3.อาหารปลากะพง ยูนิเพรสซิเดนท์
3.อาหารปลากะพง ยูนิเพรสซิเดนท์

อะเมซอน กรุ๊ป ลุย อาหารปลา กะพง และเครื่องตีน้ำ เพื่อเกษตรกร หากพูดถึง ปลากะพง หลายคนคงน้ำลายสอ เพราะนึกถึงรสชาติ ความหวาน และเนื้อปลาที่แน่น ถูกวางเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอง หรือนึ่ง เรียกได้ว่า เนื้อปลากะพงสามารถรังสรรค์ได้หลากหลายเมนู

แต่กว่าที่เราจะได้กินเมนูจากปลากะพงสักเมนูนั้น เนื้อปลาที่นำมาปรุงจะต้องผ่านกระบวนการเลี้ยงที่มีคุณภาพ ปลาได้รับสารอาหารที่ดี มีประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลให้ปลานั้นๆ แข็งแรง มีสุขภาพที่ดี และมีคุณค่าสารอาหารในตัวสูง ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่ปลากินเข้าไปนั้นจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของตัวปลา บวกกับการจัดการการเลี้ยงที่ดี จึงจะได้ผลผลิตปลากะพงขาวออกมาดีที่สุด

1.ปลากะพงเกล็ดหนา หนังสีทอง เนื้อแน่น
1.ปลากะพงเกล็ดหนา หนังสีทอง เนื้อแน่น

จุดเด่นของอาหารปลากะพง ยูนิเพรสซิเดนท์

ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง คงไม่มีใครไม่รู้จัก แบรนด์ “ยูนิเพรสซิเดนท์” เพราะเป็นอาหารปลากะพงที่ดี มีคุณภาพ โปรตีนสูงถึง 44% เน้นใช้วัตถุดิบปลาป่นคุณภาพสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่ปลาต้องการ อีกทั้งเมื่อให้อาหารปลาไปแล้ว ตัวปลาจะแข็งแรง โตเร็ว ได้น้ำหนัก

ที่สำคัญที่เป็นจุดเด่นของอาหารแบรนด์นี้ คือ หนังของปลาจะเป็น “สีเหลืองทอง” ซึ่งปลาลักษณะนี้แม่ค้านิยมเป็นอย่างมาก จึงทำให้เกษตรกรหลายท่านหันมาเลือกใช้อาหารแบรนด์ “ยูนิเพรสซิเดนท์” มากขึ้น เพราะนอกจากอาหารที่ดีแล้ว การบริการหลังการขายของที่นี่ นับว่าไม่น้อยหน้ากว่าที่ไหน ตั้งแต่กระบวนการลงลูกปลา ระหว่างการเลี้ยง ไปจนถึงจับปลา ด้วยสาเหตุทั้งหมดนี้จึงทำให้ อาหารปลากะพง “ยูนิเพรสซิเดนท์” จึงครองใจเกษตรกรมาจวบจนทุกวันนี้

2.คนงานกำลังจับปลากะพง
2.คนงานกำลังจับปลากะพง

เทคนิคการเพาะเลี้ยงปลากะพง

วันนี้ทีมงานนิตยสารสัตว์น้ำ เดินทางมาที่ กะพงทองฟาร์ม ฟาร์มเลี้ยงปลากะพงคุณภาพ ของบริษัท อะเมซอน กรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อมาศึกษาเทคนิคการเลี้ยงปลากะพงของที่ฟาร์มแห่งนี้ ว่ามีเคล็ดลับอะไร ถึงทำให้ปลาที่เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง โตดี และมีกำไรทุกครอปการเลี้ยง

ฟาร์มแห่งนี้จะเลี้ยงปลาทั้งหมด 3 รอบ/ปี โดยเน้นการนำลูกปลาตุ้มมาอนุบาลเองในบ่อผ้าใบ เลี้ยงจนลูกปลาได้ขนาด 7-8 นิ้ว จึงจะนำไปเลี้ยงในบ่อใหญ่ต่อไป “เมื่อก่อนเราซื้อปลานิ้วข้างนอกมาเลี้ยง 1 ปี จะเลี้ยงได้แค่ 2 รอบ เพราะเราลงปลาไซซ์เล็ก คือ 3-4 นิ้ว แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ฟาร์มเราเริ่มทดลองอนุบาลลูกปลาเอง ซื้อลูกปลาตุ้มมาอนุบาลให้ได้ไซซ์ใหญ่ขึ้น 7-8 นิ้ว เราก็จะสามารถเลี้ยงปลาได้ 3 ครอป/ปี อีกทั้งการอนุบาลลูกปลาเอง อัตราการรอดของปลาจะดีกว่า เพราะเราเลี้ยงแบบคุณภาพ มันก็ช่วยลดต้นทุนเรื่องลูกปลาไปได้เยอะเลยทีเดียว” Mr.Edmon Lai กล่าว

ในระหว่างขุนลูกปลา ช่วงนี้จะเริ่มปรับบ่อเลี้ยงใหม่ ที่กะพงทองฟาร์มแห่งนี้ เน้นการเลี้ยงปลากะพงแบบบ่อดิน มีการปูผ้า PE เฉพาะบริเวณขอบบ่อ สำหรับน้ำที่ใช้เลี้ยงทางฟาร์มจะมีระบบการหมุนเวียนน้ำใช้ภายในฟาร์ม โดยไม่มีการปล่อยออกข้างนอก และในอนาคตทางฟาร์มจะมีระบบบำบัดน้ำที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวัน ซึ่งระบบนี้จะช่วยบำบัดน้ำให้ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะการเลี้ยงปลาที่ดีนอกจากเทคนิคการเลี้ยงแล้ว คุณภาพน้ำก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การเลี้ยงผ่านไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.อาหารปลากะพง ยูนิเพรสซิเดนท์
3.อาหารปลากะพง ยูนิเพรสซิเดนท์

