สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์วันที่ 27-31 พ.ค. 2562

สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ของนิตยสารพลังเกษตร

1.นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ที่มาของภาพ https.www.moac.go.th)
1.นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ที่มาของภาพ https.www.moac.go.th)

สศก. ร่วมเวที BIMSTEC ครั้งที่ 7 เชื่อมโยงสองภูมิภาคสร้างความเข้มแข็งภาคเกษตร

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือทางการเกษตรภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation : BIMSTEC)  ครั้งที่ 7  ระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน 2562  ณ กรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนความร่วมมือที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนงานโครงการร่วม (Common Projects) ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านการเกษตรของ BIMSTEC จำนวน 9 โครงการ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไป 4 โครงการ รวมถึงหารือในประเด็นความร่วมมือเชิงลึกเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการเกษตรของประเทศสมาชิก BIMSTEC โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล  ศรีลังกา และไทย รวมถึงผู้แทนจากสำนักเลขาธิการ BIMSTEC สำหรับความร่วมมือเชิงลึกในภาคเกษตรจะมีการยกระดับกลไกการทำงานในระดับรัฐมนตรีด้านการเกษตร เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาการเกษตรของภูมิภาคในเชิงลึกและเข้มแข็งมากขึ้น โดยเมียนมาในฐานะประเทศนำในสาขาเกษตร ได้กำหนดจัดการประชุมรัฐมนตรีด้านการเกษตร ภายใต้กรอบ BIMSTEC ครั้งที่ 1  และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการเกษตร ภายใต้กรอบ BIMSTEC ครั้งที่ 1 ณ กรุงเนปิดอร์ ประเทศเมียนมา ในวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2562 ที่จะถึงนี้

2.พลังเกษตร 2

สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ ต้นแบบความสำเร็จทำเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบ PGS

สศก. ได้ดำเนินการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม หรือ PGS กรณีศึกษาภาคเหนือ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรหันมาให้ความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยจากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องการรับรองแบบมีส่วนร่วม พบว่า สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด ถือเป็นต้นแบบเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็ง มีเป้าหมายส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกพืชแบบอินทรีย์แทนการปลูกพืชแบบใช้สารเคมี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ปัจจุบันมีสมาชิกที่ผ่านการอบรมการทำเกษตรอินทรีย์กว่า 300 ราย โดยมีสมาชิกที่ได้รับการรับรองการทำเกษตรอินทรีย์ด้วยระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วมจำนวน 109 ราย บริหารจัดการโดย นางจันทร์ทอน เสาร์แก้ว ผู้จัดการสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด สำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของสหกรณ์ฯ ได้แก่ ข้าวกล้องไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้องหอมมะลิแดง ข้าวกล้องหอมมะลิ 105 ข้าวเหนียวดำ เมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน เต้าเจี้ยว และซีอิ๊วขาว ทั้งนี้ช่องทางการตลาดของสหกรณ์ฯ และสมาชิกสหกรณ์ฯ ประกอบด้วยร้านค้าสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด ตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ที่ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (ตลาดนัดเจเจมาร์เก็ต) ตลาดต้องชมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เครือข่ายร้านค้าสหกรณ์ในจังหวัดและต่างจังหวัด รวมทั้งยังเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์ อาทิ Facebook และ Line ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

เปิดตัวเลขดุลการค้า Q1 ไทย-อาเซียน สศก. เผย ไทยได้ดุล 53,244 ล้านบาท

การค้าสินค้าเกษตร (พิกัดศุลกากร 01-24) และยางพาราธรรมชาติ (พิกัดศุลกากร 4001) ในช่วงมกราคม-มีนาคม 2562 จากไทยไปยังอาเซียน พบว่า มูลค่าการค้ารวม 107,160 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.56 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 โดยมีมูลค่าการส่งออก 80,202 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.08 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 และมูลค่าการนำเข้า 26,958 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.69 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 อย่างไรก็ดีในภาพรวมแล้วไทยได้เปรียบดุลการค้าอาเซียนเป็นมูลค่า 53,244 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.02 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2561 นอกจากการติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนแล้ว สศก. ยังได้ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับตลาดหลักที่เป็นคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และจีน โดยพบว่า ไตรมาส 1 ปี 2562 ไทยได้เปรียบดุลการค้า จีน จำนวน 31,861 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา จำนวน 11,564 ล้านบาท ญี่ปุ่น จำนวน 35,200 ล้านบาท และสหภาพยุโรป จำนวน 18,215 ล้านบาท ซึ่งช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 สถานการณ์การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยมีทิศทางดีขึ้น มีการขยายตัวของการส่งออกในตลาดอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งเป็นผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลดลง แต่การส่งออกไปยังตลาดจีนนั้นยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากนโยบายตอบโต้สงครามการค้าของจีน ที่มีการพึ่งพาตนเอง บริโภคสินค้าภายในประเทศ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยควรขยายตลาดสินค้าเกษตรสำคัญๆ เช่น กลุ่มผลไม้ ไปยังตลาดอื่นๆ ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อทดแทนการพึ่งพาตลาดจีน และลดการแข่งขันกับประเทศเวียดนามที่เป็นคู่แข่งของไทยในกลุ่มสินค้าผลไม้ โดยมีข้อได้เปรียบไทยในเรื่องการมีพรมแดนติดกับจีน จึงทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งที่ต่ำกว่า และมีระยะเวลาการขนส่งน้อยกว่า

