อาหารวัวขุน
อาหารวัวขุน

การเลี้ยงโคขุน หัวใจสำคัญ คือ เลี้ยงให้เจริญเติบโต และจับขายได้น้ำหนักในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นเคล็ดลับต้องอยู่ที่วิธีการจัดการโรงเรือน และเรื่องของ “ อาหารวัวขุน ” ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไป โดยเฉพาะเรื่องของอาหารควรเลือกใช้อาหารที่มีคุณค่าและมีประสิทธิภาพสูง

1.คุณประเจียด พุ่มสิงห์โต และครอบครัว
1.คุณประเจียด พุ่มสิงห์โต และครอบครัว

การเลี้ยงวัวขุน

นิตยสารสัตว์บกฉบับนี้ พาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับฟาร์มเลี้ยงโคขุนของ คุณประเจียด พุ่มสิงห์โต กำนัน.ทะเลบก อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ได้เผยเคล็ดลับการเลี้ยงโคขุนให้โตไว จับได้น้ำหนัก มีอัตราการเจริญเติบโต ADG และ FCR เป็นไปในทิศทางที่ดีและน่าพอใจมาก เพราะเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ของ SPM ภายใต้ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด หรือ ‘เอส พี เอ็ม’ (SPM)

กำนันประเจียดปัจจุบันเลี้ยงโคขุนหรือวัวขุนมาแล้วกว่า 3 ปี ซึ่งช่วงแรกเริ่มลงเลี้ยงวัวแค่หลักสิบตัว กระทั่งปัจจุบัน (ปี 2563) ได้ขยับขยายโรงเรือนเลี้ยงโคขุนจำนวนกว่า 100 ตัว

โดยกำนันประเจียดเล่าว่า เดิมตนไม่มีประสบการณ์เลี้ยงวัวมาก่อน เพิ่งเข้าสู่แวดวงนี้ได้ไม่นาน ซึ่งจริงๆ ประกอบอาชีพเกษตร ทำไร่ ทำสวน ทั้งนี้ปัจจุบันนอกจากการทำงานช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ตนเองก็เป็นตัวแทนฯ ให้ลูกชิ้นเจ้าดัง โดยดูแลลูกค้าในเขตพื้นที่ภาคกลาง เช่น จ.สุพรรณบุรี จ.กาญจนบุรี จ.นครปฐม จ.อุทัยธานี เป็นต้น

2.โรงเรือนวัวขุน
2.โรงเรือนวัวขุน

จุดเริ่มต้นการเลี้ยงวัว

ในส่วนที่มาที่ไปของการหันมาเลี้ยงวัวขุน เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่รวมถึงกำนันประเจียดเอง หลังจากประสบปัญหาการทำเกษตรปลูกพืช ทำนา ทำสวน แล้ว ผลผลิตขายไม่ได้ราคา เนื่องจากเผชิญกับสภาพอากาศแล้ง จึงมองหาวิธีที่ทำอย่างไรจึงจะอยู่รอด จึงหันมาเลี้ยงวัวขุนกันหลายราย

เพราะมองว่าหากเลี้ยงวัวขุนจะสามารถเลี้ยงขุนได้ในระยะสั้น 4-5 เดือน สามารถจับขายตลาดได้ โดยรูปแบบการเลี้ยง ได้ทั้งเลี้ยงในคอก หรือปล่อยกินหญ้า ให้ได้ทั้งอาหารหยาบ เช่น หญ้าและฟาง และอาหารข้น เช่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพด ฯลฯ ซึ่งต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงไม่สูงมาก

ทว่าเมื่อได้ทดลองเลี้ยงวัวขุนจริงๆ ปัญหาที่พบเจอกลับกลายเป็นเรื่องของการหาตลาดจัดจำหน่าย ซึ่งหาลูกค้ารับซื้อค่อนข้างยาก เหตุเพราะน้ำหนักวัวที่เกษตรกรเลี้ยงไว้มักไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานที่ตลาดหรือที่ลูกค้าต้องการ

กอปรกับเรื่องของอาหาร ซึ่งกำนันประเจียดบอกว่ายังหาผลิตภัณฑ์และสูตรอาหารที่แน่นอนไม่ได้ ทำให้วัวกินแล้วเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ขายราคาไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น

3.การให้อาหารวัว
3.การให้อาหารวัว

เลี้ยงระยะเวลา 4 เดือน น้ำหนักวัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 500-550 กก./ตัว

