ระบบภูมิคุ้มกันของพืชจากการมี วัคซีนพืช
ระบบภูมิคุ้มกันของพืชจากการมี วัคซีนพืช

คุณสมบัติของวัคซีนพืช

วัคซีนพืช เกิดจากการค้นคว้าวิจัยที่ยึดหลัก 3 ประการ คือ อาหารปลอดภัย (food safety) ความมั่นคงทางด้านอาหาร (food security) และความยั่งยืนของการทำเกษตรกรรม (sustainable agriculture) ด้วยแนวคิด (concept) ที่ว่า สิ่งที่นำมาวิจัยนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่มนุษย์ หรือสัตว์ บริโภค หรือฉีดเข้าร่างกายได้ และต้องเป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาจะต้องสามารถกระตุ้นให้พืชสร้างภูมิต้านทานทางธรรมชาติขึ้นมาเอง เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้สารเคมีลง และผลผลิตได้มากขึ้น พร้อมทั้งยังมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย

ผลที่ได้จากการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างภูมิต้านทานในพืช ทำให้ได้ “วัคซีนพืช” มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ ทำให้พืชมีภูมิต้านทานต่อโรค แมลง และสภาพแวดล้อม เช่น ภัยแล้ง ได้ โดยที่พืชต่างๆ ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และได้ปริมาณที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการใช้เคมี

1.วัคซีนพืช-เจ้าเดียวในประเทศไทย
1.วัคซีนพืช-เจ้าเดียวในประเทศไทย
2.เทคโนโลยี-Fan-Vac
2.เทคโนโลยี-Fan-Vac

องค์ประกอบของ วัคซีนพืช

ที่สำคัญ “วัคซีนพืช” เป็นสารอินทรีย์เข้มข้นที่ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1.สารไคโตโอเลโกแซคคาไรด์ (Chitooligosachharide) ที่สกัดมาจากเปลือกกุ้ง เปลือกปู โดยใช้เอนไซม์จากธรรมชาติมาสกัด เพื่อให้ได้ความบริสุทธิ์มากกว่า และมีขนาดโมเลกุลเล็กกว่าไคโตซานทั่วไปถึงพันเท่า ทำให้เซลล์พืชดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และนำไปใช้ได้ทันที

2.สารสกัดจากสาหร่ายทะเล มีธาตุอาหารหลัก อาหารรอง อาหารเสริม ไวตามิน กรดอะมิโน รวมทั้งฮอร์โมนต่างๆ เช่น  จิบเบอริริล  ไซโตไคนิน  และออกซิน  ในปริมาณที่พอเหมาะต่อความต้องการของพืช  ช่วยเร่งการเจริญเติบโตทุกส่วนของพืช ทำให้พืชมีความสมบูรณ์

3.ฮิวมัสของแร่ภูเขาไฟ ที่มีธาตุอาหารครบถ้วนตามที่พืชต้องการ ช่วยทำให้ดินร่วนซุย อุ้มนํ้าได้ดี ปรับความเป็นกรด-ด่างของดิน ทำให้สมดุลในการปลูกพืชได้ดี ทุกชนิด ทุกฤดูกาล อีกทั้งยังช่วยเร่งการเจริญเติบโตทางรากได้ดี

4.กรดอะมิโน และธาตุอาหารในรูปอินทรีย์คีเลท พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที อีกทั้งยังคงทนอยู่ในสภาพแวดล้อมได้นานโดยไม่สูญสลาย หรือทำปฏิกิริยาอื่นกับสารในดิน และปลอดภัยกับคน สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม

5.จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยกําจัดเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อพืช ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่ใช้สารเคมีใดๆ สามารถที่ทำให้วัคซีนพืชมีขนาดอนุภาคเล็กถึง 377 นาโนเมตร สามารถเข้าสู่พืชทางปากใบ และเข้าถึงเซลล์พืชได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 2-5 นาที เท่านั้น

3.ระบบภูมิคุ้มกันของพืช
3.ระบบภูมิคุ้มกันของพืช

ประโยชน์ของ วัคซีนพืช

เมื่อพืชได้รับวัคซีนแล้วจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาด้วยสาร 2 กลุ่มคือ กระตุ้น (stimulant หรือ elicitor) และเหนี่ยวนำ (precursor) โดยพืชจะสร้างโมเลกุลสาร 3 ชนิด คือ  ซาลิไซลิค แอซิด (Salicylic acid-SA), จัสโมนิค แอซิด (Jasmonic acid-JA) และเอธิลีน (Ethylene-EA)

