ปลานวลจันทร์แดดเดียว
ปลานวลจันทร์แดดเดียว

SIAM FISH ส่งเสริมลูกบ่อเลี้ยง ปลานวลจันทร์ทะเล เปิดตลาดผลิตภัณฑ์ พร้อมทาน

ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการทำเกษตร ไม่ว่าจะเป็นภาคพืช ปศุสัตว์ รวมถึงภาคประมง ทั้งการเลี้ยงปลา กุ้ง และสัตว์น้ำอีกหลายชีวิต ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้หลายพันล้าน/ปี

ปลานวลจันทร์แดดเดียว
ปลานวลจันทร์แดดเดียว

แต่มีสัตว์น้ำ 1 ชนิด ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่ถูกส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรา สัตว์น้ำที่ว่านี้คือ “ ปลานวลจันทร์ทะเล ” ซึ่งเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ทั้งน้ำเค็ม และน้ำจืด มีอายุการเลี้ยงเพียง 5 – 7 เดือน ก็สามารถจับขายได้ แต่ด้วยลักษณะของเจ้าปลาตัวนี้ที่มีก้างค่อนข้างมาก จึงไม่เป็นที่นิยมบริโภคสักเท่าไหร่ ส่งผลให้เกษตรกรไม่นิยมเลี้ยงปลานวลจันทร์ เพราะไม่มีตลาด และราคาขายค่อนข้างต่ำ

1.คุณปุ๊ก เจ้าของโรงงานแปรรูปปลานวลจันทร์
1.คุณปุ๊ก เจ้าของโรงงานแปรรูปปลานวลจันทร์

การผลิตและแปรรูปปลานวลจันทร์ทะเล

เหมือน ปลานวลจันทร์ทะเล กำลังจะถึงทางตัน แต่หารู้ไม่ เจ้าปลาน้อยตัวนี้กลับมีแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งไม่มีใครมองเห็น คุณปุ๊กกลับมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ สร้างเม็ดเงินโดยมีปลานวลจันทร์ทะเล เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการแปรรูป ล้มลุกคลุกคลานมาหลายปี จนกระทั่งตกผลึก และสามารถสร้างแบรนด์ SIAM FISH ” ขึ้นมาได้

กว่าจะเกิดแบรนด์ siam fish ขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องบอกก่อนว่า “ ปลานวลจันทร์ทะเล ” เป็นปลาของในหลวง ร.9 ที่พระองค์ท่านส่งเสริมมานาน 40 – 50 ปี แต่ด้วยการผลักดัน ทั้งการทำตลาด หรือการแปรรูป อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร จึงทำให้ปลาชนิดนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง

ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนมากที่เคยเลี้ยงต่างประสบปัญหาหลัก คือ ไม่มีที่รับซื้อ หรือรับซื้อในราคาต่ำกว่าทุน ซึ่งคุณปุ๊ก คือ หนึ่งในเกษตรกรที่เลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล ซึ่งเกิดคำถามในใจว่า ในเมื่อขายปลาสดแล้วขาดทุน ทำไมไม่นำมาแปรรูปเอง ทำตลาดเอง ขายเอง เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย

2.ปลานวลจันทร์สด ปลาของพ่อหลวง
2.ปลานวลจันทร์สด ปลาของพ่อหลวง
งานถอดก้างปลา เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้แรงงานและประสบการณ์
งานถอดก้างปลา เป็นงานฝีมือที่ต้องใช้แรงงานและประสบการณ์

กระบวนการแปรรูปปลานวลจันทร์ทะเล

คุณปุ๊กมองว่า ปลานวลจันทร์ทะเลแปรรูป ถ้าทำตลาดดีๆ มีสูตรอาหารที่ดี อย่างไรตลาดไปไกลแน่นอน เพราะคู่แข่งน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับปลาชนิดอื่นๆ บวกกับคุณปุ๊กยังมีธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตร ได้แก่ ไข่เค็ม จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำปลานวลจันทร์มาต่อยอดเพิ่มมูลค่าอีกสักตัว