จนกระทั่งเมื่อปลายปี 2562 กำนันประเจียดได้มีโอกาสไปออกงานในพื้นที่ จ.ราชบุรี และ จ.เพชรบุรี ทำให้ได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่ของ บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด หรือ ‘เอส พี เอ็ม’ (SPM) ที่ได้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ SPM และได้เปิดใจทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ อาหารสัตว์ของ SPM โดยตัวที่ใช้ คือ เอส พี เอ็ม 551 (SPM 551) สำหรับใช้เลี้ยงโคขุนโดยเฉพาะ และเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มียอดขายดีที่สุด

กำนันประเจียดเผยว่า หลังจากใช้อาหาร เอส พี เอ็ม เบอร์ 551 เลี้ยงโค ผลลัพธ์ที่ได้ คือ อัตราการเจริญเติบโตของโคที่เลี้ยงไว้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เลี้ยงโคโดยใช้อาหารยี่ห้ออื่น เลี้ยงจนถึง 4 เดือน (120 วัน) น้ำหนักเฉลี่ย/ตัว ประมาณ 450-470 กก. /ตัว

แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้อาหาร เอส พี เอ็ม เบอร์ 551 เลี้ยงระยะเวลา 4 เดือน น้ำหนักวัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 500-550 กก./ตัว ลูกค้าที่มาจับวัวก็พึงพอใจกับน้ำหนัก ซึ่งเมื่อส่งวัวถูกส่งเข้าโรงเชือดแล้วก็เห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดว่า เนื้อดี ได้น้ำหนัก ไม่มีมัน เศษเนื้อน้อย

กำนันประเจียดกล่าวเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงหลังจากให้อาหาร SPM กับโคขุน คือ ท้องไม่อืด ขนของวัวสวยขึ้น ไม่มีไขมัน ส่วนอัตราการเจริญเติบโตหรือค่า ADG และ FCR ของวัวก็โตตามวัย น้ำหนักดีและคงที่

หรือหากจะย้อนกลับไป ยกตัวอย่างที่เริ่มนำวัวเข้ามาเลี้ยงในฟาร์มแล้วขุนอาหารโคเนื้อ SPM551 ผ่านไป 5 เดือน น้ำหนักขึ้นถึง 500-550 กก./ตัว ซึ่งสมัยก่อนใช้อาหารยี่ห้ออื่น น้ำหนักวัวเฉลี่ยเพียง 450-470 กก./ตัว  ถือว่าเลี้ยงในเวลาเท่ากัน แต่ได้น้ำหนักมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับอาหารสัตว์ยี่ห้ออื่น การใช้อาหาร SPM ส่งผลให้วัวมีคุณภาพที่ดีกว่า และเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าอีกด้วย

“หลังจากใช้อาหาร SPM สิ่งที่ได้นอกเหนือจากน้ำหนักของวัวที่เพิ่มขึ้น คือ สุขภาพของวัวแข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยง่าย สีผิวสีขนสวย มูลที่ถ่ายออกมาก็ทำความสะอาดง่ายและแห้งไว โดยผมสั่งอาหาร SPM มาครั้งละกว่า 10 ตัน เฉลี่ยอาหารที่ให้วัวกินประมาณ 4-5 กก. ต่อตัวต่อวัน ถึงตอนนี้ใช้อาหาร SPM มาแล้วเกือบ 1 ปี ใช้เลี้ยงวัวมาแล้วจำนวน 2 รุ่น มีแขกและลูกค้าที่เข้ามาจับแล้วพึงพอใจเป็นอย่างมาก และให้ราคาอย่างงาม รวมไปถึงการส่งเข้าโรงเชือดก็ได้เนื้อที่มีคุณภาพอีกด้วย” กำนันประเจียด กล่าวเสริม

4.วัวแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น-สีผิว-สีขน-สวย
4.วัวแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น-สีผิว-สีขน-สวย

การให้ อาหารวัวขุน

โดยนอกจากใช้อาหาร SPM เลี้ยงโคขุนแล้ว กำนันประเจียดสลับให้อาหารหยาบด้วยเช่นกัน ได้แก่ ฟางและหญ้าผสมผสานกันไป เพื่อให้โคได้สารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นในอาหาร SPM อยู่แล้วเพราะมีมาตรฐาน และมีผลงานวิจัยรองรับ

กำนันประเจียดกล่าวตอกย้ำความประทับใจในผลิตภัณฑ์ SPM อีกด้วยว่าโดยหลังจากใช้อาหาร SPM แล้ว มีคนบอกต่อกันมากขึ้น ว่าวัวได้คุณภาพ ทำให้เป็นที่รู้จัก มีคนมารับซื้อจำนวนมากขึ้น เท่ากับว่าใช้อาหารของ SPM ช่วยทำให้ขายง่าย วัวน้ำหนักดี ประหยัดต้นทุน และระยะเวลา อีกด้วย ตลอดจนวัวเลี้ยงง่าย กินเก่ง ช่วยลดต้นทุน ไม่ต้องเสีย “ลูกอัด” หรือการให้หญ้าเนเปียร์จำนวนมากๆ ซึ่งปัจจุบันก็ให้ฟางและหญ้าให้วัวกิน สลับกับการให้อาหาร SPM ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ไปได้มาก

