ปก ชมพู่ทับทิมจันท์

ในยุคที่ปุ๋ยเคมีปรับราคาสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ หรือมีต้นทุนที่สูงขึ้น หลายคนจึงหาทาง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ให้อาชีพดำเนินการต่อได้อย่างต่อเนื่อง คุณนภาพร สุนทรเมธี หรือ ป้าติ๋ว ชาวสวน ชมพู่ทับทิมจันท์  ในตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ยอมรับว่าปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวและหาวิธีลดต้นทุนภายในสวน โดยการนำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีภายในสวนชมพู่ทับทิมจันทร์จำนวน 6 ไร่ ทำให้ลดต้นทุนได้ครั้งละ 1,600 บาท/รอบ นอกจากนี้ยังได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 100%

1.คุณนภาพร สุนทรเมธี หรือ ป้าติ๋ว
1.คุณนภาพร สุนทรเมธี หรือ ป้าติ๋ว

จุดเริ่มต้นการปลูก ชมพู่ทับทิมจันท์

ก่อนมาปลูกชมพู่ทับทิมจันท์ ป้าติ๋วปลูกพืชมาหลากหลายชนิด อาทิ มะพร้าว หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพด และ มะละกอ เป็นต้น เมื่อประมาณ ปี 2558 ได้ลงทุนซื้อกิ่งพันธุ์ชมพู่ทับทิมจันท์ในราคา 10 บาท/กิ่ง มาปลูกในร่องสวนจำนวน  6 ไร่ เพราะเห็นว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ปลูกกันแล้วได้ผลดี อีกทั้งมีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน มีราคารับซื้อสูง ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการจำนวนมาก

2.ต้นชมพู่ทับทิมจันท์ อายุ 6 ปี ปลูกระบบร่อง
2.ต้นชมพู่ทับทิมจันท์ อายุ 6 ปี ปลูกระบบร่อง

สภาพพื้นที่ปลูกชมพู่

จึงใช้พื้นที่ของตนเองที่มีอยู่แล้ว แบ่งมาปลูกชมพู่ทับทิมจันท์เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจะปลูกบริเวณกลางร่องสวนในระยะ 6×6 เมตร ทรงพุ่มจะชนกันพอดี การปลูกก็ไม่ยุ่งยาก และไม่ได้รองก้นหลุมก่อนปลูกเหมือนกับที่สวนอื่น หลังจากปลูกได้ 1 สัปดาห์ จะนำขี้วัวมาโรยบริเวณรอบโคนต้น เพื่อบำรุงให้ต้นชมพู่เจริญเติบโต จนกระทั่งอายุได้ 2 ปี จะเริ่ม ติดดอก ติดผล

ส่วนเรื่องวัชพืชหรือหญ้าบนคันร่อง จะใช้วิธีดายหญ้าหรือถอนหญ้าทิ้งให้ปลาในร่องแทน ไม่ค่อยฉีดยาฆ่าหญ้าบนร่อง เพราะยาฆ่าหญ้าจะถูกระบบราก นอกจากกำจัดหญ้าไม่ทันจึงใช้ยาฆ่าหญ้ามาฉีดบ้างเป็นบางครั้ง เพราะจะไม่ปล่อยให้หญ้าหรือวัชพืชมาแย่งสารอาหารของต้นชมพู่ เมื่อใส่ปุ๋ยลงไปต้นชมพู่จะกินอาหารได้เต็มที่ ส่วนใบชมพู่จะไม่เผาทิ้ง จะนำขี้วัวมาหมักให้เป็นปุ๋ยให้ย่อยสลาย แล้วนำกลับมาใส่รอบโคนต้นชมพู่อีกครั้ง

3.ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ
3.ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ
ช่อดอกที่สมบูรณ์ มีขนาดใหญ่ หลังใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ
ช่อดอกที่สมบูรณ์ มีขนาดใหญ่ หลังใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ

การใส่ปุ๋ยต้นชมพู่

ก่อนหน้านี้สวนชมพู่ทับทิมจันท์จำนวน 6 ไร่ ให้ผลผลิตน้อย เก็บชมพู่ได้ 100 กระป๋อง/รอบ และชมพู่บางต้นโทรม จึงต้องเด็ดยอดทิ้ง ทำให้เสียรอบและผลผลิตตกต่ำ จึงมองหาปุ๋ยที่มาบำรุงและฟื้นฟูต้นชมพู่ให้สมบูรณ์ ได้ทดลองซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ตราไอยเรศ จำนวน 5 กระสอบ ขนาด 25 กิโลกรัม/กระสอบ มาใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี ยารา ในอัตรา 1:1 คือ ปุ๋ยเคมี 50 กิโลกรัม ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ 25 กิโลกรัม จะได้ปุ๋ยทั้งหมด 75 กิโลกรัม