“ ในเมื่อวันนี้ พ่อหลวงได้ทิ้งปลาตัวนี้ไว้ให้เรา ทำไมเราไม่สานต่อปลาตัวนี้ตามเจตนารมณ์ของพระองค์ท่าน ”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ คุณปุ๊กจึงพยายามศึกษา และไปดูงานการแปรรูปปลานวลจันทร์ทะเล ที่เพชรบุรี เรียนรู้ตั้งแต่การเลาะเนื้อ ถอดก้าง และการแปรรูปบางส่วน จากนั้นจึงกลับมาคิดค้นสูตรเมนูอาหารที่เหมาะสมกับปลานวลจันทร์ ลองผิดลองถูกมานานนับปี

3.ปลานวลจันทร์ต้มหวาน
3.ปลานวลจันทร์ต้มหวาน
ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ
ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ปลานวลจันทร์

จนกระทั่งเมื่อปี 2563 ก็สามารถคลอดผลิตภัณฑ์ ปลานวลจันทร์ทะเล แปรรูปออกสู่ตลาดได้สำเร็จ นั่นคือ “ต้มเค็มหวานปลานวลจันทร์” ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ออกมาอีกหลายอย่าง อาทิ ปลาส้ม ปลาแดดเดียว และปลาสวรรค์ เป็นต้น รวมทั้งยังมีปลานวลจันทร์สดผ่าผีเสื้อแบบไร้ก้าง อีกด้วย

“ ช่วงแรกในการเริ่มแปรรูปปลาตัวนี้ก็ยากนะ เราเริ่มจากการหาข้อมูลว่าทำไมคนถึงไม่นิยมบริโภคปลาตัวนี้ ก็มาติดปัญหาเรื่องก้าง พอรู้ปัญหาเราก็หาทางออกว่าแล้วเมนูอะไรที่เหมาะกับปลาตัวนี้ ที่คนจะเปิดใจลองชิม เพราะจริงๆ แล้ว ปลานวลจันทร์เป็นปลาที่มีรสชาติที่อร่อย แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำได้ทุกเมนู เพราะฉะนั้นเราเลยต้องเลือกว่าจะทำเมนูไหน แล้วจะตอบโจทย์กับปลาตัวนี้โดยตรง ” คุณปุ๊กให้ความเห็น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลานวลจันทร์แปรรูปวางขายออนไลน์ ผ่านทางเพจ SIAM FISH และร้านของฝากที่ ระยอง และจันทบุรี เป็นหลัก จะเริ่มวางแผนเข้าโมเดิร์นเทรดหลายๆ ที่ นอกจากนี้คุณปุ๊กยังรับทำ OEM สำหรับผู้ที่สนใจนำไปทำตลาดอีกด้วย

4.คุณประณี ปรางศรี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานวลจันทร์
4.คุณประณี ปรางศรี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานวลจันทร์

การเลี้ยงปลานวลจันทร์ผสมผสานกุ้งขาว

เมื่อถามถึงวัตถุดิบปลานวลจันทร์ทะเลที่ Siam Fish นำมาแปรรูป คุณปุ๊กได้อธิบายว่า วัตถุดิบทั้งหมด บริษัทจะรับซื้อตรงจากเกษตรกร กลุ่มผู้เลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลภาคตะวันออก ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่เปิดใจเลี้ยงปลานวลจันทร์ร่วมกับกุ้งขาว “สาเหตุหลักที่เราเลือกรับซื้อปลาจากเกษตรกรมากกว่าห้องเย็น เพราะเราต้องการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่ไม่มีที่ไปในทางการตลาด และเรารับซื้อปลาในราคาที่สูงขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ ”

ซึ่งเรื่องนี้ คุณประณี ปรางศรี หนึ่งในเกษตรกรของกลุ่ม มาเปิดใจเล่าที่มาที่ไปของการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล เพื่อส่งขายให้ Siam Fish

