ไส้เดือนดิน แคคตัส กระบองเพชร ฮาโวเทีย ปุ๋ย
ไส้เดือนดิน แคคตัส กระบองเพชร ฮาโวเทีย ปุ๋ย

ติดต่อโฆษณา 094-656-9897 พลังเกษตร

Cactus & Succulent ( แคคตัส /กระบองเพชร) จะเป็นไอเดียให้การตกแต่งมุมสีเขียวบนคอนโดมิเนียมให้ดูสดชื่น สดใส ทั้งยังได้ง่าย ได้จริง  รวมถึงบ้านที่มีพื้นที่เล็กๆ แคบๆ สามารถเนรมิตความสดชื่นได้แม้ในพื้นที่จำกัด

เชื่อว่าคนที่รักต้นไม้ทุกท่านจะต้องหลงใหลกับมนต์เสน่ห์ หลายคนพยายามเสาะแสวงหาไว้ในครอบครองต้นแล้วต้นเล่า เช่นเดียวกับ คุณพรเพชร สุวรรณวิชิต อาชีพเป็นครูสอนภาษาจีน ที่ใช้เวลาว่างจากการทำงานหลักมาปลูกเลี้ยงไม้อวบน้ำเป็นงานอดิเรก ใกล้ๆ รร.บุรารักษ์ จ.สมุทรปราการ เพราะความชื่นชอบและหลงใหล ก่อนเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นเงินสร้างรายได้เสริมให้ตัวเอง

“พี่ทำเล่นๆ เก็บไว้ที่บ้าน ต้นแรกที่ซื้อเป็นไม้กลุ่มกระบองเพชร เป็นพวกแมมขนนก แมมขนนกเหลือง แมมขนแกะหรือแมมขนแมว และแมมนกฮูก ความโดดเด่นมี ปุย ขนปกคลุมทั่วต้น มีดอกขนาดเล็ก สีสวย หวาน เริ่มไต่ราคาจากถูกมาแพงขึ้น ตอนนี้มีกว่า 100 สายพันธุ์ เหมือนกัน” คุณพรเพชรพูดจุดเริ่มต้นของ แคคตัส ต้นแรกของเขา

ปัจจุบันขยายไปขายยังตลาดต่างประเทศ

เมื่อเริ่มรู้จักคนในวงการมากขึ้น เกิดคอนเนคชั่นที่ดีกับเพื่อนที่อาศัยอยู่ประเทศเกาหลี และญี่ปุ่น ทำให้เธอสามารถจัดหา แคคตัส ไลทอป และ ฮาโวเทีย ยอดนิยม นำเข้ามาจำหน่าย ป้อนกลุ่มนักเล่น-นักสะสม ในราคาไม่แพงมาก

ยิ่งปัจจุบันกระแสของการปลูกไม้อวบน้ำและกระบองเพชรกำลังมาแรง ทำให้กลายเป็นของแต่งบ้านที่ดูดี มีสไตล์ ขึ้นมา ดังนั้นไม่รอช้ามาร่วมออกเดินทางตามหาความรู้กับเจ้าพืชพรรณทะเลทราย ที่มีเอกลักษณ์และความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร

เธอเป็นหนึ่งในผู้หลงใหลในความงดงามของเจ้าไม้อวบน้ำและกระบองเพชร จึงได้คัดสรรสายพันธุ์ แคคตัส มาปลูกประดับไว้ในพื้นที่บริเวณบ้านของตนเอง ตั้งอยู่ใกล้ รร.บุรารักษ์ ใน ซ.กันตระบุตร ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

แมมขนนกเหลือง
แมมขนนกเหลือง
1.คุณพรเพชร-สุวรรณวิชิต-ผู้ปลูกเลี้ยงไม้อวบน้ำและแคคตัส
1.คุณพรเพชร-สุวรรณวิชิต-ผู้ปลูกเลี้ยงไม้อวบน้ำและแคคตัส
2.แมมขนนก
2.แมมขนนก

