9.สวนผักหวานป่า
9.สวนผักหวานป่า

ทีมงานเมืองไม้ผลได้มีโอกาสเดินทางไปที่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น เพื่อไปพบกับ กำนันประมวล วอนนอก ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีการศึกษา ตั้งใจเรียนรู้การปลูกผักหวานป่าโดยแท้จริง หวังเพื่อจะพัฒนาการปลูกผักหวานป่าให้เป็นธุรกิจของครอบครัว

กำนันประมวลเล่าว่า เมื่อก่อนประกอบอาชีพเป็นกระดูกสันหลังของชาติ มีพื้นที่อยู่แปลงหนึ่งซึ่งเป็นที่ลุ่มจึงได้ถมที่แปลงนี้ขึ้นมาเพื่อปลูกผักหวานป่า ได้เดินทางศึกษาดูงานการปลูกผักหวานป่าที่จังหวัดสระบุรี และได้นำพันธุ์ผักหวานป่า 100 ต้น  จากจังหวัดสระบุรี  เพื่อมาปลูกที่แปลง  โดยมีวิธีการดูแลบำรุงรักษาตามคำแนะนำ  ผักหวานป่าก็เจริญเติบโต ในการปลูก 100 ต้น ตายไป 5 ต้น จึงได้ใช้แปลงนี้เป็นต้นแบบในการปลูกของตน

หลังจากนั้นจึงได้ขยายมาเรื่อยๆ มีทั้งหมด 4,000 ต้น ปัจจุบันเหลือไม่ถึง เนื่องจากเจอปัญหาน้ำท่วม มีตายไปบ้าง แต่ด้วยความที่กำนันประมวลเล็งเห็นว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของทางภาคอีสาน นิยมรับประทาน ราคาสูง จึงได้ยึดพืชตัวนี้เป็นหลักในการปลูกพืชผัก

1.ต้นพันธุ์จากสระบุรี-ใบใหญ่และหนา
1.ต้นพันธุ์จากสระบุรี-ใบใหญ่และหนา
2.กำนันประมวล-วอนนอก-เจ้าของสวนผักหวานป่า
2.กำนันประมวล-วอนนอก-เจ้าของ สวนผักหวานป่า
มะขามเทศเป็นไม้พี่เลี้ยง
มะขามเทศเป็นไม้พี่เลี้ยง

การปลูกพืชแซมใน สวนผักหวานป่า

ในสวนซึ่งมีการปลูกพืชชนิดอื่นแซม เช่น สะเดา แค มะขามเทศ เป็นต้น เพื่อให้เกิดร่มเงา หรือเป็น “ไม้พี่เลี้ยง” ให้กับผักหวานป่า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยให้ผักหวานป่ามีการเจริญเติบโตได้ดี และจากการปลูกผักหวานป่าในครั้งนี้ กำนันประมวลถูกเพื่อนบ้านมองว่าเป็น “คนบ้า” เพราะด้วยความเชื่อของคนในหมู่บ้านเชื่อกันว่า “ถ้าใครปลูกผักหวานป่าไม่ได้ จะมีอันเป็นไป”

จากวันนั้นจนถึงทุกวันนี้ จากคนบ้ากลายเป็น “ปราชญ์ผักหวานป่า” เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น สื่อต่างๆ ช่วยสนับสนุน ได้เข้ามาทำข่าว เจ้าหน้าที่เกษตรเข้ามาดูแลสนับสนุน ส่งงบประมาณเข้ามาช่วย เนื่องจากมีคนเข้ามาดูงาน ช่วงแรกๆ วันละเกือบ 1,000 คน ทั่วประเทศ ส่วนมากจะเป็นคนจากทางภาคเหนือ และอีสาน ด้วยความที่เป็นเจ้าแรกที่ปลูกในจังหวัดขอนแก่น จึงได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย

