หากจะเอ่ยชื่อ “ มะเขือพวง ” ซึ่งเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับมะเขือ เชื่อว่าคนส่วนมากต้องรู้จักมักคุ้นกันแทบทุกคน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมักนิยมนำมาปลูกไว้ตามสวนหลังบ้านไว้ทานกันแทบทุกหลังคาเรือน หากแต่ด้วยรูปทรงลำต้นพันธุ์ดั้งเดิมที่สูงเกือบ 2 เมตร พร้อมกับมีหนามมากพอสมควร

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนักวิชาการทางด้านพันธุ์พืชได้พัฒนาสายพันธุ์ให้ออกมาแบบไร้หนามจนเป็นที่น่าพอใจ ก็คือ ลักษณะของลูกโตขึ้น ออกลูกเป็นพวงดก และมีรสชาติขมลดลง ตามลักษณะสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามา ซึ่งก็เป็นที่น่าสังเกตว่าโดยส่วนมากจะไม่เป็นที่นิยมบริโภคกันเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

1.เกษตรโลกใหม่1

คุณสมบัติของมะเขือพวง

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ต้องยอมรับ คนโบราณไทยพื้นเมืองที่สามารถนำมาประกอบลงในอาหารเพิ่มรสชาติให้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็น  แกงเขียวหวาน  ผัดพริกแกง  น้ำยาขนมจีน น้ำพริกกะปิ หรือ ผู้บริโภคอาจจะจัดวางในจานผักสำหรับผู้ทานน้ำพริกที่นิยมชมชอบที่แตกต่างกันไป ซึ่งโดยส่วนตัวกระผมนั้นเห็นจะขาดไม่ได้ถ้าวันไหนได้ลงมือทำตำน้ำพริกกะปิ ซึ่งเมนูนี้ถือว่า “มะเขือพวง” เป็นส่วนประกอบที่สามารถสร้างรสชาติให้เข้ากันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

และนั่นก็คือคุณสมบัติที่สร้างความนิยมให้กับชาวไทยนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงกระนั้น ในช่วงเวลาเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ใครจะไปรู้ว่า “มะเขือพวง” นอกจากจะนำมาประกอบในอาหารแล้ว สิ่งที่พิเศษสุดๆ ก็คือ เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ผ่านงานวิจัยจนได้รับการรับรองว่าสามารถนำมาเป็นยาสมุนไพรช่วยเป็นภูมิเสริมป้องกันโรคได้

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงมีบริษัทนำมาต่อยอดสร้างธุรกิจ หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เป็นน้ำชาและกาแฟที่สกัดจากมะเขือพวงพร้อมดื่มได้อย่างลงตัว  ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองให้กับคนทั่วไปที่มีอัตราความเสี่ยงต่อ  โรคสายตาเข  โรคเบาหวาน โรคกระเพาะ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคขาดสารอาหาร นอกจากนี้ “มะเขือพวง” ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย

2.คุณจารวี คำพันธ์ ประธานผู้บริหาร
2.คุณจารวี คำพันธ์ ประธานผู้บริหาร

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากชา

ชาระวี ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุด ทั้งนี้ก็เพื่อวางจัดจำหน่ายและต้องยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นโบว์แดงของ บริษัท ออน ออฟ เน็ตเวิร์ค 9879 จำกัด และ บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด บริษัทในเครือ โดยการนำของ “คุณจารวี คำพันธ์” ประธานผู้บริหาร ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารการค้าทั้งในและต่างประเทศ และ “คุณวิรัตน์ ยกเลี่ยน” รองประธานผู้บริหาร ผู้ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลทางด้านการส่งเสริมเกษตรกร หรือผลักดันการให้ความชัดเจนทางด้านการตั้งศูนย์เรียนรู้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร่วมงานกับ กลุ่มสหกรณ์

