้านการจัดการ การวางแผนงาน ทั้งรูปแบบการเลี้ยง และแนวทางการตลาด

จนปัจจุบันสามารถขยายธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก ทั้งส่วนเป็ดเนื้อ ซึ่งมีโรงเรือนเลี้ยงกว่า 30 โรงเรือน และโรงเรือนไก่เนื้ออีกกว่า 12 โรงเรือน จำนวนโรงเรือนละ 30,000 ตัว ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของบริษัทอย่างแท้จริง

2.โรงเรือนเป็ด
2.โรงเรือนเป็ด เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ 

การบริหารจัดการโรงเรือนเป็ด

ปัจจุบัน บี.เอ็น.ฟาร์ม ขยายกิจการการเลี้ยงเป็ดบนเนื้อที่รวมกว่า 180 ไร่ มีจำนวนเป็ดประมาณ 411,000 ตัว ในเขตจังหวัดสระแก้ว มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

-บี.เอ็น.ฟาร์ม ขนาด 14×120 เมตร จำนวน 6 โรงเรือน และขนาด 24×100 เมตร จำนวน 4 โรงเรือน

-บี.เอ็น.ฟาร์ม 2 ขนาด 24×100 เมตร จำนวน 10 โรงเรือน

-บี.เอ็น.ฟาร์ม 3 ขนาด 24×100 เมตร จำนวน 4 โรงเรือน

-บี.เอ็น.ฟาร์ม 4 ขนาด 24×100 เมตร จำนวน 6 โรงเรือน

คุณปิยะเปิดเผยว่า บี.เอ็น.ฟาร์ม เลี้ยงแบบระบบคอนแทรคกับบริษัทใหญ่ เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ซึ่งการเลือกคอนแทรคก็แล้วแต่รอบการเลี้ยงและผลกำไรที่บริษัทได้รับ  แต่ปัจจุบันบี.เอ็น.ฟาร์ม เลี้ยงกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ทั้งหมด  โดยทางซีพีจะส่งทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลเข้ามาช่วยดูแล เพื่อให้ได้ผลกำไรตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้ โดยมีการใช้ลูกเป็ด อาหาร วัคซีน และวิตามินเสริม ตามที่ทีมสัตวแพทย์ของซีพีควบคุมทุกประการ

ด้วยความที่การเลี้ยงในระบบปิดเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และการเลี้ยงในระบบปิดคนเลี้ยงยังสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านสภาพอากาศ ความชื้น ความเร็วลม และแสง ได้ง่ายขึ้น คุณปิยะและทีมงานจึงมีความคิดริเริ่มที่จะนำนวัตกรรมโรงเรือนระบบปิดเข้ามาปรับในการเลี้ยงเป็ด เพื่อนำมาซึ่งคุณภาพของเนื้อ อัตราการเจริญเติบโตต่อตัวต่อวัน และช่วยย่นระยะเวลาในการเลี้ยงให้สั้นมากขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน การเลี้ยงเป็ดเป็นแบบเล้าเปิด มีแหล่งน้ำ แต่การพัฒนาของนวัตกรรมทำให้เราต้องปรับตัว และการเลี้ยงในระบบอีแวปทำให้จำนวนตัวต่อพื้นที่เพิ่มขึ้น การเจริญเติบโตนิ่งกว่า น้ำหนักที่ได้เท่ากัน แต่ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้นกว่า จากเดิม 54 วัน เหลือเพียง 40 วัน เท่านั้น สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ง่าย และมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 30-40 บาท/ตัว ผมคิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง ถึงแม้การลงทุนจะสูง แต่ผลที่ได้รับกลับมาถือว่าคุ้มค่า” คุณปิยะกล่าวถึงการเลี้ยงเป็ดในระบบปิด

นอกจากนี้การสร้างโรงเรือนเลี้ยงเป็ดในรูปแบบระบบอีแวปของบี.เอ็น.ฟาร์ม ยังมีความแตกต่างจากโรงเรือนอีแวปทั่วไป ตรงที่บริเวณภายในโรงเรือนจะมีร่องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นสแลทอยู่บริเวณด้านใต้จุ๊บน้ำ เพื่อรองรับน้ำที่ไหลเกินออกมา ไม่ให้พื้นที่โรยด้วยแกลบเปียกชื้น ป้องกันไม่ให้เกิดความชื้นและความเฉอะแฉะจนเกินไป  และปริมาณน้ำที่ไหลออกจากจุ๊บน้ำจะมีปริมาณมากกว่าเล้าไก่

