ต้นพุดศุภโชค ทนแล้ง ปลูกกลางเเจ้งได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องโรค
ต้นพุดศุภโชค ทนแล้ง ปลูกกลางเเจ้งได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องโรค

ถ้าให้เราพูดถึงไม้มงคลในเมืองไทย ย่อมรู้ดีว่ามีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว ซึ่งต้นไม้ในเมืองไทยนั้นมีมากมายที่เหมาะแก่การนำมาปลูก ตามความเชื่อในสมัยโบราณว่าปลูกต้นนี้แล้วจะดี ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ฯลฯ ซึ่งหลายๆ คนก็เชื่อว่าถ้านำมาปลูกจะให้ชีวิตดีขึ้น แต่เราจะมาพูดถึง ต้นพุดศุภโชค ต้นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิดว่าต้นไม้ชนิดนี้มีประโยชน์อย่างไร และมันคือต้นอะไร ทำไมจึงเป็นไม้มงคลได้

1.ดอกพุดศุภโชค ไม้มงคลของไทยปลูกง่ายและโตได้เร็ว
1.ดอกพุดศุภโชค ไม้มงคลของไทยปลูกง่ายและโตได้เร็ว

การปลูกเลี้ยงต้นพุดศุภโชค

ต้นพุดศุภโชคนับว่าเป็นต้นไม้มงคลของไทยอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาปลูกกันเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมนำมาปลูกประดับไว้ตามสวนหน้าบ้าน  เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย ไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่มากนัก ซึ่งเป็นไม้ที่มีดอกสีขาว สวยงามชวนน่ามอง ทำให้หลายๆ คนติดใจที่จะนำมาปลูก แต่ตัวดอกของต้นพุดศุภโชคนั้นจะไม่มีกลิ่น นิยมนำมาปลูกประดับตกแต่งสวน หรือตามรั้วหน้าบ้าน เป็นอย่างดี

ถ้าพูดถึงต้นไม้มงคลก็คงจะต้องมีต้นพุดศุภโชครวมอยู่ในนั้นด้วยเป็นอย่างแน่นอน เพราะเป็นต้นไม้ที่มีขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่มาก เหมาะแก่การนำมาปลูกประดับบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งวิธีการปลูกรวมไปถึงราคานั้นก็ยังคงเป็นต้นไม้ที่ไม่ได้มีความแพงอะไรมากนัก รวมไปถึงการดูแลรักษาก็ไม่ได้ยุ่งยากมาก ด้วยความที่ดอกมีสีขาวนวล และมีจุดสีเหลือง จึงเป็นที่ดึงดูดเวลาใครผ่านไปผ่านมา อาจจะต้องมีการหยุดมองบ้าง เพราะลักษณะเด่นของดอกทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะนำมาปลูกเช่นกัน ถึงไม่ได้มีกลิ่นหอมแต่ก็มีจุดเด่นได้เชียวนะ

2.เป็นไม้ขนาดกลางที่สามารถนำไปปลูกที่ไหนก็ได้ ทนต่อสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี
2.เป็นไม้ขนาดกลางที่สามารถนำไปปลูกที่ไหนก็ได้ ทนต่อสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี

ลักษณะทั่วไปของต้นพุดศุภโชค 

ถ้าพูดถึงต้นไม้มงคลในประเทศไทยนั้นนับว่ามีอยู่หลากหลายชนิดเลยทีเดียว เพราะว่าตามความเชื่อของคนสมัยโบราณเชื่อว่าต้นไม้ที่มีความเป็นมงคลนั้นจะนำมาซึ่งความสุข และความสงบสุข ให้แก่ครอบครัว ซึ่งตรงนี้เราอาจจะบอกว่ามันเยอะมาก แต่ครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับต้นพุดศุภโชค ต้นไม้ขนาดเล็ก เป็นไม้ทรงพุ่มที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีดอกขาวกลางเหลือง ซึ่งถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีความเป็นมงคลอีกหนึ่งชนิดของไทยเลยก็ว่าได้