3.สัตว์น้ำ 1

สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ของนิตยสารสัตว์น้ำ

เตรียมเปิดประชุมวิชาการประมง ปี’62

สำหรับการประชุมวิชาการประมง ประจำปี 2562 นี้ กรมจึงได้กำหนดจัดภายใต้หัวข้อ “ประมงไทยก้าวไกล ด้วยงานวิจัยคุณภาพ” มีการนำเสนอผลงานวิจัยรวม 75 เรื่อง แบ่งเป็นการบรรยาย 49 เรื่อง และโปสเตอร์ 26 เรื่อง เนื้อหาประกอบด้วย 9 สาขา ได้แก่ สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด สาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สาขาการ ประมงทะเล สาขาโรคสัตว์น้ำ สาขาอาหารสัตว์น้ำ สาขาพันธุกรรมสัตว์น้ำ สาขาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมประมง และสาขาเศรษฐกิจ สังคม และต่างประเทศ ซึ่งในปีนี้มีหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจ อาทิ การทดแทนแพลงก์ตอนพืชด้วยอาหารสำเร็จรูปเหลวในลูกกุ้งขาวระยะซูเอีย 2-ไมซิส การทำนายน้ำหนัก เนื้อหอยตะโกรมกรามขาว (Crassostrea belcheri) ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (computer machine learning) เพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ การเก็บเกี่ยวสาหร่ายขนาดเล็ก (Chlorella sp.) ด้วยการใช้ไฟฟ้า การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาพลวงชมพูที่ระดับความหนาแน่นต่างกันในระบบน้ำหมุนเวียน และการเพาะพันธุ์และอนุบาลปลาเก๋าปะการัง (Epinephelus corallicola(Valenciennes, 1828) เป็นต้น

เจ้าหน้าที่กรมประมงจังหวัดแพร่ย้ายปลาบึกพ้นอ่างแม่กำปอง สปิลเวย์ชำรุดน้ำรั่วแห้งขอด

นายสังวาลย์ ดูระยับ ประมงจังหวัดแพร่ ชี้แจงว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น กรมประมงตรวจสอบพบสาเหตุที่พบปลาบึกตายจำนวนหนึ่ง เกิดจากประตูน้ำ (สปิลเวย์) ชำรุด ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงรวดเร็ว ปริมาณน้ำในอ่างเหลือน้อย ทำให้สัตว์น้ำตาย ประกอบกับการชะล้างของตะกอนดินปริมาณมาก ทำให้อ่างเก็บน้ำตื้นเขิน เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายปลาบึก โดยเฉลี่ยมีน้ำหนักประมาณตัวละ 100 กิโลกรัม ออกจากอ่างเก็บน้ำไปยังแหล่งน้ำใกล้เคียง และบางส่วนที่อ่อนแอมีเปอร์เซ็นต์รอดน้อย จึงจำหน่ายให้พ่อค้าตามมติของคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นเงิน 165,000 บาท ซึ่งเงินดังกล่าวได้มอบให้คณะกรรมการหมู่บ้านในพื้นที่บริหารจัดการให้เกิดประโยชน์แก่ชาวบ้านต่อไป และมอบปลาบึกอีกจำนวนหนึ่งแก่ชุมชนในพื้นที่ด้วย สำหรับปลาเบญจพรรณในแหล่งน้ำที่เหลือนั้นให้ประชาชนในชุมชนจับบริโภคฟรี ส่วนอ่างเก็บน้ำที่ชำรุด ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมประตูระบายน้ำเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติอย่างเร็วที่สุดอีกด้วย

4.สัตว์บก 1

สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ของนิตยสารสัตว์บก

แลนเซสส์ (LANXESS) เปิดตัวน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอเนกประสงค์เวอร์คอน (TM) แอลเอสพี (Virkon (TM) LSP) สำหรับฟาร์มปศุสัตว์ในอาเซียน

ด้วยความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้เวอร์คอน (TM) แอลเอสพี เหมาะสำหรับการนำไปใช้ฆ่าเชื้อในฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวโรงเรือน บริเวณรอบๆ โรงเรือน หรือบริเวณพื้นคอนกรีต นอกจากนี้ยังใช้ฆ่าเชื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ในการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย

จุดเด่นของเวอร์คอน (TM) แอลเอสพี คือ การออกฤทธิ์ได้กว้าง ครอบคลุมเชื้อโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ทนต่อการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ได้ดี และหลังจากเจือจางแล้วมีประสิทธิภาพอยู่ได้นานถึง 7 วัน ทำให้เวอร์คอน (TM) แอลเอสพี เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับจุดจุ่มฆ่าเชื้อรองเท้าบูท และล้อรถหรือยานพาหนะที่ต้องเข้าไปในฟาร์ม นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เวอร์คอนซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคที่ทันสมัยแล้ว แลนเซสส์ยังมีบริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคและการป้องกันโรคไข้หวัดนก และโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสัตว์ปีกและสุกร โดยจะรวมถึงมาตรการในการป้องกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ตลอดจนการควบคุมการแพร่กระจายของโรคอีกด้วย

ศึกษาเพิ่มเกี่ยวกับแลนเซสส์และพันธกิจในการป้องกันโรคและระบบ Biosecurity ได้ที่ www.virkon.com

สนับสนุนโดย