มะม่วงนอกฤดู
มะม่วงนอกฤดู

มะม่วงนอกฤดู ให้ผลผลิตคุณภาพ เทคนิคปั๊มเงินจากมะม่วงช่วงวิกฤตภัยแล้ง สวนมะม่วง 200 ไร่ Smart Farmer สอน การปลูกมะม่วง  ก่อนฤดู มะม่วงน้ำดอกไม้

            ตั้งแต่มีนาคม-พฤษภาคม 2559 เป็นช่วงที่คนไทยเจอภัยแล้ง 39-42 องศาฯ ส่งผลให้ปริมาณ “ความชื้น” ทั้งในดินและในอากาศลดลง ทำให้พืชต้องทนกับความร้อนอย่างหนัก ต้นที่อ่อนแอก็ตาย อยู่รอดเฉพาะต้นที่แข็งแรง ตามกฎของชาร์ล ดาวิน นั่นเอง

ไม้ผล อย่าง “ มะม่วง ” ต้องใช้ฮอร์โมนและแสงแดดในการแตกตาดอก แต่เมื่อแสงแดดจัดมาก ตาดอกก็เกิดยาก ช่อดอกที่เกิดก็แห้งตาย ทำให้ชาวสวนมะม่วงปีนี้เจ็บตัวกันระนาว  แต่วิกฤตของหลายๆ คน กลับเป็น “โอกาส” ของชาวสวนมะม่วงหัวก้าวหน้าหลายคน ที่ดิ้นรนเอาชนะความร้อน ด้วยการทำให้มะม่วงติดดอก ออกผล จนได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ติดตามพวกเขาได้ในเรื่องเด่นจากปก

เปิดตัวเฮียกำธร ณัฐพูลวัฒน์

เซียนมะม่วงก่อนฤดู 200 ไร่ ให้ผลผลิตคุณภาพ

ลูกหลานจีนโพ้นทะเลในไทยวันนี้กระจายอยู่ในหลายๆ อาชีพ และส่วนใหญ่เป็น “แกนนำ” หรือเป็นผู้นำอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะอาชีพธุรกิจเกษตรที่มีความซับซ้อนและอ่อนไหวสูงนั้นต้องมีแกนนำที่มีประสบการณ์ เป็นกลไกหลักในการพัฒนาหรือขับเคลื่อน

คุณกำธร ณัฐพูลวัฒน์และภรรยาคู่ชีวิต มะม่วงนอกฤดู

กำธร ณัฐพูลวัฒน์ คือ หนึ่งในบุคลากรการเกษตรของประเทศ ที่มีฝีมือในการทำมะม่วง ให้เก็บและขายกวาดเงินเข้ากระเป๋าก่อนวันสงกรานต์กับสวน มะม่วงนอกฤดู 200 ไร่ ของเขาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี

เป็นสวนชื่อดัง เพราะทุกปีมีผลผลิตป้อนตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนมะม่วงล้วน ๆ 200 ไร่ หลากหลายสายพันธุ์ท่ามกลางไร่อ้อยของชาวบ้าน เป็นดุจ “ไข่แดง” ที่ถูกล้อมด้วยไข่ขาว เป็น มะม่วงนอกฤดู “ระบบไร่” ที่ไม่มีระบบน้ำรองรับ

แต่เขาทำผลผลิตให้ออกก่อนฤดูอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักว่า กำธร ณัฐพูลวัฒน์ คือใคร ทำไมจึงยึด “ มะม่วง ” เลี้ยงครอบครัว ซึ่งมีทายาท 2 คน รองรับมรดกทางอาชีพ??  เดิมคุณกำธร หรือ “เฮียกำธร” เดิมเป็นคนกำแพงแสน นครปฐม ได้หอบหิ้วครอบครัวมาปลูกผักที่นี่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว

เนื่องจากที่แปลงนี้เคยปลูกอ้อยมาก่อน ดินจึงไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่เมื่อนำมาปลูกผักได้น้ำและปุ๋ยก็สามารถทำเงินให้คุณกำธรเป็นอย่างดี แต่รายได้จากผักดีอย่างไรก็ไปไม่รอด เพราะต้องใช้แรงงานหมดไปกับค่าแรงที่สูงขึ้น