แจกสูตร!! เลี้ยงไส้เดือน ผลิต ปุ๋ย มูลไส้เดือน ผสมน้ำหมัก สำหรับเลี้ยง แคคตัส

เนื่องจากคนในบ้านมีอาการแพ้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช กลัวว่าจะเป็นอันตราย จึงเปลี่ยนแนวมาใช้ ปุ๋ย อินทรีย์ สารชีวภาพ และน้ำหมักสูตรต่างๆ เธอเล่าว่า ช่วงนั้นทดลอง เลี้ยงไส้เดือน และใช้มูลไส้เดือนดินมาทำการเพาะปลูก ปรากฏว่าให้ผลเป็นที่น่าพอใจ กระบองเพชรเติบโตเร็วมาก จากนั้นไม่นานไปเจอน้ำหมักมูลไส้เดือนดิน แล้วนำมาทดลองใช้ดูแล้วเวิร์คเข้าไปใหญ่ คือ ใช้น้ำหมักร่วมกับมูลไส้เดือน

คุณพรเพชรยินดีมาเปิดเผย “เลี้ยงไส้เดือน และ สูตรการผลิตมูลไส้เดือน” เพื่อเป็นแนวทางและประโยชน์แก่ผู้สนใจปลูกกระบองเพชรปลอดสารพิษ

วัสดุ-อุปกรณ์

เริ่มต้น เลี้ยงไส้เดือน ด้วยการทำบ้านไส้เดือนจากกะละมัง หรือกระบะสีดำ ปากกว้าง 50 เซนติเมตร จากนั้นนำมูลวัว 3 ส่วน/กะละมัง มาแช่น้ำไว้ 1 คืน กำลังดี เพื่อคลายแก๊สที่สะสมให้เบาบางลง เพราะแก๊สทำให้บ้านไส้เดือนร้อน

“เมื่อจะใช้ก็รินน้ำออก  ผึ่งไว้ประมาณ 1 วัน จะเห็นว่าข้างบนแห้งสนิท แต่ข้างล่างยังชื้นๆ อยู่ เราจะคอยพลิกเอาส่วนที่แห้งหมาดๆ มาใช้ก่อน”

ในสูตรอาหารของเธอจะเพิ่มขุยมะพร้าวร่อนละเอียด 1 ส่วน และใช้อาหารเสริม คือ กากถั่วเหลืองของน้ำเต้าหู้

“จากที่ลองผิดลองถูกมา พอเราเพิ่มขุยมะพร้าวจะช่วยเป็นอินทรียวัตถุ ช่วยกักเก็บความชื้น และมีผลช่วยยืดอายุเก็บผลผลิตที่ได้นานถึง 3 เดือน” คุณพรเพชรพูดจากประสบการณ์

อาหาร เพื่อ เลี้ยงไส้เดือน

ขั้นต่อไป นำอาหารที่เตรียมไว้ รองก้นกระบะเป็นชั้นที่ 1 นำอาหารจากบ้านเก่า (ถ้ามี) มาผสมร่วมด้วย เพื่อให้ไส้เดือนปรับตัวกับบ้านใหม่ง่ายขึ้น ชั้นต่อมาเติมอาหารเสริม โดยเขาใช้เป็นกากน้ำเต้าหู้ (กากถั่วเหลือง) ใส่สลับกันไปเรื่อยๆ จนเกือบเต็มกระบะ

8.ไส้เดือนดิน แคคตัส กระบองเพชร ฮาโวเทีย ปุ๋ย
8.ไส้เดือนดิน แคคตัส กระบองเพชร ฮาโวเทีย ปุ๋ย

สายพันธุ์ไส้เดือนดิน

จากนั้นใส่ไส้เดือนดินสายพันธุ์แอฟริกัน ไนท์ ครอเลอร์ (African Night Crawler) เป็นไส้เดือนที่เลี้ยงง่าย กินเก่ง ทนต่อสภาพอากาศของเมืองไทย ประมาณ 1 กิโลกรัม ใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ ในการย่อยสลาย

การรดน้ำ และ ควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้น

แต่สิ่งสำคัญระหว่างนี้ต้องดูแลควบคุมความชื้นให้ดี พยายามทำให้อาหารแห้งพอหมาดๆ ความชื้นที่เหมาะสม คือ เวลาบีบเบรดดิ้ง (อาหาร) อย่าให้น้ำไหลออกซอกมือ และเมื่อแบมือดินไม่แตกออก ถือว่าความชื้นใช้ได้