คุณวิรัตน์ ยกเลี่ยน รองประธานผู้บริหาร
คุณวิรัตน์ ยกเลี่ยน รองประธานผู้บริหาร

จากกระแสข่าวที่ใหม่ถอดด้าม กระผมในฐานะผู้สื่อข่าวอาวุโสที่ดูแลข่าวสารทางด้านการเกษตรทางภาคอีสาน ในทีมงานกองบรรณาธิการของ “บริษัท มีเดีย ออฟ กรีน กรุ๊ป จำกัด”โดยมีสื่อนิตยสารอยู่ในเครือข่าย 4 ฉบับ พร้อมกันนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยสื่อโซเชียลประกอบไปด้วย ทั้ง “เฟซบุ๊ก พลังเกษตร” และ “ยูทูปพลังเกษตร” สื่อนิตยสาร และ สื่อออนไลน์ “พลังเกษตร” ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ข่าวดีนี้ล่าช้า พร้อมกับขอเข้าพบท่านประธาน และรองประธาน ทั้งนี้เพื่อขอสัมภาษณ์หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงความเป็นไปได้ในพันธกิจที่ว่า “มะเขือพวงสามารถเป็นพืชแห่งอนาคต หรือเป็นพืชทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศได้อย่างแท้จริง”

3.เกษตรโลกใหม่3

แรงบันดาลใจมาจากอดีต สืบสานจากคุณปู่ที่มีความรู้ด้านยาสมุนไพร

ในฐานะที่กระผมได้คลุกคลีอยู่ในวงการข่าวเกษตรมากว่า 30 ปี สิ่งแรกที่ต้องยอมรับ ก็คือ ความสำเร็จ โดยส่วนมากเกิดมาจากแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดมาจากครอบครัว หรือสืบสานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จอย่างมีลักษณะที่ถูกต้อง มีรูปแบบและพื้นฐานที่แน่นอน

“คุณจารวี” ก็เช่นเดียวกัน เธอเป็นคนที่มีใจรักและชอบสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งพื้นเพดั้งเดิมของเธอเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันอายุครบ 39 ปี ถือว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีหัวก้าวหน้า และมองเห็นความต้องการของเกษตรกรอย่างทะลุปรุโปร่ง ในสมัยเด็กเธอก็ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องสมุนไพรมาจาก คุณปู่ คุณพ่อ ซึ่งเธอก็ได้จดจำและเห็นคุณค่าทางยามาอย่างลึกซึ้ง

ด้วยวิธีการก็คือ นำมาสกัดหรือแปรรูปเพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยภายในชุมชน หรือผู้ป่วยโดยทั่วไป ให้หาย โดยไม่ต้องพึ่งพายาแผนปัจจุบัน โดยคุณปู่ คุณพ่อ นำพาการรักษาด้วยนำสมุนไพรมาปรุง และแจกจ่ายคนในชุมชนสืบกันมานานนับสิบปี จนท่านทั้งสองจากไปด้วยวัยชรา

“ท่านทั้งสองเสียชีวิต และคุณแม่ก็มีการจากไปอีกคนด้วยโรคเบาหวานตั้งแต่อายุได้เพียงห้าสิบกว่าปี พร้อมกันนั้นท่านได้ทิ้งตำหรับยาสมุนไพรเอาไว้ให้ หลังจากเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ก่อนหน้านั้นดิฉันได้เปิดบริษัททำกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ภาค ตะวันออก โดยส่วนตัวดิฉันมีความชำนาญทางด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร เพื่อต่อยอดทางด้านธุรกิจเกษตรให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ดิฉันได้เข้ามาสานต่อธุรกิจพืชสมุนไพรอย่างจริงจังเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับเริ่มการก่อตั้ง บริษัท ออน ออฟ เน็ตเวิร์ค 9879 จำกัด ขึ้นเพื่อดำเนินกิจการ ในช่วง 3 ปีแรก ดิฉันได้เริ่มต้นและเรียนรู้การทำการเกษตรระบบอินทรีย์อย่างจริงจัง ทั้งนี้เพื่อสร้างฐานองค์ความรู้ให้กับตัวเองในการก้าวต่อไปสู่โครงการเกษตรโลกใหม่

