1.โรงเรือนไก่เนื้อ
1.โรงเรือนไก่เนื้อ

เลี้ยงไก่เนื้อระบบคอนแทรคฯ กำไรตัวละ 10 บาท มือใหม่ก็เลี้ยงได้ กับ “อภิญญา กรุ๊ป”

ในแวดวงธุรกิจปศุสัตว์ อุตสาหกรรมการ เลี้ยงไก่เนื้อ ในประเทศไทย เป็นประเทศที่เลี้ยงไก่เพื่อส่งออกเป็นอันดับ 4 ของโลก และแน่นอนว่าอาชีพการ เลี้ยงไก่เนื้อ ถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมากในธุรกิจปศุสัตว์

ส่วนใหญ่จะเลี้ยงในรูปแบบประกันราคา หรือระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ซึ่งในปัจจุบันมีเกษตรกรที่หันมาเลี้ยงและประสบความสำเร็จในระบบดังกล่าวจำนวนมาก

1.โรงเรือนไก่เนื้อ
1.โรงเรือนไก่เนื้อ

สภาพพื้นที่เลี้ยง ไก่เนื้อ

หนึ่งในเกษตรกรผู้ เลี้ยงไก่เนื้อ ประกันราคา ที่ประสบความสำเร็จ คือ ลูกเล้าของ บริษัท อภิญญา กรุ๊ป จำกัด (APINYA GROUP) คุณมาลินี วงศ์อ่อง เจ้าของ ฟาร์มมาลินี แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มเลี้ยงไก่เนื้อได้ไม่ถึงปี แต่ก่อนหน้านี้ได้คลุกคลีกับวงการไก่เนื้อมานาน และได้เห็นถึงความมั่นคงของอาชีพนี้ จึงได้ตัดสินใจหันมาเลี้ยงไก่เนื้อในระบบคอนแทรคฯ

เห็นว่าอาชีพเลี้ยงไก่เป็นอาชีพที่มั่นคง เพราะเราทำขนส่งอาหารไก่มา 10 ปี รายได้ไม่มั่นคง ได้รับผลกระทบมาตลอดในช่วงนี้ เมื่อก่อนอาชีพขนส่งอาจจะรายได้ดี แต่ในปัจจุบันไม่ใช่ เราจึงตัดสินใจมาเลี้ยงไก่เนื้อ แต่ก็ยังทำขนส่งอยู่ แต่มาลงทุนสร้างฟาร์มไก่เนื้อเพิ่มคุณมาลินีให้เหตุผล

ทางฟาร์มใช้งบลงทุนไปทั้งหมด 3 ล้านบาท สำหรับการสร้างโรงเรือน และอุปกรณ์ต่างๆ ในการเริ่มต้นเลี้ยงไก่เนื้อบนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ มี 1 โรงเรือน สามารถบรรจุไก่ได้ 20,000 ตัว เริ่มเลี้ยงไปได้ 2 รอบ

2.คุณมาลินี วงศ์อ่อง เจ้าของฟาร์มมาลินี
2.คุณมาลินี วงศ์อ่อง เจ้าของฟาร์มมาลินี

การเลี้ยงไก่เนื้อ ระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง

บริษัท อภิญญา กรุ๊ป จำกัด ดำเนินกิจการโดยประกอบธุรกิจเลี้ยงไก่เนื้อครบวงจร ระบบฟาร์มปิดแบบ ‘อีแวป’ (Evap) ภายใต้รูปแบบการเลี้ยงประเภทผู้เลี้ยงอิสระ กล่าวคือ ใช้เงินทุนของตัวเอง โดยรับซื้อลูกไก่กับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายลูกไก่รายใหญ่ในประเทศไทย ตลอดจนภาคีเครือข่าย รวมทั้งอาหารและยา และยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้สนใจทำ คอนแทรคฟาร์มมิ่งในการเลี้ยงไก่เนื้อกับ อภิญญา กรุ๊ป และประกันราคาให้อีกด้วย

