การปลูกต้นถั่วดาวอินคา
การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

ในบรรดาพืชเพื่อสุขภาพทั้งหมด ต้องยอมรับว่าขณะนี้พืชตระกูลถั่วที่รู้จักในนาม “ถั่วดาวอินคา” ร้อนแรงที่สุด เพราะชาวจีนนิยมบริโภคมานาน จนกระทั่งถั่วดาวอินคาทะลักเข้ามาปลูกในภาคเหนือของไทย จากนั้นก็กระจายไปทั่วประเทศ แต่คนไทยไม่น้อยยังไม่มั่นใจว่าตลาดจีนจะรับซื้อจริง การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

ด้วยเหตุนี้จึงได้ทำความจริงให้ปรากฏ ด้วยการเปิดตัวผู้อยู่ในวงการ ทั้งผู้ส่งเสริม ผู้ปลูก และผู้บริโภค เป็นข้อมูลสดๆ ที่ครบเครื่องเรื่องธุรกิจถั่วดาวอินคาในระดับหนึ่ง

1.ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วดาวอินคา
1.ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วดาวอินคา

การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

ในบรรดาพืชเพื่อสุขภาพทั้งหมด ต้องยอมรับว่าขณะนี้พืชตระกูลถั่วที่รู้จักในนาม “ถั่วดาวอินคา” ร้อนแรงที่สุด เพราะชาวจีนนิยมบริโภคมานาน จนกระทั่งถั่วดาวอินคาทะลักเข้ามาปลูกในภาคเหนือของไทย จากนั้นก็กระจายไปทั่วประเทศ แต่คนไทยไม่น้อยยังไม่มั่นใจว่าตลาดจีนจะรับซื้อจริง ด้วยเหตุนี้จึงได้ทำความจริงให้ปรากฏ ด้วยการเปิดตัวผู้อยู่ในวงการ ทั้งผู้ส่งเสริม ผู้ปลูก และผู้บริโภค เป็นข้อมูลสดๆ ที่ครบเครื่องเรื่องธุรกิจถั่วดาวอินคาในระดับหนึ่ง

ในยุคปัจจุบันไม่ว่าในเรื่องของธุรกิจ หรือการเกษตร ใครที่ทำก่อนก็มักจะได้เปรียบเสมอ เพราะในยุคสมัยนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก ใครที่สามารถออกตัวได้เร็วและแรงก็จะถึงเส้นชัยได้เร็ว แต่การทำอะไรใหม่ๆ ก็ต้องแบกรับกับความเสี่ยงเช่นกันว่าสามารถไปได้ดีแค่ไหน ซึ่งถ้าเราใช้ดุลยพินิจดีแล้วว่าธุรกิจนั้นๆ สามารถไปได้ การเกษตรนั้นคุ้มค่ากับการที่เราจะลงทุน ลงแรง ไป ก็จะทำให้เราออกตัวได้เร็วกว่าคนอื่นหลายก้าว

ดั่งพืชตัวใหม่ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในวงการเกษตรของประเทศไทยในขณะนี้ก็คือ ต้นถั่วดาวอินคา หรือถั่วอินคา ด้วยความที่เป็นพืชตัวใหม่นี่เองจึงเชื่อได้ว่าคนไทย 80% ยังไม่รู้จักพืชตัวนี้ หรืออาจจะรู้จักแค่ผิวเผิน ทำให้เกิดศูนย์ให้ความรู้ และมีการส่งเสริมการปลูกขึ้นมาอย่างมากมายหลายองค์กร

2.ต้นกล้าถั่วดาวอินคา
2.ต้นกล้าถั่วดาวอินคา

ลักษณะของต้นถั่วดาวอินคา

ต้นถั่วดาวอินคาลักษณะของพันธุ์พืชถั่ว Inca (Sacha inchi) เป็นพืชอยู่ในตระกูล Euphorbiaceae มีชื่อสามัญหลายชื่อ เช่น Sacha inchi, Inca peanut เป็นต้น ที่คนไทยจะเรียกว่าต้นถั่วดาวอินคา เนื่องจากเมล็ดสดจะมีรูปร่างเหมือนดาว เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดมาจากป่าอะเมซอนของชาวเปรู

