การดูแลสับปะรดสี ให้มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม
การดูแลสับปะรดสี ให้มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม

“หากจะกล่าวถึงสับปะรดสี เชื่อว่าคนที่รักต้นไม้ทุกคนจะต้องหลงใหลกับมนเสน่ห์ หลายคนพยายามเสาะแสวงหามาไว้ในครอบครองต้นแล้วต้นเล่า”

ปัจจุบันสับปะรดสีเป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความงามในตัวเอง มีรูปร่าง ขนาด และสีสัน มากมาย เช่น บางชนิดใบมีสีเขียวขลิบเหลือง ริ้วเหลือง บางชนิดใบสีม่วงแต้มสีชมพูเป็นปื้นตามใบ หรือมีจุดประ สะดุดตา เป็นต้น

ประกอบกับมีความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศ การนำมาใช้ประโยชน์จึงสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ใช้ในการจัดสวน ปลูกเป็นไม้กระถาง ไม้ตัดดอก ไม้แขวน ปลูกประดับชั้นหรือตู้โชว์ ปลูกให้เกาะอยู่กับกิ่งไม้หรือซอกหิน อีกทั้งมีแมลงรบกวนน้อย จึงทำให้มีผู้สนใจปลูกเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง จนเป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ตลาดต้องการ

1.การดูแลสับปะรดสี ให้มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม
1.การดูแลสับปะรดสี ให้มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม

จุดเริ่มต้นการปลูกเลี้ยงสับปะรดสี

คุณสุพร ศิริพิบูลย์ เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความงดงามของสับปะรดสี จึงได้คัดสรรสายพันธุ์สับปะรดสีมาปลูกประดับไว้ที่สวนไม้ดอกไม้ประดับของตนเองในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ไร่ดวงตะวันของสุพร ตั้งอยู่ที่หน้าวัดไร่บน เลขที่ 225 ม.2 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าจุดเริ่มต้นของการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงสับปะรดสี ว่า เดิมทีเริ่มจากทำสวนมะม่วงก่อน เมื่อปี 2528 เนื่องจากสมัยนั้นคนที่เรียนจบทางด้านเกษตรหางานทำยาก เธอจึงตัดสินใจมาประกอบอาชีพการเกษตร เริ่มจากทำสวนมะม่วงเล็กๆ ทำมาเรื่อยๆ จนสามารถขยายพันธุ์ขายเองได้ ไม่นานสวนของเธอก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงนำไม้ผลชนิดอื่นเข้ามาขายร่วมด้วย

ชีวิตพลิกมาปลูกสับปะรดสีโดยรู้จักญาติที่เรียนทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่ จ.เพชรบุรี และแนะนำสับปะรดสีให้รู้จัก เธอเห็นว่าเป็นพืชใหม่ รูปร่างแปลก สีสันฉูดฉาดน่าสนใจ จึงชักชวนเพื่อนๆ ไปชมสวนสับปะรดสีในสถานที่ต่างๆ เธอจึงเริ่มสนใจปลูกสับปะรดสีมากขึ้น ด้วยความขยัน เรียนรู้ พร้อมกับการทำด้วยใจรัก ทำให้เธอเลือกปลูกสับปะรดสีเพิ่มขึ้น

เธอใช้วิธีการซื้อต้นพันธุ์สับปะรดสีจากการไปชมสวนต่างๆ และถ้าไปเที่ยวที่ไหนพบเจอสับปะรดสีถูกใจจะซื้อมาเก็บสะสม และขยายพันธุ์ไว้จนมีจำนวนมาก

เมื่อเข้ามายึดอาชีพขายต้นไม้อย่างเต็มตัว เมื่อมีงานไม้ดอกไม้ประดับที่ใดเธอจำต้องเดินทางไปทุกงาน เพื่อเสาะหาพันธุ์ไม้ใหม่ๆ สายพันธุ์ดังๆ มาเก็บสะสม แต่ขณะเดียวกันก็ยังปลูกไม้ชนิดอื่นด้วย ทั้งไม้เล็ก ไม้ใหญ่ ไม้ประดับจัดสวน และไม้ผล

สาเหตุที่เลือกปลูกสับปะรดสีเพราะความประทับใจไม้ประดับชนิดนี้ ที่มีความแข็งแรง ปลูกเลี้ยงง่าย มีสีสันฉูดฉาด ลวดลายสวยงาม แปลกตา แต่ละสกุลและชนิดมีรูปร่างสีสันแตกต่างกันออกไป

