กุ้งก้ามแดง-แปดริ้ว-รับปรึกษาเรื่อง-การเลี้ยง-cover
กุ้งก้ามแดง-แปดริ้ว-รับปรึกษาเรื่อง-การเลี้ยง-cover

กุ้งก้ามแดง หรือ เครฟิช แปดริ้ว ครบวงจรทั้ง อาหารกุ้งก้ามแดง แร่ธาตุ และอุปกรณ์สำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง หรือการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในบ่อปูน เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในกะละมัง

ศิษย์เทคโนฯลาดกระบังดังเรื่องกุ้งก้ามแดง

ติดตามกันมาเป็นฉบับที่ 4 แล้วสำหรับคอลัมน์ใหม่ล่าสุดอย่าง “เครฟิช” ที่จัดทำขึ้นพิเศษ เพื่อนำเสนอข้อมูลต่างๆของวงการกุ้งก้ามแดงรวมไปถึงกุ้งเครฟิชสายพันธุ์ต่างๆในประเทศไทย ที่วันนี้ยังต้องจับตามองกันอย่างใกล้ชิด ว่าสัตว์น้ำตัวใหม่นี้ จะสามารถขึ้นแท่นเป็นสัตว์เศรษฐกิจ เทียบรุ่นกับสัตว์น้ำชนิดอื่นๆได้หรือไม่ เพราะด้วยรูปแบบการเลี้ยง และการเพาะพันธุ์ที่เริ่มมีการพัฒนาให้สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดรับซื้อ

ที่วันนี้เกษตรกรหลาย ๆ รายยืนยันแล้วว่า ถ้าผลิตสำหรับเป็น กุ้งเนื้อ ขายขึ้นร้านอาหาร และโรงแรมนั้นมีตลาดรองรับแน่นอน นั้นเองจึงทำให้กระแสการเลี้ยง และเพาะพันธุ์กุ้งก้ามแดง ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยใน นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับประจำเดือน พฤศจิกายน 2559 นี้

ทีมงานจะขอนำเสนอ อีกหนึ่งเจ้าของกิจการฟาร์มเพาะพันธุ์กุ้งก้ามแดง ที่ถือได้ว่าเป็น เถ้าแก่อายุน้อย อีกหนึ่งราย ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเพาะพันธุ์และจำหน่ายกุ้งเครฟิช และเป็นที่รู้จักของบรรดาผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดงทั่วประเทศ ภายใต้ ชื่อ

กุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว ด้วยฝีมือของ 2 ศิษย์เก่าจากรั้ว สจล.(สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) นายเชิดชัย บัณฑเจษฎา(กอล์ฟ) และนางสาวเบญจมาศ เชื้อนพรัตน์ (จ้ะ) ที่วันนี้สามารถทำรายได้จากการเพาะพันธุ์และจำหน่ายกุ้งเครฟิชได้ถึงสูงสุดถึง 3-4 แสน บาท/เดือน

เริ่มจากปลาหมอสี
เริ่มจากปลาหมอสี

เริ่มจากปลาหมอสี

คุณกอล์ฟ และคุณจ้ะ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง ฟาร์มกุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว ว่าเกิดจากกิจการขอคุณกอล์ฟก่อน โดยที่คุณกอล์ฟได้เริ่มต้นกิจการด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาอยู่ก่อนแล้ว เพราะด้วยใจรัก และเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ จึงได้เริ่มต้นจากการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กุ้งสวยงาม แต่ด้วย ณ ขณะนั้นตลาดการซื้อขายกุ้งสวยงามยังมีไม่มากนัก จึงได้มองหาสัตว์น้ำชนิดอื่น และได้มาพบกับ ปลาหมอสี

ซึ่งตลาดในช่วงแลกยังมีความต้องการไม่มาก แต่คุณกอล์ฟได้พัฒนาฝีมือการเพาะเลี้ยง ประกอบกับความต้องการ ปลาหมอสี ของตลาดทั้งในไทย และต่างประเทศมีสูงมากจึงทำให้ ราคาปลาหมอสีทะยานสูง คุณกอล์ฟตัดสินใจทำโรงเพาพันธุ์ปลาหมอสีอย่างจริงจัง