4 เคล็ดลับ เลี้ยงปลาของกะพงทองฟาร์ม

ลูกปลาดี : ทางฟาร์มจะเน้นอนุบาลลูกปลาเองให้ได้ปลาไซซ์ใหญ่ 7-8 นิ้ว เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกปลาระหว่างเลี้ยง และช่วยย่นระยะเวลาในการเลี้ยง ที่สำคัญจะช่วยลดต้นทุนค่าลูกปลาได้อีกด้วย

ระบบน้ำที่ดี : จะเห็นว่าทางฟาร์มเน้นระบบหมุนเวียนน้ำภายใน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากภายนอก และปัจจุบันกำลังวางระบบบำบัดน้ำคุณภาพที่นำเข้าระบบมาจากประเทศไต้หวันอีกด้วย

อาหาร : แน่นอนว่าต้นทุนสำคัญของการเลี้ยงปลา คือ อาหาร ดังนั้นกะพงทองฟาร์มจึงเลือกใช้อาหารปลา แบรนด์ “ยูนิเพรสซิเดนท์” เท่านั้น เพราะมีโปรตีนสูงถึง 44% ใช้วัตถุดิบจากปลาป่นที่มีคุณภาพ มีสารอาหารครบถ้วนตามที่ปลาต้องการ ส่งเสริมให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง เกล็ดแข็ง เนื้อแน่น โตเร็ว FCR ต่ำ

เครื่องตีน้ำ : ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเกษตรกรน้อยคนนักที่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของเครื่องตีน้ำ ส่วนใหญ่มักจะใส่ใจเพียงเทคนิคการติดตั้งเท่านั้น แต่สำหรับ กะพงทองฟาร์ม และ บริษัท อะเมซอน กรุ๊ป อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด ให้ความสำคัญกับเจ้าเครื่องตีน้ำนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งเครื่องตีน้ำที่ทางฟาร์มเลือกใช้นั้น เป็นแบรนด์จากประเทศไต้หวัน ซึ่งมีคุณสมบัติที่เห็นชัด คือ ความแข็งแรง คงทน เรียกว่าใช้จนลืมก็ว่าได้

4.เครื่องตีน้ำ
4.เครื่องตีน้ำ

ประเภทของเครื่องตีน้ำ

ซึ่งเครื่องตีน้ำที่ฟาร์มใช้นั้น มีทั้งหมด 3 รูปแบบ แบ่งเป็น

  • เครื่องตีน้ำ ชนิดดันน้ำให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า : คุณสมบัติช่วยให้น้ำหมุนเวียนรอบบ่ออย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้รวมเลนเข้าหลุม ช่วยให้ปลาว่ายทวนน้ำ จะทำให้ปลาแข็งแรง เนื้อแน่น
  • เครื่องตีน้ำ ชนิดใบตัดน้ำ : ช่วยในการพลิกน้ำ ไม่ให้น้ำเกิดการแบ่งชั้น ช่วยให้สามารถสร้างออกซิเจนได้ทั่วทั้งบ่อ ส่งผลให้สามารถควบคุม อุณหภูมิ และ pH ในน้ำได้ง่ายขึ้น
  • เครื่องตีน้ำ ชนิดสร้างคลื่น : จะช่วยสร้างคลื่นไม่ให้น้ำอยู่นิ่งจนเกินไป ทำให้ปลาได้ว่ายน้ำตลอดเวลา จะช่วยให้ปลาแข็งแรง โตเร็ว และเครื่องตีน้ำชนิดนี้จะช่วยสร้างออกซิเจนในน้ำได้เป็นอย่างดี

สำหรับเครื่องตีน้ำที่ทางฟาร์มใช้ในปัจจุบันนี้ คุณโอ๊ต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ยืนยันว่า เครื่องตีน้ำทั้ง 3 ตัว มีความแข็งแรง ทนทาน รับประกันความแข็งแรงนานถึง 3 ปี เลยทีเดียว ในส่วนของตัวเครื่อง ส่วนมอเตอร์รับประกันนานถึง 6 เดือน และเกียร์ นาน 1 ปี หากเกษตรกรท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้

5.ทีมงาน บริษัท อะเมซอนกรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
5.ทีมงาน บริษัท อะเมซอนกรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ฝากถึงผู้ที่สนใจเครื่องตีน้ำ

“ผมเข้าใจเกษตรกรนะ การเปลี่ยนเครื่องตีน้ำสักชุดมันต้องใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นสำหรับเกษตรกรที่สนใจ ผมมองว่าควรรอให้เครื่องเก่าที่ใช้พังก่อน แล้วค่อยๆ เปลี่ยนทีละตัว  แบบนี้จะช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องลงทุนครั้งละมากๆ และในอนาคตเราอาจจะมีบริษัท สินเชื่อไฟแนนซ์ เข้ามาดูแลเรื่องการซื้อแบบผ่อนชำระ ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เครื่องตีน้ำได้ง่ายมากขึ้น” คุณโอ๊ต ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าว

สนใจสั่งซื้อ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อาหารปลา / เครื่องตีน้ำ / เทคนิคการเลี้ยงปลากะพง สามารถติดต่อได้ที่ บริษัท อะเมซอนกรุ๊ป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่อยู่ 89/7 หมู่ 2 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 74000 โทร : 091-740-0584 คุณอัลเบิร์ต, 083-247-4400 คุณโอ๊ต

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับที่ 379