โดยเฉพาะคนในจังหวัดขอนแก่นจะเป็นที่รู้จักกันดี สำหรับแปลงผักหวานป่าของกำนันประมวล ช่วยให้เราเป็นปราชญ์อีกบุคคลหนึ่งในเรื่องผักหวานป่า จากความมุ่งมั่น ศึกษาพัฒนาการ ปลูกผักหวานป่า ให้สำเร็จของเขา

4.ระยะปลูก-1-เมตร
4.ระยะปลูก-1-เมตร

สภาพพื้นที่ ปลูกผักหวานป่า

ในความคิดของคนส่วนใหญ่คิดว่าผักหวานป่าเป็นพืชที่ปลูกได้ยาก แต่โดยแท้จริงแล้วเป็นพืชที่ปลูกง่าย สำหรับสถานที่ ปลูกผักหวานป่า ให้เจริญเติบโตได้เร็วควรเป็นพื้นที่ถมใหม่ ส่วนดินจะเป็นดินประเภทใดก็ได้ ยกเว้นดินเค็ม เนื่องจากดินที่ถมใหม่จะไม่แน่นมากจนเกินไป

ถ้าเป็นดินร่วนซุยยิ่งดี บวกกับเป็นพื้นที่ถมใหม่  จะทำให้ผักหวานป่าสามารถเจริญเติบโตได้เร็ว  รากจะมีการชอนไชหาอาหารได้ง่าย  หรือถ้ามีพื้นที่เก่าสามารถถมใหม่ประมาณ  50  เซนติเมตร  ถึง   1 เมตร ก็สามารถ ปลูกผักหวานป่า ได้เช่นกัน มีการเจริญเติบโตได้ดีเหมือนกัน จากนั้นก็ตีพื้นที่ปลูกเป็นล็อคๆ จากการทดลองในระยะปลูก 1×1 เมตร ให้ผลผลิตได้ดี และไม่เสียประโยชน์ในการใช้พื้นที่มากจนเกินไป และสะดวกกับการเก็บเกี่ยวผลผลิต การตัดแต่งดูแลก็ง่าย เป็นระยะปลูกที่เหมาะสมที่สุด

เมื่อพื้นที่พร้อม เมล็ดพันธุ์พร้อม ส่วนตัวเมล็ดพันธุ์ไม่ต้องมาอนุบาล สามารถลงปลูกได้เลย แต่เมล็ดต้องงอกแล้ว หรือที่เรียกกันว่า ถั่วงอก โดยที่เมล็ดยังติดอยู่ จากนั้นใช้ไม้เสียบลงดินให้เป็นรูแล้วก็บี้เมล็ดพันธุ์ที่เป็นถั่วงอกลงไปในดินครึ่งหนึ่ง โผล่ขึ้นเหนือดินครึ่งหนึ่ง ไม่ต้องใช้อะไรคลุม เพียงแค่ใช้ก้านมะพร้าวมาทำเป็นซุ้มบังแสง และป้องกันตัวเองเหยียบ

5.ระบบน้ำปล่อยตามท่อให้ไหลไปตามพื้นที่
5.ระบบน้ำปล่อยตามท่อให้ไหลไปตามพื้นที่

การให้น้ำและปุ๋ยต้นผักหวานป่า

การให้น้ำใช้ระบบสูบน้ำขึ้นมาจากบ่อ ปล่อยราดไปเลย ให้ไหลไปเอง ช่วงแรกๆ ต้องรดน้ำทุกวัน แต่เข้าช่วงฤดูฝนก็ลดปริมาณน้ำ แต่ถ้าช่วงฤดูแล้งจำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน หลังจากเข้าปีที่ 2 ขึ้นไป 1 เดือน รดน้ำ 2-3 ครั้ง และช่วงที่เก็บผลผลิตควรลดน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อช่วยให้ผักหวานป่ามีการแตกยอดได้ดี โดยมีวิธีแกล้งให้เกิดการแตกยอดในช่วงเดือนธันวาคม  ต้องแกล้งให้ต้นผักหวานป่าลดน้ำก่อนเพื่อให้ใบมันหล่น  ถ้าใบไม่หล่นต้องช่วยทำให้มันหล่น  โดยการริดใบออก เป็นการบังคับทางอ้อม แล้วก็อัดน้ำเข้าไปให้ต้นผักหวานป่าแตกยอด ส่วนการให้ปุ๋ยโดยใช้ปุ๋ยคอกจากมูลวัว สามารถให้ได้ตามกำลังที่หาได้ แต่ทางสวนจะให้ปีละ 2 ครั้ง หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือก่อนหน้าฝนก็ให้ได้ พออายุต้นประมาณ 4-5 ปี จะสามารถให้เคมีก็ได้