โดยทำการส่งเสริมพืช 3 ชนิด คือ พืชที่ใช้ปลูกเพื่อเป็นทางเลือก ก็คือ มะเขือพวง พืชที่ส่งเสริมการปลูกหลังการทำนา ก็คือ ถั่วลิสง และพืชแห่งอนาคต ก็คือ โกโก้  โครงการเกษตรโลกใหม่เราต้องการส่งต่อให้กับเยาวชนที่กลับมาจากกรุงเทพเพื่อทำการปลูกพืชอยู่บ้าน จากบทบาททางด้านการส่งเสริมที่แท้จริงด้วยบุคลากรมืออาชีพจึงส่งผลทำให้เกิดบริษัทลูกขึ้นมาชื่อ บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด ขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์ขับเคลื่อนเป็นขบวนการ ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ เกษตรโลกใหม่จะรับซื้อคืนโดยใช้หลักการเกษตรพันธสัญญาตาม พ.ร.บ. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งการันตีได้ว่าสามารถคุ้มครองคนปลูกและคนซื้อว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน พร้อมกับประกาศการรับซื้อในราคาประกันในสัญญา และใช้ราคากลางซื้ออย่างต่อเนื่อง

การดำเนินการของ บริษัท ออน ออฟ เน็ตเวิร์ค 9879 จำกัด ได้ขับเคลื่อนมา 6 ปีกว่า โดยมีผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสมุนไพร ชา กาแฟ ซึ่งปัจจุบันได้สร้างโรงงานผลิตและโรงอบไว้เพื่อรองรับวัตถุดิบมะเขือพวงสดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” คุณจารวี เกริ่นถึงที่มาและความมุ่งมั่นที่พร้อมขับเคลื่อนการสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรคนรุ่นใหม่ หรือเกษตรกรโดยทั่วไปอย่างแท้จริง

4.เกษตรโลกใหม่4

เกษตรโลกใหม่ 4.1

“มะเขือพวง” ทั่วโลกต้องรู้จักด้านสรรพคุณทางยาไม่ต่ำกว่า 44 ข้อ

ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหม่เกี่ยวกับ “มะเขือพวง” ที่มีสรรพคุณทางด้านยาสมุนไพร ที่สามารถการันตีให้คนไทย หรือคนทั่วโลก ได้รู้จักทางด้านการช่วยสร้างภูมิป้องกันของ “โรคเบาหวาน” ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ “มะเขือพวง” ยังมีสรรพคุณทางด้านอื่นๆ ที่ผ่านงานวิจัยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 44 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นผลงานการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น สิ่งที่ผู้บริโภคมองเห็นว่าเป็นพืชที่ยังไม่ตอบโจทย์ให้กับตัวเอง ก็คือ พืชชนิดนี้มีรสชาติที่ขมมากเกินไป ประเด็นและปัญหาในเรื่องนี้คุณจารวีต้องค้นหาคำตอบให้ได้อย่างชัดเจนและแท้จริง ดังนั้น การแปรรูปผลิตภัณฑ์ “ชาระวี และ กาแฟรานิต้า” จึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดในขณะนี้ โดยการนำเทคโนโลยีทางด้านการผลิตเข้ามาควบคุมเพื่อขจัดปัญหาความขมนั้นออกไปอย่างได้ผล

การดื่มชาและกาแฟที่ผลิตจากมะเขือพวงสามารถเป็นภูมิยับยั้งกลุ่มน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต ในการนำกลับมาใช้คนที่เป็นโรคเบาหวานได้ ซึ่งข้อพิสูจน์ดังกล่าวสามารถบ่งชี้ให้เห็นสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ข้อพิสูจน์โดยการให้คนที่เป็นโรคเบาหวานดื่มติดต่อกันในระยะเวลา 15-30 วัน หลังจากนั้นปริมาณน้ำตาลในเม็ดเลือดก็จะลดลงเป็นปกติ ทั้งนี้เกิดจากสารเพคตินจากมะเขือพวงที่ช่วยจับสารคาร์โบไฮเดรตซึ่งร่างกายผลิตออกมามากเกินไป ขณะเดียวกันมะเขือพวงยังส่งผลทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้คุณจารวีประทับใจในพืชชนิดนี้เป็นพิเศษ ก็คือ สามารถนำไปปลูกได้ง่ายในผืนดินทุกพื้นที่ของประเทศไทย ดังนั้นน่าจะเป็นพืชทางเลือกใหม่ที่ลดความเสี่ยงทางด้านการสูญเสียให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมต่อการปลูกกับทุกสภาพดิน หรือเหมาะกับทุกสภาพเกษตรกรที่มีความขยันหรือขี้เกียจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