3.ลูกเป็ดแข็งแรง โตเร็ว
3.ลูกเป็ดแข็งแรง โตเร็ว

เทคนิคการเลี้ยง เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ 

เมื่อพูดถึงสายพันธุ์เป็ดเนื้อที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย คงต้องนึกถึง เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ (Cherry Valley) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเมืองไทย ตัวใหญ่ น้ำหนักดี และโตเร็ว ซึ่งทางบี.เอ็น.ฟาร์ม ก็เลี้ยงเป็ดสายพันธุ์นี้ โดยคุณปิยะยังเปิดเผยถึงเทคนิคการเลี้ยงเป็ดจากประสบการณ์การเลี้ยงเป็ดมากกว่า 8 ปีว่า ช่วงแรกที่ลงลูกเป็ดจะมีการกกไฟที่อุณหภูมิ 30-35ºC เป็นเวลา 2-3 วัน (ขึ้นกับสภาพอากาศ) หากกกไฟนานเกินไปจะทำให้เป็ดอยู่กันอย่างแออัด ส่งผลให้สุขภาพไม่แข็งแรง

อีกหนึ่งจุดที่สำคัญสำหรับการเลี้ยงเป็ด คือ การโรยแกลบในเล้าทุกวัน เหตุผลที่ต้องโรยแกลบเนื่องจากมูลเป็ดจะเหลวกว่ามูลไก่ ทำให้พื้นมีความชื้นสูง เมื่อเป็ดนอนบนพื้นที่เปียกชื้น รวมกับอากาศในโรงเรือนที่เย็น สุขภาพเป็ดจะอ่อนแอ ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย และเหตุผลสำคัญของการโรยแกลบ คือ ป้องกันอุ้งเท้า ไม่ให้เป็ดเท้าดำ เพราะจะทำให้ไม่สามารถส่งออกได้

ครั้งแรกลงแกลบประมาณ 10 ตัน/โรงเรือน ในหนึ่งวันมีการโรยแกลบในโรงเรือน 30 หลัง รวมกว่า 70-80 กระสอบ/วัน

เป็ดเลี้ยงเช่นเดียวกับไก่ ต่างกันที่รอบการเลี้ยง เป็ดจะมีความแข็งแรงและทนทานต่อโรคมากกว่าไก่ และการเลี้ยงเป็ดต้องมีการโรยแกลบ ดังนั้นการเลี้ยงเป็ดจะมีต้นทุนแกลบที่สูงกว่าไก่ ถึงแม้ไก่จะเลี้ยงแล้วได้ราคาสูง แต่คนที่ได้กำไรกลับเป็นบริษัท ไม่ใช่เกษตรกร” คุณปิยะกล่าวถึงข้อแตกต่างระหว่างการเลี้ยงเป็ดและไก่

4.ให้อาหารลูกเป็ด
4.ให้อาหารลูกเป็ด เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  

การให้อาหารเป็ด

เมื่อถามคุณปิยะถึงการจัดการด้านอาหารเป็ดได้รับคำตอบว่า บี.เอ็น.ฟาร์ม จะแบ่งอาหารเป็ดออกเป็น 3 เบอร์ แต่ละเบอร์แตกต่างกันที่โปรตีนในอาหาร ในส่วนการให้อาหารในช่วงแรกประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะให้ลูกเป็ดกินอาหารอย่างเต็มที่ (Full Feed) หลังจากนั้นจะให้ตามสัดส่วนที่สัตวแพทย์กำหนดจนกระทั่งวันจับขาย สารเสริม/วิตามินอื่นก็เป็นไปตามที่สัตวแพทย์แนะนำ ยาปฏิชีวนะไม่มีการใช้โดยเด็ดขาด แต่อาจมีการเสริมพวกสมุนไพร ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานว่าปลอดภัย ไร้สารตกค้างต่อผู้บริโภคแน่นอน