ซึ่งต้นพุดศุภโชคนั้นเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกกันเป็นอย่างมากเพื่อการประดับสวน เพราะว่าเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่ม ทำให้เหมาะแก่การปลูกประดับเป็นกลุ่ม หรือไว้บริเวณหน้าบ้านเพื่อทำเป็นรั้วขนาดเล็กได้ นับว่าเป็นต้นไม้มงคลที่มีประโยชน์ และให้ความเป็นมงคลแก่ผู้ปลูกเลยทีเดียว

โดยต้นพุดศุภโชคได้มีการนำเข้าต้นพันธุ์มาจากประเทศศรีลังกา ก่อนที่จะมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองไทย ซึ่งการเข้ามาของต้นพุดศุภโชคนั้นยังเข้ามาได้ไม่นานมากนัก แต่กลับเป็นไม้มงคลที่คนส่วนใหญ่นิยมนำไปประดับตกแต่งในสวน รวมไปถึงตามแนวรั้วหน้าบ้านอย่างมากมาย

โดยลักษณะทั่วไปของต้นพุดศุภโชคนั้นจะเป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเล็ก เป็นพุ่มเตี้ย ลำต้นนั้นจะสูงประมาณ 1-3 เมตร ผิวของลำต้นนั้นปกติแล้วจะมีสีขาวเทา เป็นใบเดียว แตกกิ่งก้านออกรอบต้น และจะแตกออกเป็นคู่ตรงกันข้ามตามข้อของกิ่ง สำหรับใบของต้นพุดศุภโชคนั้นจะเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม ผิวเรียบ ความกว้างของใบประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาว 8-12 เซนติเมตร

ลักษณะของดอกนั้นเป็นดอกเดียว จะออกตามปลายยอดหรือปลายกิ่งเป็นหลัก ช่อหนึ่งอาจจะมี 5-6 ดอก ขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ ดอกจะมีสีขาว มีกลิ่นหอม บางทีก็ไม่มีกลิ่น แต่ละพันธุ์นั้นดอกจะบานไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร ของความกว้างดอก อีกทั้งยังมีผลด้วย โดยผลนั้นจะเป็นฝักรูปกระบอก มีเมล็ดอยู่ข้างในประมาณ 3-5 เมล็ด เท่านั้น

ซึ่งนี่ก็เป็นลักษณะของต้นพุดศุภโชคที่หลายๆ คนได้รู้จักเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ เบื้องต้น เรามาดูวิธีการปลูก  รวมไปถึงสายพันธุ์ของต้นพุดศุภโชค กันดีกว่า

3.ต้นพุดศุภโชคสีขาวนวลตา เพิ่มความหอมให้กับรั้วของบ้านคุณ
3.ต้นพุดศุภโชคสีขาวนวลตา เพิ่มความหอมให้กับรั้วของบ้านคุณ

สายพันธุ์ต้นพุดศุภโชค

โดยปกติแล้วต้นพุดศุภโชคจะแยกเป็นหลายสายพันธุ์ เรียกสั้นๆ ว่า ต้นพุด ก็ได้ โดยต้นพุดศุภโชคนั้นจะมีตระกูลที่เป็นดอกพุดอยู่มากมายเลยทีเดียว เรามาจำแนกกันดีกว่าว่าต้นพุดศุภโชค หรือที่รู้จักกันว่า ต้นพุด หรือดอกพุดนั้น มีชนิดไหนบ้างที่เกี่ยวข้องกับต้นพุดศุภโชค

พุดภูเก็ต เป็นพันธุ์ไม้เครือเดียวกับต้นพุดศุภโชค โดยมีชื่อท้องถิ่นว่า พุดป่า เป็นไม้พุ่มที่มีขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-5 เมตร มีดอกสีขาว โดยทั่วไปแล้วจะกระจายตัวอยู่แถวจังหวัดภูเก็ต พังงา ตรัง และสตูล โดยต้นพุดภูเก็ตนี้จะชอบขึ้นอยู่แถวชายทะเล สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง รวมถึงการเสียบยอด และทาบกิ่ง ด้วย โดยพุดภูเก็ตนั้นจะเริ่มออกดอกเต็มต้นในช่วงเดือนเมษายน และทยอยออกดอกได้ตลอดปี โดยดอกที่มีสีขาวและเหลืองสวยนั้นจะส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณเลยทีเดียว

พุดสี เป็นพุ่มไม้ขนาดเล็กมีความสูงประมาณ 2-3 เมตร เติบโตได้ช้า เป็นต้นไม้ตระกูลเดียวกับต้นพุดศุภโชค ซึ่งทรงพุ่มไม้จะแผ่กลมและโปร่ง มีดอกเดี่ยว ออกดอกที่ปลายกิ่ง โดยต้นพุดสีนั้นมีการกระจายตัวตามแนวที่มีความชื้นแฉะ หรือตามริมหนองในภาคตะวันออก และภาคใต้ สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธีการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง โดยต้นพุดสีนั้นจะออกดอกเต็มต้นเกือบทั้งปี

ปัดหินหรือพุดผา ต้นพุดผานั้นเป็นต้นไม้ที่มีขนาดเล็ก โดยความสูงจะอยู่ที่ 1-2 เมตร เท่านั้น มีการแตกกิ่งที่เยอะ และจะกลายเป็นหนามโตได้เต็มที่ ซึ่งต้นพุดผานี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีการกระจายตัวอยู่แถบเพื่อนบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นลาว หรือกัมพูชา เป็นหลัก ซึ่งต้นพุดผานั้นจะชอบขึ้นอยู่ตามแนวซอกลานหินเป็นหลัก โดยการขยายพันธุ์นั้นก็สามารถทำได้ทั้งการเพาะเมล็ด การทาบกิ่ง ตอนกิ่ง ซึ่งในเมืองไทยเองก็มีแหล่งที่เพาะพันธุ์เพื่อการท่องเที่ยวอยู่ โดยสามารถหาชมได้ที่จังหวัดชัยภูมิได้เลย

ผ่าด้ามหรือต้นพุดน้ำ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร มีลักษณะเป็นดอกเดียว โคนกลีบดอกเป็นหลอดยาว ปลายแยกได้ 7 กลีบ เมื่อเริ่มบานหรือแรกแย้มจะเป็นสีขาว แต่หลังจากนั้นจึงจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งวิธีการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ โดยต้นผ่าด้ามหรือพุดน้ำนั้นจะออกดอกเต็มต้น  ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เป็นพืชตระกูลเดี่ยวกับ ต้นพุดศุภโชค

พุดน่านเจ้า ซึ่งตัวต้นพุดน่านเจ้านั้นถือว่าเป็นต้นไม้ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่มีการรอการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ โดยพบได้ที่จังหวัดน่าน  เป็นต้นไม้ผลัดใบขนาดเล็ก  แต่มีความสูงประมาณ 4-6 เมตร ตัวดอกนั้นจะมีสีขาว เช่นเดียวกับต้นพุดศุภโชค แล้วหลังจากนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ตามมา โดยสามารถเพาะพันธุ์ได้ทั้งแบบเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง เสียบยอด และทาบกิ่ง พุดน่านเจ้านั้นจะเริ่มออกดอกได้เต็มต้นในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี

ซึ่งต้นพุดศุภโชคนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่จัดว่าเป็นตระกูลเดียวกันหมด ทั้งนี้ได้ยกมาเฉพาะบางพันธุ์ค่อนข้างเป็นที่รู้จักได้ง่าย ซึ่งสายพันธุ์ของต้นพุดศุภโชคมีความใกล้เคียงกันมากโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีลักษณะที่เป็นดอกสีขาวที่เหมือนกัน และหลังจากนั้นอาจจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองบ้าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์แต่ละชนิดด้วย

4.สวนเพาะพันธุ์ต้นพุดศุภโชค
4.สวนเพาะพันธุ์ต้นพุดศุภโชค

สภาพพื้นที่ปลูกต้นพุดศุภโชค

โดยปกติแล้วการปลูกต้นพุดศุภโชคจะนิยมปลูกในแปลงปลูกที่มีการนำมาประดับตกแต่งสวนหน้าบ้านเป็นหลัก เพราะว่าต้นพุดศุภโชคนั้นเป็นต้นไม้ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และเป็นต้นไม้ที่เป็นพุ่มเตี้ย จึงเหมาะมากในการปลูกปรับรั้วหน้าบ้านเป็นหลัก หรือจะนำมาปลูกประดับตกแต่งในสวนก็ได้เช่นกัน ซึ่งดอกของต้นพุดศุภโชคมีลักษณะเป็นสีขาว ทำให้ดูสวยงามและสบายตาในเวลาเดียวกัน ยิ่งบางช่วงเวลานั้นดอกของต้นพุดศุภโชคจะมีกลิ่นที่หอมแบบนุ่มนวล ทำให้เมื่อเวลาผ่านมาก็จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของต้นพุดศุภโชค ทำให้หลายคนเริ่มนิยมนำมาปลูกประดับกันมากขึ้น