5.จัดเตรียมอาหารให้วัว
5.จัดเตรียมอาหารให้วัว

การบริหารจัดการฟาร์มวัว

สำหรับข้อมูลการบริหารจัดการฟาร์มเลี้ยงโคขุนของกำนันประเจียด ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 โรงเรือน ถัวเฉลี่ยพื้นที่ในการเลี้ยงประมาณ 3 ไร่ วัวที่เลี้ยงเป็นสายพันธุ์บราห์มัน (Brahman) และมีพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) เลี้ยงผสมอยู่บ้างเป็นส่วนน้อย

โดยกิจวัตรการจัดการฟาร์มในแต่ละวันนั้นไม่ยุ่งยาก โดยกำนันประเจียดจะมีคนงานช่วยดูแลจำนวน 2-3 คน ในการเก็บกวาดทำความสะอาดคอก ดูแลตรวจเช็คความสะอาดคอก และเรื่องจัดเตรียมอาหารวัว และเดินตรวจสอบความเรียบร้อยว่า มีวัวป่วย วัวบาดเจ็บ หรือไม่ ซึ่งถ้ามีวัวเจ็บป่วยก็จะจับแยกออก และแจ้งสัตวบาลจากปศุสัตว์ในพื้นที่ ให้มาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด

ในส่วนเรื่องของโรค ปัจจุบันไม่มีปัญหา จะมีเมื่อปลายปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดโรคปากเท้าเปื่อยเกิดขึ้นกับวัวจำนวนประมาณ 30 ตัว แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากสัตวบาลและหมอในการทำวัคซีนและฉีดยา แล้วอาการก็ดีขึ้นจนหายเป็นปกติ  

6.อาหาร-SPM-551-ทำให้วัวมีสุขภาพดี
6.อาหาร-SPM-551-ทำให้วัวมีสุขภาพดี

คุณสมบัติอาหารของอาหาร SPM

ในตอนท้ายกำนันประเจียดได้กล่าวทิ้งท้ายว่า อนาคตมีแผนการที่จะขยับขยายฟาร์มของตนเอาไว้แล้ว เพราะมีความตั้งใจจะพัฒนาการเลี้ยงวัวให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และขอฝากเกษตรกรที่เลี้ยงวัว พร้อมกับฝากถึงอาหาร SPM ด้วยว่า

“ผมไม่สามารถไปบังคับใครให้ใช้ หรือไม่ให้ใช้ อาหารสัตว์ยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้ได้ แต่ส่วนตัวยืนยันว่ายังคงเลือกใช้ SPM ต่อไป เพราะเราใช้เองแล้วเห็นผลจริง ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และเรื่องของการมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ซึ่งหากใครสนใจอาหารสัตว์ SPM ก็สามารถเข้ามาสอบถามพูดคุยขอคำปรึกษากับผมได้เลย”

คุณธีรวิทย์ พุ่มเรืองเศรษฐ์ หัวหน้าแผนกด้านการตลาด  บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด หรือ ‘เอส พี เอ็ม’ (SPM) ซึ่งดูแลโปรเจคโคเนื้อให้กับบริษัทฯ ในเขตภาคตะวันตก ได้แก่ .เพชรบุรี จ.ราชบุรี ยอดขายต่อเดือนประมาณ 2,000 ตัน โดยกล่าวถึงคุณสมบัติ และนโยบายแผนการทำตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ SPM ว่า

สำหรับคุณสมบัติอาหารของ SPM (เบอร์ 551 ยอดขายดี) มีส่วนผสมของจุลินทรีย์ และใช้ตัววัตถุดิบเกรดคุณภาพ เพื่อให้วัวซึ่งเป็นสัตว์ 4 กระเพาะ นำจุลินทรีย์จากอาหารเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย เพราะฉะนั้นอาหารที่ผสมจุลินทรีย์จึงตอบโจทย์ร่างกายวัว ผลลัพธ์ที่ออกมา คือ วัวมีสุขภาพดี ได้น้ำหนัก และเนื้อที่มีคุณภาพ

7.ตัวใหญ่-และเนื้อที่มีคุณภาพ
7.ตัวใหญ่-และเนื้อที่มีคุณภาพ อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน 

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายวัว

ปกติทั่วไปเกษตรกรจะซื้อซากที่ราคา 25,000-30,000 บาท/ตัว น้ำหนักตัวประมาณ 250-300 กิโลกรัม ใช้ระยะเวลาเลี้ยงขุน 4 เดือน หรือ 120 วัน น้ำหนักออก 550-650 กิโลกรัม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์วัว เช่น

