ปลูกมะลิ ขายรายได้ดี เก็บขายได้ตลอดปี (แบบละเอียด)
ปลูกมะลิ ขายรายได้ดี เก็บขายได้ตลอดปี (แบบละเอียด)

ปลูกมะลิ รายได้ดี เก็บขายได้ตลอดปี

การปลูกมะลิ ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถปลูกได้ทุกแห่งไม่จำกัดขนาดพื้นที่และทำเล เหตุนี้จึงมีผู้ ปลูกมะลิ แบบมือสมัครเล่นจำนวนมาก ซึ่ง การปลูกมะลิ เป็นอาชีพนั้นมีเงื่อนไขอย่างหนึ่งเป็นตัวกำหนดราคาคือ ดอกมะลิ จะต้องมีความสดและสมบูรณ์ นอกจากนี้ แรงงานเก็บก็เป็นค่าต้นทุนหลัก ควรคิดคำนวนค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ สอบถามกับผู้ที่เคยทำอยู่แล้ว หรือค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติม ให้มั่นใจก่อนลงทุน

อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญคือ การขนส่ง

พื้นที่ ปลูกมะลิ ที่สำคัญจึงมักอยู่ใกล้เมืองหลวง มีตลาดรองรับมาก การขนส่งไม่ไกลเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องความเสียหาย ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ถูกต้องและเหมาะสมรวมถึงการปฏิบัติดูแลเอาใจใส่แปลงปลูกพืชอย่างสม่ำเสมอของเกษตรกร มีการบริหารจัดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่สำคัญทำให้ได้ผลผลิตสูง และผลตอบแทนคุ้มค่า

สำหรับ คุณมนตรี ผู้ผลิตดอกมะลิที่จังหวัดสมุทรสาคร ป้อนตลาดปากคลองตลาดที่กรุงเทพฯ ช่ำชองทำมานานกว่า 26 ปี ลงทุนเพียงครั้งเดียวเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานอย่างน้อย 10 ปี และสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดปี ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน อีกทั้งเขายังปลูกกล้วยไม้ควบคู่กับมะลิอีกด้วย ปัจจุบันมีเนื้อที่สวนมะลิ 10 ไร่ และสวนกล้วยไม้ 7 ไร่

คุณมนตรี ผู้ผลิตดอกมะลิที่จังหวัดสมุทรสาคร
คุณมนตรี ผู้ผลิตดอกมะลิที่จังหวัดสมุทรสาคร

มนตรีเล่าถึงจุดเริ่มต้นการปลูกมะลิ ว่า ความจริงเขามีอาชีพเป็นชาวสวนกล้วยไม้ แต่ด้วยมีพื้นที่ไม่มากพอจะยึดเป็นอาชีพได้ เพราะการลงทุนสวนกล้วยไม้ ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะคืนทุน และช่วงนี้ราคากล้วยไม้ตัดดอกถูกมาก ถ้าลงทุนเพิ่ม จะไปไม่รอด

“เพราะมีราคากล้วยไม้ตัดดอกถูกมาก แทบไม่พอค่าแรงคนงาน แต่ก็ยังดี เราทำไม้ไม่เยอะ ทำให้การจัดการดูแลง่ายกว่าสวนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้แรงงานมาก และกลายเป็นว่าสวนเล็กได้เงินมากกว่าสวนใหญ่ๆ ในช่วงเวลาแบบนี้”

เขาจึงคิดอยากลงทุนปลูกอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ใช้เงินทุนไม่มากนัก ลงทุนครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้นานหลายปีและตลอดทั้งปี จนพบเข้ากับมะลิ เมื่อเห็นว่ามีรายได้ดีจริง เขาจึงมองว่าเส้นทางอาชีพนี้น่าจะถูกโฉลกกับเขา

“ส่วนสวนมะลิทำแล้วสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องลงทุนมาก เมื่อเก็บดอกไปขายก็นำเงินมาทำทุนต่อหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ” มนตรีเล่าถึงสาเหตุที่ทำมะลิควบคู่กับกล้วยไม้

 

มะลิ มีลักษณะต้นเป็นไม้พุ่ม ไม้เลื้อย และไม้รอเลื้อย มีทั้งชนิดใบเดี่ยวและใบรวม การจัดเรียงตัวของใบมีทั้งแบบใบอยู่ตรงข้ามกัน ใบแบบสลับกัน ดอกมีสีขาว กลีบดอกมีทั้งชั้นเดียวและหลายชั้น เป็นดอกเดี่ยวและดอกช่อ ดอกจะออกจากยอดหรือข้างกิ่ง โดยปกติดอกจะเริ่มบานในเวลาบ่าย และร่วงในวันรุ่งขึ้น มะลิจะให้ดอกมากในฤดูร้อนและฤดูฝน ผลผลิตจะลดต่ำลงในฤดูหนาว

