ระบบนำ้หยด-สปริงเกอร์-ไมโครสเปรย์
ระบบนำ้หยด-สปริงเกอร์-ไมโครสเปรย์

ระบบน้ำ มินิสปริงเกลอร์ vs ระบบน้ำ ไมโครสเปรย์ vs ระบบน้ำ น้ำหยด มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกได้ เหมาะสำหรับงานแต่ละประเภท บทความนี้จะอธิบาย ข้อดี ข้อเสีย ของ ระบบน้ำ แต่ละประเภท พร้อมเสนอ ข้อแนะนำ ที่เหมาะสม สำหรับ ระบบนำ้ ในสวนผลไม้ และ ระบบนำ้ ประเภท ต่าง ๆ

การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าในการปลูกไม้ผล

ไม้ผล ไม้ยืนต้น เป็นพืชที่ปลูกตามระยะปลูกที่แน่นอน การปลูกเป็นระเบียบ เป็นแถว เป็นแนว ในอดีตการให้น้ำไม้ผล ไม้ยืนต้น ใช้วิธีการทำดินล้อมรอบโคนต้น และปล่อยน้ำทางผิวดินไหลเข้าท่วมขังและซึมลงดินเอง

หรือสายยางปล่อยน้ำลงในดิน แต่ปัจจุบันมีระบบให้น้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยการให้น้ำทางท่อ และปล่อยน้ำกระจายออกที่บริเวณโคนต้นด้วยหัวมินิสปริงเกลอร์ หรือเรียกว่า หัวเหวี่ยงขนาดเล็ก

หัวมินิสเปรย์ หรือเรียกว่า หัวพ่นฝอยขนาดเล็ก ซึ่งใช้ได้กับไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน มังคุด มะม่วง หรือไม้ยืนต้น เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และหัวน้ำหยด ซึ่งใช้ได้กับไม้ผลที่ปลูกเรียงเป็นแถวชิด เช่น องุ่น กล้วย

 

ระบบน้ำ ที่เหมาะสมสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น

ระบบการให้น้ำสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่มีประสิทธิภาพ คือ ให้น้ำแบบเฉพาะจุดบริเวณรากพืชโดยตรง น้ำจะถูกปล่อยจากหัวปล่อยน้ำสู่ดินให้ซึมลงไปในดินบริเวณเขตรากพืช ระบบนี้เป็นระบบที่ประหยัดน้ำได้อย่างแท้จริง เนื่องจากเกิดการสูญเสียน้ำน้อยมาก และแรงดันที่ใช้กับระบบประมาณ 5 – 20 เมตร ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านต้นกำลังสูบน้ำ มี 3 ระบบ คือ ระบบมินิสปริงเกลอร์ ระบบไมโครสเปรย์ และ ระบบน้ำหยด  ดังนี้

สปริงเกอร์ มินิสปริงเกลอร์ ( Mini Sprinkler )
สปริงเกอร์ มินิสปริงเกลอร์ ( Mini Sprinkler )

มินิสปริงเกลอร์ ( Mini Sprinkler )

เป็นระบบที่ใช้แรงดัน 10 – 20 เมตร และมีอัตราการไหลของหัวปล่อยน้ำ 20 – 300 ลิตร ต่อชั่วโมง ระบบนี้เหมาะกับสภาพแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำจำกัด คุณภาพน้ำค่อนข้างดี รูปล่อยน้ำมีขนาดเล็ก ต้องการระบบการกรองที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน ผู้ใช้ต้องมีความละเอียดในการตรวจสอบและล้างกรองอย่างสม่ำเสมอทุกวัน แรงดันที่ต้องใช้ในระบบปานกลาง การลงทุนด้านเครื่องสูบน้ำ และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานน้อยกว่าระบบสปริงเกลอร์

เหมาะสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่มีระยะปลูกตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไป เช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้น ระยะปลูก 5 x 5, 6 x 6, 8 x 8 เมตร

สามารถวางท่อย่อยตามแถวของไม้ผลทุกแถว และติดตั้งหัวมินิสปริงเกลอร์ต้นละ 1 – 2 หัว ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย มะม่วง ส้มโอ

ข้อดี

  1. มีใบหมุนช่วยกระจายน้ำเป็นวงกว้าง ใช้กับต้นไม้ใหญ่ได้

ข้อจำกัด

  1. ต้องใช้เครื่องกรองละเอียดปานกลาง 40-120 เมช (mesh) และล้างไส้กรองทุกวัน
  2. ถ้าใบหมุนชำรุดจะใช้งานไม่ได้
ระบบนำ้ ไมโครสเปรย์ Micro Spray
ระบบนำ้ ไมโครสเปรย์ Micro Spray