ภายใต้ชื่อ เชิดปลาหมอสี ตั้งแต่ปี 2554 และได้ขยายกิจการทั้งในส่วนของโรงเพาะฟัก และโฆษณาตามสื่อออนไลน์เรื่อยมา จนมีชื่อเสียงติดตลาด เป็นที่รู้จักของคนในวงการปลาหมอสีทั่วประเทศและสามารถทำเงินได้มากถึง 70,000 บาท/เดือน

จาก-“-เชิดปลาหมอสี-”-สู่ธุรกิจ-“กุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว”
จาก-“-เชิดปลาหมอสี-”-สู่ธุรกิจ-“กุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว”

จาก “ เชิดปลาหมอสี ” สู่ธุรกิจ “กุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว”

หลังจากทำกิจการเพาะพันธุ์ปลาหมอสีมาได้ระยะหนึ่ง คุณกอล์ฟ จึงได้เริ่มมองหาสัตว์น้ำตัวใหม่ เพื่อจะนำมาเพาะพันธุ์และจำหน่ายทำตลาด เนื่องจากวงการปลาหมอสีเริ่มซบเซาลง โดยในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในสาขาวิทยาศาสตร์การประมง ระดับชั้นปีที่ 4 นั้นเอง ตนเองและเพื่อนๆรวม 10 คนได้มีโอกาสไปฝึกงาน ที่บริษัทผลิต อาหาร ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านการประมง จึงทำให้มีโอกาสได้ ศึกษาและทดลองเพาะพันธุ์ กุ้งก้ามแดง ในโครงการของทดลองของบริษัทที่ได้ไปฝึกงาน

โดยได้ทำร่วมกับนักวิชาการและเพื่อนร่วมคณะคือ คุณจ้ะ ที่ได้ มองเห็นโอกาสและช่องทางในการประกอบธุรกิจเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเหมือนกัน จากนั้น ทั้งคู่จึงได้ตกลงทำธุรกิจร่วมกันหลังจากเรียนจบในระดับปริญญาตรี

โดยเริ่มต้นจากการซื้อกุ้งขนาด 1 นิ้วมาจาก ฟาร์มที่ จ.เพชรบุรี จำนวน 3,000 ตัว ราคาตัวละ 3 บาท  เพื่อนำมาเลี้ยงให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยอาศัยเอาความรู้ที่ได้มาจากการฝึกงาน จึงทำให้สามารถเพาะและขยายพันธุ์ได้เป็นผลสำเร็จ และ เปิดกิจการภายใต้ชื่อ “ก้ามแดงเมืองแปดริ้ว”

โดยสามารถทำผลผลิตลูกพันธุ์กุ้งก้ามแดง ได้มากถึง 2-3 หมื่นตัว/เดือน และปัจจุบัน ยังมีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 50 ราย สำหรับผลิตลูกพันธุ์และพ่อแม่พันธุ์กุ้งเครฟิช ทั้งสายพันธุ์ กุ้งก้ามแดง และกุ้งโกส ให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

ซึ่งนอกจากกุ้งเครฟิชแล้ว ทางฟาร์มยังมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่จะพึ่งจะได้นำมาวางจำหน่าย คืออาหารกุ้งก้ามแดง 43 เปอร์เซ็นต์โปรตีน โดยจะมี 3 ขนาด คือ S, M และ L ซึ่งจะเหมาะกับกุ้งแต่ละขนาดที่แตกต่างกัน

อาหาร-กุ้งก้ามแดง
อาหาร-กุ้งก้ามแดง

สร้างเครือข่ายผลิตลูกกุ้ง ป้อนตลาดต่อเนื่อง

คุณกอล์ฟกล่าวถึงแนวทางการดำเนินกิจการของทาง ก้ามแดงเมืองแปดริ้ว ในปัจจุบันว่า จะอาศัยการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดง สำหรับผลิตลูกกุ้ง และพ่อแม่พันธุ์ทั้งในส่วนของ กุ้งเครฟิช สายพันธุ์ กุ้งก้ามแดง และ กุ้งโกส ซึ่งกลุ่มเครือข่ายนี้จะสามารถผลิตกุ้ง คิดเป็น 70 % ของสินค้าที่จำหน่ายทั้งหมดภายในฟาร์ม