จนกระทั่งหันมาปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น ขนุน กระท้อน มะขามเทศ มะม่วง มะขามหวาน และไผ่ตง เป็นต้น

ปรากฏว่า “ มะขามเทศ ” เป็นพืชทำเงิน เพราะขายทั้งผลและกิ่งพันธุ์ แต่ผลผลิตออกมามาก เก็บไม่ทัน เสียหายเยอะ ก็ต้องเลิก มะขามหวาน ผลผลิต รสชาติ สู้เพชรบูรณ์ไม่ได้ เพราะเนื้อไม่ฉ่ำ ต้องเก็บทุกวัน ใช้แรงงานมาก จึงต้องลดการปลูก ส่วนขนุนราคาไม่ดี ต้องโค่นทิ้ง

เช่นเดียวกับกระท้อนต้องใช้แรงงานห่อ สู้ค่าแรงไม่ไหว แม้แต่สะเดา ราคาดี ใช้ได้ ปัญหาคืองานจุกจิก ไม่คุ้มต้นทุน สุดท้ายมาจบที่ “ มะม่วง ” ซึ่งคุณกำธรเห็นว่าดีกว่าพืชหลายๆ ตัว จึงเดินหน้าเสียบยอดพันธุ์ดังๆ ตั้งแต่ปี 37 เป็นต้นมา บุกมะม่วงอย่างเดียว

โดยมุ่งให้ผลผลิตออกและเก็บขายได้ราคาก่อนวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี กว่า 20 ปีเศษของการทำ มะม่วงนอกฤดู ในนาม “สวนณัฐกำธร(ปูจ๋า)”

โดยใช้น้ำหรือความชื้นจากธรรมชาติเป็นหลัก เป็นห้วงเวลาที่คุณกำธรและภรรยาได้ปลูกฝังลูกสาวและลูกชายให้เรียนรู้การปลูกมะม่วงก่อนฤดู โดยให้ลงมือปฏิบัติจริงในสวน จนลูกๆ มีทักษะหรือเข้าถึงองค์ความรู้ว่าด้วยการทำมะม่วงก่อนฤดูเป็นอย่างดี

ผลผลิต มะม่วง กินดิบที่พร้อมออกสู่ตลาด
ผลผลิต มะม่วง กินดิบที่พร้อมออกสู่ตลาด

จึงไม่ต้องแปลกใจที่ คุณธิดารัตน์ ณัฐพูลวัฒน์ หรือคุณปูจ๋า บุตรสาว กลายเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์ของจังหวัด ต้องร่วมงานกับส่วนราชการ ทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

ตอนนี้เรามีมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 สีทอง เขียวเสวย ฟ้าลั่น โชคอนันต์ เราทำหลายอย่าง จะได้เก็บไม่ชนกัน ที่นี่เน้นทำมะม่วงก่อนฤดู เพราะได้ราคาดีกว่า คุ้มค่าแก่การลงทุน เราเลือกทำงานที่ยากกว่าคนอื่น” คุณกำธรเปิดเผยกับเมืองไม้ผล

เมื่อวันที่  1 พ.ค. 2559 ซึ่งเป็นวันที่เก็บผลผลิตหมดแล้ว และกำลังนำรถน้ำ ให้น้ำในสวนมะม่วง เพราะบางต้นกำลังแห้ง ถ้าไม่ได้น้ำตายแน่นอน เพราะปีนี้ร้อนหนักที่สุด สาหัสที่สุด

ไม่ต่ำกว่า 30 ปี ของความเป็นเกษตรกร คุณกำธรยืนยันว่า อาชีพนี้มันส์สะใจ ท้อบ้าง แต่ไม่ถอย เพราะมันได้เงิน แต่ต้องรู้จักใช้เงินให้เป็น ทุกอาชีพมีทั้งรวยและเจ๊ง มันขึ้นอยู่กับการจัดการ