ไมโครสเปรย์ ( Micro Spray ) และ เจ็ท ( Jet )

เป็นระบบที่ใช้แรงดัน 10 – 15 เมตร และอัตราการไหลของหัวปล่อยน้ำ 10 – 200 ลิตร ต่อชั่วโมง ระบบนี้เหมาะกับสภาพแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำจำกัด คุณภาพน้ำค่อนข้างดี รูปล่อยน้ำมีขนาดเล็ก

ต้องการระบบการกรองที่ดีเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน ผู้ใช้ต้องมีความละเอียดในการตรวจสอบและล้างกรองอย่างสม่ำเสมอทุกวัน แรงดันที่ต้องใช้ในระบบปานกลาง การลงทุนด้านเครื่องสูบน้ำ และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานน้อยกว่าระบบสปริงเกลอร์

เหมาะสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่มีระยะปลูกไม่เกิน 5 เมตร เช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้น ระยะปลูก 4 x 4 เมตร

สามารถวางท่อย่อยตามแถวของไม้ผลทุกแถว และติดตั้งหัวสเปรย์และเจ็ทต้นละ 1 – 2 หัว ได้แก่ มะม่วง ส้ม องุ่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน

ข้อดี

  1. เป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว
  2. ลดปัญหาการสึกหรอ ใช้งานได้นาน

ข้อจำกัด

  1. สูญเสียน้ำจากการกระจายไปตามลมบ้าง
  2. ต้องใช้เครื่องกรองละเอียดค่อนข้างมาก 80 – 120 เมช ( mesh ) และล้างไส้กรองทุกวัน
ระบบนำ้ หยด drip
ระบบนำ้หยด drip

น้ำหยด ( Drip )

เป็นระบบที่ใช้แรงดัน 5 – 10 เมตร และอัตราการไหลของหัวปล่อยน้ำ 2 – 8 ลิตร ต่อชั่วโมง ปล่อยน้ำจากหัวปล่อยน้ำสู่ดินโดยตรง แล้วซึมผ่านดินไปในบริเวณเขตรากพืชด้วยแรงดูดซับของดิน

ระบบน้ำหยด เหมาะกับสภาพแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำจำกัด คุณภาพน้ำดี รูปล่อยน้ำมีขนาดเล็กมาก ต้องการระบบการกรองที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน แรงดันที่ต้องใช้ในระบบค่อนข้างต่ำ ทำให้การลงทุนด้านเครื่องสูบน้ำ และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานน้อยที่สุด

เหมาะสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น ที่มีระยะปลูกเป็นแถวระยะชิด เช่น 2 x 5 , 3 x 7 เมตร

วางท่อย่อย 1 – 2 เส้น ตามแถวของไม้ผลทุกแถว และติดตั้งหัวน้ำหยดต้นละ 2 – 8  หัว ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน องุ่น ส้ม กล้วย

ข้อดี

  1. ประหยัดน้ำ และใช้พลังงานน้อยที่สุด

ข้อจำกัด

  1. อุดตันง่าย ต้องใช้เครื่องกรองละเอียดมาก 140 เมช ( mesh ) ต้องตรวจสอบและล้างไส้กรองทุกวัน
  2. การวางบนพื้นดินทำให้ตรวจสอบยาก เมื่อพบการอุดตัน พืชอาจเกิดความเสียหายแล้ว

สนใจ ระบบนำ้หยด -> [อ่านเพิ่มเติม]

ผู้เขียน: กรมส่งเสริม

ระบบน้ำ มินิสปริงเกลอร์ vs ระบบน้ำไมโครสเปรย์ vs ระบบน้ำน้ำหยด มี ข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกัน ออกได้ เหมาะสำหรับ งาน แต่ละ ประเภท บทความนี้ จะอธิบาย ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละประเภท พร้อมเสนอข้อแนะนำที่เหมาะสน สำหรับ ระบบนำ้ ในสวนผลไม้ และ ระบบนำ้ ประเภทต่าง ๆ

ระบบน้ำ สปริงเกอร์ vs ระบบน้ำ ไมโครสเปรย์ vs ระบบน้ำหยด ข้อดี ข้อเสีย Micro Spray, Drip, Mini Sprinkler, Jet ระบบน้ำหยด สปริงเกอร์ ระบบน้ําในสวน