การเตรียมพื้นที่ในการปลูกต้นพุดศุภโชคนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเตรียมพื้นที่ในการปลูกไว้ที่ 50x50x50 ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมกับการปลูกในสวนที่มีพื้นที่จำกัด เพราะว่าเป็นขนาดมาตรฐานที่วางไว้ก็จะดีกว่า แต่ถ้าใครมีพื้นที่มากกว่านี้อาจจะเพิ่มขนาดของพื้นที่ก็ได้เช่นกัน ถ้าปลูกในพื้นที่บ้านหรืออาคารอาจจะปลูกให้ได้ระยะห่างที่มีความเหมาะสม เพราะว่าต้นพุดศุภโชคเป็นต้นไม้ที่เล็กก็จริง แต่มีขนาดพุ่มที่ค่อนข้างใหญ่ จึงควรปลูกให้ได้ระยะที่เหมาะสมจะทำให้เติบโตได้ดี และเป็นทรงพุ่มสวย

การเพาะต้นพุดศุภโชค ถ้าอยากได้ต้นพุดศุภโชคที่มีขนาดที่ดีและเติบโตได้เร็วนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะใช้วิธีการแบบตัดยอดมาประมาณ 1.5-2.5 นิ้ว แล้วนำมาใส่ถุงกระดาษเล็กๆ จากนั้นก็ย้ายลงถุงปลูก โดยในถุงที่เตรียมเพาะนั้น จะมีดินผสมกับขี้เถ้าแกลบ หลังจากเกิดรากแล้วค่อยทำการย้ายจากถุงเล็กไปยังถุงที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 4 นิ้ว ส่วนตรงนี้ถ้าไม่ได้จะส่งขายในขนาดนี้ก็จะมีการผสมดินอีกครั้งเพื่อช่วยเพิ่มการเติบโตได้อย่างเต็มที่

5.ต้นพุดศุภโชค ทนแล้ง ปลูกกลางเเจ้งได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องโรค
5.ต้นพุดศุภโชค ทนแล้ง ปลูกกลางเเจ้งได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องโรค

การบำรุงดูแลรักษาต้นพุดศุภโชค

การให้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับการนำมาใช้ในการปลูกต้นพุดศุภโชคนั้นส่วนใหญ่แล้วควรเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพราะจะช่วยให้ต้นพุดศุภโชคมีธาตุอาหารที่สมบูรณ์ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของดินได้เป็นอย่างดี ทำให้ดินนั้นมีธาตุอาหารที่ต้นพุดศุภโชคจะดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มที่ด้วย และทำให้มีต้นที่สวย และดอกที่ดี อีกทั้งยังต้านทานโรคได้ดีขึ้นด้วย โดยปุ๋ยที่ใช้นั้นควรอยู่ในอัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น ซึ่งควรใส่อย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง แต่ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีก็ควรเป็นสูตรมาตรฐานคือ สูตร 15-15-15 ประมาณ 200-300 กรัมต่อต้น และควรใส่อย่างน้อยปีละ 3-4 ครั้งต่อปี ก็จะช่วยให้ต้นไม้สมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น

ส่วนดินที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกต้นพุดศุภโชค โดยปกติแล้วต้นพุดศุภโชคชอบดินที่มีความร่วนซุย และมีการระบายน้ำที่ดี เป็นต้นไม้ที่ชอบมีน้ำขังมากนัก จึงเหมาะแก่การปลูกในดินที่มีความร่วนซุยเป็นหลัก เพราะว่ารากของต้นพุดศุภโชคจะสามารถเติบโตได้ดีและยึดได้แข็งแรง