5.เกษตรโลกใหม่5

เกษตรโลกใหม่ 5.1

มาตรฐานในการผลิต ผ่าน อย.ครบทุกด้าน

กับโจทย์ที่ถามถึงทางด้านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คุณจารวีได้ให้รายละเอียดว่า ปัจจุบันเราได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ได้ดำเนินการทำการตรวจสอบทุกๆ ด้าน ตามระเบียบที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้กำลังขอยื่นเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบ 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ นั่นก็คือ “กาแฟดำ และ ชาสูตร 2” ซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาให้ก้าวล้ำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

ทางด้านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้พิจารณาตรวจสอบไปพร้อมกันกับโรงงานที่ทางบริษัทที่ได้ขยายสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับบริษัทแม่ วัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรที่เข้ามาดูงานว่าบริษัทได้ดำเนินกิจการครบถ้วนทุกขบวนการ

โดยศักยภาพที่โดดเด่นจะเริ่มตั้งแต่การรับซื้อลูกมะเขือพวงสดในราคากลางกิโลกรัมละ 13 บาท หรือตันละ 13,000 บาท มีโรงอบและโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีสถานที่เข้ารับการฝึกอบรมวิธีการปลูก การตัดแต่งกิ่งและใบ การให้ปุ๋ยตามขั้นตอนการปลูกในแต่ละช่วง ซึ่งทางบริษัทจะบริการให้ฟรีทุกขั้นตอน

นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังตรวจสอบทุกขั้นตอนการผลิตของการขยายโรงผลิตเพิ่มเติมอย่างครบขั้นตอนต่อไป คุณจารวีได้ยกตัวอย่างการรับซื้อมา 10 กิโลกรัม หลังจากผ่านขั้นตอนการอบจะคงเหลือมะเขือพวงแห้งเพียง 1 กิโล เท่านั้น

6.เกษตรโลกใหม่6

40 ตลาดต่างประเทศสนใจ เริ่มต้นสร้างตลาดภายในพร้อมส่งเสริม 20,000 ไร่

หากจะพูดถึงทางด้านการตลาดรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรนั้น เชื่อว่าแต่ละบริษัทมีแผนการตลาดที่แตกต่างกันไป บริษัท ออน ออฟ เน็ตเวิร์ค 9879 จำกัด ได้วางแผนการตลาด ซึ่งกำหนดเป็นนโยบายเอาไว้ตั้งแต่เริ่มแรกทางด้านการส่งออกมะเขือพวงอบแห้ง

บริษัทได้ขอคำแนะนำจาก “กรมส่งเสริมเพื่อการส่งออก” ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือหรือการให้คำแนะนำเป็นอย่างดี โดยเฉพาะทางด้านตลาดต่างประเทศ ทางกรมส่งเสริมเพื่อการส่งออกได้ชี้เป้า และให้แนวทางประเทศ ผู้รับซื้อ มะเขือพวงซึ่งมีอยู่กว่า 40 ประเทศ ประเทศจีนถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านความต้องการมะเขือพวงเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เพื่อส่งต่อให้ประชากรภายในประเทศได้นำไปสกัดเพื่อรับประทานเป็นยารักษาโรค ที่สำคัญ ประเทศจีนเป็นประเทศที่เขาให้ความสำคัญทางด้านพืชสมุนไพร ซึ่งไม่ต่างกับประเทศไทยเท่าไหร่นัก รวมถึงทางด้านให้การส่งเสริมของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน ก็จะเป็นโอกาสที่ดีต่อไป

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ส่งผลทำให้คุณจารวีได้ศึกษาเพื่อทำการส่งออกมะเขือพวงอบแห้งไปยังประเทศจีน พร้อมทำการแลกเปลี่ยนเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกันทางด้านการซื้อขาย (L/C) โดยทางบริษัทจากประเทศจีนได้กำหนดวัตถุประสงค์การรับซื้อเอาไว้ว่า  ต้องส่งวัตถุดิบให้ได้ในปริมาณ 250 ตัน/เดือน  จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเป็นตัวเลขการ ส่งออกวัตถุดิบที่สูงมากทีเดียว

