คุณสุนทร สิวะโมกข์
คุณสุนทร สิวะโมกข์

ติดต่อโฆษณา 094-656-9897 พลังเกษตร

“ สุนทรฟาร์ม”ก่อตั้งขึ้นประมาณ ปี พ.ศ. 2514 โดย คุณ สุนทร สิวะโมกข์ เริ่มต้นจากการเลี้ยงไก่ไข่เพียงไม่กี่ตัว และรวบรวมไข่ไก่จากชาวบ้านในละแวกเดียวกันไปขายที่กรุงเทพฯ แล้วนำอาหารจากกรุงเทพฯ กลับมาขายให้ชาวบ้าน โดยเดินทางทั้งทางเรือและทางรถไฟ ต่อมาได้เปลี่ยนมาเลี้ยงไก่เนื้อและเลี้ยงปลาอยู่ระยะหนึ่งจึงหันมาเลี้ยงไก่ไข่อีกครั้งควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลา ในขณะนั้นมีจำนวนไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้ประมาณ 2 หมื่นตัวและยังเป็นโรงเรือนแบบเปิดอยู่ลักษณะการเลี้ยงเป็นการเลี้ยงแบบอิสระ

[wpdevart_like_box profile_id=”1414452475453135″ connections=”show” width=”300″ height=”220″ header=”big” cover_photo=”show” locale=”th_TH”]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ได้เปลี่ยนจากการเลี้ยงปลามาเป็นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ และรื้อโรงเรือนไก่ไข่ออกไปบางส่วนเพื่อทำเป็นบ่อกุ้ง เนื่องจากในเวลานั้นกุ้งกุลาดำมีราคาดี รวมทั้งขยายการเลี้ยงกุ้งไปที่ตำบลบ้านสร้างบนเนื้อที่กว่า 120 ไร่ แต่ยังคงเลี้ยงไก่ไข่ควบคู่กันไปด้วย การเลี้ยงไก่ไข่ในระยะเวลาที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ในปี พ.ศ. 2546 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่และฟาร์มไก่จำนวนมากต้องประสบปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาด สุนทรฟาร์มต้องเผชิญปัญหานี้เช่นกัน ทำให้ต้องทำลายไก่ทิ้งจำนวนมากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และหยุดการเลี้ยงไก่ไข่เป็นเวลา 2 ปี

ในปี พ.ศ. 2548 สุนทรฟาร์มกลับมาเริ่มเลี้ยงไก่ไข่อีกครั้ง โดยปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไก่มาใช้ระบบอีแวป (Evaporative Cooling System) ซึ่งเป็นการเลี้ยงในโรงเรือนแบบปิด สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ มีพัดลมระบายอากาศ ควบคุมความสะอาดและการฆ่าเชื้อต่างๆภายในโรงเรือน ในด้านการออกแบบและปรับปรุงโรงเรือน บริษัทเคพีไอได้เข้ามาช่วยคำนวณแรงลมที่เหมาะสมกับขนาดโรงเรือนทำให้โรงเรือนที่ดัดแปลงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สุนทรฟาร์มยังได้มีการปรับเปลี่ยนจำนวนไก่ให้เหมาะสมเพื่อลดความแออัดและทำให้ไก่ของเรามีสุขภาพดีสมบูรณ์ สามารถให้ผลผลิตเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น ไข่ไก่ที่ออกสู่ท้องตลาดมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

คุณสุนทร สิวะโมกข์
คุณสุนทร สิวะโมกข์

ปัจจุบัน คุณสุนทร ได้ส่งต่อกิจการทั้งหมดให้แก่ คุณชาณุวัฒณ์ สิวะโมกข์ (คุณวัฒณ์) ลูกชายเป็นผู้ดูแล โดยก่อนหน้านี้คุณวัฒณ์ ทำงานประจำเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ ทำเว็บไซต์อยู่บริษัทหนึ่งในกรุงเทพ  สาเหตุที่เข้ามาดูแลกิจการแทนคุณพ่อก็เพราะว่าเป็นฟาร์มที่คุณพ่อของคุณวัฒณ์ก่อตั้งขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และเห็นพ่อทำงานหนักมาเยอะแล้ว จึงอยากให้พ่อได้เที่ยว ได้พักผ่อน