บี.เอ็น.ฟาร์ม ใช้ระบบการจัดการแบบเข้า-ออกหมดทั้งโรงเรือน (All In-All Out) ระยะเวลาที่ใช้ในการเลี้ยงคือ 38-40 วัน  โดยน้ำหนักเฉลี่ยต้องไม่เกิน 3 กิโลกรัม/ตัว  คุณปิยะยอมรับว่า ถึงแม้จะเป็นระบบปิด แต่สภาพอากาศภายนอกก็ยังมีผลต่อเป็ด คือ หากอากาศร้อนเกินไปเป็ดก็โตช้า อากาศเย็นจะโตได้ดีกว่า แต่หากในหนึ่งวันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไปมา หนาวบ้าง ร้อนบ้าง จะทำให้การควบคุมความชื้นภายในโรงเรือนนั้นทำได้ยากมากขึ้น ระยะเวลาพักเล้า คือ 35 วัน

5.ผ้าโพลีลอนสีดำทึบแสงสะท้อนความร้อนได้
5.ผ้าโพลีลอนสีดำทึบแสงสะท้อนความร้อนได้

ข้อดีของ “แอร์โร่ฟอยล์” แข็งแรง คงทน และลดต้นทุนได้จริง

เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากมีการจัดการที่ดีแล้ว วัสดุอุปกรณ์ภายในโรงเรือนก็ย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ทางบริษัท บี.เอ็น.ฟาร์ม จำกัด เลือกใช้อุปกรณ์ฟาร์มของบริษัทชั้นนำที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ทั้งสิ้น อาทิ บริษัท ท็อปโปรดักส์ ซัพพลาย จำกัด, บริษัท การุณ บราเธอร์ส จำกัด, บริษัท พี.พี.เอฟ.โฟลทรีอิควิปเม็นท์ จำกัด และบริษัท เดลต้าเวท จำกัด เป็นต้น ซึ่งคุณปิยะยืนยันว่าทุกบริษัทเป็นสินค้าที่ดีทั้งหมด อยู่ที่ผู้ใช้ว่าต้องการใช้ของบริษัทใด ราคาถูกประสิทธิภาพของสินค้าก็ต่ำ ราคาสูงหน่อยแต่การใช้งานยาวนานกว่าก็ถือว่าดีกว่า

อุปกรณ์ฟาร์มตัวล่าสุดที่ทางบริษัทฯ เพิ่งเริ่มทำการติดตั้งไป คือ แอร์โร่ฟอยล์ (Aerofoil) จากบริษัท เด่นใหญ่ จำกัด โดยคุณปิยะรู้จักผลิตภัณฑ์ตัวแอร์โร่ฟอยล์นี้มาจากนิตยสารสัตว์บก และการหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ต ก่อนหน้านี้ทางฟาร์มประสบปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่สูงเกินไป ทำให้เกิดการสะสมความร้อนภายในโรงเรือน อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งพัดลม และคูลลิ่งแพค ต้องทำงานหนัก ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น

ทีมงานของบริษัทฯ จึงลองติดตั้งแผ่นเมทัลชีท โดยลองติดตั้งไปแล้วกว่า 5 โรงเรือน คุณปิยะยอมรับว่าค่าติดตั้งแผ่นเมทัลชีทมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และใช้เวลานาน จนมาเจอผลิตภัณฑ์สะท้อนความร้อนของบริษัท เด่นใหญ่ จึงติดต่อผ่านทางเซลล์ขาย เพื่อสอบถามรายละเอียด และลองติดตั้งแผ่นแอร์โร่ฟอยล์ในโรงเรือนหลังที่ 6 แทนแผ่นเมทัลชีท

ทดลองเลี้ยงมาแล้ว 1 รุ่น พบว่า การติดตั้งแอร์โร่ฟอยล์สามารถเก็บรายละเอียดตามขอบ มุมเหล็กต่าง ๆ ได้ดีกว่าแผ่นเมทัลชีท ราคาถูกกว่า การจัดการง่ายกว่า ใช้ระยะเวลาติดตั้งน้อยกว่า และตัวผ้าแอร์โร่ฟอยล์มีความแข็งแรง คงทน มากกว่าผ้าพีวีซีทั่วไปมากกว่า 5 ปี สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ แผ่นเมทัลชีทมีคุณสมบัติป้องกันรังสีความร้อน แต่แอร์โร่ฟอยล์มีคุณสมบัติป้องกันและสะท้อนรังสีความร้อน ลดการอมความร้อนของโรงเรือนได้คุณปิยะยืนยันถึงข้อดีในการติดตั้งแอร์โร่ฟอยล์