จากเงื่อนไขดังกล่าวคุณจารวีจึงได้ทบทวนจนได้บทสรุปว่า ต้องยุติแผนงานทางด้านการส่งออกเอาไว้ก่อน เพราะวัตถุดิบที่ซื้อมาในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการส่งออก อย่างไรก็ตาม ทางด้านแผนงานการส่งออกก็ไม่ได้ล้มเลิกไปเสียทีเดียว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าในอนาคตหลังจากที่ บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด ได้ทำการส่งเสริมการปลูกที่มากพอ ในเรื่องการส่งออกสามารถนำกลับมาดำเนินการได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน เมื่อวัตถุดิบมีความพร้อมนั่นเอง

“ปัจจุบัน ถ้าจะมองลึกลงไปทางด้านแผนการตลาดภายในประเทศก็ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะชาระวีหลังจากที่คนที่เป็นโรคเบาหวานดื่มแล้วดีขึ้นได้เพียง 1 คน ด้วยสรรพคุณของชาที่ไม่เหมือนใคร ดิฉันเชื่อว่าน่าจะเกิดการเล่าขานกันปากต่อปาก ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องเกษตรกรที่เป็นโรคเบาหวานนำไปดื่ม หลังจากที่อาการดีขึ้น แข็งแรงขึ้น จึงทำการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ จากลักษณะการตลาดแบบชาวบ้าน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ชาระวีได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร หรือผู้ดื่มชา เราจึงสั่งซื้อโรงอบมาไว้เพื่อรองรับวัตถุดิบ 2 โรงอบ สามารถอบแห้งมะเขือพวงได้ 100 ตัน/วัน ใช้เวลาอบ 2 วัน/ครั้ง นอกจากนี้ เรากำลังสั่งซื้อโรงอบเข้ามาเพิ่มอีก 1 โรงอบ ในปริมาณการอบ 20 ตัน/วัน รวมยอดการอบทั้ง 3 โรง 120 ตัน/วัน ถึงแม้ว่ายอดการอบในปัจจุบันจะมีเพียง 9-10 ตัน/วัน เท่านั้น นั่นก็แสดงว่าเรามีความพร้อมเป็นอย่างมากทางด้านการรับซื้อวัตถุดิบมะเขือพวงที่มากมายกว่าใคร”

คุณจารวีกล่าวพร้อมกับให้รายละเอียดวัตถุดิบมะเขือพวงที่มียอดสั่งซื้อของปี 2564-2565 ในพื้นที่ปลูกที่ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด 20,000 ไร่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันบริษัทได้ทำการรับซื้อมาได้เพียง 4,000 ไร่ เท่านั้น บนพื้นที่ปลูกทั้งหมดที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน 7,000 กว่าไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ปลูกทั้งหมด 62 จังหวัด แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกอำเภอ สำหรับยอดการผลิตในปี 2563 อยู่ที่ 15,000-20,000 กล่องต่อเดือนๆ ละ 450 บาท แต่ในปีนี้เราสามารถทำยอดการผลิตได้ถึง 30,000-50,000 กล่องต่อเดือน

สำหรับผลิตภัณฑ์ซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน 7 ผลิตภัณฑ์ เช่น ชาสูตรโบราณ ชาสูตรป้องกันโรค กาแฟ น้ำยาบ้วนปาก กาแฟดำ สบู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่สนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะเห็นว่าเป็นพืชที่สร้างรายได้ดี สวนกระแสในห้วงภาวะเศรษฐกิจขาลงของประเทศไทยในปัจจุบันได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

7.เกษตรโลกใหม่7

 ปลูกคนละ 1 ไร่ ต้นทุน 4,500 บาท ภายใต้กลุ่ม “ศูนย์การเรียนรู้” เท่านั้น

ทางด้านการส่งเสริมเกษตรกร “คุณวิรัตน์ ยกเลี่ยน” ในฐานะรองประธานบริษัท หรืออีกด้านหนึ่งท่านก็คือ สามีอันเป็นที่รักของคุณจารวีนั่นเอง หากจะพูดถึงเบื้องลึกของท่านถือว่ามีความพร้อมทางด้านการพัฒนาคน และพัฒนาทางด้านการบริหารธุรกิจ ซึ่งท่านได้ให้ทัศนะทางด้านการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร หรือศูนย์เรียนรู้ที่มีความประสงค์ที่จะเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกเพื่อทำการปลูกมะเขือพวง โดยใช้หลักการบริหารในระบบกลุ่มศูนย์เรียนรู้เท่านั้น

สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถเดินทางมาขอคำปรึกษา หรือขอคำชี้แนะ จากตนหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทได้ทุกวันทำการ เวลา 09.30-18.30 น. การปลูกมะเขือพวงทางเราจะส่งเสริมให้ปลูกคนละ 1 ไร่ เป็นต้นไป ใน 1 ตำบล ท่านสามารถชักชวนเกษตรกรผู้ที่สนใจเข้ามาปลูกให้ได้ 10 ไร่ พร้อมกันนี้ต้องจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้โดยบริษัทฯ ใน  1 ไร่ บริษัทแนะนำให้ปลูก 400 ต้น พร้อมกับแถมให้อีก 100 ต้น เพื่อป้องกันความสูญเสียในระหว่างการปลูก

ทางด้านการปลูกในพื้นที่ 1 ไร่  เกษตรกรต้องชำระค่าต้นพันธุ์ 4,500 บาท  หลังจากเกษตรกรผู้เข้าร่วมปลูกครบ 10 คน หรือ 10 ไร่ ทางบริษัทจะแนะนำให้ทำการจองต้นพันธุ์ พร้อมกันนั้นบริษัทจะแนะนำให้จัดตั้ง “ศูนย์การ เรียนรู้” จากนั้นหัวหน้ากลุ่มจะต้องเข้ามาอบรม ตั้งแต่วิธีการปลูก การใส่ปุ๋ย การใช้ยาป้องกันโรคและแมลง

ซึ่งวัสดุการปลูกทั้งปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ทางบริษัทจะจัดให้ฟรีในล็อตแรก และรอบต่อๆ ไป ไม่บังคับการซื้อปุ๋ยกับเรา แต่ขอเป็นกติกาเกษตรปลอดสารมาตรฐาน GAP หากจะมองไปในแง่มุมการลงทุน 4,500 บาท/ไร่ ถือว่าไม่มากมายจนเกินไป  สำหรับการเก็บผลผลิตที่สามารถคืนทุนได้  ซึ่งคุณวิรัตน์ได้การันตีว่า  เกษตรกรเก็บผลผลิตมะเขือพวงขายเพียงประมาณ 5-10 ครั้ง ก็สามารถคืนทุนได้ในเวลาที่รวดเร็วพอสมควร

“มะเขือพวง” ถือว่าเป็นพืชทางเลือกที่ทุกคนสามารถปลูกได้ มะเขือพวงไม่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามใครจะไปรู้ว่ามะเขือพวงสามารถเป็นพืชที่ทำเงินให้เกษตรกรได้อย่างพึงพอใจ โดยเฉพาะสร้างให้เป็นธุรกิจเกษตรได้ ถือว่าเป็นการประยุกต์ลักษณะการจัดการคล้ายกับลานมันหรือลานอ้อย เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้ สำหรับเกษตรกรที่เข้ามาเป็นสมาชิกต้องการผ่านการอบรมจากบริษัทอย่างครบถ้วน เพื่อให้มีความเข้าใจโดยองค์รวมจาก มะเขือพวง ถั่วลิสง และ โกโก้

นอกจากนี้บริษัทยังทำความเข้าใจให้เกษตรกรได้เข้าใจหลักการทำบัญชี หรืออบรมวิธีการปลูกอย่างแท้จริง พร้อมกับสร้างความมั่นใจให้ทางด้านการรับซื้ออย่างแน่นอน จากศูนย์เรียนรู้ที่มีลานรวบรวมวัตถุดิบจากสมาชิก จากนั้นจะแนะนำให้กลุ่มทำการจัดการคล้ายกับระบบสหกรณ์  เจ้าของศูนย์เรียนรู้จะได้ค่าบริหารจัดการจากบริษัท กิโลกรัมละ  1 บาท

ต้องยอมรับว่า “เกษตรโลกใหม่” ได้ส่งต่ออาชีพตรงต่อชาวบ้านเกษตรกรจนเป็นที่น่าพอใจ สำหรับเกษตรกรที่เข้ามาเป็นสมาชิก ไม่ได้ทำเป็นศูนย์เรียนรู้ บริษัทจะไม่ให้ทำการลงมือปลูกโดยเด็ดขาด เพราะจะส่งผลถึงทำให้ไร้หลักการหรือการบริหารการจัดการให้กับสมาชิกแต่ละคนไม่ดีพอนั่นเอง