สารต่างๆ ที่พืชสร้างขึ้นเหล่านี้เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่พืชใช้ตอบโต้ความไม่เหมาะสมทางธรรมชาติ ที่เรียกว่า abiotic stresses เช่น สภาพอากาศที่ร้อนจัด แล้งจัด หรือหนาวจัด ที่ทำให้พืชมีผลผลิตลดลง  และความไม่เหมาะสมทางชีวภาพ ที่เรียกว่า biotic stress เช่น การถูกจู่โจมจากเชื้อโรค เช่น รา แบคทีเรีย ไวรัส รวมทั้งหนอน และแมลงต่างๆ ที่เป็นศัตรูของพืช

4.ทุเรียนสร้างภูมิต้านทานเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี
4.ทุเรียนสร้างภูมิต้านทานเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี
ผลผลิตสมบูรณ์-ภูมิต้านทานโรคและแมลงที่ดี
ผลผลิตสมบูรณ์-ภูมิต้านทานโรคและแมลงที่ดี

ข้อดีของการใช้ วัคซีนพืช

ระบบภูมิต้านทานของพืชตามธรรมชาติ โมเลกุลสาร 3 ชนิด ดังกล่าวข้างต้น จะมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆ ของการเกิดระบบภูมิต้านทานของพืช ซึ่งมีหลากหลายระบบ และผลที่ได้ คือ พืชจะสร้างสารประเภททุติยภูมิ (Secondary metabolites) แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ เทอปินอยส์ (terpenoids) ฟีโนลิคส์ (phenolics) และอัลคาลอยส์ (alkaloids) ทำให้เกิดผลดีในด้านต่างๆ ได้แก่

-ทำให้พืชมีความแข็งแรง มีความทนทานต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง

-ช่วยส่งเสริมให้พืชผลิตสารในการยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรีย

-ช่วยให้พืชมีความต้านทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ร้อนจัด หนาวจัด หรือขาดนํ้า

-ทำให้ได้สารกลุ่มฟีโนลิคส์มากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant)

-ทำให้เกิดการสังเคราะห์แสงที่มากขึ้น จากการมีปริมาณของคาโรตินอยส์ที่เพิ่มมากขึ้น

-เพิ่มเกราะป้องกันให้พืช (plant shield) โดยจากผลการวิจัยในต้นข้าว พบว่า ใบข้าวเปลี่ยนรูปร่างขนใบให้เป็นหนามยาวกว่าเดิมเกือบสองเท่า ซึ่งเป็นขนาดเหมาะสมที่จะสามารถเสียบแทง หอยเชอรี่ หนอน หรือแมลง ที่มาทำลายใบได้

-ทำให้ผิวของผัก และผลไม้ต่างๆ มีความหนา และแข็งแรงมากขึ้น ทำให้หนอน และแมลง กัดแทะได้ยากขึ้น และยังได้ประโยชน์ในด้านการขนส่ง คือ พืชเกิดความบอบชํ้าน้อยลง ในระหว่างการขนส่ง

-สร้างกรดไขมันโวลาไทล์ (volatile fatty acid) ที่สามารถส่งสัญญาณให้กับพืชข้างเคียง เพื่อให้สร้างภูมิต้านทาน ในการต้านโรค หนอน และแมลง ขึ้นมาได้เช่นกัน

-กระตุ้นให้ยีนพืชสร้างสารซิสแตติน (cystatine) ซึ่งเป็นสารยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส (protease inhibitor) ในหนอนและแมลง ทำให้ไม่สามารถย่อยพืชได้ เมื่อหนอนและแมลงมากัดกินพืชก็จะตาย

-กระตุ้นให้ปากใบมีขนาดเล็กลง ลดการคายน้ำ ทำให้พืชทนต่อสภาวะแล้งได้มากขึ้น

-ความต้านทานที่พืชสร้างขึ้นสามารถส่งต่อไปยังส่วนอื่นๆ ของพืชได้ โดยกรดซาลิไซลิค (salicylic acid) จะมีบทบาทสำคัญทำให้เกิดการสร้างโมเลกุลโปรตีน (Pathogenesis-Related Protein) ซึ่งจะเป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้ส่วนอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากจุดที่ถูกเชื้อโรคโจมตี มีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาด้วย

สิ่งเหล่านี้  คือ  “นวัตกรรม”  ที่น่าสนใจ  ที่คนไทยคิดค้นจนออกมาเป็นสินค้าในเชิงพาณิชย์  และเป็นผลิตภัณฑ์ “บิ๊กวัคซีนพืช” ผลิตภัณฑ์ระดับโลก เพื่อผลผลิตที่ยั่งยืน และปลอดภัย สารอินทรีย์เข้มข้นทำมาจากสารวัตถุดิบธรรมชาติ 100% หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เกษตรอัจฉริยะ จำกัด www.เกษตรอัจฉริยะ.comโทร.081-689-4444

สนับสนุนโดย