ในเรื่องของแสงและน้ำนั้น ต้นพุดศุภโชคเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงจัด และสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดีในที่โล่งแจ้งหรือที่กลางแจ้ง ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าต้นไม้นั้นจะขาดน้ำ ในส่วนของน้ำนั้น ต้นพุดศุภโชคเป็นพืชที่ทนต่อแสงอยู่แล้ว การให้น้ำหรือความต้องการน้ำนั้นก็อยู่ในระดับปานกลาง ไม่จำเป็นจะต้องให้น้ำมากนัก โดยการให้น้ำสำหรับต้นพุดศุภโชคส่วนใหญ่แล้วจะให้น้ำประมาณ 5-7 วันต่อครั้ง เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุยอยู่แล้ว ทำให้ดินนั้นสามารถอุ้มน้ำได้ดี จึงไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมากนัก

6.ช่วยเสริมความเป็นมงคลให้กับคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
6.ช่วยเสริมความเป็นมงคลให้กับคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

การป้องกันและกำจัด โรค แมลงศัตรูพืช ของ ต้นพุดศุภโชค

ในส่วนของโรคนั้น หลายๆ คนคิดว่า ต้นพุดศุภโชค เป็นต้นไม้กลางแจ้งอาจจะไม่มีโรคหรือแมลงมารับกวน แต่ในความเป็นจริงนั้นเรื่องของโรคอาจจะมีไม่มากนัก แต่ในเรื่องของแมลงศัตรูพืชนั้นมีอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะเป็นต้นไม้กลางแจ้งก็ตาม

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยอ่อนจัดเป็นแมลงที่มีปากใช้ดูดน้ำเลี้ยงภายในลำต้น ยอด และใบ ซึ่งการดูดน้ำเลี้ยงของเพลี้ยอ่อนนั้นจะทำให้ต้นไม้ชะงักหรือหยุดการเจริญเติบได้ ผลผลิตจะลดลง ถ้าเกิดการระบาดมากก็จะทำให้ต้นนั้นแคระแกร็นได้ ซึ่งการทำลายนั้นจะค่อยๆ ดูดน้ำเลี้ยงออกมาจากต้นไม้ หลังจากพืชหรือต้นไม้ถูกทำลายไปแล้วก็จะมีอาการเหี่ยวและตายได้ อีกทั้งมูลของเพลี้ยอ่อนนั้นมีน้ำหนาวที่เป็นอันตรายต่อต้นไม้และพืช เพราะว่ามูลเพลี้ยอ่อนนั้นจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตายอย่างมากสำหรับพืชผักและต้นไม้

สำหรับวิธีป้องกันนั้น ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นต้นไม้อาจจะหาอะไรมาคลุมเพื่อป้องกันไว้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นที่โล่งแจ้ง อาจจะใช้วิธีการทางธรรมชาติ หรือใช้สารเคมีเข้ามาช่วยกำจัด ถ้าเป็นการใช้สารเคมีอาจจะใช้สารอิมิดาโคลพริดในปริมาณ 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยการเลือกใช้สารเคมีนั้นควรจะเลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น และฉีดพ่นติดต่อกัน 2 ครั้ง โดยให้ห่างกันประมาณ 7 วัน ก็จะช่วยลดปริมาณเพลี้ยอ่อนได้ แต่ถ้าใครไม่อยากใช้วิธีนี้ อาจจะใช้วิธีสังเกตว่าเมื่อใบหรือต้นไม้ชนิดนั้นเกิดมีเพลี้ยอ่อนเข้ามาทำลาย ให้เด็ดใบดังกล่าวไปทิ้งแล้วเผาทำลายในทันทีก็ได้เช่นกัน

เพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้ง  สำหรับต้นพุดศุภโชคถึงแม้ว่าจะเป็นต้นไม้ที่อยู่กลางแจ้งและชอบแสงแดด แต่แมลงศัตรูพืชนั้นก็ต้องมีเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว โดยทั้งเพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้งนั้นจะมีลักษณะที่ใช้ปากในการดูดน้ำเลี้ยงในต้นไม้ แต่รูปร่างก็จะแตกต่างกันไปเสียหน่อย โดยเพลี้ยหอยนั้นจะมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกันมากนัก เพราะจะมีหลายชนิด และมีขนาดเล็ก อีกทั้งชอบอยู่อาศัยตามซอกรอยแตกของเปลือกลำต้น จึงทำให้เป็นที่สังเกตได้ค่อนข้างยาก ในส่วนของเพลี้ยแป้งนั้นจะมีลักษณะที่เฉพาะตัว และสังเกตได้ง่าย คือ จะมีผงแป้งหรือเส้นใยละเอียดเหมือนปุยฝ้าย ปกคลุมบริเวณลำตัวอยู่เป็นสีขาวที่เห็นได้อย่างชัดเจน