มะลิมีหลากหลายพันธุ์ พันธุที่สวนปลูกเรียกว่า พันธุ์เพชรบุรี เพราะมาจากจังหวัดเพชรบุรี

“เมื่อก่อนรุ่นแรกๆ พันธุ์มะลิจะมีไม่เยอะ เพราะว่าการขายสมัยนั้นยังไม่ทันสมัยอย่างปัจจุบันนี้ จะขายได้เฉพาะตอนกลางวัน และถ้าขายเหลือก็ต้องทิ้งของวันนั้นๆ เลย

“ปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาก สามารถเก็บรักษาดอกมะลิได้ด้วยวิธีแช่น้ำแข็ง แต่ไม่สามารถแช่ในห้องเย็นหรือตู้เย็นได้ เพราะเย็นเกิน เมื่อนำออกมาแล้วดอกหายเย็น ดอกจะดำช้ำเสียเร็ว” มนตรีพูดถึงเทคโนโลยีการผลิตมะลิในปัจจุบัน

การขยายพันธุ์

การขยายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด คือ การปักชำ เป็นวิธีการที่ทำง่าย สะดวก และรวดเร็ว

มีขั้นตอนคือ เตรียมวัสดุเพาะชำ โดยใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบ บรรจุในถุงเพาะหรือตะกร้า แล้วรดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นเตรียมกิ่งพันธุ์ กิ่งที่ใช้จะเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวประมาณ 1 คืบมือ หรือมีข้ออย่างน้อย 2 ข้อ

ปลิดใบส่วนล่างออกให้เหลือใบคู่บนสุด 1 คู่ ตัดใบออกให้เหลือเพียงครึ่งใบเพื่อลดการคายน้ำ นำกิ่งมะลิที่เตรียมไว้ปักชำลงในถุงเพาะหรือตะกร้า จากนั้นรดน้ำและสารกันเชื้อรา รักษาความชื้นให้เหมาะสม จนแข็งแรงสามารถนำไป ปลูกมะลิ ได้

“เมื่อต้นออกราก คนขายจะถอนขึ้นมามัดเป็นตุ้มๆ ไว้รอขาย ต้นละ 1 บาท ตอนนี้ราคาน่าจะขึ้นเป็น 2 บาทกว่า แต่ถ้าเพาะชำเป็นถุง ราคาจะแพงขึ้นอีก

“ ปลูกมะลิ ส่วนใหญ่อัตราการตายน้อยมาก ถ้าต้นจะตายส่วนใหญ่จะเกิดที่ต้นอายุ 1 ปี สาเหตุเกิดจากเชื้อราในดิน มีตายไปเยอะเหมือนกัน” มนตรีพูดถึงสาเหตุการตายของต้นกล้าส่วนใหญ่

การปลูกมะลิ

มะลิจะเติบโตได้ดีเมื่อได้รับแสงแดดเต็มที่ ดินมีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารสมบูรณ์ ที่สำคัญแปลงปลูกต้องมีการระบายน้ำดี

ถ้าเป็นสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง อย่างภาคกลาง ควรยกร่องขุดคันดินแปลงปลูกให้สูง กว้างประมาณ 1 เมตร หรือร่องหนึ่งปลูกได้ 3 แถว ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และความชอบของผู้ ปลูกมะลิ เลี้ยงด้วย เช่น บางคนต้องการให้ต้นสูงหรือทรงพุ่มเตี้ย มักจะ ปลูกมะลิ เว้นระยะห่างระหว่างต้นไม่มาก เพื่อบังคับให้ต้นสูง

“ถ้าเป็นพื้นที่ภาคกลางต้องเตรียมแปลง ปลูกมะลิโดยยกร่อง เพราะสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว หากไม่ยกร่องอาจเกิดน้ำขัง รากจะเน่าเสียหาย และเพื่อสูบน้ำเข้าสวนในช่วงฤดูแล้งด้วย”  มนตรีให้เหตุผลการยกร่องแปลง ปลูกมะลิ

การดูแลรักษา

การให้น้ำ

สวนแห่งนี้จะจะรดน้ำ 3-4 วัน/ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน

การให้ปุ๋ย

จะใส่ก่อนตัดแต่งประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อตัดแต่งแล้วต้นจะได้มีธาตุอาหารในการเจริญเติบโต และให้นับวันหลังจากใส่ปุ๋ยครั้งแรกมา 25 วัน เพื่อใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่ต้นมีดอกพอดี เมื่อต้นกินปุ๋ยจะทำให้ดอกกรอบ ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว ส่วนรุ่นต่อไปจะมีดอกเร็วขึ้นเพราะมีปุ๋ยอยู่

“มะลิจะใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ต่างๆ ไม่ได้เลย เนื่องจากจะทำให้เกิดเชื้อราในดิน

“ตอนแรกๆ เราไม่รู้ นำมูลนกกระทาไปใส่ ผ่านไปไม่กี่เดือน ต้นตาย เพราะดินเป็นเชื้อรา

“ถ้าเป็นน้ำหมักก็พอจะได้ แต่คือมะลิทำเป็นรุ่นๆ รุ่นหนึ่งไม่กี่เดือน เราจะมัวไปใช้ปุ๋ยชีวภาพอยู่ไม่ได้ มันช้า กว่ามันจะไปปรับสภาพดิน จึงใช้แต่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ใส่ไป 2-3 วัน ดอกก็งาม” ลุงมนตรีเล่าจากประสบการณ์ตรง

ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง ช่วยมะลิมีทรงพุ่มสวยงาม โรคแมลงลดลง อายุยาวขึ้น ให้ดอกมากขึ้น
ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง ช่วยมะลิมีทรงพุ่มสวยงาม โรคแมลงลดลง อายุยาวขึ้น ให้ดอกมากขึ้น

การตัดแต่ง

ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง รวมทั้งตัดกิ่งที่แห้งและตายออก จะช่วยให้มะลิมีทรงพุ่มสวยงาม โรคและแมลงลดน้อยลง มะลิมีอายุยืนยาวขึ้น ให้ดอกมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้มีความสะดวกในการเก็บเกี่ยว

ใน 1 ปีสวนจะตัดแต่ง 2 ครั้ง เพื่อให้ต้นโปร่งโล่ง ง่ายต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังสามารถบังคับให้ออกดอกได้ตามต้องการ ว่าจะให้ออกดอกเป็นรุ่นๆ สามารถนับได้

ลุงมนตรีบอกว่าในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จะใช้เวลาประมาณ 27 วัน ถึงเก็บเกี่ยวได้ แต่ถ้าตัดแต่งช่วงฤดูหนาว ประมาณปลายเดือนตุลาคม ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกลางวันสั้น

ถ้าฤดูหนาวแล้วตัดแต่งในเดือนธันวาคม จะใช้เวลานานขึ้นเป็นเดือนครึ่ง ยิ่งหนาวอากาศเย็นมาก ยิ่งใช้เวลานาน เช่น ต้องการให้ออกดอกช่วงฤดูหนาว ลุงเคยตัดแต่งต้องใช้เวลา 45 วันถึงเก็บผลผลิตได้ ถือว่าคุ้มค่า เพราะเป็นช่วง ปลูกมะลิ ราคาดี

การตัดแต่งแปลงหนึ่งควรแบ่งเป็น 2 รุ่น ไม่เช่นนั้นจะเก็บผลผลิตไม่ทัน ดอกดกมาก

“ช่วงนี้ถือว่าไม่ดก ถ้าดอกดก มองไปจะเห็นดอกสีขาวเต็มต้นเลย”

การเด็ดยอด ช่วยให้ต้นมีดอกมากขึ้น ดอกดก โดยเด็ดกิ่งที่ยืดยาวออก
การเด็ดยอด ช่วยให้ต้นมีดอกมากขึ้น ดอกดก โดยเด็ดกิ่งที่ยืดยาวออก

การเด็ดยอด 

ช่วยให้ต้นมีดอกมากขึ้น ดอกดก โดยเด็ดกิ่งที่ยืดยาวออก เพราะกิ่งนั้นจะไม่ให้ดอก หากรอให้ต้นแตกยอดเองจะใช้ระยะเวลานาน จึงช่วยเด็ดเพื่อให้ต้นแตกยอดใหม่และมีดอก

“จ้างคนเก็บมะลิ ไม่มีใครเด็ดให้เราหรอก นอกจากเราจะเด็ดเอง จะสังเกตว่าเราเก็บเองตรงไหน ตรงนั้นจะดอกดกกว่าที่อื่น และเราจะรู้ว่ากิ่งไหนสมควรจะเด็ด เพื่อให้แตกยอดอีก”