8.เกษตรโลกใหม่8

 “มะเขือพวง” สายพันธุ์เฉพาะของเรา ผ่านการพัฒนาโดยอาจารย์ม.แม่โจ้

ดูแลด้านสายพันธุ์ให้  ในกระบวนการคัดสรรเมล็ดพันธุ์

การแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืช สิ่งที่ผู้ส่งเสริมต้องมีความมั่นใจมากที่สุด ก็คือ สายพันธุ์ปลูกที่ได้มาตรฐานและแตกต่างไปจากสายพันธุ์โดยทั่วไป  “มะเขือพวง” สายพันธุ์เฉพาะของเรานี้ ถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะสายพันธุ์ที่แตกต่างจากมะเขือพวงป่า หรือมะเขือพวงพันธุ์บ้าน อย่างสิ้นเชิง ทางด้านการพัฒนาสายพันธุ์คุณจารวีได้ให้รายละเอียดว่า บริษัทได้มีการขอคำแนะนำ และเลือกสายพันธุ์ที่ ม.แม่โจ้ แนะนำ มีลักษณะเด่น คือ ลำต้นสูง ไม่มีหนาม ปัจจุบันได้คัดสายพันธุ์เพื่อเตรียมสายพันธุ์มาพัฒนาเป็นลำดับต่อไป

ลักษณะความโดดเด่นของ  “มะเขือพวง”  สายพันธุ์เฉพาะของเรา คือ มีความทนทานต่อโรคติดต่อ  รสชาติผลมะเขือพวงจะไม่ขมมากจนเกินไป เปลือกบาง ซึ่งส่งผลดีต่อการนำไปทำการอบที่แห้งเร็วโดยใช้เวลาเพียง 2 วัน ต้นและกิ่งไร้หนาม ทรงต้นเตี้ยไม่เกินหัวไหล่ แตกยอดไว ก้านไม่ยาว

อย่างไรก็ดีโดยภาพรวมในปัจจุบัน “อายุต้นมะเขือพวงยืนยาวอยู่ได้ถึง 3-5 ปี ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการ กอบโกยกำไรที่ลงทุนไปไร่ละ 4,500 บาท ถือเป็นพืชไม้ป่าผสมกับผักสวนครัวโดยมีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง ผลผลิตจะเริ่มน้อยลง หลังจากการปลูกผ่านไป 4 ปี

สำหรับการรับซื้อกำหนดให้ราคา 13 บาท/กิโลกรัม 1 ตัน ทำเงินได้ 13,000 บาท ปริมาณการให้ผลผลิตประมาณครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อต้น หลังการปลูก 5 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้รุ่นแรก รอบการเก็บผลผลิต 1 เดือน สามารถเก็บได้ถึง 3 รอบ (10 วัน เก็บ 1 ครั้ง)  ผลผลิตจะน้อยลงในช่วง ฤดูหนาวถึงฤดูร้อน ซึ่งจะส่งผลเสียทำให้มะเขือพวงไม่ต่อยอดเท่าที่ควร”

คุณจารวีกล่าวถึงผลตอบแทนที่เกษตรกรจะได้รับ จากตัวเลขดังกล่าวเกษตรกรสามารถคืนทุนได้เร็ว หากท่านดูแลจัดการต้นให้ได้มาตรฐาน  เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ถึง  200-400  กิโลกรัมต่อรอบ  คูณด้วยราคารับซื้อ  13 บาท/กิโลกรัม รวมเป็นเงิน 2,600-5,200 บาทต่อรอบเก็บ ระยะเวลา 1 เดือน เก็บ 3 รอบ เกษตรกรจะได้เงินทั้งหมด 7,800-15,600 บาท/ไร่/เดือน ซึ่งเป็นรายได้ที่สามารถคืนทุนได้ในเวลาที่รวดเร็วพอสมควร

อย่างไรก็ดี รายละเอียดเนื้อหาที่นำเสนอในฉบับยังไม่ครบสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมภาคกลางและภาคใต้ รวมถึงทางด้าน การปลูก การตัดใบ และตัดแต่งกิ่ง การใส่ปุ๋ย การฉีดฮอร์โมน การปลูกถั่วลิสง การปลูกโกโก้