6.ต้นผักหวานป่ากำลังแตกกิ่งใหม่
6.ต้นผักหวานป่ากำลังแตกกิ่งใหม่

การเก็บเกี่ยวผลผลิตผักหวานป่า

เป็นพืชที่สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูร้อนจะให้ผลผลิตที่มากกว่าฤดูหนาว และฤดูอื่นๆ ในช่วงที่ให้ผลผลิตมากๆ จะประมาณ 22 กิโลกรัม ต่อวัน ช่วงที่ให้ผลผลิตน้อยจะอยู่ที่ประมาณ 5 กิโลกรัม ต่อวัน และช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเก็บเกี่ยวผลผลิต คือ ช่วงเช้าจะไม่ร้อน ผักจะไม่เหี่ยว เก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงแรกๆ ยังไม่มากเท่าไร

พอเข้าปีที่ 4 ได้ประมาณ 600 กิโลกรัม ต่อเดือน จะมีช่วงพัก 2 วัน เพราะครบรอบ แบ่งการเก็บเกี่ยวออกเป็นโซนๆ เพื่อรอโซนอื่นๆ  แตกยอดใหม่  ส่วนอายุผักที่เก็บเกี่ยวผลผลิตมาแล้วสามารถอยู่ได้  1  สัปดาห์  โดยบรรจุใส่ถุงไว้ในตู้เย็น

ส่วนผักหวานป่า ตามท้องตลาดมีการค้างคืนกว่าจะมาถึงผู้บริโภค จะไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน และในช่วงฤดูร้อนที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากๆ สามารถสร้างรายได้ต่อรอบถึง 500,000 บาท /1 รอบการเก็บเกี่ยว  คือ 3 เดือน  แต่ในช่วงฤดูหนาวผลผลิตน้อย มีรายได้ 10,000 บาท/เดือน ในฤดูหนาว กลายเป็นรายได้พิเศษของครอบครัว

7.ใช้ปูนโบกป้องกันเชื้อรา
7.ใช้ปูนโบกป้องกันเชื้อรา

การบำรุงดูแลรักษาต้นผักหวานป่า

มีการให้น้ำและฮอร์โมน เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผลผลิตและสุขภาพของพืชไม่โทรมจนเกินไป เป็นน้ำหนักทั่วไปตามท้องตลาด คือ ให้ปุ๋ยทางใบ พอรดน้ำก็ให้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยการฉีดพ่นเมื่อตอนเริ่มมีใบในช่วงแรกๆ และรดน้ำต้องถึง ไม่ให้ขาด แล้วผักหวานป่าจะเจริญเติบโตได้ ให้ผลผลิตง่าย

ปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ต่อการ ปลูกผักหวานป่า

1.ไม้พี่เลี้ยง  พี่เลี้ยงที่ว่าก็คือ  พืชชนิดอื่นที่สามารถพรางแสง  ในช่วงแรกทางสวนของกำนันเลือกปลูกต้นแคเป็นไม้พี่เลี้ยง เพราะเป็นพืชที่โตเร็ว ปลูกในระยะ 3 เมตร แต่ระยะยืนต้นมันสั้น จึงปลูกมะขามเทศเสริม จริงๆ แล้วพี่เลี้ยงสามารถปลูกพืชอะไรก็ได้ ยกเว้นกล้วยกับไผ่ เพราะเป็นพืชที่แย่งอาหารเก่ง จะทำให้ผักหวานป่าไม่เจริญเติบโต

