รับซื้อทุเรียน รวบรวมผลผลิตจากชาวสวนไม้ผลในพื้นที่
รับซื้อทุเรียน รวบรวมผลผลิตจากชาวสวนไม้ผลในพื้นที่

ปัจจุบันการรับซื้อผลไม้ไทยเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก เพราะไม้ผลไทยวันนี้มีการส่งออกกันเป็นล่ำเป็นสัน ที่ทำให้หลายปีมานี้ได้มีนายทุนต่างชาติเข้ามารับซื้อผลผลิตเพิ่มมากขึ้น เป็นการแชร์ตลาดกัน ระหว่างผู้ประกอบการคนไทยและชาวต่างชาติไปโดยปริยาย รับซื้อทุเรียน

ที่สำคัญกลุ่มนายทุนจากต่างประเทศได้เข้ามารับซื้อผลไม้ไทยแบบวิ่งตรงถึงสวน ส่งผลให้ราคาผลไม้ในประเทศไทย อย่าง ทุเรียน มังคุด มะม่วง มีราคาที่สูงขึ้น เพราะการแข่งขันที่มากขึ้นนั่นเอง ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกผลไม้กันเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น จากอดีตที่ไม้ผลเคยซบเซา เช่นเดียวกับจังหวัดระยองที่มีพ่อค้าและนายทุนชาวจีนเข้ามาลงทุนตั้ง “ล้ง” และเปลี่ยนแปลงการรับซื้อผลไม้ไทยเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน

นอกจากนี้ยังมีการขยายฐานไปทำการค้าอีกหลายจังหวัด ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มหวั่นกลัวล้งจีนจะเข้ามาซื้อขายแบบผูกขาดการรับซื้อไม้ผล และการกำหนดราคาผลไม้ไทยในอนาคต ซึ่งต่อไปในอนาคตก็อาจจะทำให้เกิดวิกฤตกับธุรกิจการค้าผลไม้ไทยได้ แต่จะเห็นว่าการทำสวนไม้ผลของชาวสวนไทยส่วนใหญ่เป็นแบบสวนผสมผสานที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

1.การทำสวนไม้ผลและทำล้งทุเรียนในอดีต
1.การทำสวนไม้ผลและทำล้งทุเรียนในอดีต

การทำล้งผลไม้

ถามว่าชาวสวนที่ปลูกไม้ผลแบบผสมผสานบางคนก็อาจจะไม่รู้จัก เพราะว่าคนสมัยใหม่ๆ บางกลุ่มก็ไม่อยากจะทำเกษตร เพราะมองว่าการทำเกษตรกรรมนั้นเป็นงานที่ลำบาก ตากแดด ตากลม แต่ก็ยังมีคนรุ่นใหม่บางกลุ่มที่กำลังออกมาสานต่อจากครอบครัวที่เคยมีการปลูกฝังการทำเกษตรมาก่อน จึงเล็งเห็นความสำคัญ

แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยเรานั้นถือเป็นเมืองแห่งเกษตรกรรมที่ดีมาก เป็นครัวไทยที่ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปทั่วโลก ดังนั้นเกษตรกรจึงนิยมการทำสวนแบบผสมผสานกันเป็นอย่างมาก เพราะได้ปลูกพืชหลายตัวได้ และลดความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคา ในเรื่องการตลาดก็ดี หรือแม้แต่การออกผลผลิตของไม้ผลในแต่ละชนิด ในแต่ละปี ก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งการทำสวนผสมก็จะตอบโจทย์เกษตรกรมากที่สุด และทำให้ชาวสวนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

2.คุณเฉลย-อยู่สุข-และลูกสาวคนเก่ง-คุณกนกวรรณ-อยู่สุข
2.คุณเฉลย-อยู่สุข-และลูกสาวคนเก่ง-คุณกนกวรรณ-อยู่สุข

