สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ ประจำวันที่ 12-16 สิงหาคม 2562

สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ของนิตยสารพลังเกษตร

ไม้ดอกไม้ประดับ-กุ้งก้ามกราม-ปลานิล สินค้าทางเลือกสร้างกำไรให้เกษตรกรนครนายก

นายสุชัย กิตตินันทะศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด (Top 4) ของพื้นที่จังหวัดนครนายก ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง กุ้งขาวแวนนาไม มะยงชิด

โดยการผลิตข้าวนาปีในพื้นที่มีความเหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 538 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่มีความเหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม (S3/N) เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 69 บาท/ไร่ ข้าวนาปรัง พื้นที่ S1/S2 เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 1,433 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่ S3/N เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 552 บาท/ไร่

สำหรับกุ้งขาวแวนนาไม และมะยงชิด ไม่ได้กำหนดพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) โดยกุ้งขาวแวนนาไม เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 76,179 บาท/ไร่ และมะยงชิด ซึ่งเป็นสินค้า GI ของจังหวัดนครนายก เกษตรกรมีผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 13,429 บาท/ไร่

1.ไม้ดอกไม้ประดับ-กุ้งก้ามกราม-ปลานิล
1.ไม้ดอกไม้ประดับ-กุ้งก้ามกราม-ปลานิล

หากพิจารณาสินค้าทางเลือกเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรในจังหวัดนครนายก ตาม Agri-Map เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนการผลิตและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างหลากหลาย โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าวมาทำไม้ดอกไม้ประดับ (ขนาดถุงดำ 2 นิ้ว) เช่น ต้นพุดศุภโชค เข็ม ชา มะลิ มีต้นทุนการผลิต 90,395 บาท/ไร่/รุ่น มีอายุเก็บเกี่ยว 3 เดือน  เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิ 51,335 บาท/ไร่/รุ่น

และไม้ดอกไม้ประดับ (ถุงดำขนาด 8 นิ้ว) เช่น ต้นไทรเกาหลี ต้นทุนการผลิต 47,215 บาท/ไร่/รุ่น มีอายุเก็บเกี่ยว 6 เดือน เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิ 69,415 บาท/ไร่/รุ่น  ซึ่งไม้ดอกไม้ประดับของจังหวัดนครนายกมีชื่อเสียง และตลาดกลางไม้ดอกไม้ประดับที่ตั้งอยู่ที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ซึ่งขายส่งกระจายไปทั่วประเทศและต่างประเทศ จึงเป็นสินค้าทางเลือกที่ดี มีความต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่าสินค้าทางเลือกมีหลากหลายชนิด และตลาดมีความต้องการ สามารถสร้างรายได้เพิ่มและมีกำไร อย่างไรก็ตามควรสนับสนุนการปล่อยลูกกุ้งก้ามกรามลงในแม่น้ำนครนายกเพื่อเกิดสินค้ากุ้งแม่น้ำธรรมชาติ สร้างรายได้ให้กับวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำนครนายก

และควรสนับสนุนการส่งเสริมการบริโภคกุ้งก้ามกราม ปลานิล แก่กลุ่มนักท่องเที่ยว โรงแรม และรีสอร์ท ส่งเสริมการทำจุด Landmark ไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมติดป้าย หรือสร้างสื่อ social แบบหลายภาษา เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อาทิ สวนผลไม้ สวนผสมผสาน และสวนไม้ดอก ไม้ประดับ

2.ข้าวเปลือก-ข้าวโพด-มันสำปะหลัง-ปาล์มน้ำมัน
2.ข้าวเปลือก-ข้าวโพด-มันสำปะหลัง-ปาล์มน้ำมัน

ราคารายวัน ณ ตลาดกลาง หรือ ตลาดสำคัญ ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2562

ราคากลาง หรือ ตลาดสำคัญ ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2562

  • ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105

-โรงสีสหพัฒนา อ.สะตึก จ.บุรีรัมย์ 17,000 บาท/ตัน

  • ข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์สุพรรณบุรี ความชื้น 15%

-โรงสีไฟโชครุ่งเรือง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก 7,550 บาท/ตัน

  • หัวมันสำปะหลังสด (แป้ง 25%)

-บริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด อ.เมือง จ.นครราชสีมา 2.20 บาท/กก.

  • ปาล์มน้ำมัน เปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม 17%

-ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ 2.60 บาท/กก.