ตลอดจน อภิญญา กรุ๊ป มีการทำงานและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีฝ่ายสัตวบาล ฝ่ายส่งเสริมลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องเกษตรกร ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนมีฝ่ายนักวิชาการ และฝ่ายการตลาด เพื่อคอยดูแลให้บริการและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบัน อภิญญา กรุ๊ปมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อในคอนแทรคฟาร์มมิ่งจำนวน 50 ราย จำนวนไก่เนื้อที่ส่งเลี้ยงประมาณ 600,000 ตัว โดยเฉลี่ยเกษตรกร 1 ราย เลี้ยงไก่เนื้ออยู่ที่ 10,000-20,000 ตัว/สัปดาห์ ซึ่งกระจายอยู่ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด ในภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณมาลินีเลือกที่จะเลี้ยงไก่ในระบบคอนแทรคฯ กับอภิญญา และได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เห็นว่าเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันส่วนใหญ่เลี้ยงไก่เนื้อในระบบคอนแทรคฯ กับทางอภิญญา และได้ผลตอบแทนดี มีสัตวบาลมาคอยส่งเสริมให้ความรู้อยู่ตลอด ช่วยให้การเลี้ยงไก่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเกษตรกรมือใหม่

นอกจากองค์ความรู้ที่ได้จากทางอภิญญาแล้ว คุณมาลินีก็ได้ศึกษาหาความรู้มาเรื่อยๆ และเข้าอบรมกับทางกรมปศุสัตว์อยู่ตลอด แม้จะเป็นฟาร์มเปิดใหม่ แต่ทางฟาร์มมาลินีก็ได้การรับรองมาตรฐานฟาร์มจากกรมปศุสัตว์เป็นที่เรียบร้อย

3.การให้อาหารและน้ำลูกไก่
3.การให้อาหารและน้ำลูกไก่

การบริหารจัดการภายในฟาร์มไก่เนื้อ

ด้านการดูแลจัดการไก่เนื้อตั้งแต่เป็นลูกไก่ ไปจนถึงการบริหารจัดภายในฟาร์ม  คุณมาลินีบอกว่าดูแลกันเองภายในครอบครัว  โดยระบบการให้อาหารเป็นแบบ Auto Feed (ให้อาหาร/น้ำดื่มตลอด 24 ชั่วโมง)  ทางฟาร์มเลี้ยงตั้งแต่ลูกไก่เล็กๆ ที่เพิ่งออกฟักจากไข่ เข้ามาผ่านขั้นตอนการกก 7 วัน ขึ้นอยู่ที่สภาพอากาศด้วย โดยอุณหภูมิกกที่ตั้งไว้มาตรฐาน คือ 33 องศาฯ

ส่วนเทคนิคการเลี้ยงไม่มีอะไรพิเศษ เลี้ยงตามรูปแบบที่ทางอภิญญาวางแผนให้ แต่สิ่งสำคัญ คือ น้ำ และอาหาร  ในโรงเรือนห้ามขาด และใส่ใจในเรื่องของความสะอาด ส่วนเรื่องของยาและทำวัคซีน ได้รับคำแนะนำจาก อภิญญา กรุ๊ป เป็นอย่างดี โดยให้ตามโปรแกรมการเลี้ยง และส่วนของวัคซีนให้ทุกๆ 7 วัน, 14 วัน และ 21 วัน ก่อนจับ

หลังจากจับไก่หมดเรียบร้อย ทางฟาร์มจะทำการพักเล้าประมาณ 1 เดือน ระหว่างนั้นจะทำความสะอาด โกยขี้ไก่ จากนั้นทำความสะอาดล้างเล้าใหม่ ฉีดยาฆ่าเชื้อ ลงแกลบใหม่ ให้เรียบร้อย ก่อนนำไก่ชุดใหม่มาลง ส่วนขี้ไก่จะนำไปขายเป็นปุ๋ย