ผลิตและรับซื้อผลไม้ จ.ระยอง

ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ คุณเฉลย  อยู่สุข ชาวสวนที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้งด้านการผลิตและการตลาดไม้ผล เพราะในอดีตเคยเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้รับซื้อผลไม้เพื่อการค้า หรือการทำ “ล้งทุเรียน” มาอย่างยาวนาน

คุณเฉลยเล่าว่าย้อนไปตั้งแต่เมื่อตอนอายุ 18 ปี ครอบครัวมีอาชีพทำทั้งสวนยางพาราและสวนไม้ผลแบบผสมผสาน โดยมีสวนยางพาราประมาณ 20 ไร่ มีสวนไม้ผลแบบผสมผสานอยู่ 10 ไร่ ไว้คอยเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อเลี้ยงครอบครัว

ประกอบกับสมัยนั้นชาวสวนมีวิธีการทำสวนไม่เหมือนกับในสมัยนี้ เพราะสภาพดินดี อากาศดี ทำให้การดูแลพืชนั้นไม่ต้องพึ่งพาอาศัยปุ๋ย ยา มากมายนัก แต่ผลผลิตที่ได้มีปริมาณ และคุณภาพที่ดี รวมไปถึงการใช้ประโยชน์จากร่องสวนยางพาราที่มีการปลูกผักและพืชล้มลุกแซมเพื่อสร้างรายได้แล้ว ก็ได้ยึดการปลูกผักแซมในร่องสวนยางพาราตลอดมา

จึงทำให้มีองค์ความรู้ที่หลากหลาย และด้วยนิสัยของคุณเฉลยเป็นคนที่ชอบการค้า ชอบกลไกทางด้านการตลาด จึงได้นำเอาผลผลิตที่ปลูกได้เข้าไปขายที่ตลาดผักในท้องถิ่น มีทั้ง ผัก มะเขือ และแตง จนเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ต่อมาก็จะมีพ่อค้าและแม่ค้าวิ่งเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงสวนโดยตรง ซึ่งชีวิตของคุณเฉลยก็จะอยู่ภาคเกษตรกรรมมาโดยตลอด

ต่อมาคุณเฉลยได้หันมาทำสวนไม้ผลเพิ่มอีก 10 ไร่ แบบสวนผสมผสานเช่นเดียวกัน เพราะเป็นสวนที่มีการปลูกไม้ผล ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ เพื่อตอบโจทย์ด้านการตลาดของผลไม้ในตอนนั้นที่มีมาจนถึงปัจจุบัน

จนกระทั่งสวนไม้ผลเริ่มให้ผลผลิตได้ จึงต้องนำผลผลิตไปขายให้กับพ่อค้าในพื้นที่ ซึ่งการขนส่งผลผลิตออกจากสวนเพื่อไปขายนั้นค่อนข้างลำบากมากพอสมควร และมักจะโดนกดราคาโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเป็นแรงจูงใจให้คุณเฉลยหันมาทำการตลาดเอง หรือการทำ “ล้ง” หรือที่เรียกว่า “โรงคัดแยกผลไม้” เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ที่ยังมีล้งอยู่เพียงไม่กี่แห่งในพื้นที่

3.รับซื้อทุเรียน รวบรวมผลผลิตจากชาวสวนไม้ผลในพื้นที่
3.รับซื้อทุเรียน รวบรวมผลผลิตจากชาวสวนไม้ผลในพื้นที่
กระบวนการทำงานในล้งทุเรียน
กระบวนการทำงานในล้งทุเรียน

การรับซื้อผลผลิต รับซื้อทุเรียน

หลังจากนั้นก็เริ่มมีการทำล้งผลไม้กันมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นล้งคนไทยที่ทำกันเอง ด้วยการรับซื้อผลผลิตจากคนไทยด้วยกันไปขายต่อยังนอกพื้นที่ ซึ่งล้งที่คุณเฉลยเลือกทำ ก็คือ “ล้งทุเรียน” อย่างเดียวเท่านั้น เพราะอดีตชาวสวนมีการปลูกทุเรียนกันเป็นจำนวนมาก ที่มีกลไกการรับซื้อที่ยึดที่ผลผลิตทุเรียนให้เป็นตัวกำหนดราคา ทั้งด้านขนาด ลูกเล็ก และลูกใหญ่