โดยอีก 30 % จะเป็นผลผลิตที่ได้จากการผลิตภายในฟาร์ม ซึ่งเทคนิคการผลิตของทางฟาร์มและกลุ่มเครือข่ายจะมีวิธีการใกล้เคียงกัน เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่คุณจ้ะและคุณกอล์ฟ กล่าวว่า ทางฟาร์มได้เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรมีความรู้ ความสามารถในการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กุ้งเครฟิช ทั้งทางด้านความรู้

รวมไปถึงสนับสนุนกุ้งพ่อแม่พันธุ์ ให้เกษตรกรนำไปเลี้ยง เพื่อเพาะพันธุ์ แล้วทางฟาร์มจะรับซื้อกลับทั้งในส่วนของกุ้งไซส์ลงเดิน 1 นิ้ว และกุ้งพ่อแม่พันธุ์ไซส์ 4 นิ้วขึ้นไป โดยคิดราคาตามราคากลางของกุ้งในขณะนั้น จึงทำให้คุณภาพลูกกุ้งของทางฟาร์มมีคุณภาพอยู่เสมอ

การบำรุงพ่อแม่พันธุ์และการเพาะพันธุ์-เพื่อให้ได้กุ้งที่มีคุณภาพ
การบำรุงพ่อแม่พันธุ์และการเพาะพันธุ์-เพื่อให้ได้กุ้งที่มีคุณภาพ

การบำรุงพ่อแม่พันธุ์และการเพาะพันธุ์ เพื่อให้ได้กุ้งที่มีคุณภาพ

การเพาะพันธุ์กุ้งก้ามแดงของทางฟาร์ม ก้ามแดงเมืองแปดริ้ว จะใช้พ่อแม่พันธุ์ขนาด 4 – 5 นิ้ว ขึ้นไป  โดยใช้อัตราส่วน พ่อพันธุ์ 1 ตัว ต่อ แม่พันธุ์ 1 ตัว เพราะจะทำให้ กุ้งตัวเมียได้รับน้ำเชื้อจากตัวผู้ที่สมบูรณ์กว่า การใช้สัดส่วนกุ้งตัวผู้น้อยกว่าตัวเมีย และจะทำให้ได้ลูกพันธุ์ทีสมบูรณ์แข็งแรงกว่า ซึ่งเคล็ดลับอีกอย่างของทางฟาร์มก็คือการบำรุงพ่อแม่พันธุ์ ด้วยอาหารสดจากธรรมชาติที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเช่น หอยลาย ผักกระเชด แครอท และลิ้นทะเลต้ม 

ในการเพาะพันธุ์จะใช้วิธีการเพาะกระบะปูนพลาสติก หรือกะละมังเพราะจะช่วยให้จัดการเคลื่อนย้ายแม่พันธุ์ได้ง่าย  โดยในพื้นที่เพาะพันธุ์จะสามารถลงกุ้งพ่อแม่พันธุ์ได้ 6 ตัว ต่อตารางเมตร ในอัตราส่วน 1:1 โดยความพร้อมในการผสมพันธุ์ จะสังเกตได้จากที่พฤติกรรมของตัวเมีย คือจะเริ่มเกาท้อง และทำความสะอาดตัวเองมากขึ้น แต่วิธีที่ทางฟาร์มทำอยู่

คือจะเลี้ยงรวมกันทั้งตัวผู้และตัวเมียและใช้การเช็คแม่ไข่ทุกเดือน โดยจะทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำไปด้วย เมื่อพบว่า แม่กุ้งเริ่มไข่จึงจะเริ่มนำไปแยกลงในตะกร้า โดยจะต้องนำตะกร้าไปแยกไว้ในกระบะอีกทีหนึ่ง ตามระยะของไข่ เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บผลผลิตและจะได้ลูกพันธุ์ที่มีอายุใกล้เคียงกันทั้งหมด และในระหว่างที่แม่กุ้งไข่อยู่นั้น จะมีการให้อาหารวันละ 2 เม็ด

และจะไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำแต่อย่างใด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา แม่กุ้งสลัดไข่ หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 45 วัน ไข่จะเริ่มฟักเป็นตัว แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาว อาจใช้เวลายาวนาน ถึง 2 เดือน แต่ยังคงเกาะอยู่ที่ท้องของแม่พันธุ์ หรือบางส่วนอาจจะลงเดินแล้ว ทางฟาร์มจะนำ สายรัดพลาสติก ( Cable type ) มาเขี่ยลูกลงเดินออกจากท้องของแม่กุ้ง

แล้วนำไปอนุบาลต่อในบ่อปูน ส่วนแม่พันธุ์ที่ผ่านการไข่แล้ว จะนำไปเลี้ยงแยกกับกุ้งตัวอื่นๆ และจะเสริมด้วยอาหารสด แคลเซียมและแร่ธาตุ เพื่อช่วยให้กุ้งลอกคราบได้ง่ายขึ้น หลังจากแม่กุ้งลอกคราบแล้วจึงจะสามารถนำไปเลี้ยงรวมกับกุ้งตัวอื่นเพื่อใช้สำหรับเพาะพันธุ์ต่อไปได้

อนุบาลลูกกุ้ง-อีกหนึ่งขั้นตอนเพื่อให้ได้กุ้งที่แข็งแรง
อนุบาลลูกกุ้ง-อีกหนึ่งขั้นตอนเพื่อให้ได้กุ้งที่แข็งแรง

อนุบาลลูกกุ้ง อีกหนึ่งขั้นตอนเพื่อให้ได้กุ้งที่แข็งแรง

หลังจากได้ลูกกุ้งระยะลงเดินมาแล้ว ทางฟาร์มจะนำไปอนุบาลต่อในบ่อปูน โดยจะใช้ความหนาแน่น 200 ตัว ต่อ ตารางเมตร ส่วนอาหารจะให้เป็นอาหารเม็ดและจะเสริมด้วยสาหร่ายและไรแดง โดยอาหารเม็ดที่ให้เริ่มต้นนั้นจะเป็นอาหาร เบอร์ S หรือ เบอร์ 1 เพราะกุ้งจะสามารถจับกินอาหารได้ง่าย และไม่สูญเสียพลังงานในการกิน

เหมือนการให้อาหารที่มีเม็ดใหญ่เกินไป โดยจะให้ไปจนถึงไซส์ 1 นิ้ว จากนั้นจะเริ่มให้อาหารไซส์ M และเมื่อกุ้งได้ไซส์ 5 นิ้วขึ้นไป จึงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นอาหารเบอร์ L การให้จะให้วันละ 2 มื้อเช้าเย็นตามความเหมาะสมของ จำนวนและขนาดกุ้ง ณ ขณะนั้น โดยระหว่างการเลี้ยงจะต้องมีการคัดขนาดของลูกกุ้ง อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเสียหาย ในส่วนของบ่อดินนั้น ทางฟาร์มจะปล่อยเป็นกุ้งขนาด 1 นิ้ว 3,000 ตัว / ไร่ ซึ่งบ่อดินที่ใช้นั้น

จะต้องจัดรูปแบบ ให้เป็นพื้นที่น้ำตื้น 3 ส่วนและเป็นพื้นที่ น้ำลึก 1 ส่วน เพื่อให้ง่ายต่อคัดขนาด ซึ่งจะต้องมีการคัดขนาด ทุกเดือน เพื่อลดความเสียหายเช่นกัน และในบ่อทางฟาร์มจะใส่ที่หลบซ่อนลงไปตามจำนวนตัวของกุ้ง โดยจะใช้เป็นขวดน้ำมัดผูกติดกันเป็นดอนโด ซึ่งปัจจุบันนี้ ทางฟาร์มมีเครือข่ายบ่อดินอยู่ทั้งหมด กว่า 10 บ่อ

และจะมีการให้อาหารตามน้ำหนัก โดยจะให้เป็น 10 % ของน้ำหนักตัวกุ้ง ที่จะต้องมีการวัดขนาดและจำนวนทุกครั้งที่ทำการตรวจเช็ค ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงทั้งหมด 4 เดือน จะได้กุ้งประมาณ 2,700 ตัว จาก 3,000 ตัว โดยส่วนใหญ่จะเป็นกุ้งไซส์ 4-5 นิ้ว