ด้วยความอุตสาหะ ขยันปลูก ขยันสะสม ทำให้ได้ต้นพันธุ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเงินลงทุนเธอได้ลงทุนไปเรื่อยๆ ไม่ได้ซื้อต้นพันธุ์เก็บในคราวเดียว “เราไม่ได้ลงทุนครั้งเดียว ค่อยๆ เก็บสะสมเข้ามาทีละเล็กทีละน้อย สะสมเรื่อยๆ เพราะถ้าลงทุนทุ่มเงินครั้งเดียวคงไม่ไหว สับปะรดสีบางสายพันธุ์มีราคาสูง” สุพรกล่าว

2.การจัดสวนสามารถนำมาผูกติดกับขอนไม้-ตอไม้-หรือก้อนหินก็ได้
2.การจัดสวนสามารถนำมาผูกติดกับขอนไม้-ตอไม้-หรือก้อนหินก็ได้

การบริหารจัดการสับปะรดสี

สับปะรดสีเป็นพืชอยู่วงศ์ Bromeliaceae มีประมาณ 60 สกุล และมากกว่า 2,000 ชนิด ไม่รวมลูกผสมที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว โดยมีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาเกือบทั้งหมด เป็นพืชที่ขึ้นได้ตั้งแต่ป่าดงดิบชื้นจนถึงอากาศแล้งของทะเลทราย ส่วนใหญ่เป็นพืชอิงอาศัย มีรากเกาะติดกับต้นไม้ใหญ่ โดยไม่แย่งอาหารจากต้นไม้ที่เกาะอาศัยอยู่

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของสับปะรดสี ได้แก่ อุณหภูมิ และแสงแดด แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะไม่เหมาะสม สับปะรดสีก็มีความทนทาน และสามารถปรับตัวให้เจริญได้ภายใต้สภาวะนั้นๆ

นอกจากนั้นยังมีความหลากหลายทางสายพันธุ์สูง แต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสี รูปทรง ใบ ทำให้นักเล่นเลือกเก็บสะสมได้เรื่อยๆ

เธอให้ความสนใจสับปะรดสีลูกผสม หรือไฮบริด (Hybrid) เป็นพิเศษ เป็นสายพันธุ์ที่มีความหลากหลาย ทั้งฟอร์มต้น ใบมีลวดลาย สีสัน แตกต่างกันออกไปตามแต่ละสายพันธุ์ มีทั้งรูปแบบไม้กระถางจัดสวน และไม้สะสม

“ส่วนใหญ่เป็นไม้ตลาดระดับกลาง เพราะเราขายให้กับลูกค้าทั่วไปที่ชื่นชอบ หรือแนวไม้จัดสวนให้กับคนในพื้นที่ และอีกอย่างถ้าพันธุ์ที่ราคาสูงมากๆ เราสู้ไม่ไหว เพราะปลูกไม้ชนิดอื่นด้วย” สุพรกล่าว

3.สับปะรดสีได้รับความนิยมไม่น้อย-โดยเฉพาะสกุลนีโอรีเจลยาลูกผสม
3.สับปะรดสีได้รับความนิยมไม่น้อย-โดยเฉพาะสกุลนีโอรีเจลยาลูกผสม การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี

สายพันธุ์สับปะรดสี

สับปะรดสีมีความสวยคงทนได้ทุกฤดูกาล นำมาจัดสวน 7-10 วัน อยู่ได้โดยไม่ต้องรดน้ำ เพราะในต้นมีการเก็บน้ำไว้โคนกาบใบ จึงสามารถนำมาจัดสวนได้ทั้งกลางแจ้งและในร่มรำไร บางพันธุ์สามารถปลูกเลี้ยงกลางแดด 100% ได้ และพันธุ์โดดเด่นที่นิยมใช้จัดสวน อย่าง พวกใบปากนกแก้ว จัดสวนแล้วทำให้สวนสว่างขึ้น ส่วนสับปะรดสีที่นำมาจัดสวนได้ดี คือ สกุลนีโอรีเจลยา เช่น นีโอ ไฟร์บอล เป็นพันธุ์ที่ให้หน่อดก ออกหน่อเร็ว เป็นต้น นีโอถือว่าเป็นอีกตัวหนึ่งที่มาแรงในงานจัดสวน เพราะฟอร์มดี สีสวย ตรงใจคนรักไม้ดอกไม้ประดับ

4.สับปะรดสีเป็นไม้รากอากาศ-ใช้เกาะกับขอนไม้-ต้นไม้
4.สับปะรดสีเป็นไม้รากอากาศ-ใช้เกาะกับขอนไม้-ต้นไม้ การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี 