โดยต้นถั่วดาวอินคานี้จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่อุ่น (10ºC Min-36º C Max) สำหรับต้นถั่วดาวอินคาจะเจริญเติบโตในระดับความสูงตั้งแต่ 100 เมตร (ป่าต่ำ) ถึงความสูง 2,000 เมตร (ป่าสูง) จากระดับของน้ำทะเล โดยช่วงชีวิตของพืชชนิดนี้จะมีอายุถึง 10-50 ปี และยังเชื่อกันว่าต้นถั่วดาวอินคานั้นมีอายุมานานกว่า 3,000 ปีแล้ว โดยเมื่อสกัดเมล็ดแล้วจะมีน้ำมันที่มีประโยชน์มาก และหลังจากที่สกัดน้ำมันแล้วจะได้แป้งและโปรตีนที่มีคุณค่าทางชีวภาพสูงมาก

ถั่วดาวอินคาเป็นพืชที่มีออกผลที่เล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร ผลสดจะมีสีเขียว และมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อผลแก่เต็มที่ โดยผลมักจะมี 4-6 แฉก ลักษณะเหมือนดาว และเมล็ดพันธุ์จะเป็นรูปไข่สีน้ำตาล ซึ่งจะมีความกว้าง 15-20 มิลลิเมตร ความหนาประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ส่วนน้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 0.8-1.4 กรัม เมล็ดอุดมไปด้วยสารอาหารและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย

ผลผลิตของต้นถั่วดาวอินคาเมื่อปลูกไปแค่ 6-8 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตชุดแรกได้แล้ว โดยการเก็บเกี่ยวผลผลิตของถั่วดาวอินคาให้ได้ตลอดทั้งปี จะต้องขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ดูแลของผู้ปลูก ทั้งน้ำ ปุ๋ย สามารถให้ผลผลิตได้นานเป็นสิบๆ ปี

(จากสถิติของประเทศเปรูสามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 50 ปี ขึ้นไป)

โดยข้อดีของ การปลูกต้นถั่วดาวอินคา คือ เป็นพืชที่ให้ผลผลิตที่มีความยาวถึง 15-50 ปี มีผลผลิตที่สูง เมื่อเปรียบเทียบต่อไร่กับพืชชนิดอื่นจะสามารถเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี และยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำกว่าพืชผลิตน้ำมันชนิดอื่นๆ

3.ต้นถั่วดาวอินคา
3.ต้นถั่วดาวอินคา

จุดเริ่มต้นการปลูกถั่วดาวอินคา

ถั่วดาวอินคาเริ่มเข้ามาอยู่ในการเกษตรของประเทศไทยประมาณปี 2553 ซึ่งทางประเทศจีนปลูกในเมืองสิบสองปันนา มณฑลยูนาน ส่งเสริมการปลูกเพื่อนำไปสกัดน้ำมัน จากนั้นได้มีการส่งเสริมการปลูกมาที่ลาว และค่อยๆ เข้ามาส่งเสริมการปลูกในเขตภาคเหนือของไทยเป็นลำดับ เพราะภูมิประเทศและอากาศของประเทศไทยและลาวนั้น เหมาะสม และเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ยังไม่มีการปลูกที่แพร่หลายมากนัก

โดยเมื่อมีการส่งเสริมเข้าปีที่ 3 ก็มี บริษัท เชียงรายเกษตรกรรมก้าวหน้า จำกัด ทำให้เห็นชัดเจนก่อนใคร ทั้งในเรื่องของการปลูก หรือการสกัดน้ำมันของถั่วดาวอินคา ว่าสามารถทำได้จริงในประเทศไทย