คุณพรเพชรกล่าวกับทีมงานไม้ดอกฯว่า การรดน้ำจะขึ้นอยู่กับสถานที่เพาะเลี้ยง เพราะบางสถานที่เลี้ยงในสภาพอากาศโปร่งก็อาจรดน้ำบ่อยได้ แต่ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงอยู่ในตึกแถว อากาศไม่ปลอดโปร่ง จะรดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง พอให้หน้าดินชุ่ม สำหรับในช่วงหน้าฝนมีความชื้นสูงมาก แทบไม่ต้องรดน้ำเลย ดังนั้นการรดน้ำไม่มีหลักสูตรตายตัว จะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ และสถานที่เพาะเลี้ยงนั้นๆ

“รดน้ำควรรดพอหน้าดินชุ่ม ต้องหมั่นรดหน่อย ขึ้นอยู่กับสถานที่เลี้ยง บางที่ร้อนจัด ชื้นจัด ไม่เหมือนกัน บางครั้งด้านล่างกระบะแฉะ แต่ข้างบนหน้าดินแห้งก็มี ต้องหมั่นพลิกดู

“การ เลี้ยงไส้เดือน นั้น ไส้เดือนจะชอบอุณหภูมิ ที่ประมาณ 28 องศา และต้องไม่เกิน 30 องศา ไส้เดือนตัวเล็กจะชอบอยู่ที่ชื้นๆ ตัวใหญ่จะชอบความชื้นพอดีๆ” เจ้าของฟาร์มกล่าว

เลี้ยงไส้เดือน-มูลไส้เดือนอยู่ภายในกะละมัง
เลี้ยงไส้เดือน-มูลไส้เดือนอยู่ภายในกะละมัง

การเก็บเกี่ยวมูลไส้เดือนดิน

การเก็บเกี่ยวมูลไส้เดือนดิน วิธีการสังเกตมูลไส้เดือนที่พร้อมเก็บ โดยธรรมชาติชีวิตของไส้เดือนดิน กล่าวคือ ไส้เดือนอาศัยอยู่ใต้ดิน เมื่อกินอาหารจะขึ้นมาถ่ายมูลด้านบน หากเป็นมูลไส้เดือนจะสังเกตถึงความร่วนซุย เนื้อดินโปร่งเป็นเม็ดๆ จะเก็บมูลโดยค่อยๆ ปาดหน้ากะละมังออกมาผึ่งไว้ แล้วนำมาเข้าเครื่องร่อนมูลไส้เดือนรุ่นดัดแปลงที่คิดค้นและประดิษฐ์ด้วยตนเอง

จุดเริ่มต้นของเครื่องร่อนมูลไส้เดือน เริ่มจากการใช้ตะกร้าหรือตะแกรงธรรมดาในการร่อนมูลไส้เดือน จนผลผลิตไม่พอใช้งาน เริ่มขยายการผลิตไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นเครื่องร่อนขึ้นมาเป็นรุ่นแรก การใช้งานเป็นที่น่าพอใจ

แต่ยังมีปัญหาอยู่ เพราะมูลไส้เดือนมักเกาะติดที่ตะแกรง เขาจึงนำเครื่องร่อนต้นแบบมาประยุกต์ดัดแปลงใหม่ โดยเพิ่มเติมระบบสั่นสะเทือนขึ้นมา ข้อดี คือ จะช่วยไม่ให้มูลไส้เดือนเกาะตะแกรงระหว่างเครื่องทำงาน

“อย่างมูลไส้เดือนก้อนใหญ่ๆ จากแต่ก่อนต้องมาไล่เคาะให้หลุดจากตะแกรง จึงเพิ่มระบบสั่นเข้าไป ถึงแม้มูลจะยังติดอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยเราได้เยอะมาก เครื่องนี้เรียกทั่วไปว่า เครื่องร่อนมูลไส้เดือน” เจ้าของแนวคิดเล่าที่มาของการประดิษฐ์เครื่องร่อนมูลไส้เดือน

10.การเลี้ยงไส้เดือนมาทำน้ำหมักมูลไส้เดือน
10.การเลี้ยงไส้เดือนมาทำน้ำหมักมูลไส้เดือน
3.แมมมิลลาเรีย-แคคตัสรูปทรงกะทัดรัด-ดอกสวยงาม
3.แมมมิลลาเรีย-แคคตัสรูปทรงกะทัดรัด-ดอกสวยงาม