อนุบาลลูกกุ้ง-อีกหนึ่งขั้นตอนเพื่อให้ได้กุ้งที่แข็งแรง1
อนุบาลลูกกุ้ง-อีกหนึ่งขั้นตอนเพื่อให้ได้กุ้งที่แข็งแรง1

แม้ราคาจะสูง แต่มั่นใจได้ในคุณภาพ

ราคากุ้งของทางฟาร์มจะแตกต่างกันไป ตามขนาดของกุ้งโดยกุ้งไซส์ ลงเดินจะอยู่ที่ราคา 12 บาท ไซส์ 1 นิ้วราคาตัวละ 30 บาท ไซส์ 3.5 นิ้ว ราคาคู่ละ 600 บาท ไซส์ 4นิ้ว ( พ่อแม่พันธุ์ ) ราคาคู่ละ 800 บาทและไซส์ 5 นิ้ว ราคาคู่ละ 1,000 บาท

นอกจากกุ้งก้ามแดงแล้วยังมีในส่วนของ กุ้งโกส ที่ปัจจุบันจำหน่ายลูกกุ้งระยะ ลงเดินอยู่ที่ราคา ตัวละ 300 บาท และมีในส่วนของกุ้งพ่อแม่พันธุ์หรือกุ้ง และกุ้งขนาดต่างๆ ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตาม ลวดลายและเพศ ของกุ้งแต่ละตัว โดยบริการสำหรับจัดส่งกุ้งให้กับลูกค้านั้น

ทางฟาร์มจะพยายามหลีกเลี่ยงกาจำหน่ายในช่องทางนี้ เพราะการขนส่งทางไกลมากๆจะทำให้กุ้งช้ำและเกิดความเสียหายได้ อีกทั้งในบางครั้งลูกค้ารับไปแล้วไม่พึงพอใจในตัวสินค้า ทางฟาร์มจึงแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการให้ลูกค้ามาเลือกซื้อกุ้งที่ฟาร์มด้วยตนเอง

ซึ่งจะทำให้ได้กุ้งตามลักษณะที่ต้องการและยังสามารถขอรับคำปรึกษาด้านการเลี้ยงจากฟาร์มได้โดยตรง อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ลูกค้าที่พึ่งจะเริ่มเลี้ยงกุ้ง ได้มาเห็นสถานที่เลี้ยงและระบบการจัดรูปแบบฟาร์มของจริง ด้วยรูปแบบการขายเช่นนี้เอง จึงทำให้ลูกค้าของฟาร์ม กุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว มีความมั่นใจและอยากกลับมาใช้บริการกับทางฟาร์มอย่างต่อเนื่อง

บริการครบวงจรทั้ง อาหาร แร่ธาตุ และอุปกรณ์สำหรับการเลี้ยง

นอกจากทางฟาร์มจะมีกุ้งเครฟิชที่มีคุณภาพจำหน่ายในราคาเป็นกันเองแล้ว ยังมีในส่วนของอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่ได้เริ่มเปิดตัวจำหน่ายให้กับบรรดาผู้เลี้ยงกุ้งเครฟิชแล้ว ในชื่ออาหารกุ้งก้ามแดงเมืองแปดริ้ว ที่มีโปรตีนสูงถึง 43% โปรตีน ซึ่งจะช่วยให้กุ้งโตไว และสามารถลอกคราบผ่านได้ดีขึ้น และนอกจากอาหารแล้ว ยังมีอุปกรณ์สำหรับระบบการเลี้ยงต่างๆเช่น หัวทราย สายออซิเจน ข้อต่อสายออกซิเจน รวมไปถึงแร่ธาตุต่างๆอย่าง ไคโตซาน หรือแคลเซียมก็มีไว้บริการที่ฟาร์มเช่นกัน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อกลับไปได้ พร้อมกับกุ้งก้ามแดง เพื่อนำไปใช้ในระบบการเลี้ยงของตนเอง

กุ้งก้ามแดง-แปดริ้ว-รับปรึกษาเรื่อง-การเลี้ยง
กุ้งก้ามแดง-แปดริ้ว-รับปรึกษาเรื่อง-การเลี้ยง