2.เบี้ยพันธุ์ เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ถ้าเบี้ยพันธุ์ดี อัตราการงอกเจริญเติบโตก็จะดี บางคนซื้อตามข้างถนนต้นใหญ่ก็จริง สำหรับผักหวานป่าการเลือกเบี้ยพันธุ์ คือ ต้องรู้วันเพาะ หรือไม่ทราบวันเพาะ ให้เลือกเบี้ยที่อายุน้อยที่สุด ประมาณ 3 เดือน ไม่เกินนั้น และรากจะเป็นถั่วงอกยิ่งดี อัตราการเจริญเติบโตสูง

3.การดูแลรักษา สำหรับข้อนี้พืชทุกชนิดต้องได้รับการรักษาดูแลบำรุงให้มีความเจริญงอกงามอยู่แล้ว แต่พืชแต่ละชนิดมีวิธีการบำรุงดูแลที่แตกต่างกันออกไป ส่วนผักหวานป่า เป็นพืชกินยอดอ่อนของใบ ก็ต้องมีการบำรุงใบด้วยน้ำหมักชีวภาพ เป็นฮอร์โมนเร่งใบ

จาก 3 ประการสำคัญดังที่กล่าวมา เกษตรกรท่านใดที่คิดจะ ปลูกผักหวานป่า ต้องสามารถปฏิบัติได้ การ ปลูกผักหวานป่า จึงประสบผลสำเร็จตามที่ต้องการ

8.การแต่งสาวเพื่อให้แตกยอดใหม่
8.การแต่งสาวเพื่อให้แตกยอดใหม่
ผลของการแต่งสาว
ผลของการแต่งสาว สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า 

ประโยชน์และสรรพคุณของผักหวานป่า

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์และสรรพคุณมากๆ ส่วนใหญ่มักนำมาจิ้มกับน้ำพริก แต่ละภาคมีวัฒนธรรมการรับประทานไม่เหมือนกัน ทางภาคอีสานจะรับประทานผักชนิดนี้มาก นำมาประกอบอาหาร เช่น แกงใส่ไข่มดแดง แกงใส่เห็ด เป็นต้น

คุณค่าทางอาหารของผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าของโภชนาการที่สูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบไปด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 10 กรัม  เยื่อใย 3.4 กรัม  เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจุล

อย่างไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอด และใบอ่อน นำช่อผลอ่อนๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้ง  นำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกัน  ผักหวานป่าเป็นเครื่องยาไทย  ใช้ส่วนรากมาทำยา   รากมีรสเย็น สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ พบว่าผักหวานป่าเป็นทั้งอาหาร และยาประจำฤดูร้อน แก้อาการธาตุไฟได้ตามแพทย์แผนไทย

ส่วนยอดนิยมนำมาปรุงอาหาร มีรสหวาน กรอบ ช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ หรือใช้ปรุงเป็นยาเขียว เพื่อลดไข้ ลดความร้อน ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นชาผักหวานป่า เป็นเครื่องดื่มต้านอนุมูลอิสระ ส่วนของลำต้นจะใช้แก่นผักหวานป่าต้มรับประทานเป็นยาแก้ปวดตามข้อ หรือใช้ผักหวานป่ากับต้นนมสาวเป็นยาเพิ่มน้ำนมแม่หลังคลอดบุตร รากต้มแก้ปากมดลูกได้