สายพันธุ์ แคคตัส/กระบองเพชร ที่ใช้ มูลไส้เดือนดิน เลี้ยงได้

ฮาโวเทีย (Haworthia) ฉายาว่า“ม้าเวียนด่าง” 

ในฐานะของนักสะสม เธอจึงมี แคคตัส และไม้อวบน้ำอยู่หลายสกุล เช่น แมมมิลลาเรีย (Mammillaria) เรียกสั้นๆ ว่า “แมม” แคคตัส รูปทรงกะทัดรัด บางชนิดมีขนปุก ปุย สีขาวปกคลุมอยู่ทั่ว มีดอกสวยงาม ดูอ่อนหวาน น่าทะนุถนอมกว่า แคคตัส สกุลอื่นๆ แต่จะออกดอกตามฤดูกาลเท่านั้น, ฮาโวเทีย (ด่าง), แอสโตไฟตัม, ไลทอป และมะพร้าวทะเลทราย เป็นต้น

โดยเธอให้ความสนใจกับ ฮาโวเทีย (Haworthia) เป็นพิเศษ เป็นหนึ่งในตระกูล แคคตัส ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง มีหลายฟอร์ม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มใบอ่อน เช่น H.retusa เป็นต้น และกลุ่มใบแข็ง เช่น H.limifolia เป็นต้น

สำหรับมือใหม่หลายๆ คน ปัญหาเรื่องแรกๆ คือ ดูต้นไม้ยังไม่ค่อยเก่ง เวลาเลือกต้นไม้ก็มักจะงงๆ ว่าต้นนั้นกับต้นนี้มันสวยแตกต่างกันยังไง และถ้าอยากลองเลี้ยงจะเริ่มจากชนิดไหนดี การเลือกซื้อง่ายๆ คือ เลือกต้นที่ถูกใจ ราคาเท่าที่ตนเองซื้อได้ เป็นดีที่สุด

คุณพรเพชรยกตัวอย่างกลุ่ม ฮาโวเทีย ที่เป็นชนิดยอดนิยม เช่น Haworthia cooperi คนไทยเรียกว่า “หยดน้ำ” ตั้งชื่อตามลักษณะใบสั้นกลมมนเรียงตัวชิดซ้อนกันจนดูเป็นวงกลมคล้ายดอกกุหลาบ มีสีใสส่องประกายเหมือนหยดน้ำ มีหลายสี เช่น สีเขียว สีดำ และสีม่วง เป็นต้น

ต้น-Haworthia-limifolia-variegata-หรือ-“ม้าเวียนด่าง”
ต้น-Haworthia-limifolia-variegata-หรือ-“ม้าเวียนด่าง”
ต้น-H.cooperi-silver-swirl
ต้น-H.cooperi-silver-swirl

Haworthia limifolia variegata หรือ “ม้าเวียนด่าง” ฮาโวเทีย ท้องตลาดที่ทุกคนรู้จักกันดี มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา ใบแข็งยาวสีเขียวเข้ม มีรอยหยักเป็นชั้นๆ ที่ใบ ลักษณะการเรียงตัวของใบจะเรียงตัวเวียนกันไปเรื่อยๆ เป็นที่มาของชื่อม้าเวียน ดอกเล็กสีขาว-เขียวออกเป็นช่อยาว เช่นเดียวกับ ฮาโวเทีย ชนิดอื่น ติดฝักได้ง่ายพอสมควร ทุกวันนี้นิยมเลี้ยงชนิดด่าง สามารถขยายพันธุ์ได้มากขึ้น และราคาไม่สูงไปกว่าชนิดปกติมากนัก

H. limifolia ปลูกเลี้ยงได้ค่อนข้างง่าย สามารถทนแดด และความแห้งแล้ง ได้ค่อนข้างดีกว่า ฮาโวเทีย ชนิดอื่น ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องดินปลูก และไม่มีแมลงรบกวนมากนัก หากแสงแดดจัด หรือร้อนเกินไป สังเกตที่โคนใบจะเปลี่ยนสีน้ำตาลเข้มขึ้น ให้พรางแสงเพิ่มเติม และปรับการรดน้ำ การขยายพันธุ์สามารถทำได้ทั้งแยกหน่อ ปักชำใบ และเพาะเมล็ด