ดังนั้นเขาจึงหล่อหลอมให้ลูกทำงานในสวนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ลูกชายคัด มะม่วงนอกฤดู ใส่ลัง จนหัวทิ่มลัง เพราะอดนอน แต่วันนี้กลายมาเป็นผู้จัดการสวนมะม่วง 200 ไร่ ต้องเรียนรู้ ทั้งคน เครื่องจักร ให้ทำงานประสานกัน ขณะที่ลูกสาวต้องเรียนรู้การตลาดด้วย เรื่องการผลิตอย่างเดียวไม่พอ

ส่วนพ่อกับแม่ทำทุกอย่าง เพื่อปิดจุดอ่อนหรือช่องโหว่ทางธุรกิจ ขณะที่ครอบครัวณัฐพูลวัฒน์มุ่งผลิต มะม่วงนอกฤดู ให้ออกผล ขายตั้งแต่เดือนตุลาฯ-กุมภาฯ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผลไม้อย่างอื่นมีน้อย

โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนเมื่อมีฝนตกลงบ้างจะเริ่มตัดแต่งกิ่ง แต่ปีนี้เดือนพฤษภาฯ ฝนยังไม่มาก ต้นมะม่วงเริ่มแห้ง และกำลังจะตาย

ดังนั้นรถบรรทุกน้ำ 8,000 ลิตร ถูกปล่อยเข้าสู่ร่องมะม่วงได้ 12 ร่อง มะม่วงต้นที่แห้งก็ฟื้น ต้นที่โทรมจากการออกลูก เมื่อได้น้ำก็แข็งแรง จากนั้นก็จะมีการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งกิ่งตัดจะถูกย่อยเป็นท่อนเล็กๆ แล้วใช้รถไถตีปั่นให้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน

อย่างไรก็ดีภัยแล้งที่รุนแรงปีนี้ทำให้คุณกำธรต้องตัดสินใจลงทุนเจาะ “บ่อบาดาล” เพื่อเตรียมการวางระบบน้ำในสวน มะม่วงนอกฤดู  จะทำให้มะม่วงได้ความชื้น และได้ปุ๋ยทางดิน มีความสมบูรณ์ในการแตกใบอ่อน ออกช่อดอก และติดผล ได้สะดวกขึ้น

 มะม่วงก่อนฤดู
มะม่วงก่อนฤดู

แต่แน่นอนการทำมะม่วงก่อนฤดู 200 ไร่ 10 กว่าสายพันธุ์ ในรุ่นลูก “ต้นทุน” ทุกตัว จะได้รับการวิเคราะห์ถึงจุดคุ้มค่าและกำไร ไม่ว่าค่าแรง ระบบน้ำ ระบบสารเคมี ระบบปุ๋ย ระบบฮอร์โมน และระบบการขนส่ง เป็นต้น

กว่าจะผ่านไปเป็นระบบรายจ่ายต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด เช่น การลงทุนสารเคมีในการป้องกันโรค-ศัตรูพืช ที่เคยซื้อร้านเดียวก็หันมาจัดซื้อจากหลายๆ ร้าน โดยยึด “ราคา” ยาแต่ละตัวว่าแต่ละร้านแตกต่างกันอย่างไร ทำให้ซื้อได้ถูกลงและซื้อตามอาการของโรค

“เรารักษาตามอาการ ดูที่การอ่อนแอของมะม่วง การดื้อยาของแมลง เพราะพื้นที่ตรงนี้ระบาดกว่าที่อื่น” คุณกำธรเปิดเผยถึงหลักเกณฑ์การซื้อยา

สาเหตุที่เกิดโรค อย่าง “เพลี้ยไฟ” ระบาดที่สวนมากขึ้น เพราะไม่มีความชื้น ไม่มีน้ำ อากาศ ร้อนเพลี้ยขยายตัวได้ดี ส่วนปุ๋ยเคมีทางสวนจะเน้นสั่งแม่ปุ๋ยมาผสมเอง เพราะใช้เนื้อปุ๋ยดีกว่า และไม่มีฟิลเลอร์ เมื่อมะม่วงได้ดิน ปุ๋ยดีๆ ก็ให้ผลเยอะและผลใหญ่