ศัตรูมะลิ

ที่สำคัญคือ หนอนเจาะดอก ลำตัวมีขนาดเล็ก สีเขียว ระบาดมากในฤดูฝน ทำให้ดอกเสียหายมาก โดยการเจาะกัดกินดอก ทำให้ดอกเป็นรูและผิดรูปร่าง เมื่อหนอนดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกจะทำให้กลีบดอกเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมม่วง หากป้องกันไม่ทันจะเกิดความเสียหายมาก สามารถสังเกตได้จากสีของดอก ดอกที่มีหนอนเจาะดอกอาศัยอยู่สีจะหมองๆ กว่าดอกปกติ

วิธีป้องกัน พ่นสารเคมีป้องกันกำจัด เช่น อีมาเม็กติน (emamectin) เป็นต้น โดยสวนจะพ่นยาเฉพาะตอนเย็น ประมาณ 17:00 น. เป็นช่วงที่หนอนออกหากิน และอีกเหตุผลหนึ่งคือสารเคมีเหล่านี้จะถูกแดดไม่ได้ เพราะตัวยาจะเสื่อมสภาพเร็ว ประสิทธิภาพจะด้อยลง

“ช่วงนี้ไม่ได้ฉีดยาเลยนะ ธรรมชาติ คือ ประมาณปลายเดือนมีนาคม เราจะหยุดฉีดยา เพราะราคาจะเริ่มถูก ฉีดยาไม่ไหว ไม่คุ้ม จะหยุดพักแล้วรดน้ำอย่างเดียว ประมาณเดือนครึ่งหนอนที่เคยมีจะหายไป สาเหตุน่าจะเกิดจากอากาศร้อนมากหนอนเกิดไม่ได้ ตายหมด”

ดอกมะลิต้องเก็บขณะดอกตูม สีขาวนวล เก็บให้ใช้มือเด็ดตรงก้านดอกใต้กลีบเลี้ยง
ดอกมะลิต้องเก็บขณะดอกตูม สีขาวนวล เก็บให้ใช้มือเด็ดตรงก้านดอกใต้กลีบเลี้ยง

การเก็บเกี่ยว

ลุงมนตรีบอกว่า ปลูกมะลิ ต้องเก็บทุกวัน ถ้าไม่เก็บ ดอกจะบานช่วงบ่าย และเมื่อดอกบานแล้วจะทำให้ยากต่อการเก็บดอกตูมที่ต้องการ เนื่องจากดอกจะบดบังกัน อย่างน้อยหากเก็บไม่ทันจริงๆ ก็ควรเก็บให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

การเก็บเกี่ยว ดอกมะลิ ต้องเก็บขณะดอกตูม สีขาวนวล วิธีเก็บให้ใช้มือเด็ดตรงก้านดอกใต้กลีบเลี้ยง ควรเก็บดอกตอนเช้า

ราคาของ ดอกมะลิ จะขึ้นอยู่กับฤดูกาล ในการซื้อขายจะเรียกกันว่า “ลิตร” ใน 1 ลิตรเท่ากับ 7 ขีด ลักษณะดอกแห้ง

 “เนื่องจากหลังเก็บเกี่ยว ดอกมะลิ จากสวน จะลดอุณหภูมิด้วยการล้างน้ำเย็นก่อนจนดอกสดแข็ง บรรจุ ดอกมะลิ ใส่ถุงพลาสติก  โดยไม่เอาน้ำแข็ง แล้วเทน้ำออกให้มากที่สุด เมื่อเดินทางถึงกรุงเทพฯ น้ำจะไหลมารวมกันก้นถุง ผู้รับซื้อจะตัดก้นถุงออกเพื่อปล่อยน้ำทิ้งให้หมด แล้วเขาจึงจะชั่งน้ำหนักดอกมะลิให้เรา

“ฉะนั้นที่ร้านขายดอกมะลิจะแห้ง ขาย 6 ขีด ส่วนร้านเล็กๆ จะขาย 7 ขีด เพราะมีน้ำแข็งปนอยู่ด้วย ระยะหลังร้านอยู่ไม่ได้จึงต้องปรับให้เท่ากันหมดคือ 7 ขีด ทำให้ส่งผลกระทบมาถึงสวน”