-โคพันธุ์พื้นเมือง+อเมริกันบราห์มัน

-โคพื้นเมือง+ชาร์โรเล่ส์

-อเมริกันบราห์มัน+ชาร์โรเล่ส์

-อเมริกันบราห์มัน+อินดูบราซิล

โดย SPM ถือเป็นน้องใหม่ในเรื่องอาหารโคเนื้อ เพิ่งทำตลาดอย่างจริงจังประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทฯ ก็คำนึงถึงลูกค้า และอยากให้ลูกค้าเกษตรกรประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโคเนื้อให้มีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทฯ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายของ เอส พี เอ็ม เติบโตและมียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และเกษตรกร ทั่วประเทศ

“ปัจจุบันบริษัทฯ กำลังทำตลาดขยายในส่วนของภาคกลางมากยิ่งขึ้น และฟาร์มของกำนันประเจียดก็เป็นหนึ่งในลูกค้าใหม่ภาคกลางของบริษัทฯ ซึ่งภาคกลางเลี้ยงโคเนื้อค่อนข้างเยอะ

ทั้งนี้อัตราการบริโภคโคเนื้อในประเทศไทย ต้องยอมรับว่ายังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการบริโภคเนื้อสุกร อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จึงมุ่งเน้นลูกค้าเกษตรกรให้เลี้ยงขุนวัวเพื่อการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก ทำให้ภาครัฐต้องมีการปิดด่านส่งออกโคเนื้อในหลายเส้นทาง เกษตรกรหลายรายจึงประสบปัญหาขาดรายได้ ทำให้ต้องเลี้ยงวัวเป็นระยะเวลานานขึ้น และต้องเก็บไว้ที่ตนเอง

8.อาหาร SPM 551 ได้น้ำหนัก อัตราแลกเนื้อดี
8.อาหาร SPM 551 ได้น้ำหนัก อัตราแลกเนื้อดี อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน อาหารวัวขุน

แนวโน้มในอนาคต

อย่างไรก็ตามก็พิสูจน์แล้วว่า อาหาร SPM เลี้ยงนานกว่าเดิม แต่ก็ไม่กระทบต่อน้ำหนักของวัว ซึ่งยังได้น้ำหนักที่ดีอยู่ และอีกข้อที่สำคัญ คือ ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงที่ต่ำกว่าเมื่อใช้อาหาร SPM โดยอาหารหลายๆ ยี่ห้อนำเข้าวัตถุดิบหลายๆ ที่มาผสม ทำให้ต้นทุนอาหารนั้นสูงกว่า แต่ด้วยราคาที่ เอส พี เอ็ม จำหน่ายให้กับเกษตรกรถือเป็นราคาที่ยุติธรรม ซึ่งอ้างอิงต้นทุนที่แท้จริงของบริษัทฯ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงราคานี้ได้ง่ายที่สุด”

ในส่วนคุณภาพของสินค้า บริษัทฯ ได้มีการทำ R&D อยู่ตลอด เริ่มต้นตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิต ไปสู่กระบวนการผลิตที่ทันสมัย และได้มาตรฐานสากล ได้แก่ ISO, GMP และ HACCP เป็นต้น ในส่วนเรื่องกำหนดราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับต้นทุนวัตถุดิบ, สภาวะทางการตลาด ฯลฯ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่แปรผันไปตามกลไกของตลาด

ทั้งนี้หากเกษตรกรให้การตอบรับสินค้าของ เอส พี  เอ็ม อย่างต่อเนื่อง ในอนาคตบริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัตว์เจริญเติบโตได้ดี น้ำหนัก-อัตราแลกเนื้อดี ตรงความต้องการของตลาด และหากเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ขายมีกำไร เขาอยู่ได้ บริษัทก็อยู่ได้ ก็ทำให้มีโอกาสผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพสูงยิ่งๆ ขึ้นไป ส่งผลให้ทั้งเกษตรกร คู่ค้า และบริษัทฯ เติบโตไปพร้อมๆ กัน

โดยในวิกฤตโควิดฯ หรือวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา บริษัทฯ ก็ได้แบกรับต้นทุนการผลิตสินค้ามาโดยตลอดเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้มีการปรับราคาสินค้าขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้หากเกษตรกรอยู่ได้ บริษัทฯ ก็อยู่ได้ ตามสโลแกน “เราจะก้าวไปด้วยกัน และโตไปด้วยกัน”

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก คุณประเจียด พุ่มสิงห์โต

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์บก ฉบับที่ 327

สนับสนุนโดย