แม้จะควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี ได้ผลผลิตเป็นไปตามเป้าหมาย แต่คุณกำธรมองว่าต้องรู้ทิศทางตลาดด้วย โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ  แม้ราคามะม่วงเริ่มตก ชาวสวนไม่ควรเป็นกระต่ายตื่นตูม หากยิ่งเก็บขายราคายิ่งตกหนัก คุณกำธรยอมให้มะม่วงหล่นจากต้นบ้างไม่เกินสัปดาห์ ราคาจะวิ่งขึ้นไปเอง

ดังนั้นการปลูกมะม่วงพันธุ์กินดิบ อย่าง เขียวเสวย ขายในประเทศ หรือมะม่วงโชคอนันต์ หรือฟ้าลั่น เป็นมะม่วงยำ ก็เกาะตลาดในประเทศ แต่ที่มาแรงก็คือ “แก้วขมิ้น” จากเขมร วัยรุ่นไทยชอบทานเป็นมะม่วงมันที่มาแรง ซึ่งคุณกำธรได้หันมาจับตัวนี้ด้วย ส่วนตลาดต่างประเทศ บริษัท พงศ์เจริญเทรดดิ้ง จำกัด ที่หาดใหญ่ เป็นผู้ทำตลาดให้คุณกำธร

เป็นอันว่า มะม่วงนอกฤดู 200 ไร่ ที่นี่มีตลาดนอกและในรองรับ จึงไม่หวั่นว่าผลผลิต 10 กว่าสายพันธุ์ ที่ทยอยออกจะล้นตลาด  คุณกำธรจึงมีวลีเด็ดที่ว่า “ขุนศึกต้องนองไปด้วยเลือด เต็มไปด้วยบาดแผล จึงจะเป็นนักรบที่แข็งกล้า” คุณกำธรย้อนภาษิตจีนให้ฟัง

เหมือนกับจะบอกว่าที่ตนและครอบครัวทำเกษตรมาหลายอย่าง จนกระทั่งหล่อหลอมทายาทได้สำเร็จ เพราะผ่านศึกมาโชกโชน เช่นเดียวกับคติประจำใจที่ว่า “ไม่มีเศรษฐีคนไหนที่จะให้ขอทานเอาเปรียบ”

ทำให้คุณกำธรต้องค้าขายกับเศรษฐีด้วยฝีมือไม่ใช่การอ้อนวอนหรือร้องขอ

อีกหนึ่งของความภาคภูมิใจของคุณกำธรวันนี้คือทายาททั้ง 2 คนได้เข้ามาช่วยสานต่อและสืบทอดการทำสวนมะม่วง 200 ไร่ ต่อจากครอบครัว นั่นก็คือลูกสาวและลูกชายของคุณกำธรทั้ง

มะม่วงฤดูนอกฤดู น้ำดอกไม้
มะม่วงฤดูนอกฤดู น้ำดอกไม้

คุณธิดารัตน์ ณัฐพูลวัฒน์ (คุณปูจ๋า) สมาร์ทฟาร์มเมอร์วัย 31 ปี และ คุณบัญชา ณัฐพูลวัฒน์(คุณช้าง) วัย 30 ปี ที่มีจุดเริ่มต้นจากการลองเรียนรู้ที่คุณปูกับคุณช้างได้เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อกับแม่จะพาไปทำสวน ทำไร่ เหมือนเป็นการปลูกฝังไปในตัว ได้เห็นพ่อแม่ทำบ่อยๆ ซ้ำๆ ก็เกิดเป็นความผูกพัน จนกลายมาเป็นความรักในอาชีพทำสวนจริงๆ

ตอนเรียนจบกันใหม่ๆ พ่อกับแม่เปิดโอกาสให้ลองหาประสบการณ์กันก่อน 2 ปี แต่คุณปูกับคุณช้างได้ลองทำดูแล้วมีความรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวตนของตนเอง จึงได้หวนกลับมาพัฒนาสวนมะม่วงโดยใช้ความรู้ที่เรียนมา