สำหรับการป้องกันเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอยนั้น การใช้สารเคมีเพื่อควบคุมการระบาดของเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย ควรมุ่งไปในทาง ป้องกัน และบริหารจัดการปริมาณของเพลี้ย ก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับพืช เพราะเหตุว่าถ้าปล่อยให้เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย มีปริมาณมากแล้วจะควบคุมได้ยากที่สุด เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย สามารถหลบซ่อนตามส่วนต่างๆ ของต้นพืช อีกทั้งเกราะหรือแป้งบนตัวช่วยป้องกันสารเคมีให้เพลี้ยรอดตายได้

แต่อย่างไรก็ตามการตรวจพืชอย่างละเอียด และการรู้จักเลือกใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพ ใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา ก็สามารถลดความเสียหายจากการทำลายของเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และระหว่างการฉีดพ่นอาจมีการสลับสารเคมีที่ต่างกลุ่มกัน เพื่อป้องกันการ “ดื้อยา” สารเคมี ที่มีประสิทธิภาพดีกับการกำจัดเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย

สารกลุ่มควบคุมการเจริญเติบโตแมลง เช่น สารบูโปรเฟซิน เป็นสารระงับการลอกคราบของแมลง ออกฤทธิ์ได้ทั้งถูกตัวตาย และกินตาย เหมาะกับช่วงที่มีปริมาณ “ตัวคลาน” เยอะ หรือตอนต้นฤดูปลูก และข้อดีของสารเคมีกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ต่อตัวอ่อนของแมลงเท่านั้น จึงไม่มีพิษต่อตัวห้ำ ตัวเบียน ในธรรมชาติ

สารกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ เป็นสารประเภทดูดซึม เช่น อิมิดาโครพริด เป็นสารเคมีที่มีพิษต่อระบบประสาทของแมลง จึงเป็นสารที่ต่างกลุ่มการออกฤทธิ์กับสารระงับการลอกคราบ

โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะช่วยในเรื่องของการป้องกันและลดการระบาดของเพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้งได้เป็นอย่างมาก แต่การใช้สารเคมีนั้นควรจะใช้สลับกันสารชนิดอื่นๆ หรือวิธีการอื่นด้วย เพราะว่าถ้าใช้สารเคมีทั้ง 2 ชนิดเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาจจะทำให้เพลี้ยนั้นมีอาการดื้อยาได้ในอนาคต

โรคที่จะเกิดขึ้นกับ ต้นพุดศุภโชค นั้นนับว่าเป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างห่างไกลจากโรคในต้นไม้เป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นต้นที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง จึงไม่ค่อยจะมีปัญหาในเรื่องของโรคมากเท่าไหร่นัก เพียงแต่ต้องระวังโรครากเน่า ถ้าให้น้ำมากเกินไปเท่านั้นเอง

7.ไม้ทรงพุ่มเพิ่มความสวยงามให้กับรั้วของบ้านได้เป็นอย่างดี
7.ไม้ทรงพุ่มเพิ่มความสวยงามให้กับรั้วของบ้านได้เป็นอย่างดี

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่าย ต้นพุดศุภโชค

ในด้านการตลาดของต้นไม้นั้น เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าราคาต้นไม้มักจะมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงฤดูที่เติบโตของต้นไม้ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อีกทั้งราคาหน้าสวนกับราคาตลาดต้นไม้อาจจะมีความต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่า ราคาขายปลีกนั้นผ่านคนกลางหรือไม่ ต้นพุดศุภโชค เองก็เป็นต้นไม้ที่ชอบที่แจ้ง ชอบแสงแดด และทนต่อสภาพอากาศได้ดี จึงกลายเป็นที่สนใจของหมู่บ้านที่เป็นโครงการใหญ่ๆ เป็นอย่างมาก