ซึ่งตลาดทุเรียนในยุคนั้นยังถือว่าดี ตลาดให้ราคาผลผลิตดีกว่า ที่สำคัญเป็นผลผลิตทุเรียนในฤดูกันทั้งหมด เพราะยังไม่มีนวัตกรรมในการทำทุเรียนนอกฤดูได้เลย ไม่เหมือนตลาดในยุคปัจจุบันนี้ที่ทุเรียนสามารถทำผลผลิตให้ออกนอกฤดูได้ จากนั้นก็จะมีพ่อค้าวิ่งเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงในพื้นที่ เพื่อนำไปขายพื้นที่อื่นๆภายในประเทศ อาทิเช่น พ่อค้าแถบนครปฐม บางแค ปากน้ำ สมุทรปราการ เป็นต้น

ผลจากการทำล้ง ทำให้คุณเฉลยมีเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการแข่งขันก็ยังมีไม่มากเหมือนสมัยปัจจุบัน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2530 ผลไม้ในประเทศไทยเริ่มมีการส่งออกกันมากขึ้น คุณเฉลยจึงเล็งเห็นว่าการส่งออกเป็นตลาดที่ดี จึงได้ริเริ่มแนวคิดในการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศเป็นรุ่นแรกของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ โดยจะมีการส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น

อีกทั้งภาพรวมของผลไม้ที่ส่งเข้ามายังล้งยังมีปริมาณที่น้อย แต่ตลาดส่งออกมีความต้องการมาก แต่ก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน หากต้องมีการส่งออกทางเครื่องบิน เพราะมีต้นทุนค่อนข้างสูงมาก ประกอบกับการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศช่วงนั้นผู้ประกอบการยังไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมากพอ เพราะกว่าจะเคลียร์เงินได้จากการส่งออกแต่ละล็อตต้องใช้เวลานาน 2-3 เดือน จึงจะมีเงินเข้ามาหมุนเวียนได้

จนกระทั่งการส่งออกเกิดการสะดุดและเกิดปัญหาขึ้นมา นั่นเป็นเพราะประเทศไทยต้องการส่งออกผลผลิต แต่ทว่าไม่แนะนำวิธีการกินทุเรียนด้วย ทำให้คนต่างชาติไม่รู้วิธีการกินทุเรียนที่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก กินไม่เป็น แกะไม่เป็น เพราะทุเรียนที่ส่งไปนั้นจะส่งออกไปเป็นลูกๆ ทางล้งจึงถูกตัดค่าทุเรียนที่ส่งออกไปถึง 10% ทำให้ทุเรียนที่มีราคาแพงถูกลง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก

“โดยนิสัยการกินทุเรียนของชาวต่างชาตินั้นจะนิยมกินทุเรียนที่ไม่สุกมากจนเกินไป เพราะถ้าสุกงอมมากไปเขาอาจจะคิดว่าทุเรียนลูกนั้นเสีย ทานไม่ได้ทันที จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการโดนตัดเงินไปตามๆกัน” คุณเฉลยกล่าว

4.ผลผลิตที่รอการส่งมอบให้กับลูกค้า
4.ผลผลิตที่รอการส่งมอบให้กับลูกค้า รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน 