การปลูกและ การดูแลสับปะรดสี

การเลือกวัสดุปลูกที่ดีควรมีคุณสมบัติระบายน้ำและอากาศได้ดี การปลูกใช้กาบมะพร้าวสับเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นพืชรากอากาศ ชอบความชื้นแต่ไม่แฉะ จึงใช้เกาะกับขอนไม้ ต้นไม้ หรือวัตถุที่อยู่สูงจากพื้นดินได้

  • แสงแดด ถือว่ามีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสี โดยบางชนิดจะชอบแดด

ยิ่งถูกแดดสีจะเข้มขึ้น ถ้าไม่ถูกแดดสีจะซีด ใบจะเขียวเป็นตุ่ม ถ้าได้รับความเข้มของแสงน้อย หรือช่วงวันสั้นมากจะหยุดการเจริญเติบโต เช่น สกุลที่มีใบแข็งหนา ขอบใบมีหนาม จะต้องการแสงมากกว่าสกุลที่ใบอ่อน และไม่มีหนาม สับปะรดสีที่มีสีฉูดฉาด เมื่อเลี้ยงในร่มจะทำให้สีซีดลง เป็นต้น

  • อุณหภูมิ ถิ่นกำเนิดของสับปะรดสีอยู่ภูเขาเขตร้อน จึงชอบอากาศเย็นชุ่มชื่น อากาศเย็นแห้งแล้งหรือร้อนชื้น ใน

ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงเกินไป การพรางแสงเป็นการช่วยลดอุณหภูมิ ควรใช้ซาแรนพรางแสง 40-60% ขึ้นอยู่กับชนิดของสับปะรดสี หากถูกแดดจัดเกินไปจะทำให้ใบไหม้ สีใบซีดลง อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 24-32 องศาเซลเซียส

  • การให้น้ำ วันละ 1 ครั้ง เวลาที่ดีที่สุด คือ ช่วงเช้า ฤดูฝนควรลดการให้น้ำเหลืออาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ต้องรดน้ำ

เลย แต่ควรฉีดยาป้องกันเชื้อราไว้ เพราะอากาศมีความชื้นสูง

  • ความชื้น สับปะรดสีส่วนใหญ่ต้องการความชื้นในอากาศสูง แต่วัสดุปลูกต้องไม่ชื้นแฉะตลอดเวลา ต้องมีการ

ระบายน้ำที่ดี ความชื้น 60-80% เป็นระดับความชื้นที่มีความเหมาะสมต่อการเติบโตในสภาพอากาศแห้งและเย็น ช่วงกลางคืนจะช่วยให้สับปะรดสีเกิดสีใบเพิ่มขึ้น

  • การให้ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอ ไร่ดวงตะวันจะใส่เฉพาะเมื่อต้องการบำรุงต้นให้สมบูรณ์จะได้แตกหน่อ

และช่วงแยกหน่อใหม่เป็นช่วงที่ต้นสับปะรดสีต้องการอาหารมาก ต้องการให้ต้นโตเร็ว จะใส่ปุ๋ยเฉพาะช่วงเริ่มปลูกเท่านั้น นอกเหนือจากนี้นานๆ จะใส่ครั้ง เพื่อไม่ต้องการให้ต้นฟอร์มเสีย

5.ปลูกเลี้ยงง่าย-มีลวดลายงดงามแปลกตา
5.ปลูกเลี้ยงง่าย-มีลวดลายงดงามแปลกตา การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี

การป้องกันกำจัดโรคและแมลง

ปัญหาเรื่องโรคและแมลง คือ โรคเชื้อรา และโรคเน่า เกิดจากวัสดุปลูกมีความชื้นมากเกินไป อาการรากหรือหน่อจะฉ่ำน้ำมักมีกลิ่นเหม็น ทำให้ลำต้นแคระแกร็น

การป้องกันกำจัดโดยจุ่มหน่อด้วยยาป้องกันเชื้อราก่อนปลูก ควรใช้วัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี หรือฉีดพ่นยากำจัดโรค

ส่วนศัตรูแมลงกัดกินใบอ่อน เช่น ตั๊กแตน และพวกหอย เป็นต้น ทำให้ใบมีตำหนิ ไม่มีคุณภาพ

6.สับปะรดสีมีความสวยคงทนได้ทุกฤดูกาล-
6.สับปะรดสีมีความสวยคงทนได้ทุกฤดูกาล การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี

การขยายพันธุ์สับปะรดสี

การขยายพันธุ์ จะใช้วิธีการแยกหน่อ เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วเพราะได้ปริมาณมาก