9.สวนผักหวานป่า
9.สวนผักหวานป่า

ด้านตลาดผักหวานป่า

ผักหวานป่าเป็นพืชที่คนนิยมรับประทานกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตลาดจึงหาได้ไม่ยากนัก ส่วนมากผู้บริโภคจะเข้ามาหาเอง กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ภาคอีสาน โดยเฉพาะอำเภอแวงใหญ่ และอำเภอพล จะมีพ่อค้า แม่ค้า คนกลาง มารับซื้อที่สวน ผลผลิตมีเท่าไรจะรับซื้อหมด ทำให้ตลาดของผักหวานป่าดูดี ราคาก็ดี กก.ละ 200 บาท

ในช่วงที่มีผลผลิตมากๆ ราคาสูง ช่วงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ผักหวานป่าจะออกดี หลังจากนั้นจะไม่ค่อยออกแล้ว จะเริ่มเป็นใบเขียว ใบตกมัน ในช่วงที่ออกยอดน้อย ราคาถือว่ายังมีอยู่ที่ กก.ละ 180 บาท แต่ก็ยังเก็บได้ 5 กก.

ช่วงที่ให้ผลผลิตมากๆ เก็บได้วันละ 22 กก. มีรายได้ต่อรอบถึง 500,000 บาท 1 รอบการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 3 เดือน ถือว่าเป็นผักที่สร้างรายได้ในช่วงแรกๆ ได้ดีเลยทีเดียว และให้ผลผลิตดีในช่วงราคาสูง ตลาดก็สดใสเสมอ ส่วนตลาดของต้นกล้าก็เช่นเดียวกัน มาซื้อที่หน้าสวนในราคาต้นละ 25 บาท พ่อค้า แม่ค้า คนกลาง สั่งมาก็ทำตามออเดอร์

10.กำนันประมวลชี้ให้ดูจุดที่เกิดโรคกิ่งแห้ง
10.กำนันประมวลชี้ให้ดูจุดที่เกิดโรคกิ่งแห้ง สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า
ปํญหาโรคกิ่งแห้ง
ปํญหาโรคกิ่งแห้ง สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า สวนผักหวานป่า 

ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจทำ สวนผักหวานป่า

พืชอนาคตไกลในอนาคตข้างหน้ามีโอกาสสูงที่จะโกอินเตอร์เข้าสู่ตลาดเพื่อนบ้าน และต้องมีการดูแลแบบอินทรีย์ให้ยั่งยืน เพื่อให้เป็นเศรษฐกิจอีกตัวที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะผักหวานป่าเป็นพืชที่มีราคาสูง  เมื่อกระบวนการขั้นตอนการดูแลตั้งแต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นแบบอินทรีย์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพืชตัวนี้กับราคาที่สูงอย่างเหมาะสม

“การ ปลูกผักหวานป่า แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดไว้ อยากให้ลองปลูก เป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ได้ดี ถ้ารู้เทคนิคการปลูก การดูแล อย่างแท้จริง ใส่ใจ สนใจ ผมพร้อมและยินดีให้คำแนะนำทุกเรื่อง รายละเอียดของข้อมูลทุกขั้นตอนของการ ปลูกผักหวานป่า เกษตรกรท่านใดว่างๆ สามารถมาเที่ยวชมสวนของเราได้ ทุกระบบการจัดการ คัดเลือกสายพันธุ์ เทคนิคต่างๆ การเตรียมดิน ทุกๆ ขั้นตอนการผลิต ทางเราพร้อมและยินดีให้คำปรึกษา” คุณประมวลกล่าว

ทิศทางของผักหวานป่าในอนาคตสดใสแน่นอน เพราะได้รับความนิยมรับประทานจากกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มผู้รักสุขภาพ จะเป็นพืชมาแรงในตลาด สามารถแปรรูปได้หลากหลาย ผลผลิตน้อย ตลาดต้องการมาก ผู้บริโภคนิยม ถึงแม้ราคาสูงแต่ผู้บริโภคยอมรับกับคุณภาพของสินค้า

หากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถติดต่อ กำนันประมวล วอนนอก 62 ม.4 ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น 40330 โทร.08-7809-9883