จากนั้นนำไปหว่านรอบโคนต้นชมพู่ในอัตรา 0.5 – 1 กิโลกรัม/ต้น ปรากฏว่าต้นชมพู่สมบูรณ์ขึ้น ใบเขียว ติดดอกเยอะขึ้น ห่อผลได้ต่อเนื่อง และเก็บผลผลิตขายทั้งปี จึงสั่งซื้อเพิ่มมาใช้เรื่อยๆ โดยจะแบ่งปุ๋ยใส่ (ช่วงที่ห่อผล) จะผสมปุ๋ยเคมี 1:1 ใส่อัตรา 0.5 กิโลกรัม/ต้น/สัปดาห์ (ช่วงตัดยอด) จะปุ๋ยอินทรีย์ไอยเรศ มาผสมปุ๋ยเคมี ยารา สูตร 16-16-16 ใส่อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น ปกติจะใส่ปุ๋ยเคมี 2 กระสอบ/รอบ ค่าปุ๋ยประมาณ 2,000 บาท เมื่อนำปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ ใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี 1:1 จะช่วยลดต้นทุน 1,600  บาท/รอบ

“ปุ๋ยอินทรีย์ไอยเรศ ชอบ เพราะราคาถูก ใช้แล้วลดต้นทุน  พืชได้กินปุ๋ยต่อเนื่อง ต้นไม่โทรม ใบเขียว  ติดดอก และ ห่อผลได้ตลอดทั้งปี คุณภาพลูกชมพู่ใหญ่ขึ้น เนื้อแน่น น้ำหนักดี ผิวสีสวยแดงเข้ม รสชาติหวาน” ป้าติ๋วกล่าวให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ

4.ผลผลิตเพิ่มขึ้นหลังจากใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ
4.ผลผลิตเพิ่มขึ้นหลังจากใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ
ผลผลิต รอ คัดเกรด ส่งนอก
ผลผลิต รอ คัดเกรด ส่งนอก

การเก็บเกี่ยวผลผลิตชมพู่

การเก็บผลผลิตชมพู่ในรอบที่ผ่านมา จากเดิมเก็บชมพู่ได้ประมาณ 1-200 กระป๋อง/รอบ เมื่อมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ไอยเรศ ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 300 กระป๋อง ประมาณ 1.5 ตัน/รอบ เก็บผลผลิต 4 วัน/ครั้ง หรือ 7 ครั้ง/เดือน มีรายได้ 80,000-90,000 บาท/รอบ หรือ 300,000-500,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับราคารับซื้อขณะนั้น การขายชมพู่ทับทิมจันท์จะมีล้งมารับซื้อและรับเหมาตัดชมพู่ พร้อมกับคัดเกรดเองถึงสวน เป็นล้งรับซื้อขนาดใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตส่งไป จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฯลฯ เฉพาะค่าเก็บมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท/รอบ

“ต้นชมพู่ทับทิมจันท์อยู่ได้นาน 10-20 ปี อยู่ที่คนดูแล พื้นที่ปลูก ระบบน้ำ และ ระบบการจัดการ มีองค์ประกอบหลายอย่าง อยู่ที่การดูแลใส่ใจมากน้อยแค่ไหน การฉีดยา ฉีดฮอร์โมน การดูแล สำคัญมาก  แต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ ประหยัดต้นทุนแน่นอน 50% ผลผลิตก็ได้เพิ่ม ต้นชมพู่ไม่โทรม เราก็เป็นต่อ บางคนห่อ 30,000-40,000 ถุง แต่ต้นโทรม รอบต่อไปห่อได้แต่ลูกเล็ก

ถ้าเราทำต้นสมบูรณ์ ใส่ปุ๋ย และ ให้อาหารครบ ต่อเนื่อง เสริม แคลเซียม โบรอน จะทำให้ต้นชมพู่แข็งแรง ออกดอกสม่ำเสมอ ดอกตัวใหญ่ บางคนทำสวน ใส่ปุ๋ยบ้าง ไม่ใส่บ้าง ให้แต่น้ำ เก็บผลผลิตออกก็ใส่ปุ๋ยแค่ 2 ครั้ง ก็ไม่ได้ผลไง ถ้าเราต้องการผลผลิตเยอะก็ต้องใส่เยอะไปตามอายุของพืชด้วย กวาดใบ ใส่ปุ๋ย ดีไหม ใส่ปุ๋ยคอกเสริมบ้างไหม ต้องให้พืชบ้าง ไม่ใช่จะเอาแต่ผลผลิตอย่างเดียวไม่ได้หรอก ต้องลงทุน ต้องบำรุง ทางดิน ทางใบ” ป้าติ๋วให้ข้อมูล