โดยคุณช้างจะดูแลในส่วนของการผลิตและซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้ในสวนมะม่วงให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการคิดค้นทำเครื่องมือใหม่ๆ ส่วนคุณปูจะอยู่ในด้านการคัดผลผลิต การตลาดและการบัญชีของสวนมะม่วงทั้งหมด

นอกจากนี้ยังได้มีการประยุกต์การทำงานจากรุ่นคุณกำธรสู่รุ่นคุณปู & น้องช้างด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้เครื่องจักรกลต้องทำงานได้หลายอย่าง เช่น รถแทรกเตอร์สามารถเป็นได้ทั้งรถฉีดพ่นยา 200 ลิตร และ 1,000 ลิตร

การตัดหญ้า ใช้บุ้งกี๋ใส่ขี้ไก่ ปุ๋ยคอก  ใช้ใส่ปุ๋ยเคมี ใช้พรวนดิน ไถดิน ควบคู่ไปกับการสืบค้นข้อมูลจากโลกอินเตอร์เน็ตด้านข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ เช่น ปุ๋ย สารเคมี โรคแมลงใหม่ๆ และนำมาคัดกรองความเป็นไปได้ หรือทดลองเพื่อเล็กน้อยก่อน เพราะข้อมูลบางอย่างอาจเชื่อไม่ได้

การใช้ระบบไลน์ (กลุ่มสมาคมชาวสวนมะม่วง) ที่สามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์จริง การใช้จริง แต่ละท่านอยากถ่ายทอดความรู้ให้ ยิ่งเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อพ่อแม่ การสืบค้นจากวารสารและนิตยสารเกี่ยวกับการทำสวนมะม่วง

ด้วยความที่เป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ไม่คิดว่าทำดีแล้ว ทำเจ๋งแล้ว แต่จะมีการเติมความรู้ใหม่ๆลงไปอีก เพราะอะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา เช่นเดียวกันกับโรคแมลงที่ต้องรู้ให้เท่าทันด้วยการสังเกตเพื่อให้แก้ปัญหาได้ทันเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย

จึงจำเป็นต้องแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อการลดทุน   การเก็บสถิติการลดลงของปริมาณน้ำฝนเพื่อคาดคะเนปริมาณน้ำฝนในปีถัดไป

 

รวมไปถึงการป้องกันโรคแมลงในแต่ละช่วงตั้งแต่ช่ วงแตกใบอ่อน จะมีแมลงค่อมทองและแมงช้างเข้าทำลายใบอ่อนจึงต้องใช้ไซเปอร์เมทริน 35%, แลมป์ดาไซฮาโลทรินและป้องกันโรคแอนแทรคโนสด้วยคาร์เบนดาซิม

ช่วงเดือยไก่ จะมีหนอนเข้าทำลายจะป้องกันด้วยอะบาเม็กตินและป้องกัน โรคแอนแทรคโนสด้วยโพรพิเนบ

ช่วงดอกบาน จะเริ่มมีเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะป้องกันด้วยอิมิดาคลอพริดและพิโพรนิล ควบคู่กับการป้องกัน โรคแอนแทรคโนสด้วยโพรพิเนบและโพรคลอราช ของ บริษัท ลัดดา จำกัด ที่มีจุดเด่นที่…………..(มะม่วงลูกยาวใช้ไม่ได้)

ช่วงขึ้นเม็ดจะมีหนอนและเพลี้ยไฟรบกวนจะป้องกันด้วยอิมิดาคลอพริด  อะบาเม็กตินและไดโนทีฟูเรน  มีการป้องกันโรคแอนแทรคโนสด้วยโพรพิเนบและอมิตา

ช่วงมะม่วงผลเท่าไข่ไก่ จะไม่มีโรคและแมลง เนื่องจากห่อผลผลิต    ในขณะที่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ ไม่มีโรคและแมลงเนื่องจากห่อผลผลิตเช่นเดียวกัน