คุณวัฒณ์เล่าให้ทีมงานนิตยสารสัตว์บกฟังว่า เมื่อประมาณก่อนปี พ.ศ.  2546 คุณวัฒณ์ได้เข้ามาดูแลอยู่ช่วงหนึ่งพอก็ประสบปัญหาเรื่องไข้หวัดนกระบาด ทางฟาร์มเองก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งไก่ไข่ประมาณ 26,000 ตัวถูกทำลายทั้งหมด ในตอนนั้นคิดว่าเลิกเลี้ยงและกลับไปทำงานอยู่ประมาณช่วงหนึ่งแต่ว่าพ่อของคุณวัฒณ์ไม่ยอมหยุด นำเงินที่รัฐบาลชดเชยให้ตัวละประมาณ 140 บาท มาปรับปรุงโรงเรือนเป็นระบบอีแวปและสร้างเพิ่มอีกเมื่อขยายโรงเรือนเพิ่ม จำนวนไก่ก็ต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องเกิดปัญหาในเรื่องของการตลาด และแรงงานตามมาคุณวัฒณ์จึงลาออกจากงานเป็นครั้งที่สองเพื่อมาดูแลกิจการทั้งหมด และปัจจุบันก็สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตลาดหรือเรื่องของแรงงาน เช่น ด้านแรงงานภายในฟาร์มมี17คน มีสัตว์บาล 1คนที่เหลือก็จะเป็นคนงานประจำ 10คน คนงานข้างนอก6-7คนอัตราการจ้าง ตามประกาศค่าแรงขั้นต่ำหรือมากกว่านั้น ซึ่งแต่ละตำเหน่งก็จะลดหลั่นกันไป แต่สำหรับสัตว์บาลทางคุณวัฒณ์จะให้ เดือนละ 20,000 บาท

สุนทรฟาร์ม
สุนทรฟาร์ม

“ถามว่ารักอาชีพนี้ไหม ในตอนแรกก็เฉยๆ เพราะเราทำงานคอมพิวเตอร์อยู่ออฟฟิศ แอร์เย็นๆ มันสบายกว่า หยุดเสาร์อาทิตย์ก็ไปเที่ยวซึ่งแตกต่างจากการทำฟาร์มไก่ไข่อย่างมาก เพราะการทำฟาร์มจะไม่ค่อยมีเวลาพบปะเพื่อนฝูง หรือท่องเที่ยวเหมือนแต่ก่อนแต่ตอนนี้ก็ชินแล้ว พอได้มาสัมผัส ลงมือทำอย่างจริงจัง มันก็จะสนุกไปเอง” คุณวัฒณ์กล่าวถึงความรู้สึก

ปัจจุบัน สุนทรฟาร์ม มีไก่ทั้งหมดประมาณ 100,000 ตัว มีทั้งหมด 5โรงเรือน มีโรงเรือนขนาด 10x 95 ม. จำนวน 2 หลังขนาด 14x 85ม. จำนวน 1 หลัง และขนาด 14x 75  ม. จำนวน 2 หลัง บนพื้นที่  10กว่าไร่งบประมาณในการสร้างโรงเรือนเฉลี่ยแล้วประมาณ 300 บาท/ตัว ในกรณีที่พื้นฐานในเรืองของระบบน้ำและระบบไฟอยู่แล้ว ฉะนั้น 300 บาท คือ โรงเรือนกับระบบกรงตับสำหรับไก่1ตัว แต่ถ้าไม่มีระบบน้ำและระบบไฟค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท/ตัว

ไก่ไข่ที่เลี้ยงจะเป็นไก่สายพันธุ์เบทาโกร-โรมัน โดยซื้อลูกเจี๊ยบจากบริษัทเบทาโกรจากนั้นจะเอาไปให้ฟาร์มลูกเล้าแถว เกาะโพธิ์ จ.ชลบุรีเลี้ยง ลักษณะเป็นการรับจ้างเลี้ยง เมื่อไก่มีอายุครบ 16-18 เดือนจะนำเข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม ต้นทุนการเลี้ยงทั้งหมดจะอยู่ที่ตัวละ 100-120 บาท โดยรวมค่ายาและอาหาร ซึ่งทางฟาร์มจะออกให้ก่อนแล้วค่อยหักหลังจากที่จับไก่เข้าฟาร์มค่าเช่าโรงเรือนจะอยู่ที่ประมาณ 8 บาท/ตัว และค่าหมอ ทีมงานทำวัคซีนจะอยู่ที่ประมาณ 7 บาท/ตัว

อัตราการผลิตปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 7-8 หมื่นฟอง/วัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด  ไข่ไก่ที่ขายจะเป็นไข่คละ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2.9 บาท/ฟอง ซึ่งจะอิงราคาตามประกาศของสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้เลี้ยงไก่ไข่ในประเทศ เพื่อตรวจสอบและหารือแก้ปัญหาและตั้งราคากลาง อย่างเช่นต้นปีที่ผ่านมา จะมีการปรับหลายรอบ การปรับราคาไข่โดยส่วนมากจะขึ้นอยู่กับราคาอาหารของไก่ หรือบางช่วง สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้ไก่ไข่ลดลง ราคาไข่ก็จะสูงขึ้น

ไข่ทุกฟองมีคุณภาพ
ไข่ทุกฟองมีคุณภาพ

กลุ่มลูกค้าที่รับซื้อส่วนมากจะอยู่แถว  ระยอง  นครนายกกรุงเทพฯสมุทรปราการ สระแก้ว และโคราช ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นพ่อค้า-แม่ค้า ที่รับไปคัดแยกเพื่อจำหน่ายต่อหรือส่งตามตลาดรายย่อย เพราะทางฟาร์มจะไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง

ส่วนไก่ปลดจะมีเอเยนต์มารับไป โดยขายตามราคาตามประกาศ ปัจจุบันราคาขายประมาณ 45 บาท/กก.จะตกตัวละประมาณ 90บาท  ซึ่งไก่ไข่ในแต่ละโรงเรือนจะเลี้ยงแบบไล่รุ่น เพราะเวลาปลดไก่ก็จะปลดแบบไล่รุ่น ช่วงที่ปลดไก่ ไข่ในฟาร์มก็จะหายไปเพียง 20% ทำให้ฟาร์มยังคงมีไข่ไก่จำหน่ายอยู่ตลอดทั้งปี

เรื่องการจัดการของเสีย ด้านมูลไก่จะมีการเก็บมูลทุกๆ วัน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเอาไปทำปุ๋ยอัดเม็ดและปุ๋ยสด(มูลสด)ขาย มูลสดจะขายทุกวัน โดยจะมีรถปิ๊กอัพเสริมกรงเหล็กและปูผ้าใบ ขายในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 550 บาท รถคันหนึ่งสามารถขายได้ 1,300-1,700 บาท รวมทั้งหมดในแต่ละวันจะขายมูลไก่สดได้วันละ 5,000-6,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำไปเป็นค่าไฟที่ใช้ภายในฟาร์ม เฉลี่ยแล้วค่าไฟจะอยู่ที่ตัวละ 1-1.50 บาท/เดือน  และส่วนที่สองจะเอาไปใส่ในบ่อปลา ให้ปลากินเพราะทางฟาร์มมีบ่อเลี้ยงปลาสวาย

เทคนิคการหาลูกค้าใหม่จะใช้การโฆษณาโดยการติดป้าย ติดโลโก้ที่รถของฟาร์ม และทางโซเซียล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ http://www.kingegg.com หรือเฟสบุ๊ค  htt://facebook.com/kingeggsthailand.นอกจากนี้ยังมีการสร้างแบรนด์ขึ้นมาเพื่อง่ายต่อการจดจำภายใต้ชื่อ “ราชาไข่ไก่”

ไข่ไก่จากฟาร์ม
ไข่ไก่จากฟาร์ม

เป้าหมายที่วางไว้ในอนาคต “เป้าที่วางไว้มันไกลเหมือนกันนะ ฟังแล้วอาจจะดูน่าขำ ผมคิดว่าจะสร้างแบรนด์ king Egg จากนั้นจะจดทะเบียนเป็นบริษัท และอนาคตวางเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ ราวๆ2ล้านตัว และจะทำให้เป็นระบบที่ได้มาตรฐานตามที่กรมปศุสัตว์วางไว้”

หากถามว่าในปีหน้าจะเข้า AEC  “ผมมองว่าอาจจะมีส่วนเรื่องของแรงงานแต่ว่าก็ดีตลาดก็จะกว้างขึ้น ไข่ไก่ในท้องตลาดก็สามารถกระจายได้เยอะขึ้น ตลาดที่แคบก็สามารถที่จะโฟกัสได้ง่ายและกว้างขึ้น เพราะผู้ผลิตเองจะได้ไม่ต้องมารุมแย่งตลาดกัน”

สิ่งที่อยากฝากถึงเกษตรกร “เราควรจะหวังพึ่งตนเองมากกว่าที่จะหวังให้คนอื่นมาสนับสนุน  คือคุณดูแลระบบของคุณเต็มที่แล้วหรือยัง คุณดูแลตลาดคุณเต็มที่หรือยัง แล้วคุณคิดสิ่งใหม่ๆ ที่จะพัฒนาฟาร์มของคุณแล้วหรือยัง ไม่ใช่ว่าขายไข่ไม่ได้ไข่ราคาถูกต้องไปประท้วง ผมมองว่ามันไม่ถูกต้อง คุณต้องปรับตัวของคุณเองคุณแก้ไขตัวเองแล้วหรือยัง  คุณต้องพยายามทำตัวเองให้ดีก่อน วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาก็สามารถเอามาปรับใช้ บางทีส่วนที่เห็นว่าเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ หากสามรถนำมาปรับใช้ได้ ก็อาจจะเกิดประโยชน์อย่างมโหฬาร โดยที่คุณเองก็ไม่คาดคิด สมัยนี้ยิ่งคนรุ่นใหม่ ยิ่งน่ากลัวเพราะสิ่งที่เรียนมาสามรถพลิกแพลงได้เยอะบางทีผมเองก็สู้ไม่ไหวเหมือนกัน น่ากลัวครับเด็กรุ่นใหม่ คนเก่งๆเยอะ เพราะฉะนั้นอย่าหยุดที่จะพัฒนาตันเอง”

tags: การเลี้ยงไก่ไข่ คุณ สุนทร สิวะโมกข์ สุนทรฟาร์ม ไข่ไก่ ตัวอย่างฟาร์มไข่ไก่ เลี้ยงไก่ไข่ ไก่ไข่ การเลี้ยงไก่ไข่ คุณ สุนทร สิวะโมกข์ สุนทรฟาร์ม ไข่ไก่ ไก่ไข่