4.ไลทอป-Lithops-มีฉายาว่า-“หินมีชีวิต”
4.ไลทอป-Lithops-มีฉายาว่า-“หินมีชีวิต”

ไลทอป (Lithops) ฉายาว่า “หินมีชีวิต”

ไลทอป (Lithops) มีฉายาว่า “หินมีชีวิต” ที่มาของชื่อมาจากรูปร่างแปลกตาของมัน ที่กลมมนเหมือนก้อนหิน และดูเหมือนถูกวางไว้บนดินเฉยๆ แต่เห็นแบบนี้เมื่อดูแลอย่างถูกต้อง ไลทอปสามารถแตกหน่อ และออกดอกสวย ให้เราได้ชมกันด้วย หลายคนที่ชื่นชอบ ฮาโวเทีย อาจเคยเห็นมาบ้างแล้ว ส่วนคนที่ไม่เคยรู้จัก เรารวบรวมข้อมูลบางส่วนมาบอกเล่าให้รู้จักกัน

ไลทอปเป็นพืชอวบน้ำขนาดเล็ก ขึ้นอยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง และชอบอากาศเย็นในเวลากลางคืน ส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศนามิเบีย และประเทศแถบแอฟริกาใต้ ลำต้นของไลทอปค่อนข้างประหลาด พูกลมๆ ที่เราเห็นนั่นคือ ใบ จุดที่มาบรรจบกันก็คือ ลำต้น และมีรากติดอยู่ด้านล่าง

จะรู้ได้อย่างไรว่าต้นไลทอปของเราเติบโต สังเกตได้จากการงอกของใบชุดใหม่ขึ้นมาระหว่างกลางใบทั้งสอง เรียกว่า “การผลัดใบชุดเก่า” ระหว่างผลัดใบไม่ควรรดน้ำในช่วงที่ใบชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่ เมื่อใบเก่าและดอกเก่าเหี่ยวแล้วควรเด็ดทิ้งเพื่อป้องกันเชื้อราที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ไลทอปไม่ได้มีเพียงสีเดียวแบบพืชอวบน้ำทั่วไปเท่านั้น มีหลากหลายสีด้วยกัน เช่น สีน้ำตาล เทา ครีม และม่วง เป็นต้น รูปแบบและสีสันของลวดลาย คือ ส่วนของใบทั้งสองมีลักษณะโปร่งแสง เราเรียกสิ่งนี้ว่า “หน้าต่าง” ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น ลายจุด ลายกลม

ดอกของไลทอปส่วนใหญ่มีสีขาว หรือสีเหลือง มีเพียงบางสายพันธุ์ที่มีดอกสีชมพู หรือบานเย็น โดยจะงอกตรงกลางระหว่างใบทั้งสอง ถ้าต้องการเมล็ดต้องเลี้ยงมากกว่า 1 ต้น เพราะไลทอปเป็นพืชที่ต้องผสมเกสรข้ามต้นจึงจะติดเมล็ด เมื่อดอกเหี่ยวจะเห็นฝักเป็นกระเปาะปลายแห้งๆ เมื่อโดนน้ำกระเปาะจะเปิดออก และดีดเมล็ดที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายออกมาเพื่อขยายพันธุ์

แสงที่เหมาะสมสำหรับไลทอป คือ แสงแดดในช่วงเช้า ตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนถึงราว 11.00 น. และแสงแดดช่วงเย็นประมาณ 16.00 น. เพราะถ้าแสงแดดแรงจ้าเกินไปไลทอปจะไหม้ กรณีไลทอปได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ ต้นจะเริ่มจากอ้วนเตี้ยเป็นสูงยาวมากขึ้น ผิวด้านข้างจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว แล้วลำต้นเอนเอียงไปทางที่มีแสงมากกว่า หากปล่อยไว้นานวันอาจตายได้ เพราะแสงไม่เพียงพอในการนำมาปรุงอาหาร หรือสังเคราะห์แสง นั่นเอง

เกณฑ์การรดน้ำของไลทอป คือ ให้ต้นแสดงอาการก่อนว่าหิวน้ำ แล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่ามันหิวน้ำ..?? สังเกตได้จากรอยย่นบริเวณโคนต้น และตัววัสดุปลูกแห้งสนิท จึงค่อยรดน้ำ มีเทคนิคใช้วิธีให้น้ำจากก้นกระถาง ระดับน้ำตามความสูงของกระถางเพียง 1-2 นิ้ว เท่านั้น ให้น้ำไหลซึมทั่วทั้งกระถาง