ส่วนตลาดของผลผลิตในประเทศนั้นคือตลาดค้าส่ง ตลาดศรีเมือง(ราชบุรี)และโรงงานอุตสาหกรรม (ผลผลิตที่มีปัญหาเรื่องผัก) ขณะที่ต่างประเทศจะส่งมอบผลผลิตให้กับ บริษัท พงษ์เจริญเทรดดิ้ง จำกัดเป็นหลัก เพื่อส่งออกไปยัง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ เป็นต้น

มะม่วงฤดูนอกฤดู น้ำดอกไม้
มะม่วงฤดูนอกฤดู น้ำดอกไม้

นอกจากนี้คุณปูจ๋าได้เผยถึงการมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศในนาม ยัง สมาร์ทฟาร์เมอร์ ภายใต้ชื่องาน ไทยเฟส ครั้งที่ 16 ณ สวนสาธารณโยโยงิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยคุณปูจ๋ารู้สึกดีใจที่ได้เป็นตัวแทนไปดูงานและ ได้ประสบการณ์ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในสวน มะม่วงนอกฤดู ตนเอง ที่สำคัญต้องทำผลผลิตให้ได้คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวพรรณ  รสชาติ แพ็คเก็ตจิ้ง ผลผลิตทุกผลต้องมีคุณภาพเท่ากัน

เพราะต้องยอมรับเลยว่าคนญี่ปุ่นชอบกินผลไม้ไทยมาก เพราะตอนที่ไปมีคนญี่ปุ่นมาเที่ยวในงานไทยเฟสประมาณ 400,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมากทีเดียว เขาสนใจผลไม้ไทยมาก

ประกอบกับคุณปูจ๋าไปในนามของกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีโอกาสได้ออกบูธและได้นำผลไม้หลายชนิดมาเปิดตัว อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงแรด   ทุเรียนหมอนทอง  ทุเรียนชะนี ทุเรียนก้านยาว  มังคุด  กล้วยหอมมะขามหวาน  สับปะรดและมะพร้าวน้ำหอม

ซึ่งคนญี่ปุ่นบอกว่าผลไม้ไทยมีรสชาติกลมกล่อม อร่อย เป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นแรงผลักดันให้คุณปูจ๋าต้องกลับมาดูแลสวนมะม่วงให้ดี  มีระบบแบบแผน เริ่มต้นตั้งแต่การดูแลต้น มะม่วงนอกฤดู ที่ต้องทำให้ต้นมะม่วงแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก เพราะปีๆ หนึ่งเขาให้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก

จึงต้องดูแลและเอาใจใส่ต้น มะม่วงนอกฤดู ให้เหมือนเป็นคนในครอบครัว  การควบคุมโรคและแมลงถ้าจะให้ดีที่นี่จะเน้นการป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดโรคและแมลงขึ้น แต่ก็อาจจะมีบ้างที่โรคและแมลงเข้าทำลาย

แล้วก็ต้องมีการรักษาตามอาการที่เป็น แต่จะไม่ให้ลุกลามจนเกินที่จะรักษาได้ รวมไปถึงการมุ่งเน้นทำผลผลิตให้มีคุณภาพ ผลผลิตต้องเป็นทรง สมส่วน ผิวพรรณสวย รสชาติอร่อยควบคู่ไปกับกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างประณีต

ทั้งผลผลิตที่ส่งขายภายในตลาดในประเทศและตลาดส่งออกเพราะไม่ว่าจะเป็นตลาดแบบไหนก็แล้วแต่ ต้องทำผลผลิตให้ได้คุณภาพ เพราะทุกคนต้องการกินของสวยและอร่อย ให้สมกับราคาที่ซื้อมา

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม สวนณัฐกำธร(ปูจ๋า)

คุณธิดารัตน์ ณัฐพูลวัฒน์ (ปูจ๋า)  โทร.089-551-1407,084-413-2826

มะม่วงนอกฤดู