ผลไม้มงคล ส้มกา ปลูกส่งตลาดจีน-ลาว ราคาเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 60-70-80 บาท
ผลไม้มงคล ส้มกา ปลูกส่งตลาดจีน-ลาว ราคาเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 60-70-80 บาท

การปลูก ส้มกา

ติดต่อโฆษณา 027454552 พลังเกษตร

คุณสมนึก ชูปัญญา เกษตรกรผู้ปลูกส้มกา  เล่าว่า ส้มกาเป็น ผลไม้มงคล ที่มีทั้งชาวไทย หรือชาวไทยเชื้อสายจีน และพลเมืองของประเทศจีน รวมตลอดพลเมืองชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมนำมาบูชาไหว้เจ้าตามความเชื่อ ซึ่งมีขึ้นในงานเทศกาลที่สำคัญต่างๆ และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ปัจจุบันการปลูกส้มกาได้ให้ความสนใจปลูกกันมาก แต่เมื่อปลูกไปแล้วไม่เกิดผลสำเร็จเท่าที่ควร และเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่มีเหลือปลูกกันเพียงไม่กี่ราย หรือปลูกไปให้เห็นผลผลิตออกมาเก็บเกี่ยวได้แล้ว ก็ไม่สามารถมีอายุอยู่ได้นาน และได้ปลูกส้มกาซึ่งมีพื้นที่อยู่ 45 ไร่ ส่วนการปลูกก็ไม่แตกต่างกับการปลูกส้มทั่วไป

ทั้งนี้การปลูกส้มจะให้ดีที่สำคัญ คือ ต้องรักษาการเสื่อมสภาพของดินให้คงสภาพเช่นเดียวกับช่วงที่เปิดพื้นที่ดินปลูกใหม่ และการปลูกส้มให้ได้เป็นพื้นที่ที่เปิดใหม่เท่านั้น จึงจะให้ผลดีได้มากกว่าพื้นที่ที่เคยใช้ประโยชน์อย่างอื่นมาก่อนแล้ว ทั้งเป็นดินที่ยังไม่เสื่อมสภาพ แต่ถ้าหากได้ปลูกพืชลงไปแล้วต้องรู้จักรักษาสภาพพื้นที่ให้เกิดความสมดุลของดิน ผลการปลูกส้มก็จะได้ตามที่ต้องการ

1.ไร่ส้มกา
1.ไร่ส้มกา ผลไม้มงคล
2.คุณสมนึก-ชูปัญญา-เจ้าของสวน
2.คุณสมนึก-ชูปัญญา-เจ้าของสวน

ด้านตลาด และการจำหน่ายผล ต้นกล้า ส้มกา ผลไม้มงคล

อย่างไรก็ตามส้มกาเมื่อนำมาปลูกกลับให้ผลผลิตดีกว่าที่ปลูกอยู่บางมด ทำให้ผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวออกจำหน่ายขาย อย่างที่ขายอยู่ขณะนี้จะมีแม่ค้าที่ปากคลองตลาดเข้ามาซื้อเองที่หน้าสวน ส่วนการขายหน้าสวน ราคาจะเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 60-70-80 บาท

ส้มกาเป็น ผลไม้มงคล อย่างที่กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น อย่าง พลเมืองของประเทศจีน จะนิยมนำเอาส้มกาไปไหว้เจ้า ทั้งยังต้องการส้มกาจากประเทศไทยมาก และได้สั่งซื้อหรือต้องการนำเข้าจากประเทศไทย ทั้งนี้นอกจากที่ขายผลแล้ว เขายังได้ผลิตกิ่งพันธุ์ซึ่งเป็นกิ่งตอนออกจำหน่ายขายอีกด้วย โดยขายกิ่งละ 100 บาทขึ้นไป ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาสั่งซื้อส่วนมากจะมาจากประเทศลาว

3.กำจัดหญ้าด้วยการใช้วิธีตัดหญ้า
3.กำจัดหญ้าด้วยการใช้วิธีตัดหญ้า

การบริหารจัดการไร่ส้มกา

อย่างไรก็ตามเมื่อหลายปีก่อนนั้นเกษตรกรนิยมปลูกส้มกันมาก และส้มก็มีอยู่หลายสายพันธุ์ ผลิตออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศกันเป็นจำนวนมาก แต่มาช่วงระยะหลังหรือปัจจุบันส้มได้ห่างหายไปมาก หรือมีเหลือให้เห็นจำหน่ายออกขายตามตลาดลดลงมาก เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกส้มประสบปัญหาส้มเกิดเป็นโรคง่าย หรือไม่สามารถทนทาน ต้านทาน ต่อสภาพและสิ่งแวดล้อมได้

สาเหตุมาจากเกษตรกรมักจะใช้สารเคมีมากเกินไป อย่างเช่น การนำเอาสารเคมีมาใช้ปราบหญ้า หรือยาฆ่าหญ้า รวมทั้งการนำเอาสารเคมีต่างๆ มาใช้บำรุงพืช เร่งผลผลิตให้ได้ตามที่ต้องการ และการนำเอาสารมีพิษมาใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชชนิดต่างๆ ในจำนวนมากๆ ติดต่อกัน “ผมปลูกส้มมา 30 ปี ผมไม่เคยฉีดยาฆ่าหญ้า เพราะผมต้องการรักษาดินให้ดี มีประโยชน์ ไว้ใช้ก่อนที่จะนำเอาพืชมาปลูก