5.การห่อผลชมพู่
5.การห่อผลชมพู่

การบำรุงดูแลต้นชมพู่

ช่วงฤดูกาลปกติชมพู่จะออกดอกเป็น 2 รุ่นใหญ่ๆ คือ ช่วงแรกประมาณปลายเดือนธันวาคม-มกราคม เก็บผลในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และจะออกดอกช่วงที่สองในเดือนกุมภาพันธ์ และเก็บผลในเดือนเมษายน–พฤษภาคม เป็นช่วงที่ชมพู่ราคาค่อนข้างถูก

ช่วงนอกฤดูจะให้ชมพู่ออกดอกช่วงปลายเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และไปเก็บผลผลิตในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ชมพู่จะมีราคาสูง ซึ่งจะใส่ปุ๋ยบำรุงทางดิน ทั้ง ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ และ ปุ๋ยเคมี ยารา หลังตัดแต่งกิ่งกระโดงออกแล้ว ต้องให้โปร่งแสงรำไร โดยไม่เปิดตาดอก เน้นให้ต้นเตี้ย ทรงพุ่ม

โดยจะเน้นบำรุงทั้งทางใบและทางดินให้ต้นสมบูรณ์มากที่สุดด้วย 18-10-60, 8-24-24 จากนั้นต้นชมพู่จะเริ่มแตกใบอ่อนเป็นใบเพสลาด และใบแก่ที่สมบูรณ์ ก่อนจะแทงช่อดอก หรือเมื่อมีฝนตกลงมาต้องฉีดพ่นสารเคมีป้องกันเชื้อรา หรือ ราน้ำค้าง เข้าทำลายใบและดอก และเด็ดยอดเพื่อไม่ให้แย่งอาหารกับดอกชมพู่

ก่อนห่อผลป้าติ๋วจะฉีดพ่นฮอร์โมนช่วยบำรุงดอก เช่น วิบวับ เพื่อช่วยผสมเกสรง่าย และติดผลดก เมื่อชมพู่ติดดอกเริ่มบานเปลี่ยนเป็นผลเล็ก จะห่อผลชมพู่ โดยเลือกถุงพลาสติกแบบมีหูหิ้วสีขาวขุ่น เจาะ 2-3 รู เพื่อให้น้ำออกและระบายอากาศ ป้องกันการทำลายจากแมลงวันทอง จะเลือกห่อผลในช่อที่มีลักษณะดี คือ มี 2-4 ลูก แบบไขว้กัน ต้องห่อแบบไขว้ถุง และให้ได้ระยะห่างที่ต้องการ ป้องกันการกระทบผลช้ำ หลังจากห่อประมาณ 25-30 วัน จะเริ่มทยอยเก็บผลได้ ดูได้จากสีผลชมพู่สีแดงเข้ม มองเห็นเหลี่ยมเยอะจะยังไม่เก็บ ถ้าผลกลมเก็บได้

การทำชมพู่ต้องเอาใจใส่และหมั่นตรวจแปลงว่ามีโรคหรือแมลงรบกวนหรือไม่ คอยหมั่นสังเกตเดินดูต้นชมพู่ทุกวัน และทุกต้นจะผ่านสายตา ถ้าเกิดรากเน่าจะใช้ปูนขาวปรับสภาพดิน  เมื่อเก็บผลผลิตออกแล้วจะฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเพลี้ย และ ยาฆ่าหนอน เพื่อป้องกันทุกครั้ง ส่วนใหญ่แล้วแต่ละฤดูมักเจอปัญหาต่างกัน เช่น ฤดูหนาวมักมีเพลี้ยไฟรบกวน ฤดูฝนมักพบเชื้อราแป้ง และฤดูร้อนไม่เจอปัญหาดอกร่วง เป็นต้น เราต้องเข้าใจพืชที่ปลูก

6.มะพร้าวน้ำหอม อายุ 2 ปี
6.มะพร้าวน้ำหอม อายุ 2 ปี
ต้นข้าวโพดหวานที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ไอยเรศ ต้นใหญ่ เขียว สมบูรณ์ ฝักใหญ่
ต้นข้าวโพดหวานที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ไอยเรศ ต้นใหญ่ เขียว สมบูรณ์ ฝักใหญ่