การตัดหน่อ ไม่ควรตัดเมื่อหน่อยังเล็ก ควรตัดเมื่อหน่อมีขนาดใหญ่แล้ว มีรากใหม่ติดมากับหน่อด้วย และพยายามอย่าให้รากใหม่กระทบกระเทือนมากนัก ช่วงเวลาปักชำที่เหมาะสม คือ หลังฤดูฝน หรือก่อนฤดูฝน เล็กน้อย เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงช่วงฝนที่มีความชื้นมากเกินไป จะทำให้เกิดโรคเน่าได้ง่าย

7.มีรูปแบบการใช้งานหลากหลาย-ปลูกประดับสวน-ประดับเป็นไม้กระถาง
7.มีรูปแบบการใช้งานหลากหลาย-ปลูกประดับสวน-ประดับเป็นไม้กระถาง

ด้านตลาดสับปะรดสี

ด้านการตลาด สับปะรดสีที่ผลิตในสวนมีจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง เจ้าของสวนเล่าว่าทุกวันนี้สับปะรดสียังเป็นไม้ประดับมีราคาสูง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด หรือนักท่องเที่ยว นักสะสม และกลุ่มคนจัดสวนบ้าง เช่น โรงแรม รีสอร์ท แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปยังมีความสนใจน้อยมาก

สุพรเล่าว่า“จริงๆ แล้วสับปะรดสีคนในพื้นที่นี้แทบจะไม่รู้จักเลย คนที่เข้ามาในร้านเมื่อพบเห็นมักถามว่านี่ต้นอะไร และมีน้อยมากที่คนในพื้นที่จะซื้อ อาจเพราะสับปะรดสีมีราคาค่อนข้างแพง ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ชื่นชอบจริงจะไม่ค่อยซื้อ เขาอาจมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจปัจจุบันซบเซาลงด้วย”

8.ความงามของสีและรูปลักษณ์ของใบ-ช่วยให้บรรยากาศมีชีวิตชีวามากขึ้น
8.ความงามของสีและรูปลักษณ์ของใบ-ช่วยให้บรรยากาศมีชีวิตชีวามากขึ้น

การจำหน่ายสับปะรดสี

ปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายหลัก คือ มีร้านจำหน่ายอยู่ที่หน้าวัดไร่บน อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

สับปะรดสีที่ร้านขายราคาตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป ราคาขึ้นกับสายพันธุ์

ผู้ปลูกเลี้ยงสับปะรดสีจำเป็นต้องเสาะหาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ถือได้ว่าสับปะรดสีเป็นหนึ่งในพืชที่ได้รับความนิยมไม่น้อย โดยเฉพาะสกุลนีโอรีเจลยา เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด มีทรงต้นสวยงามคล้ายทรงแจกัน มีสีสันฉูดฉาดสวยงาม เป็นที่นิยมของตลาดไม้ประดับ

สับปะรดสีมีรูปแบบการใช้งานหลากหลาย เช่น การปลูกประดับสวน เนื่องจากสับปะรดสีแทบทุกสายพันธุ์เป็นไม้รากอากาศ การปลูกจึงไม่จำเป็นต้องใช้ดิน สามารถนำมาผูกติดกับขอนไม้ ตอไม้ ก้อนหิน หรือวัตถุอื่นๆ ให้สวยงาม เพียงแต่ต้องเป็นเครื่องปลูกที่ระบายน้ำและอากาศถ่ายเทสะดวก

การปลูกประดับเป็นไม้กระถาง นับเป็นการใช้ประโยชน์ที่แพร่หลายที่สุด ความงามของสีและรูปลักษณ์ของใบ ช่วยให้บรรยากาศมีชีวิตชีวามากขึ้น การปลูกเป็นไม้กระถางทำได้ไม่ยาก สามารถเคลื่อนย้ายไปตั้งประดับที่ต่างๆได้สะดวก

ผู้ที่สนใจสับปะรดสี และไม้ประดับจัดสวน สามารถหาซื้อมาปลูกเลี้ยง ประดับตกแต่งบ้านเรือน ทำให้มีบรรยากาศสดชื่นกันได้ที่ไร่ดวงตะวัน หรือใครผ่านไปสามารถแวะชมกันได้

ขอขอบคุณ คุณสุพร ศิริพิบูลย์ ไร่ดวงตะวัน (หน้าวัดไร่บน) 225 ม.2 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร.08-1173-8961, 08-1586-8196 การดูแลสับปะรดสี การดูแลสับปะรดสี 

สนับสนุนโดย