ลุงมนตรีบอกว่า ตอนนี้ราคาดอกมะลิอยู่ที่ 100 กว่าบาท ดีหน่อยว่าช่วงนี้เราไม่ได้ฉีดยา จึงยังพออยู่ได้ เพราะถ้าหาก รวมค่ายาแล้วแทบจะไม่เหลืออะไรเลย

สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง อย่างภาคกลาง ควรยกร่องขุดคันดินแปลงปลูกให้สูง
สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง อย่างภาคกลาง ควรยกร่องขุดคันดินแปลงปลูกให้สูง

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

ในการขนส่ง ดอกมะลิ จะพบปัญหาดอกช้ำ ดอกเน่าเสียเมื่อถึงปลายทาง ดังนั้นการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวจนถึงบรรจุหีบห่อ เพื่อขนส่งให้  ดอกมะลิ ได้รับความเสียหายน้อยที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ

วิธีการลดอุณหภูมิโดยใช้ความเย็นจากน้ำแข็งในกล่องโฟม สามารถช่วยรักษาความสดใหม่ของดอกมะลิและเกิดความเสียหายหรือบอบช้ำน้อยที่สุด โดยมีขั้นตอนดังนี้

หลังจากเก็บเกี่ยวดอกมะลิจากสวน จะต้องล้างดอกมะลิด้วยน้ำจากร่องสวนก่อนเพื่อกระตุ้นให้รู้ตัว หลังจากนั้นจึงนำลงในน้ำเย็น ซาวน้ำ 2-3 นาที จนเราสามารถรับรู้ความรู้สึกได้ว่า ดอกสด แข็ง กรอบ แล้วนำดอกมะลิบรรจุในถุงพลาสติก โดยสวนจะใช้ถุงขนาดใหญ่ ถุงละ 20 กิโลกรัม และเนื่องจากสวนอยู่ห่างจากจุดรับซื้อไม่ไกลมาก ทางสวนจึงไม่จำเป็นต้องหล่อน้ำแข็งในการเดินทาง

แต่หากสวนอื่นที่มีระยะห่างจากกรุงเทพฯมาก อย่างเพชรบุรี เขาจะลดอุณหภูมิของดอกมะลิด้วยความเย็นจากน้ำแข็งในกล่องโฟม โดยใช้น้ำแข็งเกล็ดปูที่พื้นกล่อง นำดอกมะลิบรรจุในถุงพลาสติกวางลงในกล่อง ปูทับด้วยน้ำแข็งเกล็ดและนำส่งผู้ซื้อ

ปัญหา-อุปสรรค

ลุงมนตรีเล่าว่า ช่วง ดอกมะลิในประเทศมีราคาแพงมากๆ พ่อค้า-แม่ค้าจะนำเข้าจากอินโดนีเซีย กิโลกรัมละ 400-500 บาท ทำให้มากดราคา มะลิของบ้านเราไม่สามารถขยับขึ้นสูงได้ ถ้าขายแพงคนก็ไม่ซื้อ คนก็เลือกไปใช้ ดอกมะลิ อินโดฯ

ทั้งๆ ที่คุณภาพต่างกันมาก เนื่องจากมะลิอินโดฯ ดอกใหญ่อย่างเดียว แต่คุณภาพดอกจะนิ่มทั้งกลีบดอก และก้านดอก ผมเคยถามผู้นำเข้าว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เขาบอกว่าที่อินโดฯนั้นทุรกันดารมาก และหลังเก็บ ดอกมะลิ จากสวนแล้วกว่าจะนำมาล้างน้ำเย็นใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ดอกก็นิ่มและเหี่ยวเฉาหมดแล้ว

“โดยธรรมชาติของ ดอกมะลิ เมื่อดอกนิ่มเหี่ยวไปแล้วถึงจะมาล้างน้ำอย่างไรดอกก็ไม่คืนตัวกลับ ยิ่งอากาศร้อนๆ ต้องไม่เกิน 1 ชม. ต้องรีบนำมาล้างน้ำก่อน แล้วใส่กล่องโฟมปูน้ำแข็งทับไว้”  มนตรีกล่าว

ขอขอบคุณ

คุณมนตรี

ปลูกมะลิ

การปลูกมะลิ, การปลูกดอกมะลิ, ปลูกดอกมะลิ, วิธีปลูกดอกมะลิ, วิธีปลูกมะลิ, ปลูกอะไรได้เงินดี, ปลูกมะลิ, การปลูกมะลิ, การปลูกดอกมะลิ, ปลูกดอกมะลิ, วิธีปลูกดอกมะลิ, วิธีปลูกมะลิ, ปลูกอะไรได้เงินดี