การปลูก พืชผัก ผลไม้ หลากหลายชนิด

นอกจากชมพู่ทับทิมจันท์ที่สร้างรายได้อย่างงามแล้ว ป้าติ๋วยังได้ปลูกสวนมะพร้าวน้ำหอมจำนวน 60 ไร่ เพื่อสร้าง รายได้ในระยะยาว โดยสวนมะพร้าวน้ำหอมทั้ง 60 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 เฟส คือ เฟส 1 จำนวน 20 ไร่ อายุ 5 ปี ให้ผลผลิตแล้ว 4-5 ทะลาย เฟส 2 จำนวน 20 ไร่ อายุ 2 ปี และ เฟส 3 20 ไร่ เพิ่งลงปลูกใหม่ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งก่อนมะพร้าวจะให้ผลผลิตได้นำข้าวโพดหวานมาปลูกแซม และนำปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ ใส่ ทำให้ต้นข้าวโพดหวานเขียว ฝักใหญ่ และ น้ำหนักดี มีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวนในราคา 20 บาท/กก. และยังขายต้นข้าวโพดสดให้กับผู้เลี้ยงโคเนื้อในราคา 20,000 บาท

นอกจากปลูกพืชประธาน  อย่าง  มะพร้าวน้ำหอม แล้ว  ป้าติ๋วได้นำมะละกอพันธุ์แขกนวลปลูกแซมกับสวนมะพร้าว 40 ไร่ มะละกอกำลังเก็บผลผลิตได้แล้ว 20 ไร่ ราคารับซื้อหน้าสวน 10-14 บาท/กก. สร้างรายได้ 200,000-250,000 บาท/รอบ สามารถเก็บได้ 3 รอบ/ 2 เดือน ส่วนอีก 20 ไร่ กำลังจะให้ผลผลิตประมาณกลางปี 2565 ซึ่งได้สั่งซื้อเมล็ดพันธุ์มะละกอแขกนวลในราคา 2,000 บาท/ลิตร ซื้อมา 10 ลิตร ให้แม่ค้าเพาะและคัดเพศให้ ถึงเวลามาคัดและใส่ถุง ราคา 1.40 บาท ที่เลือกปลูกมะละกอเพราะไม่ต้องห่อ และใช้แรงงานเยอะ เหมือนกับการปลูกฝรั่ง

การดูแลมะละกอไม่ยุ่งยาก หลักๆ ก็จะดูแลเรื่องหญ้า ช่วงก่อนมะละกอให้ผลผลิต ซึ่งจะใช้ยาฆ่าหญ้าฉีดพ่นเป็นหลัก และรดน้ำ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ ผสมกับปุ๋ยเคมี ยารา สูตร 15-15-15 จะทำให้มะละกอต้นสมบูรณ์ ต้นใหญ่ ใบเขียว “การทำสวนมะละกอแขกนวล ดูแลไม่ยาก เหมือนมะละกอฮอลแลนด์ ราคาตกไม่ต้องไปตื่นเต้นกับมัน เดี๋ยวก็ขึ้น มะละกอเป็นพืชมีโอกาสแก้ไข เพราะมีลูกตลอดทั้งปี  แต่เป็นชมพู่ราคาตกก็ตกเลยทั้งสวน มะละกอไปได้เรื่อยๆ เดี๋ยวเดือนนี้ถูก เดือนหน้าก็แพง”

7.ต้นมะละกอที่ใช้ปุ๋ย ต้นใหญ่ กำลังติดดอกและผล
7.ต้นมะละกอที่ใช้ปุ๋ย ต้นใหญ่ กำลังติดดอกและผล

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่าย พืชผัก ผลไม้

ป้าติ๋วอธิบายถึงราคารับซื้อมะละกอที่ไม่แน่นอน พร้อมกับให้ข้อมูลว่า จะปลูกมะละกอแค่รุ่นเดียว ถ้ามะพร้าวโตจะบำรุงมะพร้าวเพื่อให้ได้ผลใหญ่ ซึ่งถ้าราคารับซื้อมะพร้าวอยู่ที่ 5 -10 บาท/ผล ชาวสวนสามารถอยู่ได้ และได้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ กับสวนมะพร้าว ร่วมกับขี้ไก่แกลบ บำรุงต้นมะพร้าวให้สมบูรณ์ ใบเขียว ทะลายดก ผลใหญ่ ได้เบอร์ใหญ่ เราเห็นก็ดีใจนะ ผลผลิตออกมา เราก็ภูมิใจ

“แต่ละพืชไม่เหมือนกัน อยู่ที่เราดูแลใส่ใจ แต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไอยเรศ  ลดต้นทุนได้จริง และผลผลิตดี มีคุณภาพ แม่ค้ารับซื้อไม่ผิดหวัง การทำเกษตร สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีทุน มีที่ดิน แหล่งน้ำ และ แรงงาน ส่วนปุ๋ยก็ไปเลือกเอาว่าจะใช้ตัวไหน ต้องทดลองแล้วเอามาปรับปรุงใช้เอง” ป้าติ๋วกล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณนภาพร  สุนทรเมธี โทร.089-255-3595

อ้างอิง : นิตยสารพลังเกษตร ฉบับที่ 23