พันธุ์กุ้งก้ามกราม ไทย-มาโคร ตัวใส สีสวย เนื้อเยอะ
พันธุ์กุ้งก้ามกราม ไทย-มาโคร ตัวใส สีสวย เนื้อเยอะ

เมื่อทราบประวัติความเป็นมาของลูกกุ้ง ไทย-มาโคร กันแล้ว เรามาติดตามดูกันว่าลูกกุ้งจากฟาร์มเพาะเมื่อมาถึงมือเกษตรกรผู้เลี้ยงมืออาชีพแล้วนั้น พันธุ์กุ้งก้ามกราม

ลูกกุ้งเหล่านี้จะสามารถสร้างผลผลิตและผลกำไรให้เกษตรกรได้มากน้อยเพียงใด

1.คุณกัญญา ศรีบานเย็น หรือป้าเก้ง เลี้ยงกุ้งก้ามกราม
1.คุณกัญญา ศรีบานเย็น หรือป้าเก้ง เลี้ยงกุ้งก้ามกราม

การเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม

คุณกัญญา ศรีบานเย็น หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ป้าเก้ง” เกษตรกรคนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมืออาชีพ ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 21 ปี ป้าเก้งถือว่าเป็นเกษตรกรคนเก่งของ จ.สุพรรณบุรี เป็นผู้บุกเบิกพื้นที่เลี้ยงกุ้งใน ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เป็นรายแรก โดยอาศัยการเช่าบ่อเลี้ยงก่อน เริ่มจาก 1 บ่อ และขยายไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันป้าเก้งมีบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกว่า 40 บ่อ กินพื้นที่ 300 กว่าไร่ ขนาดบ่อ 5-7 ไร่ เน้นเลี้ยงกุ้งก้ามกรามปนกุ้งขาวเล็กน้อย

ป้าเก้งยอมรับว่าตนเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมานาน ใช้ลูกกุ้งจากหลากหลายแห่ง ทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือแม้แต่ฟาร์มเพาะรายย่อย ที่ผ่านมาก็ประสบผลสำเร็จบ้าง เสมอตัวบ้าง หรือขาดทุนก็เคยมีมา เพราะการเลี้ยงกุ้งจะได้เงิน หรือไม่ได้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับลูกกุ้งอย่างเดียว ต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยเข้าร่วมด้วย ที่สำคัญ คือ การจัดการฟาร์มของเกษตรกรเอง จะต้องใส่ใจดูแล แล้วเข้าถึงสัตว์น้ำที่เลี้ยงให้มากที่สุด

2.แม่พันธุ์กุ้งก้ามกราม ไทย-มาโคร
2.แม่ พันธุ์กุ้งก้ามกราม  ไทย-มาโคร
กุ้งไทย-มาโคร ไซซ์ใหญ่ ตัวผู้เยอะ ตัวเมียโต ก้ามทอง 100%
กุ้งไทย-มาโคร ไซซ์ใหญ่ ตัวผู้เยอะ ตัวเมียโต ก้ามทอง 100%

สาย พันธุ์กุ้งก้ามกราม

ปัจจุบันนี้ป้าเก้ง เลือกใช้ลูกกุ้งก้ามกรามสายพันธุ์ “ไทย-มาโคร” ของบริษัท ไทยลักซ์ฯ ผ่านการแนะนำของทีมงานขายในพื้นที่ ป้าเก้งยอมรับว่าที่ผ่านมาตนได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งไทยลักซ์มาโดยตลอด จนกระทั่งบริษัทไทยลักซ์ฯ ได้วิจัยและพัฒนาผลิตลูกกุ้งก้ามกราม “ไทย-มาโคร” ออกมา ตนจึงสอบถามคุณสมบัติและคุณภาพของลูกกุ้ง กับทีมงานของบริษัท และตัดสินใจสั่งซื้อมาทดลองเลี้ยงในบ่อกุ้งของตน

ซึ่งครอปแรกที่ลงกุ้งไปต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่สภาพอากาศย่ำแย่ มีแดดร้อนจัด ส่งผลให้ลูกกุ้งติดค่อนข้างน้อย แต่ป้าเก้งก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงสั่งลูกกุ้งมาอีก 1 ชุด ปล่อยลงบ่อชำของตนไป ซึ่งผลปรากฏว่าลูกกุ้งติดค่อนข้างดี มีอัตราการรอดสูง ชำเพียง 2 เดือนครึ่ง ก็สามารถย้ายลงบ่อเลี้ยงได้แล้วในขนาด 250-260 ตัว/กก. ที่สำคัญตัวใหญ่ สีสวย ก้ามทอง 100%