เมื่อก่อนผมปลูกส้มอยู่บางมด และผมก็เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดอยู่บางมด จะกำจัดหญ้าด้วยการใช้วิธีตัดหญ้า และได้ตัดหญ้ามาตั้งแต่อายุ 13 ปี ตอนนี้อายุ 60 ปี ไม่เคยใช้ยาฆ่าหญ้า แต่พอมาช่วงระยะหลังนี้ได้มีเกษตรกรใช้วิธีฆ่าหญ้าด้วยการฉีดสารเคมีกันมาก การฉีดสารเคมีฆ่าหญ้านั้นช่วงแรกๆ ดินก็จะไม่เสียมากเท่าไหร่

แต่พอนานเข้าเมื่อได้ 9-10 ปี ดินก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ หรือเสียหมด ในเมืองไทยไม่ค่อยมี ใครปลูกส้มได้นาน หรือปลูกไปแล้วไม่ได้ผล เมื่อนำไปปลูกแล้วมันไม่ขึ้น มันตายหมด เพราะระบบของดินมันเสีย ยิ่งเป็นส้มกายิ่งปลูกไม่ได้เลย อย่าง ส้มเขียวหวาน ส้มเช้ง ส้มเกลี้ยง ก็ยังมีปลูกกันเหลือเพียงไม่กี่ราย” คุณสมนึกเล่า

4.ลักษณะต้นไม่ใหญ่-สามารถให้ผลผลิตได้
4.ลักษณะต้นไม่ใหญ่-สามารถให้ผลผลิตได้

สภาพพื้นที่ปลูกส้มกา

ทั้งนี้การนำสารเคมีมาใช้กับพื้นที่ดังกล่าว เมื่อนำมาใช้ติดต่อกัน หรือเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการตกตะกอนผสมไปกับดิน ทำให้ดินเสื่อมสภาพ หากได้นำพืชชนิดต่างๆ มาปลูก นอกจากส้มแล้วก็จะทำให้ไม่เกิดผล หรือประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ในพื้นที่ที่ปลูกส้มกาของเขานั้นครั้งช่วงเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมานั้น ได้ปลูกลิ้นจี่ ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

จึงได้ไปเอาส้มกาเป็นพันธุ์ที่ได้มาจากบางมดมาปลูกแทน ในพื้นที่ 46 ไร่ ปลูกได้ 600 ต้น ส่วนการปลูกระยะห่างต่อต้น 6-7 เมตร หรือปลูกให้ต้นส้มกาได้รับอากาศถ่ายเท หรือได้รับแสงแดดเพียงพอ ในส่วนของการลงทุน โดยเฉพาะการขุดเจาะบ่อบาดาล พร้อมกับวางระบบน้ำนั้น ได้ลงทุนใช้เงินถึง 2,000,000 บาท

อย่างไรก็ตามการทำระบบน้ำเข้าสวนได้นำเอาท่อ PVC ต่อกับบ่อบาดาล ที่ใช้เครื่องมอเตอร์ปั๊มน้ำนำเอาน้ำเดินเข้าสวน หลังจากนั้นยังได้แยกท่อ PVC ไปตามแถวต้นส้มกาที่ปลูก และได้ต่อท่อ PVC แยกขึ้นระหว่างต้นส้มกา พร้อมกับติดด้วยหัวสปริงเกลอร์เพื่อจ่ายน้ำให้กับต้นส้มกาดังกล่าว

5.ผลมีผิวสวย-เนียนขึ้น
5. ผลไม้มงคล ผลมีผิวสวย-เนียนขึ้น

การบำรุงดูแลรักษาส้มกา

ในส่วนของการบำรุงดูแลรักษา อย่างเช่น การให้น้ำ 7 วัน/ครั้ง และปุ๋ยให้ทางดินด้วยสูตรเสมอปีละ 2 ครั้ง ให้ครั้งแรกเดือนเมษายน หรือให้ในเดือนมิถุนายน ครั้งที่ 2 จะให้ปลายปี คือ เดือนตุลาคม ทั้งนี้การให้ปุ๋ยแต่ละครั้ง ส้มกา 600 ต้น เขาจะใช้ปุ๋ยเพียง 5 ถุง

การป้องกันแมลงมดดำภายในสวนส้ม 

การป้องกันแมลงภายในสวนส้ม จะมีเฉพาะแมลงมดดำจะเข้ามากัดดอกในระยะช่วงที่ส้มกากำลังจะติดผล เขาจะใช้ยาฉีดฆ่าแมลงปีละ 2 ครั้ง สำหรับส้มกาที่เขาปลูกนั้นหลังจากที่ปลูกไปแล้วเมื่ออายุต้นได้ 4 ปี ก็จะเริ่มให้ดอกติดผล ซึ่งในระยะปีแรกนั้นส้มกาจะให้ผลออกมาได้ไม่มาก

ปีที่ 5-6 ก็จะให้ผลมีผิวสวย เนียนขึ้น พอถึงปีที่ 7 จะให้ผลดก และ ส้มกา ใน 1 ต้น ให้ผลผลิตออกมาให้เก็บเกี่ยวได้ถึง 3 รอบ ผลผลิตทั้ง 3 รอบ นั้น จะเก็บออกจากสวนได้ถึง 50 ต้น

6.ผลไม้มงคล ส้มกา ปลูกส่งตลาดจีน-ลาว ราคาเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 60-70-80 บาท
6.ผลไม้มงคล ส้มกา ปลูกส่งตลาดจีน-ลาว ราคาเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 60-70-80 บาท
ต้นกล้าพร้อมจำหน่าย-และเตรียมขยายพื้นที่ปลูก
ต้นกล้าพร้อมจำหน่าย-และเตรียมขยายพื้นที่ปลูก

หากเกษตรกรสนใจการปลูก ส้มกา ผลไม้มงคล หรือผู้อ่านที่สนใจ ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสมนึก ชูปัญญา 13/13  หมู่ 1 ต.สหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 71180 โทร.08-9509-4619