คุณประณี เกษตรกรผู้เลี้ยง ปลานวลจันทร์ทะเล ควบคู่กับการเลี้ยงกุ้งขาว ได้เปิดใจทดลองเลี้ยงปลานวลจันทร์มานานหลาย 10 ปี เพราะเป็นสัตว์น้ำที่น่าสนใจ สามารถนำมาเลี้ยงน้ำเค็มได้ แต่เลี้ยงได้ไม่นานก็ต้องเลิก เพราะไม่มีตลาดรองรับ

จนเมื่อ 1 – 2 ปีที่ผ่านมา คุณประณีได้ตัดสินใจกลับมาเลี้ยงปลานวลจันทร์อีกครั้ง โดยเน้นเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลควบคู่กับกุ้งขาว เพื่อให้กุ้งเป็นตัวเก็บของเสียในบ่อ และเอาไว้สร้างรายได้หมุนเวียนระหว่างเลี้ยงปลา จากนั้นเลี้ยงปลาต่อจนครบ 8 เดือน ก็จะเริ่มจับปลาขายให้กับ siam fish โดยมีราคารับซื้อที่สูงกว่าห้องเย็น

5.บ่อเลี้ยงปลานวลจันทร์
5.บ่อเลี้ยงปลานวลจันทร์

การบริหารจัดการบ่อปลานวลจันทร์

ขั้นตอนการเลี้ยงปลานวลจันทร์ เริ่มจากการเตรียมบ่อทั่วไป จากนั้นเติมน้ำเข้าสูง 1.2 – 1.5 เมตร ทำการทรีตน้ำประมาณ 10 วัน โดยใช้ความเค็มประมาณ 20 แต้ม ในการเลี้ยง จากนั้นจึงเริ่มปล่อยลูกปลาที่ผ่านการอนุบาลได้ขนาด 1 นิ้ว ลงบ่อ ในอัตรา 5,000 ตัว/ไร่ แล้วปล่อยลูกกุ้งขาว อัตรา 20,000 ตัว/ไร่ ตามลงไปด้วย

ในช่วง 1 อาทิตย์แรก คุณประณีจะหว่านอาหารกุ้งให้ปลากินเป็นหลัก วันละ 1 มื้อ จนเมื่อเริ่มเข้าอาทิตย์ที่ 2 หรือเริ่มสังเกตเห็นว่าปลากินมากขึ้น จนเริ่มฟีดอาหารได้ ก็จะนำอาหารปลาเบอร์เล็กใส่ถังออโต้ฟีดแทนการหว่านมือ เพื่อลดแรงงาน

ในระหว่างการเลี้ยง สิ่งที่ต้องควบคุมให้ดี คือ คุณภาพน้ำ คุณประณีจะคอยเช็คความเปลี่ยนแปลงของน้ำทุกอาทิตย์ รวมทั้งปริมาณของเสียในบ่อเลี้ยงด้วย เพื่อป้องกันน้ำเลี้ยงเน่าเสีย จนเมื่อกุ้งเริ่มได้ไซซ์ ก็สามารถดักจับไปขายเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนซื้ออาหารเลี้ยงปลาในบ่อต่อ ปลานวลจันทร์ทะเลจะเลี้ยงนาน 7 – 8 เดือน ได้ไซซ์ 5 – 1.2 กิโลกรัม ก็สามารถจับขายได้

“ ปลานวลจันทร์ เป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงไม่ยาก ดูแลง่าย ไม่มีโรค ขอแค่น้ำเลี้ยงมีคุณภาพที่ดีแค่นั้น ปลาก็จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ”

สนใจสอบถามข้อมูลการเลี้ยง หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ปลานวลจันทร์แปรรูป ติดต่อสายตรงได้ที่ (ปุ๊ก) โทร : 091 – 7898088, Facebook : กลุ่มผู้เลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลภาคตะวันออก

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับที่ 377