หลังจากที่ย้ายกุ้งชำไปลงบ่อเลี้ยงแล้ว ป้าเก้งย้ำอีกว่าตนเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ไทย-มาโคร จากกุ้งชำจนจับ ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 75- 80 วัน เท่านั้น ก็ได้ขนาดกุ้งที่จับได้แล้ว นอกจากนี้กุ้งที่ได้ยังมีทรงสวย ตัวผู้เยอะ ตัวเมียโต เป็นกุ้งหัวแก้วค่อนข้างมาก ตัวใส เนื้อเยอะ หัวเล็กกว่าปกติ ซึ่งเป็นลักษณะกุ้งตามที่ตลาดต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน

3.ลูกกุ้งหัว 2 รอย้ายลงบ่อเลี้ยงจริง ตัวใหญ่ ตัวผู้เยอะ ตัวเมียโต
3.ลูกกุ้งหัว 2 รอย้ายลงบ่อเลี้ยงจริง ตัวใหญ่ ตัวผู้เยอะ ตัวเมียโต

เทคนิคการเลี้ยงลูกกุ้ง ไทย-มาโคร FCR ไม่ถึง 1

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ของป้าเก้ง ส่งผลให้เธอถือว่าเป็นคนเลี้ยงกุ้งที่เก่งพอตัว ยิ่งลูกกุ้งที่เลี้ยงมีคุณภาพ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งทาง แต่สิ่งสำคัญของความสำเร็จนั้นไม่ใช่แต่เพียง “ลูกกุ้ง” เท่านั้น แต่ต้องมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างเข้ามาร่วมด้วย

สิ่งสำคัญ คือ การจัดการดูแลบ่อ ซึ่งป้าเก้งค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากทีเดียว ซึ่งหลังจากที่จับกุ้งวิดน้ำแล้ว ป้าเก้งจะตากบ่อให้แห้ง โดยระหว่างนี้จะโรยปูนปรับสภาพดินเพื่อฆ่าเชื้อโรคร่วมด้วย ตากบ่อนาน 7-10 วัน หากครอปไหนสังเกตดูว่ามีเลนก้นบ่อเยอะจะดันเลนออก  เมื่อตากบ่อจนดินแห้งแล้วจะทำการสูบน้ำเข้าบ่อ

โดยป้าเก้งจะสูบน้ำตรงจากคลองธรรมชาติผ่านตาข่ายป้องกันลูกหอย ลูกปลา เติมน้ำเข้าบ่อจนเต็ม แล้วจึงปล่อยลูกกุ้งชำขนาด 250-270 ตัว/กก. ในอัตราหนาแน่น 5,000 ตัว/ไร่ และ ปล่อยกุ้งขาว 20,000 ตัว/ไร่ ซึ่งป้าเก้งเน้นเลี้ยงผสมกุ้งขาว เพราะจะทำให้กุ้งก้ามกรามโตดี และกุ้งขาวเองก็โตดีเช่นกัน

4.อาหารกุ้งไทยลักซ์
4.อาหารกุ้งไทยลักซ์
อาหารกุ้งไทยลักซ์ ที่ป้าเก้งเลือกใช้
อาหารกุ้งไทยลักซ์ ที่ป้าเก้งเลือกใช้

การให้อาหารกุ้งไทยลักซ์

ในส่วนของกุ้งก้ามกราม ป้าเก้งเน้นปล่อย 5,000 ตัว/ไร่ เพราะเป็นเทคนิคของป้าเก้งที่ต้องการให้กุ้งโตดี โตเร็ว และไซซ์ไม่แตก ที่สำคัญอีกเทคนิค คือ การหว่านอาหารของป้าเก้งจะเลือกหว่าน 3 ทาง คือ ด้านข้างบ่อ 2 ข้าง และลุยน้ำหว่านกลางบ่อด้วย เพื่อให้กุ้งได้กินอาหารอย่างทั่วถึง ซึ่งป้าเก้งจะให้อาหารวันละ 1-2 มื้อ มื้อละ 10 กิโลกรัม โดยสังเกตจากการเช็คอาหารในยอเป็นหลัก

เนื่องจากอาหารที่ป้าเก้งใช้นั้นจะเป็นอาหารกุ้งกุลาดำ แบรนด์ “ไทยลักซ์” ซึ่งจะมีโปรตีนสูงอยู่แล้ว ป้าเก้งย้ำว่าหากให้อาหารเยอะ อัดโปรตีนเยอะเกินไป จะส่งให้คอกุ้งแตก และกุ้งตายในที่สุด อีกอย่างกุ้งก้ามกรามเป็นกุ้งที่โตง่าย หากสายพันธุ์มาดี มีโครงสร้างดี ได้รับอาหารที่ดี และมีความเป็นอยู่ที่ดีแล้วล่ะก็ เลี้ยงอย่างไรก็โตดีแน่นอน ป้าเก้งยืนยัน