-บริษัท แสงศิริน้ำมันปาล์ม จำกัด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 2.70 บาท/กก.

  • ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3

-ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 39.20 บาท/กก.

  • น้ำยางพาราสด

-ร้านแสงตะวันการยาง จ.สุราษฎร์ธานี 33.00 บาท/กก.

  • ทุเรียนหมอนทอง ส่งออกเกรด AB

-จุดรับซื้อ ต.เพิ่มพูลทรัพย์ (คุณวารินทร์) อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี 70.00 บาท/กก.

  • เงาะโรงเรียน

-จุดรับซื้อ ต.เพิ่มพูลทรัพย์ (คุณวารินทร์) อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี 27.00 บาท/กก.

  • ลองกอง เบอร์ 1

-จุดรับซื้อ ต.เพิ่มพูลทรัพย์ (คุณวารินทร์) อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี 30.00 บาท/กก.

  • ลองกอง เบอร์ 2

-จุดรับซื้อ ต.เพิ่มพูลทรัพย์ (คุณวารินทร์) อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี 20.00 บาท/กก.

  • ลำไยทั้งช่อพันธุ์ อีดอ เกรด AA

-จุดรับซื้อ บริษัท ซินฮั้ว จำกัด อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 38.00 บาท/กก.

  • ลำไยทั้งช่อพันธุ์ อีดอ เกรด A

-จุดรับซื้อ บริษัท ซินฮั้ว จำกัด อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 30.00 บาท/กก.

  • มะพร้าวผลแห้งขนาดใหญ่

-แหล่งรับซื้อ ผู้ใหญ่วิโรจน์ สว่างงาม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม 700.00 บาท/ร้อยผล

-แหล่งรับซื้อ มะพร้าวทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 800.00 บาท/ร้อยผล

  • มะพร้าวผลแห้งขนาดกลาง

-แหล่งรับซื้อ มะพร้าวทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 500.00 บาท/ร้อยผล

  • มะพร้าวผลแห้งขนาดเล็ก

-แหล่งรับซื้อ มะพร้าวทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 400.00 บาท/ร้อยผล

3.รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
3.รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มาของภาพ https.www.studentloan.or.th

สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ของนิตยสารสัตว์น้ำ

อว.ชี้วิกฤติขยะ จัดนิทรรศการ “พลาสติกพลิกโลก”

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า วิกฤติขยะพลาสติกกลายเป็นปัญหารุนแรง ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเร่งแก้ไข เพราะขยะพลาสติกได้สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ โดยเฉพาะขยะทะเล สำหรับประเทศไทยขยะพลาสติกติดอันดับ 5 ของโลก หรือคิดเป็น 2 ล้านตันของปริมาณขยะทั้งหมด

ที่น่ากังวล คือ ขยะพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ปีละ 0.5 ล้านตัน ที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบและเผาทำลาย บางส่วนตกค้างในสิ่งแวดล้อม แต่ละปีมีขยะพลาสติกไหลลงทะเลจำนวนมาก กลายเป็นแพขยะในทะเลขนาดใหญ่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ และระบบนิเวศ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจ การรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน การกินขยะพลาสติกของนกและปลาในทะเล และผลพวงขยะพลาสติกที่เป็นปัญหา ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการขยะไม่ถูกวิธี

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก และเรียนรู้การจัดการอย่างถูกวิธีด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อว.จึงจัดแสดงนิทรรศการ  “พลาสติกพลิกโลก”  (Plastic Change the World)  ในงามหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ จัดโดย อพวช.ในวันที่ 16-25 ส.ค.นี้ ที่เมืองทองธานี

4.งานสัตว์น้ำไทย 2019 (Thai Aqua Expo 2019) ที่มาของภาพ https.www.ryt9.comsiprg3027536
ที่มาของภาพ https.www.ryt9.comsiprg3027536

งาน “สัตว์น้ำไทย 2019 (Thai Aqua Expo 2019)” ครั้งแรกของไทย 2-4 ธันวานี้ ที่ฉะเชิงเทรา

สมาคมกุ้งตะวันออกไทย ผนึกกำลัง ชมรม สมาคม เกี่ยวข้องภาคตะวันออก กำหนดจัดงานยิ่งใหญ่ “สัตว์น้ำไทย 2019 (Thai Aqua Expo 2019)” ครั้งแรกของไทย 2-4 ธันวานี้ และร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ-บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา

งาน “สัตว์น้ำไทย 2019 (Thai Aqua Expo 2019)” นี้ จะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ

1.งานสัมมนาวิชาการ เพื่อให้ความรู้เกษตรกร

2.เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้พบปะกับผู้ค้าปัจจัยการผลิต ทั้งลูกพันธุ์สัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ

3.งานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา และเพื่อแสดงความจงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จึงใคร่ขอเชิญชวนท่านผู้สนใจ พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะ ผู้เลี้ยง สัตว์น้ำ ทั้งปลา กุ้ง หอย ปู และอื่นๆ และส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในงานนี้ท่านจะได้รับสาระความรู้ ข้อมูลวิชาการต่างๆ จากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการตลาด ฯลฯ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่างๆของประเทศ และเพื่อความสำเร็จความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของพี่น้องเกษตรกร และทุกภาคส่วน นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย กล่าวเชิญชวน

5.รวมพลังแปลงใหญ่-สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง

สถานการณ์ข่าวประจำสัปดาห์ของนิตยสารสัตว์บก

กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ระบบฐานข้อมูล co-farm.doae.go.th ในงานเสวนา “รวมพลังแปลงใหญ่ สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง”

กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดเวทีเสวนาร่วม กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม กรมการข้าว มุ่งเดินหน้าคุยเกษตรแปลงใหญ่ ในงาน Meet the Press “รวมพลังแปลงใหญ่ สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง” ภายในงานได้มีการพูดถึงการขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่  ที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลได้ชัด  คือ  ทุกแปลงมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง  มีสัดส่วนของผลผลิตที่เพิ่มขึ้น  สามารถสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างชัดเจน  นอกจากนี้ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติ  สิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพ

ทั้งนี้การทำงานแปลงใหญ่จำเป็นที่จะต้องทำงานเป็นเครือข่ายโดยบูรณาการทำงานร่วมกัน ปัจจุบันเครือข่ายแปลงใหญ่ประกอบด้วย 3 เครือข่าย ได้แก่

1.เครือข่ายเกษตรกร : มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการขับเคลื่อนและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ และเพื่อให้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ทั่วประเทศมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการขับเคลื่อนดังกล่าว โดยใช้กลไกการขับเคลื่อนในรูปแบบของคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ ซึ่งได้แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับประเทศ ระดับเขต ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ

2.เครือข่ายบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแล และให้การสนับสนุนการดำเนินงานแปลงใหญ่ของเกษตรกร

3.เครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน-เกษตรกร มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้เกิดความยั่งยืน โดยหน่วยงานภาครัฐสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในการพัฒนาการผลิตสินค้า ภาคเอกชนเชื่อมโยงกับเกษตรกรในการซื้อขายสินค้า ส่วนเกษตรกรร่วมกันบริหารจัดการการผลิต การตลาด และกระบวนการกลุ่ม

6.ซีพีเอฟ

ซีพีเอฟ ชูนวัตกรรม “อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อม” ร่วมรักษ์โลก

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ โชว์นวัตกรรมอาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อม ใช้กับฟาร์มสุกรทั่วประเทศ และขยายผลไปยังธุรกิจผลิตอาหารสุกรอีก 7 ประเทศ เน้นลดปริมาณการปลดปล่อยแก๊สแอมโมเนียสู่สิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันฟาร์มสุกรของซีพีเอฟทั่วประเทศใช้อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อม และได้ขยายผลไปยังธุรกิจผลิตอาหารสุกรในอีก 7 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จีน ไต้หวัน และรัสเซีย โดยในปี 2561 อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถลดปริมาณไนโตรเจนในมูลสุกรได้ถึงร้อยละ 20-30 เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ประมาณ 90 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกป่า 3,600 ไร่ ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 41,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

“อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิตอาหาร แต่ยังลดปริมาณไนโตรเจนที่สุกรขุนขับออกมาในรูปสิ่งขับถ่าย หรือลดการปล่อยไนไตรเจนในรูปแอมโมเนีย ซึ่งจากการวิจัยและพัฒนาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ในอาหารสุกรอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณโปรตีนส่วนเกินลดลงจาก 20% เหลือ 18% และมีเป้าหมายจากอาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อมไปสู่อาหารสุกรที่มีโปรตีนต่ำ”

สนับสนุนโดย