โดยเฉพาะข่าวดีล่าสุด ซึ่ง “พลังเกษตร” ต้องขอแสดงความยินดีที่ บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด ได้รับรางวัล CEO ยอดเยี่ยมแห่งปี 2022 รางวัลโครงการเกษตรพัฒนายอดเยี่ยมแห่งปี 2022 และรางวัลผลิตภัณฑ์ไทย ระดับอาเชี่ยน มาครองได้สำเร็จ ซึ่ง “พลังเกษตร” สัญญาว่าจะนำเนื้อหาที่เหลือมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องในฉบับต่อไป

9.เกษตรโลกใหม่9

ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจปลูกพืชหลากหลายชนิด

ก่อนจากกัน คุณจารวี คำพันธ์ ในนามประธานบริษัท ได้ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจหันมาปลูกพืชทางเลือก “มะเขือพวง” เอาไว้ว่า ณ วันนี้ เกษตรโลกใหม่สามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการ 3 ข้อ ที่มีความแตกต่างจากคนอื่น ก็คือ ข้อที่หนึ่ง บริษัทเราไม่ใช่พ่อค้าขาจร แต่เราเป็นผู้ที่สร้างแบรนด์ขึ้นมาเป็นของตัวเอง ปลูกเอง รับซื้อเอง และจัดจำหน่ายเอง (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ) ข้อที่สอง เราดำเนินโครงการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็คือ ดำเนินการทำเกษตรพันธสัญญาตามพระราชบัญญัติปี พ.ศ.2560 ที่คุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ข้อที่สาม ก็คือ เราไม่มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งในเรื่องนี้สามารถตัดปัญหาเรื่องตัวแทนจำหน่ายต้นกล้าปลอมให้กับเกษตรกรอย่างแท้จริง

ดังนั้น เกษตรกรที่กำลังสนใจพืชที่เป็นทางเลือก  บริษัท  เกษตรโลกใหม่ 9879  จำกัด ยินดีมาก ไม่ว่าจะเป็น มะเขือพวง ถั่วลิสง และ โกโก้ สิ่งที่สามารถการันตีได้ตามโครงการ ก็คือ ใช้หลักการตลาดนำผลผลิต มีตลาดเท่าไหร่เราปลูกเท่านั้น และส่งเสริมการปลูกให้เป็นไปตามโควตาตลาด ปัจจุบันเรายังเปิดรับสมาชิก นั่นแสดงว่าวัตถุดิบยังไม่เต็มโควตา ที่สำคัญ สำนักงานบริษัทเราดำเนินกิจการมาเข้าสู่ปีที่ 7 ซึ่งยังไม่ได้ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงโครงการ มุ่งมั่นด้านการพัฒนาและต่อยอดให้ดีขึ้นทุกๆ ด้าน

สิ่งที่พี่น้องเกษตรกรเรียกร้องอยู่ตลอดเวลานั้น ก็คือ ตลาดขายตรงไหน สองการจัดการที่เติมเต็มอยู่ตรงไหน ซึ่ง บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด ในเวลานี้มีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการตลาดที่มีความพร้อม ตลอดจนการจัดการที่เติมเต็มทางด้านการส่งเสริมให้ทำการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้

สรุปก็คือ หนึ่งเรามีความพร้อมทางด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ สองศูนย์เรียนรู้ที่ต้องเข้าไปจัดการร่วมกัน ส่วนทางด้านการตลาด บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด มีความพร้อมให้กับท่านเกษตรกรทางด้านการรับซื้ออย่างแท้จริงและมั่นคง…อย่างแน่นอน

สำหรับเกษตรกรทุกท่านที่สนใจโครงการเกษตรโลกใหม่สามารถติดต่อไปได้ที่ บริษัท ออน ออฟ เน็ตวิร์ค 9879 จำกัด และ บริษัท เกษตรโลกใหม่ 9879 จำกัด  นำโดย คุณจารวี  คำพันธ์ ประธานบริษัท และ  คุณวิรัตน์ ยกเลี่ยน เลขที่ 79/1 หมู่ 14 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โทร.043-058-289, 099-746-4264 ได้ทุกวัน

อ้างอิง : นิตยสารพลังเกษตร ฉบับที่ 23