5.บ่อกุ้งของป้าเก้ง
5.บ่อกุ้งของป้าเก้ง พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม

การบริหารจัดการบ่อเลี้ยงกุ้ง

นอกจากนี้ป้าเก้งยังมีเทคนิคดูแลน้ำในบ่อ โดยการใส่จุลินทรีย์ ปม1 ผสมกับสับปะรดเพื่อช่วยกระบวนการย่อยอาหารของกุ้ง และ ปม1 ช่วยบำบัดน้ำไปในตัว หลังจากเลี้ยงกุ้งไปแล้ว 80 วัน เมื่อถึงเวลาจับกุ้งจะได้ไซซ์กุ้งขาว 60-80 ตัว/กก. และกุ้งก้ามกรามได้น้ำหนักมากถึง 1 ตันกว่า เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวกับลูกกุ้งสายพันธุ์พัฒนา “ไทย-มาโคร”

6.พันธุ์กุ้งก้ามกราม ไทย-มาโคร ตัวใส สีสวย เนื้อเยอะ
6.พันธุ์กุ้งก้ามกราม ไทย-มาโคร ตัวใส สีสวย เนื้อเยอะ

ฝากถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง

สุดท้ายนี้ป้าเก้งขอฝากทิ้งท้ายไว้ว่า การเลี้ยงกุ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะกุ้งขาว กุ้งดำ กุ้งก้ามกราม สิ่งสำคัญ คือ การดูแล การเอาใจใส่ เพราะกุ้งเป็นสัตว์มีชีวิต มันตายได้ หากเราเลี้ยงไม่ดี ที่สำคัญเจ้าของบ่อ เจ้าของฟาร์ม ต้องลงมาดู ลงมาปฏิบัติงานเองด้วย เพราะจะได้รู้ จะได้เห็น เวลาเจอปัญหาในบ่อขึ้นมาจะได้แก้ไขทันเวลา นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีก 2 อย่าง คือ คุณภาพของลูกกุ้งที่นำมาเลี้ยงจะต้องมีคุณภาพดี มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และคุณลักษณะลูกกุ้งจะต้องเป็นที่ต้องการของตลาด อย่าง ลูกกุ้ง “ไทย-มาโคร” เป็นต้น

7.ป้าเก้งและทีมงาน ไทยลักซ์
7.ป้าเก้งและทีมงาน ไทยลักซ์  พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม พันธุ์กุ้งก้ามกราม

ข้อดีของอาหารไทยลักซ์

และอีกสิ่งที่ลืมไม่ได้เลยซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนหลักของการเลี้ยงกุ้งเลย ก็คือ “อาหาร” เกษตรกรจะต้องเลือกใช้อาหารที่เหมาะสมกับกุ้งที่ตนเลี้ยง คุณค่าของสารอาหารจะต้องตอบโจทย์การเจริญเติบโตของกุ้ง เพื่อให้กุ้งแข็งแรง โตวัย และมีอัตราการแลกเนื้อที่ดี มี ADG ที่ยอดเยี่ยม ดังเช่น อาหารกุ้ง ไทยลักซ์ ที่ป้าเก้งเลือกใช้ในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามของตน เพราะมีโปรตีนที่พอเหมาะ กุ้งสามารถย่อยและนำไปใช้ได้ทันที มีระดับกรดอะมิโนที่สำคัญต่อกุ้งสูงกว่ากากถั่วเหลือง ตอบสนองการกินดี การเจริญเติบโตดี ระบบภูมิคุ้มกันดี และผลผลิตกุ้งสามารถเพิ่มมูลค่าได้ ทำกุ้งไซซ์ใหญ่ได้นั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูล คุณกัญญา ศรีบานเย็น (ป้าเก้ง) โทร : 08-1981-8961

บ้านเลขที่ 1425 หมู่.5​ ต.ดอน​เจดีย์​ อ.ดอนเจดี​ย์ จ.สุพรรณบุรี

บริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน)

โทร : 08-3644-7568 เว็บไซด์ : www.ppprime.co.th, e-mail : info@ppprime.co.th, www.facebook.com/อาหารกุ้งไทยลักซ์

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับที่ 363

สนับสนุนโดย