5.ต้น-Haworthia-fasciata-หรือ-ม้าลาย
5.ต้น-Haworthia-fasciata-หรือ-ม้าลาย
สีเขียวบนโต๊ะทำงาน
สีเขียวบนโต๊ะทำงาน

เคล็ด (ไม่) ลับการดูแล แคคตัส /กระบองเพชร ด้วยมูลไส้เดือนดิ

สำหรับรายละเอียดการปลูกและการดูแลเจ้าต้นไม้อวบน้ำของคุณพรเพชร จะเลี้ยงแบบปล่อยๆ เพราะฉะนั้นขั้นตอนในการปลูกจึงไม่มีอะไรมาก

เริ่มจากดินปลูก คุณพรเพชรจะใช้เป็นดินผสม เช่น ใบก้ามปูร่อน หินภูเขาไฟ  ดินญี่ปุ่น และไฮไลท์เด็ดอยู่ที่เรา เลี้ยงไส้เดือน เองและใช้ “มูลไส้เดือนดิน” ที่ฟาร์มผลิตเอง แทนการใช้พีทมอส ทั้งการปลูก การเพาะเมล็ด และการล่อราก

ข้อดีของการ เลี้ยงไส้เดือน จะได้ มูลไส้เดือนดิน คือ ทำให้ดินมีความโปร่ง อัตราส่วนดินพร้อมปลูก 3 ส่วน มูลไส้เดือนดิน 1 ส่วน คุณพรเพชรบอกเทคนิคการล่อราก ให้ใช้หินภูเขาไฟเบอร์ใหญ่ผสมมูลไส้เดือน อัตราส่วน 1:1 นำหน่อมาล่อราก วิธีการ คือ ให้รองก้นกระถางด้วยหินภูเขาไฟ โรยทับด้วยมูลไส้เดือนดินให้ความหนาพอสมควร สูตรนี้ใช้ได้ดี ทั้ง ฮาโวเทีย และไลทอป แตกรากดี และรวดเร็ว

“ผลการเปรียบเทียบการเลี้ยงต้นไม้ด้วยมูลไส้เดือน คือ เรื่องอัตราการเจริญเติบโตเท่ากัน สิ่งที่ต่าง คือ มูลไส้เดือนมีอัตราการงอกของราก ส่งผลให้ต้นโตไวกว่า เห็นได้ชัด อย่างไลทอปเป็นไม้โตช้า พบว่าเลี้ยงรอด ถ้าต้นแข็งแรงจะเต่งตึง แต่ถ้าต้นไม่แข็งแรงต้นจะนิ่มๆ เหี่ยวย่น”

6.ต้น-Haworthia-truncata-variegata
6.ต้น-Haworthia-truncata-variegata

เคล็ดลับการปลูกเลี้ยง ฮาโวเทีย

เคล็ดลับการปลูกเลี้ยงแบบฉบับพรเพชร ยกตัวอย่าง ฮาโวเทีย ถ้าเพิ่งปลูกให้ปล่อยทิ้งไว้ 3 วัน ก่อนปลูกลงดิน ควรตัดรากเก่าออกก่อน แล้วนำมาผึ่งลม รอรากเดินจึงลงปลูก เพราะธรรมชาติของ ฮาโวเทีย จะสลัดรากเก่าทิ้งเสมอ

“ฮาโวเทียทิ้งราก  เราสังเกตได้ง่ายๆ ถ้าเราจับกระถางขึ้นมา ต้นเอนเอียงไปมา แสดงว่าต้นทิ้งรากไปแล้ว ก็ให้ย้ายมุมวาง ลดแสงแดดลง ถ้าเกิดใครที่ไม่มีโรงเรือนก็แนะนำวางไว้ข้างบ้าน หลังบ้าน เช่น ช่องลมข้างบ้าน หรือที่อากาศโล่งๆ จะช่วยได้เยอะ”