ด้านตลาดผลไม้

ต่อมาไม่นานนักได้มีนักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมากโดยการเข้ามาเหมาซื้อผลผลิตของชาวสวนไทยแบบเข้ามาถึงในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก มีการแข่งขันกันสูงมาก ทำให้มีต้นทุนในการซื้อผลผลิตที่แปรผันอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งอิ่มตัว และเริ่มเหนื่อยกับการแข่งขันที่มากขึ้นทุกขณะ คุณเฉลยจึงตัดสินใจปิดกิจการ เลิกทำล้งทุเรียนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบันนี้จะเห็นว่า “ล้งจีน” เข้ามามีบทบาทสูงมากในการรับซื้อผลผลิตจากชาวสวนผลไม้ไทย แข่งขันกันสูงเพื่อต้องการได้ผลผลิตเพื่อการส่งออก ส่งผลให้เกษตรกรหันมาทำไม้ผลกันเป็นจำนวนมาก เพราะมีราคาผลผลิตเป็นแรงจูงใจ อย่าง การผลิตทุเรียน มังคุด และมะม่วง เพื่อการส่งออก เป็นต้น โดยจะมีล้งรับซื้อกระจายอยู่ในพื้นที่ที่เกษตรกรปลูกไม้ผลเป็นหลักเข้าไปในทุกพื้นที่ และคงจะหนีไม่พ้นหลายจังหวัดในภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น อย่างคนที่เคยไปก็จะเห็นว่าตลอดสองข้างทางก็จะมีโรงคัดแยกผลไม้ หรือที่เรียกว่า “ล้ง” เป็นจำนวนมาก

“ล้งจีนได้ผลประโยชน์ ผลตอบแทน เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นตัวกลางของเกษตรกร และตลาด ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเกษตรกรไม่รู้ว่าปลายน้ำอยู่ที่ไหน สุดท้ายเกษตรกรก็ต้องถูกบีบให้ทำของที่ดีจริง สวย ให้มีปริมาณมาก โดยไม่มีสิทธิ์การต่อรองใดๆ” คุณเฉลยเผยถึงการล้างมือจากวงการทำล้งทุเรียน และหันมาทำสวนไม้ผลแบบผสมผสานแทน

แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของแรงงานที่ต้องใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะแรงงานหายาก ทุกคนทำสวนผลไม้ตัวเอง การจ้างแรงงานในพื้นที่เยอะ แต่ไม่มีแรงงานที่เพียงพอ ทำให้ชาวสวนเกิดปัญหา แม้จะดูแสสวนให้ได้ผลผลิตดีมากแค่ไหน แต่เก็บเกี่ยวไม่ได้ แรงงานไม่มี แรงงานไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีประโยชน์ เท่ากับทุกอย่างที่ลงทุนมาทั้งปีสูญเปล่าหายไปในพริบตา นั่นเป็นสาเหตุที่ต้องหยุดทำสวนไม้ผล แต่จะเหลือไม้ผลบางส่วนไว้เพื่อบริโภคบ้าง ก็จะปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกยางพารา เพราะราคายางพาราในช่วงนั้นค่อนข้างดีพอสมควร

5.คุณกนกวรรณ-อยู่สุข-และคุณเฉลย-กับฟาร์มผักไฮโดรฯ
5.คุณกนกวรรณ-อยู่สุข-และคุณเฉลย-กับฟาร์มผักไฮโดรฯ

ผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ จ.ระยอง

ในขณะเดียวกันคุณเฉลยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก จึงต้องปลูกฝังให้ลูกๆ ทำเกษตรมาโดยตลอด เพื่อให้มีองค์ความรู้ที่ดีในการต่อยอดพัฒนาวงการเกษตรให้คงอยู่กับเกษตรกรไทย ให้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ

จนกระทั่งลูกสาวของคุณเฉลย อย่าง คุณกนกวรรณ อยู่สุข ที่ได้เดินตามรอยพ่อที่มีใจรัก และหันมายึดการทำเกษตรเป็นอาชีพหลัก เพื่อสร้างรายได้ สร้างฐานะได้อย่างมั่นคง ภายใต้องค์ความรู้ที่ดีในการผลิต “ผักไฮโดรฯ” แบบเพิ่มคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับผักสลัดที่ผลิตขึ้นมาเพื่อป้อนให้กับตลาดทั้งในและนอกพื้นที่ที่ยังมีความต้องการอยู่เป็นจำนวนมากโดยมีคุณเฉลยคอยดูแล เป็นที่ปรึกษา เป็นกำลังให้กับลูกๆ ในการประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จ และยืนได้ด้วยตนเอง นั่นคือความภูมิใจที่พ่อทุกคนอยากเห็น