โดยราคาของ ต้นพุดศุภโชค นั้น ถ้าเป็นราคาหน้าสวนจะตกอยู่ที่ต้นละ 26-28 บาท ต่อต้น โดยการซื้อขายในราคาดังกล่าวนี้จะดูที่ขนาดของถุงเป็นหลัก ถ้าเป็นถุงเบอร์ 6-7 ก็จะตกราคาประมาณนี้ แต่ถ้าถุงเล็กกว่านี้ก็จะถูกลงมาหน่อย ซึ่งเป็นราคาหน้าสวนที่ขายปลีก แต่ถ้าเป็นราคาขายส่งจะตกต้นละ 18-20 บาท ต่อต้น แต่ต้องซื้อในปริมาณที่มากหน่อยถึงจะได้ราคาขายส่ง ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของต้นพุดศุภโชคเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ชอบที่โล่งแจ้ง ทำให้มีความต้องการในตลาดที่ค่อนข้างสูงในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา

ในปัจจุบันนี้ยังมีการนำมาขายในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นช่องทางการตลาดแนวไปที่เข้ากับยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แต่ราคาในโลกออนไลน์นั้นมักจะไม่ตายตัว และบางทีก็มีราคาที่สูง อาจจะตกอยู่ที่ต้นละ 50-100 บาท ต่อต้น เลยทีเดียว นี่ยังไม่นับรวมกับค่าส่งด้วย แต่ก็อย่างว่าถ้าใครเลือกความสะดวกก็ต้องระวังเสียหน่อย เพราะระหว่างทางขนส่งต้นพุดศุภโชคอาจจะเกิดความเสียหายได้

ส่วนใหญ่แล้ว ต้นพุดศุภโชค นั้นจะมีการส่งไปยังตลาดต้นไม้ หรือตลาดไม้ประดับ เป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่นั้นจะมีการส่งไปขายยังตลาดอินโดจีนเป็นหลัก ซึ่งก็มีหลากหลายตัวแทนที่เข้ามารับซื้อต้นพุดศุภโชคที่หน้าสวนเป็นอย่างมาก ทำให้ราคาขายปลีกตามตลาดนัดต้นไม้นั้นก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน ในเรื่องของการส่งออกนั้นก็จะมีส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลาว กัมพูชา พม่า เป็นต้น

ต้นพุดศุภโชค ถือได้ว่าเป็นต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่เริ่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในไทย เพราะว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ง่าย และทนทานต่อสภาพอากาศและโรคได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกเลยว่าจะเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการดูแล และราคาที่ไม่ได้แพงมากจนเกินไป ทำให้ ต้นพุดศุภโชค นิยมนำมาปลูกประดับสวนหรือแม้แต่หน้าบ้านเป็นอย่างมาก ด้วยกลิ่นที่มีความหอมแบบไม่ฉุนมาก ทำให้เป็นที่ถูกใจของใครหลายๆ คน นับว่าเป็นอีกหนึ่งต้นไม้มงคลที่เหมาะแก่การนำมาปลูกประดับบ้านเลยทีเดียว

ต้นพุดศุภโชคเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบันเริ่มมีผู้คนหันมาให้ความสนใจในต้นไม้ชนิดนี้เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นต้นไม้ที่มีความคงทน และเหมาะแก่การปลูกประดับสวน อีกทั้งราคาต้นไม้ก็ไม่แพงจนเกินไป ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเลยทีเดียว ซึ่งในบทความนี้ก็จะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูก การลงทุน วิธีการดูแล รวมไปถึงตลาด และมาตรฐานในการซื้อขายที่เป็นกลาง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับต้นพุดศุภโชค

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://sites.google.com/site/woraponboonpamee/withi-kar-pluk-mi-mngkhl-chnid-tang/withi-kar-pluk-tn-poyseiyn/withi-kar-pluk-tn-wasna/withi-kar-pluk-tn-phud-suph-chokh,https://sites.google.com/site/swnphvkssastrsk222/phud-suph-chokh,https://www.baanlaesuan.com/50155/gardens/bonsai-2,https://www.ihome108.com/reviews-home-garden/,http://www.thaigoodview.com/node/158371?page=0,5,https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tiensongsang&month=23-06-2009&group=1&gblog=59,https://www.nanagarden.com/tag/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84

สนับสนุนโดย