การจับไก่ของทางอภิญญาจะแตกต่างจากที่อื่น เพราะเป็นการทยอยจับ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าต้องไก่ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ทางอภิญญาก็จัดหามาให้ได้ โดยเริ่มจับครั้งแรก เป็นไก่เล็กอายุ 30 วัน ได้น้ำหนักประมาณ 1.4-1.5 กิโลกรัม จะจับก่อนประมาณ 25% แล้วเลี้ยงต่อไปอีกจนไก่อายุ 43-45 วัน จับเป็นไก่ใหญ่ ได้น้ำหนักประมาณ 3.1 กิโลกรัม

4.คูลลิ่งแพด
4.คูลลิ่งแพด

ปัญหาและอุปสรรคภายในฟาร์มไก่เนื้อ

เมื่อถามถึงปัญหาในการเลี้ยงสำหรับมือใหม่ คุณมาลินีได้เผยว่า ตั้งแต่เลี้ยงมายังไม่เจอปัญหาอะไร อาจเป็นเพราะเพิ่งเริ่มเลี้ยง อุปกรณ์ต่างๆ ตัวโรงเรือนเอง ยังใหม่อยู่ จึงไม่เจอปัญหาอะไร ส่วนอัตราการสูญเสียจากขั้นตอนการขนส่งลูกไก่เข้ามา อาจมีเกิดขึ้นบ้าง แต่ไม่เกิน 10% ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของผู้เลี้ยง สภาพอากาศ น้ำ/อาหาร และความสะอาดของโรงเรือน

ส่วนปัญหาเรื่องสภาพอากาศเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่สามารถควบคุมได้อยู่แล้ว แต่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในฟาร์มให้เหมาะสมได้ เพราะเลี้ยงในโรงเรือนปิดระบบอีแว๊ป เรื่องสภาพอากาศจึงไม่เป็นปัญหาต่อการเลี้ยง

การประกันราคา สำหรับการเลี้ยงไก่เนื้อกับ อภิญญา กรุ๊ป เป็นไปอย่างน่าพอใจ เรียกว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย เมื่อหักต้นทุนทุกอย่างแล้ว  ใน 1 รอบการเลี้ยง เฉลี่ยเหลือกำไรประมาณ 10บาท/ตัว/รอบการเลี้ยง ใน 1 ปี จะเลี้ยงได้ 5-6 รอบ

เมื่อถามถึงการขยายฟาร์มในอนาคต คุณมาลินีได้ให้ความเห็นว่า ต่อไปในอนาคตอาจมีการขยายฟาร์มเพิ่มอีก 1 โรงเรือน แต่ขอเวลาอีกซัก 2-3 ปี ให้ได้เงินจากการลงทุนครั้งแรกคืนก่อน ถ้ามีการขยายฟาร์มแล้ว การดูแลจัดการก็อาจยังดูแลกันเอง เพราะถ้าเราดูแลเอง จะใส่ใจดีกว่า ผลผลิตที่ได้ก็จะออกมาดี

5.ลูกไก่แข็งแรง โตเร็ว
5.ลูกไก่แข็งแรง โตเร็ว

ฝากถึงเกษตรกรที่เลี้ยงไก่เนื้อ ระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง

สุดท้ายคุณมาลินีได้ฝากทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่เนื้อในระบบคอนแทรคฯ ว่า ฝากถึงเกษตรกรที่กำลังมีความกังวลการ เลี้ยงไก่เนื้อระบบคอนแทรคฯ ให้ลองเปิดใจ การเลี้ยงระบบคอนแทรคฯ ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจ เพราะมีตลาดที่แน่นอน ไม่ต้องหาตลาดเอง มีบริษัทที่คอยจัดหาลูกไก่ อาหาร และวัคซีนต่างๆ ให้

 แต่ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงรูปแบบใด ในเรื่องของคุณภาพก็ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ ซึ่งแต่ละฟาร์มก็มีเทคนิค วิธีการเลี้ยงแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นผลผลิตจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเอง และเลี้ยงให้ดีที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูล

คุณมาลินี วงศ์อ่อง 27/1 ม.9 ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง

คุณอำพล  แสงกุล (ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมไก่ประกัน) บจก.อภิญญา กรุ๊ป จำกัด

99/1 หมู่ 1 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง 21110

โทร.082-884-6061, 038 026-438

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์บก ฉบับที่ 333