นอกจากนี้การผลิตผักสลัดคุณภาพเพื่อสร้างรายได้ที่ดีแล้ว คุณเฉลยยังปลูกฝังให้ลูกๆ รู้จักการแบ่งปัน และเอื้อเฟื้อต่อสังคม และส่วนรวม ด้วยการเปิดสวนผักให้กับทุกคนที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อผลิตผักคุณภาพ เพื่อสร้างรายได้ การเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเด็กๆ ในโรงเรียนต่างๆ ในการปลูกผักสวนครัว ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้มีการผลิตผักเพื่อเป็นอาหารกลางวันขึ้นภายในโรงเรียน และกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถช่วยเหลือสังคมได้เท่าที่กำลังที่มี

6.ฝรั่งหวานพิรุณ-ดูแลง่าย-ให้ผลผลิตที่ดี
6.ฝรั่งหวานพิรุณ-ดูแลง่าย-ให้ผลผลิตที่ดี รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน รับซื้อทุเรียน

การปลูกฝรั่งสายพันธุ์หวานพิรุณ

นอกจากนี้คุณเฉลยยังได้หันมาปลูกฝรั่งสายพันธุ์ “หวานพิรุณ” จำนวน 100 กว่าต้น บนเนื้อที่ 2 ไร่ ที่ได้มีการสั่งซื้อกิ่งพันธุ์มาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ด้วยเล็งเห็นว่าฝรั่งดูแลง่ายกว่าผลไม้ตัวอื่น ทำเป็นงานอดิเรก ดูแลสวนเอง ทำสวนฝรั่งด้วยใจรักการทำเกษตร ใช้แรงงานน้อย ได้ออกกำลังกาย

ที่สำคัญฝรั่งสายพันธุ์นี้หากมีการดูแลรักษาที่ดีจะให้ผลผลิตที่ดีตามไปด้วย หรือผลผลิตบางลูกมีน้ำหนักมากถึง 2 กก./ลูก มีรสชาติหวาน อร่อย ผลผลิตเป็นที่ต้องการตลาดในพื้นที่มาก และแทบไม่ต้องวิ่งไปขาย เพราะจะมีลูกค้าติดต่อขอซื้อกันถึงหน้าสวน ส่วนราคาก็ดี หรือกิโลละ 30 บาท/กก. เท่านั้น เพราะฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลไม่มาก มีกากอาหารมาก จึงทำให้เหมาะกับคนที่รักสุขภาพเป็นอย่างมาก

ทำให้ฝรั่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสูง ฝรั่งเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ ที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หรือผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้อิ่มนาน ช่วยกำจัดท้องร้อง อาการหิว ที่คอยมากวนใจ เพราะกากใยจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ช่วยปรับระดับการใช้อินซูลินของร่างกายให้เหมาะสม อีกทั้งกากใยยังช่วยล้างพิษโดยรวมได้เป็นอย่างดี ส่งผลทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส ที่สำคัญผลผลิตที่นี่จะขายไม่แพง เพราะเป็นชาวสวนปลูกเอง ดูแลเอง บริหารจัดการเอง ขายเอง และต้องการให้ทุกคนสามารถทานได้ เป็นผลไม้ที่ดีเพื่อสุขภาพของทุกคนนั่นเอง

สนใจติดต่อสอบถาม คุณเฉลย อยู่สุข บ้านเลขที่ 59 ม.7 ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง 21110 โทร.086-042-8008

สนับสนุนโดย