บริษัท ไทยรับเบอร์ แลนด์ แอนด์ แพลนเตชั่น จำกัด ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่ทำธุรกิจยางครบวงจรอยู่แล้ว จึงส่งเสริม การปลูกต้นถั่วดาวอินคา รับผลิตและสกัดน้ำมันจากเมล็ดถั่ว โดยมีบริษัท เกษตร พาร์ทเนอร์ จำกัด ของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 84 พรรษา ประสานงานในการส่งเสริมการปลูก และส่งผลผลิตให้อีกด้วย

4.คุณแสงประทีป-บัวลอย-เจ้าของบริษัท-เกษตร-พาร์ทเนอร์-จำกัด
4.คุณแสงประทีป-บัวลอย-เจ้าของบริษัท-เกษตร-พาร์ทเนอร์-จำกัด การปลูกต้นถั่วดาวอินคา 

การรับซื้อผลผลิต และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

เนื่องจาก คุณแสงประทีป บัวลอย และทางศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 84 พรรษา ได้เห็นช่องทางการตลาด เพราะถั่วดาวอินคาเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ยังไม่มีการปลูกที่แพร่หลายมากนักในประเทศไทย และการแปรรูปอย่างครบวงจรยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งทางคุณแสงประทีปและทางศูนย์ต้องการทำครบวงจร โดยจัดตั้งขึ้นในนาม บริษัท เกษตร พาร์ทเนอร์ จำกัด ในปี 2557 เพื่อจะส่งเสริมการปลูก รับซื้อผลผลิต และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีการประสานงานกับ บริษัท ไทยรับเบอร์ แลนด์ แอนด์ แพลนเตชั่น จำกัด เพื่อที่จะสกัดน้ำมันจากถั่วดาวอินคา

โดยทางศูนย์ตั้งเป้าหมายในการปลูกอยู่ที่ 1,000 ไร่ ซึ่งในขณะนี้มีพื้นที่ในการเพาะปลูกอยู่แล้วประมาณ 300 ไร่ โดยจะส่งเสริมในการให้เมล็ดพันธุ์ 250 เมล็ด ในราคา 500 บาท หรือต้นกล้าในราคาต้นละ 30 บาท และลงทะเบียนเป็นสมาชิก เพื่อลดความเสี่ยงในการจำหน่ายของตัวเกษตรกรเอง เพราะถั่วดาวอินคาเป็นพืชตัวใหม่ ตลาดรับซื้อก็ยังไม่มีการรองรับเป็นที่แน่นอน

โดยในสัญญาจะเน้นเรื่องหลัก คือ การห้ามใช้สารเคมี ซึ่งผลผลิตจะต้องปลอดสารเคมี แต่สามารถให้ปุ๋ยเคมีผสมกับปุ๋ยคอกได้ในระยะแรกปลูก อย่าง ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือยูเรีย เพราะดินอาจจะเสื่อมโทรมอย่างหนัก ขาดธาตุอาหารในดิน ทำให้พืชเจริญเติบโตช้า จึงจำเป็นต้องค่อยๆ ปรับสภาพดิน

ส่วนเรื่องการขนส่ง คือ เมื่อเก็บผลผลิตมาแล้วต้องมีการส่งให้กับศูนย์ฯ ในทุกๆ 45 วัน เพราะถ้าขนส่งล่าช้าคุณภาพของน้ำมันและน้ำหนักของเมล็ดถั่วดาวอินคาจะลดลง ซึ่งจะเกิดผลเสียกับเกษตรกรเอง

การทำสัญญาจะตกลงกันตั้งแต่เบื้องต้นว่าถ้าทำผิดเรื่องสารเคมี หรือขายให้บุคคลอื่น ถ้าบริษัททราบก็จะไม่รับซื้อผลิตผลอีก แต่ถ้ามีบริษัทอื่นให้ราคาผลิตผลที่มากกว่าก็สามารถมาเจรจาต่อรองได้ โดยสัญญาจะเป็นในลักษณะปีต่อปี

5.ผลสดของถั่วดาวอินคา
5.ผลสดของถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