ยืนราคาคงที่เน้นกุ้งคุณภาพ

ปัญหาหลักอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเสมอในวงการกุ้งเครฟิช และวงการอื่นๆ คือปัญหาด้านการตัดราคา จึงทำให้ ราคาขึ้นๆลงๆไม่หยุดนิ่งอยู่ยืนราคาอยู่ได้นาน ทั้งนี้เอง ทางฟาร์มจึงแก้ปัญหาด้วยการยืนราคาคงที่ แต่พยายามทำกุ้งให้ออกมามีคุณภาพที่ดีที่สุด อีกทั้งยังมีบริการเคลมหลังการขาย โดยหากกุ้งที่นำไป ไม่ไข่ภายในระยะเวลา 1 เดือน สามารถนำมาเปลี่ยนได้ หรือตัวผู้ที่นำไป นำไปเลี้ยงแล้วไม่ผสมพันธุ์กับตัวเมีย ก็สามารถนำมาเปลี่ยนได้เช่นกัน โดยในส่วนของเทคนิคการเลี้ยงหรือรูปแบบการจัดการฟาร์มนั้น ทาง ฟาร์มก้ามแดงเมืองแปดริ้วยินดีให้คำปรึกษาเสมอ

เร่งสร้างกลุ่มผลิตกุ้งเนื้อ

ปัจจุบันทางฟาร์มได้รับการติดต่อจาก เชฟของโรงแรม และผู้ประกอบการห้องเย็น เพื่อจะรับซื้อกุ้งเนื้อสำหรับนำไปแปรูเพื่อจำหน่าย แต่ด้วยปัญหาเรื่องราคาและปริมาณของกุ้งในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอและยังมีราคาสูงเกินกว่าโรงแรมจะรับไหว จึงต้องรออีกสักระยะเพื่อสร้างกลุ่มเกษตรกร สำหรับผลิตกุ้งเนื้อให้ได้ปริมาณตามความต้องการของตลาดกุ้งเนื้อ ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อถึงจุดนั้น ราคาขายของกุ้งก้ามแดงเนื้อ จะมีราคาที่สมเหตุสมผล และเหมาะสมต่อการบริโภคแน่นอน

รับได้มั้ย? เมื่อกุ้งราคาตก

“ตอนนี้ด้วยเศรษฐกิจอาจจะไม่ดีนัก จึงทำให้คนหันมาเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเป็นอาชีพเสริมกันมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ราคาอาจจะสูง ทำให้ทุกคนสนใจจะเลี้ยงแต่เมื่อวันหนึ่ง ที่กุ้งตัวนี้เดินเข้าไปสู่อุตสาหกรรมกุ้งเนื้อ ราคาจะต้องต่ำลงมาแน่นอน ซึ่งอนาคตจะต้องเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้เกษตรกรที่ต้องการจะเริ่มต้นเลี้ยงลองศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อน และถามตัวเองว่า จะรับได้ไหมถ้าวันหนึ่งราคากุ้งจะต่ำลงมาเกินครึ่งหนึ่งของราคาปัจจุบัน” คุณกอล์ฟและคุณจ้ะ ฝากแง่คิด

 

หากเกษตรกร ท่านใดสนใจติดต่อสอบถาม หรือต้องซื้อกุ้งก้ามแดง และกุ้งโกส คุณภาพจากทาง ก้ามแดงเมืองแปดริ้ว

ปรึกษา ฟรี! ส่วนลดพิเศษถ้าบอกว่า

ติดต่อจาก พลังเกษตร หรือ นิตยสาร สัตว์น้ำ

088-192-8514 (จ้ะ)

089-747-8392 (กอล์ฟ) 

Facebook : ก้ามแดงเมืองแปดริ้ว

กุ้งก้ามแดง

กุ้งก้ามแดง, การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง, เลี้ยงกุ้งก้ามแดง, วิธีเลี้ยงกุ้งก้ามแดง, อาหารกุ้งก้ามแดง, วิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามแดง, เครฟิช, การเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในบ่อปูน, เลี้ยงกุ้งก้ามแดงในกะละมัง

สนับสนุนโดย