แอร์โร่ฟอยล์ (Aerofoil) อีกหนึ่งทางเลือกช่วยเกษตรกรเรื่องความร้อน

คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์แอร์โร่ฟอยล์ (Aerofoil) จากบริษัท เด่นใหญ่ จำกัด คือ สามารถสะท้อนความร้อนได้ถึง  95 %  ด้วยผ้าโพลีลอนสีดำทึบแสง  ที่มีความหนากว่า 4 ชั้น  สามารถกันน้ำได้  ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่หดตัว 100 % อายุการใช้งานยาวนาน พร้อมใบรับประกันการใช้งานนานกว่า 5 ปี

แอร์โร่ฟอยล์ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกร เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน และตัวผ้าของแอร์โร่ฟอยล์เองถักทอมาแบบพิเศษคล้ายผ้ากระสอบ ทำให้เวลาเกษตรกรทำความสะอาดโรงเรือนสามารถทำได้ง่าย และสามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่ก่อให้เกิดการสะสมของคราบแบคทีเรีย ผ้าพีวีซีทั่วไปจะอมความร้อนไว้ แต่ตัวแอร์โร่ฟอยล์ของเราจะเคลือบสารสะท้อนรังสีความร้อนไว้

ในส่วนของเรื่องราคาถูกกว่าการติดตั้งแผ่นเมทัลชีทแน่นอน  และสามารถติดได้ง่ายด้วยตนเอง  หรือให้ทาง บริษัท  เด่นใหญ่ ติดต่อทีมช่าง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งเฉพาะ พร้อมบริการจักรเย็บฟรี และสามารถติดต่อการให้บริการหลังการขาย หรือหากพบข้อชำรุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ให้บริการได้ทันทีคุณวิภาดา ดวงประเสริฐ  เจ้าหน้าที่ Sale Executive ของ บริษัท เด่นใหญ่ จำกัด  ยืนยันถึงคุณสมบัติของอลูมิเนียมฟอยล์แท้ 100 %

นอกจากนี้ด้วยความเป็นห่วงจากบริษัท เด่นใหญ่ จำกัด อาจมีผลิตภัณฑ์แอร์โร่ฟอยล์ซึ่งเป็นงานที่ผลิตจากประเทศจีน เข้ามาขายเกษตรกรในราคาที่ถูกกว่า  แต่ลักษณะเนื้อผ้าแตกต่างกันอย่างชัดเจน และขาดความคงทน  ทางบริษัทไม่สามารถบริการเคลมผลิตภัณฑ์ปลอมเหล่านี้ได้ ดังนั้นหากเกษตรกรสนใจผลิตภัณฑ์แอร์โร่ฟอยล์นี้ โปรดติดต่อผ่านทางตัวแทนจำหน่ายที่ทำงานให้บริษัทโดยตรง หรือสามารถโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-805-3616-20

6.ตัวใหญ่ น้ำหนักดี
6.ตัวใหญ่ น้ำหนักดี เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์  เป็ดสายพันธุ์เชอรี่วอลเลย์ 

แนวโน้มในอนาคต

ในอนาคต บี.เอ็น.ฟาร์ม จะขยายการติดตั้งแอร์โร่ฟอยล์จนครบทั้งโรงเรือนเป็ด 30 โรงเรือน และโรงเรือนไก่เนื้อ 12 โรงเรือน อาจเป็นการค่อยๆ ขยับขยายอย่างต่อเนื่องจนครบ สามารถเพิ่มกำไรสู่ผลประกอบการได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้อาจต้องมองภาพรวมของระบบเศรษฐกิจของเมืองไทยเป็นหลักสำคัญ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

นายบรรณสิทธิ์ ศิรวุฒินานนท์ (ผู้ก่อตั้งบริษัท บี.เอ็น.ฟาร์ม จำกัด)

สัตวแพทย์นิรันดร์ มีทรัพย์อนันต์ (หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท บี.เอ็น.ฟาร์ม จำกัด)

นายปิยะ แก้วสมจันทร์ (หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท บี.เอ็น.ฟาร์ม จำกัด)

ที่อยู่ 173 ม. 3 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว 27000

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์บก ฉบับที่ 321

สนับสนุนโดย