การส่งเสริมปลูกต้นถั่วดาวอินคา

ทางบริษัทเริ่มจากให้ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 84 พรรษา เป็นต้นแบบในการปลูก โดยจะปลูกในพื้นที่หมู่บ้านและในเครือญาติเป็นหลัก และทดลองการปลูกจนแน่ใจว่าถั่วดาวอินคาเหมาะสมกับพื้นที่ปลูก สามารถปลูก แปรรูป จัดจำหน่าย และมีตลาดรองรับ มีผลตอบรับที่ดีกลับมา จึงเปิดรับสมัครสมาชิกเพื่อเป็นเครือข่ายใน การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

การส่งเสริมการปลูก ทางบริษัทจะมีการฝึกอบรมการปลูกถั่วดาวอินคาที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 84 พรรษา โดยจะมีทั้งหัวหน้าชุมชน ผู้นำเกษตรกร ในจังหวัดต่างๆ ที่สนใจเข้ามาอบรม เพื่อเป็นหัวหน้าส่งเสริมการปลูก และหัวหน้าส่งเสริมแต่ละคนจะเป็นผู้ที่หาสมาชิกในเขตพื้นที่ของตนเองอีกทีหนึ่ง

ซึ่งตอนนี้เครือข่ายสมาชิกส่วนมากจะอยู่ในแถบภาคอีสาน และภาคตะวันออก เป็นหลัก ในภาคอีสานจะครอบคลุมหลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ส่วนภาคตะวันออกจะอยู่ที่ระยอง ชลบุรี โดยแต่ละจุดจะมีหัวหน้าส่งเสริมคอยดูแลสมาชิกในเรื่องการปลูก การดูแลรักษา แก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดจนควบคุมการใช้สารเคมี

ต้นถั่วดาวอินคาเมื่อปลูกไปแล้วประมาณ 4 เดือน ก็จะเริ่มออกผล โดยตอนที่เริ่มปลูกแรกๆ ต้องรดน้ำทุกวัน ไม่ให้เปียกแฉะจนเกินไป พอครบ 4 เดือน ก็สามารถรดน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง คือ ลำต้นจะเริ่มแข็งแรง ขั้วเริ่มเหนียว กิ่งเริ่มออกมากขึ้น ซึ่งจะต้องบำรุงด้วยการให้ปุ๋ยหมักชีวภาพ และฉีดฮอร์โมนจำพวกน้ำหมักผลไม้หวาน โดยเกษตรกรผู้ที่เคยใช้ปุ๋ยเคมีมาก่อน ทางบริษัทก็อนุญาตให้ใช้ได้ในระยะเริ่มแรก คือ ปุ๋ยสูตรเสมอ และยูเรีย เท่านั้น

6.การปลูกต้นถั่วดาวอินคา
6.การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

การบริหารจัดการต้นถั่วดาวอินคา

เมื่อต้นถั่วดาวอินคาอายุได้ 6 เดือน ผลผลิตก็จะแห้ง ชุดแรกใน 1 ปี จะมีอยู่ 4 รุ่น และจะแห้งไม่พร้อมกัน และถ้าเกษตรกรดูแลต้นถั่วดาวอินคาดีก็จะทำให้สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และผลผลิตถั่วดาวอินคาภายใน 1 ปี 1 ต้น จะเฉลี่ยอยู่ที่ 6 กิโลกรัม หรือ 500 กิโลกรัม/ไร่ ในปีแรก โดยที่ปีต่อไปผลผลิตจะเยอะขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการดูแลของผู้ปลูกเองด้วย

เรื่องโรคจะมีเชื้อราจุดสีดำ และหนอน ชอบมารบกวนในระยะต้นอายุประมาณ 6-7 เดือน จึงจะต้องฉีดพ่นด้วยน้ำส้มควันไม้สูตรน้ำหมักสะเดา เป็นต้น ถ้าป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มปลูก โดยฉีดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ก็จะไม่มีปัญหา หรือพบเจอปัญหาน้อยมาก

ต้นถั่วดาวอินคามีอายุถึง 50 ปี สามารถสูงไปได้เรื่อยๆ แล้วแต่ความสมบูรณ์ของต้น แต่จะต้องตัดแต่งกิ่งเพื่อไม่ให้ต้นหนา และให้มีแสงลอดผ่าน เพราะถ้าต้นยาวเกินจะมีแต่ใบ ผลจะไม่ค่อยออก