เมื่อปลูกลงดินแล้วเราจะยังไม่รดน้ำในทันที ให้รออีก 3 วัน ตั้งวางอย่าให้ถูกแสงแดดจัด หลังจาก 3 วัน จึงรดน้ำพอชุ่ม และค่อยๆ ขยับนำออกแดด ใช้ซาแรนพรางแสงสีเงินหนาประมาณ 50% เพราะประเทศไทยแสงแดดค่อนข้างรุนแรง ถ้าภายในโรงเรือนมีอากาศอบอ้าวมาก อาจต้องเปิดพัดลมช่วยให้อากาศถ่ายเท

“ค่อยๆ นำออกแดด หมายความว่า ให้ชั่วโมงการให้แสงมากขึ้น เช่น เริ่มแรก เราอาจจะให้โดนแสงสัก 2-3 ชั่วโมง พอหลังจาก 3 วัน แล้วเราค่อยๆ เพิ่มชั่วโมงขึ้นทีละ 1 ชั่วโมง”

7.สีเขียวเบาๆ-ในห้องรับแขก
7.สีเขียวเบาๆ-ในห้องรับแขก

การให้น้ำ แคคตัส และ ฮาโวเทีย

คุณพรเพชรพูดถึงการรดน้ำว่า ในส่วนกระบองเพชรและ ฮาโวเทีย จะรดสัปดาห์ละครั้ง โดยกำหนดเลยว่าใน  1 สัปดาห์ ว่าจะรดวันไหน รดแต่ละครั้งจะชุ่มโชกถึงราก

ส่วนไลทอป เพราะเป็นพืชที่ต้องการน้อย ให้น้ำสัปดาห์ละครั้งเช่นกัน แต่ไม่ต้องชุ่มมาก การให้น้ำจึงแตกต่างกันไป

“เราจะรดทางก้นกระถาง แช่น้ำไว้ นับ 1-5 วินาที ก็ยกขึ้นแค่นั้นก็พอล่ะ ไม่ต้องชุ่มมาก แต่ถ้าต้นใหญ่ รอจนกว่าต้นหิวน้ำก่อน เราจะสังเกตเห็นว่า เวลามันหิวน้ำผิวมันจะมีรอยย่นข้างๆ ให้น้ำนิดเดียวก็พอ กลับมาตึงเหมือนเดิม เพราะยิ่งต้นโตยิ่งต้องการน้ำน้อยมาก” คุณพรเพชรบอกเคล็ดลับการรดน้ำไลทอ

เลี้ยงไส้เดือน เพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์-อาหารเสริมเป็นน้ำหมักมูลไส้เดือน

ปัจจุบัน เลี้ยงไส้เดือน มีกำลังการผลิตมูลไส้เดือน 200-300 กิโลกรัม/เดือน ทางฟาร์มมีจำหน่ายถุงละ 50 บาท/กิโลกรัม ทั้งขายปลีกและส่ง นอกจากนี้ทางฟาร์มยังรับผลิตเครื่องร่อนมูลไส้เดือนแบบพรีออเดอร์อีกด้วย

มีจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมเป็นน้ำหมักมูลไส้เดือนดินสูตรพิเศษ มี 2 สูตร ได้แก่ สูตรฮอร์โมนเสริม บำรุงฟื้นฟูพืช เสริมอาหารทางใบ และสูตรฮอร์โมนบำรุงดอกและผล ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ มีจำหน่ายราคาปลีก เป็นกระแสแรง กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะชาวสวนไม้ผล ที่ต้องการคืนธรรมชาติสู่ผืนดิน มีความนิยมใช้มูลไส้เดือนดินอย่างมาก เช่น สวนลำไย และสวนทุเรียน จ.จันทบุรี เป็นต้น

แนวทางการต่อยอดนี้เป็นเพียงแค่แนวทางและวิธีคิดเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการในปัจจุบันมักจะใช้เป็นพื้นฐาน ซึ่งวิธีการต่อยอดรูปแบบใดจะประสบความสำเร็จได้มากกว่ากัน ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจชี้ชัดลงไปได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายส่วนประกอบเข้าด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างถ่องแท้ในวงการธุรกิจก็คือ “ความไม่ประมาท”

ผู้สนใจสามารถติดตามฟาร์ม ทั้งเรื่องการปลูกเลี้ยงกระบองเพชร ไม้อวบน้ำ และ เลี้ยงไส้เดือน ทำ ปุ๋ย มูลไส้เดือนดิน

ผ่านทาง Facebook : nmania suwanwichitkul และ Facebook Page : cactus_mania th