ทางบริษัทจะกำหนดให้ปลูกในระยะ 2×4 เมตร เมื่อปลูกไปแล้วจะได้ 200 ต้น/ไร่ และแนะนำให้ปลูกต้นกล้วยเพื่อช่วยเป็นแสงและร่มเงาให้ต้นถั่วดาวอินคา ซึ่งจะไม่แนะนำให้ลงเสาปูน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งทางบริษัทมีการประกันผลผลิตของเกษตรกรแบบกะเทาะเปลือกอยู่ที่ 45 บาท/กิโลกรัม ส่วนฝ่ายส่งเสริมจะประกันราคาอยู่ที่ 60 บาท/กิโลกรัม ที่ให้ราคาที่สูงกว่า เนื่องด้วยหัวหน้าส่งเสริมมีการจัดการให้ข้อมูลรวบรวมสินค้าต่างๆ

7.ผลผลิตที่เก็บจากต้นถั่วดาวอินคา
7.ผลผลิตที่เก็บจากต้นถั่วดาวอินคา

ด้านตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปถั่วดาวอินคา

คุณแสงประทีปกล่าวว่า “ถ้าเปรียบเทียบกับข้าว เฉลี่ยต่อไร่เมื่อหักรายได้แล้วจะได้อยู่ประมาณ 3,000-3,500 บาท ซึ่งถ้าเป็นถั่วดาวอินคา ต้นทุน 1 ปี จะอยู่ที่ 5,000 บาท/ไร่ คือ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัท ไม่ให้ใช้เคมี และหนักทางอินทรีย์ ดังนั้นกำไรจะเฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 บาท ต่อไร่ แต่เนื่องด้วยถั่วดาวอินคาเป็นพืชตัวใหม่ ทำให้ตลาดยังไม่มั่นคง และเกษตรกรยังมีความรู้ในเรื่องถั่วดาวอินคาน้อยอยู่ ทำให้ไม่สามารถปลูกเยอะๆ ได้”

บริษัท เกษตร พาร์ทเนอร์ จำกัด สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตรด้วยต้นทุน ที่เป็นศูนย์ให้ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง และไม่ได้เป็นผู้ที่ส่งออกอย่างเดียว แต่เป็นผู้ที่ผลิตด้วย ทำให้เกษตรกรมั่นใจในระดับหนึ่งว่ามีการทำตลาดเอง คือ ทำผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่าย โดยผลิตภัณฑ์จะอยู่ในกลุ่มสุขภาพ และความงาม

8.เมล็ดในของถั่วดาวอินคาที่นำไปสกัดน้ำมัน
8.เมล็ดในของถั่วดาวอินคาที่นำไปสกัดน้ำมัน
ผงแป้งที่ได้จากเมล็ดถั่วดาวอินคา
ผงแป้งที่ได้จากเมล็ดถั่วดาวอินคา

การแปรรูปถั่วดาวอินคา

การแปรรูปถั่วดาวอินคาของ บริษัท เกษตรพาร์ทเนอร์ จำกัด  จะมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสุขภาพ และ กลุ่มความงาม

กลุ่มสุขภาพ จะมีผลิตภัณฑ์อยู่ 2 ชนิด คือ น้ำมันสกัดจากถั่วดาวอินคา และ ใบชาถั่วดาวอินคา

น้ำมัน Omega ที่สกัดจากเมล็ดถั่วดาวอินคา มีสรรพคุณในการบำรุงสมอง กระดูก และสายตา เป็นหลัก มีสรรพคุณที่คล้ายกับน้ำมันตับปลา แต่มีโอเมก้า (Omega) 3,6,9 ที่สูงกว่า และน้ำมันมีกลิ่นที่สามารถรับประทานได้ง่าย ในงานวิจัยของต่างประเทศวิจัยว่าเป็นน้ำมันที่เป็นกรดอะมิโนที่สามารถย่อยสลายได้ 96% ไม่มีข้อจำกัดในการรับประทานเหมือนน้ำมันตับปลา

ผลิตภัณฑ์ชาจากใบถั่วดาวอินคา
ผลิตภัณฑ์ชาจากใบถั่วดาวอินคา

ใบชาถั่วดาวอินคา ผลจากการวิจัยพบว่ามีสารโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีสารต่อต้านมะเร็ง สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สลายไขมัน และยังลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โดยการดื่มในขั้นแรกระดับน้ำตาลในเลือดจะเห็นผลชัดเจนกว่าอื่นๆ

ครีมกันแดดผสมน้ำมันจากถั่วดาวอินคา
ครีมกันแดดผสมน้ำมันจากถั่วดาวอินคา
โลชั่นผสมน้ำมันสกัดจากถั่วดาวอินคา
โลชั่นผสมน้ำมันสกัดจากถั่วดาวอินคา
สบู่ดาวอินคา
สบู่ดาวอินคา
น้ำมันสกัด-100%จากถั่วดาวอินคา
น้ำมันสกัด-100%จากถั่วดาวอินคา
น้ำมันสกัดชนิดแคปซูล
น้ำมันสกัดชนิดแคปซูล การปลูกต้นถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

กลุ่มความงาม สินค้าในกลุ่มความงามจะมีอยู่หลายชนิด เช่น ครีมกันแดด โลชั่น สบู่ น้ำมันนวดสปา เป็นต้น ซึ่งสินค้าหลักๆ ก็คือ ครีมกันแดด เพราะหาง่ายกว่าครีมกันแดดตัวอื่น จุดเด่นอยู่ที่น้ำมันจากถั่วดาวอินคาที่ผสมอยู่ ซึ่งจะมีวิตามิน A และ E 100% ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และเป็นที่นิยมของคนในกลุ่มมหาวิทยาลัย และกลุ่มโรงงาน

9.การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปถั่วดาวอินคา
9.การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา 

การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปถั่วดาวอินคา

ส่วนการจัดจำหน่ายทางบริษัทมีการประสานงานกับกลุ่ม อสม. หัวหน้าชุมชน และเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปของบริษัท เพื่อให้เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง โดยตอนนี้มีศูนย์จำหน่ายอยู่ตามเขตภาคอีสาน และตะวันออก และเมื่อมีงานจัดแสดงสินค้าก็จะนำเอาไปจัดแสดงเพื่อเป็นการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์

10.ชาถั่วดาวอินคาและน้ำมันสกัดชนิดแคปซูล
10.ชาถั่วดาวอินคาและน้ำมันสกัดชนิดแคปซูล การปลูกต้นถั่วดาวอินคา การปลูกต้นถั่วดาวอินคา

เป้าหมายในอนาคต

คุณแสงประทีปกล่าวกับทีมงานว่า ในขณะนี้จะมองอนาคตภายใน 5 ปีแรกก่อน โดยเป้าหมาย คือ ต้องการให้ผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งตอนนี้ที่ทำตลาดหลักๆ คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อย่างเช่น ชาถั่วดาวอินคา น้ำมันสกัดจากเมล็ดถั่วดาวอินคา เป็นต้น ที่จะทำตลาดทั้งในระดับบน และในระดับที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายได้ โดยจะทำการตลาดให้เข้าถึงทุกครัวเรือนให้ได้ และในอนาคตวางแผนว่าจะผลิตชาถั่วดาวอินคาพร้อมดื่มออกมาจำหน่ายในตลาด โดยได้จดทะเบียนภายใต้ชื่อชา “อินจิ” ไว้แล้ว

ขอขอบคุณ คุณแสงประทีป บัวลอย บริษัท เกษตร พาร์ทเนอร์ จำกัด และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ 84 พรรษา

ที่อยู่ 27/9 บ้านผึง ต.นาเล็ง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี 34140 โทร.08-2258-2425, 08-9091-5784

สนับสนุนโดย