ปลูกมะขามป้อม ยักษ์ที่เก็บจำหน่ายได้แล้ว
ปลูกมะขามป้อม ยักษ์ที่เก็บจำหน่ายได้แล้ว

การปลูกมะขามป้อม

จากผลไม้ป่าสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจ หลายๆ ท่านคงไม่เคยคิดว่า “มะขามป้อม” ผลไม้ป่า จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ คุณวิสูตร  คงนัทธี ได้ถึงปีละนับล้านบาท นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจาก ปลูกมะขามป้อม ผลไม้ป่าที่อยู่ในป่า ที่ดูเหมือนจะไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญอะไร

คุณวิสูตร และคุณสุทิดา คงนัทธี เจ้าของสวน
คุณวิสูตร และคุณสุทิดา คงนัทธี เจ้าของสวน

แต่คุณวิสูตรเป็นผู้ที่เห็นค่าของมะขามป้อม และได้นำมาทำเป็นธุรกิจอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ก่อนที่คุณวิสูตรจะพลิกผันตัวเองมา ปลูกมะขามป้อม แต่ก่อนทำไร่อ้อย ไร่มัน จนมาช่วงหนึ่งที่อ้อยราคาตก จึงทำให้เขาคิดหาพืชชนิดใหม่ๆ มาปลูก จนกระทั่งได้พบกับมะขามป้อมที่มีลักษณะที่แปลกไปจากต้นอื่น คือ ลำต้นเตี้ย ให้ผลดก และใหญ่

2.มะขามป้อมยักษ์พันธุ์เตี้ย
2.มะขามป้อมยักษ์พันธุ์เตี้ย

สายพันธุ์มะขามป้อม

คุณวิสูตรเล่าว่า เมื่อ 10 กว่าปีก่อน คุณพ่อของคุณวิสูตรได้นำพันธุ์มะขามป้อมป่ามาจากเขาแถบจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งลักษณะเด่นของมะขามป้อมพันธุ์นี้ คือ ผลใหญ่ ให้ผลดก จึงได้นำมาปลูกที่บ้าน หลังจากที่ มะขามป้อมให้ผลผลิต ก็มีแม่ค้าเข้ามาซื้อ คุณวิสูตรจึงได้มองเห็นช่องทางการตลาด จึงได้ขยายพันธุ์ต่อจากต้นที่คุณพ่อของเขาปลูกไว้บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่

โดยมีมะขามป้อมสายพันธุ์แรกที่ปลูก คือ พันธุ์แป้นสยาม ซึ่งต่อมามีการค้นพบมะขามป้อมที่มีลักษณะผลใหญ่คล้ายกับพันธุ์แป้นสยาม แต่ที่แตกต่างกัน คือ จะมีลักษณะต้นสูง จึงได้ตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ซึ่งถ้ารวมทั้งหมดที่ปลูกในสวนจะมีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์แป้นสยาม, พันธุ์เพชรสยาม, พันธุ์ทองสยาม, พันธุ์ทวาย, พันธุ์แม่ลูกดก และพันธุ์ลูกท้อ ร่วม 200 กว่าต้น

3.ต้นเล็กยังให้ผลผลิต
3.ต้นเล็กยังให้ผลผลิต

วิธีการปลูกและบำรุงดูแลมะขามป้อม

คุณวิสูตรได้พูดถึงวิธีการ ปลูกมะขามป้อม ว่า ปลูกง่ายมาก  การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก  ต้นทุนต่ำ  โดยการเตรียมดินก็ไม่ยุ่งยาก ใช้ผาน 3 ไถ เสร็จก็ปักแนว เว้นระยะ 8×8 เมตร เสร็จก็ขุดหลุมให้พอดีถุง ไม่ต้องกว้าง ไม่ต้องลึกมาก ไม่ต้องให้น้ำขัง นำกิ่งพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูกโดยไม่ต้องรดน้ำ ถ้าปลูกในต้นฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะจนหมดฤดูฝนต้นมะขามป้อมก็แข็งแรง และสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องรดน้ำ

ส่วนการให้ปุ๋ยจะใส่ทั้งปุ๋ยเคมี และปุ๋ยคอก โดยใส่ 2-3 เดือนครั้ง ปุ๋ยเคมีใช้สูตร 25-7-7 หรือปุ๋ยเร่งต้นทั่วๆ ไป เพื่อที่จะเร่งต้นให้โตเร็วเพื่อที่จะทำให้ได้ต้นที่สมบูรณ์ ให้ผลผลิตได้เร็วขึ้น

4.ดอกของมะขามป้อมยักษ์
4.ดอกของมะขามป้อมยักษ์

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และวัชพืช

ในส่วนของเรื่องโรคและแมลงที่พบในมะขามป้อมส่วนมากไม่ค่อยพบโรค แต่แมลงที่เข้าทำลายมะขามป้อมมากที่สุดจะเป็นเพลี้ยไฟ วิธีกำจัดต้องใช้สารเคมีซึ่งเป็นวิธีการทั่วๆ ไปในการกำจัดแมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่ ซึ่งมะขามป้อมจะมีความพิเศษ คือ ไม่ค่อยมีโรค และแมลง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลผลิตเสียหายมารบกวน

การกำจัดวัชพืชที่นี่ใช้วิธีการตัดหญ้าโดยเครื่องตัดหญ้า ถ้ามีเยอะเกินไปก็จะใช้ ยากำจัดวัชพืชในการกำจัด แต่ถึงแม้ว่าจะใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชก็ไม่มีผลกระทบต่อผลผลิต โดยที่เขาใช้วิธีฉีดพ่นให้ต่ำ ให้โดนเฉพาะวัชพืช ไม่ให้ละอองยาฟุ้งขึ้นข้างบน ดังนั้นมะขามป้อมที่ออกจากสวนของคุณวิสูตรมั่นใจได้ว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน

5.การทาบกิ่งมะขามป้อมยักษ์
5.การทาบกิ่งมะขามป้อมยักษ์

การขยายพันธุ์มะขามป้อม

การขยายพันธุ์ของมะขามป้อมก็ทำได้เหมือนไม้ยืนต้นชนิดอื่นๆ ที่ทำได้ทั้งเพาะเมล็ด, ทาบกิ่ง, ตอนกิ่ง ฯลฯ แต่ที่สวนของคุณวิสูตรส่วนใหญ่ คือวิธีการทาบกิ่ง ซึ่งวิธีการทำก็สามารถทำได้ง่าย

โดยต้นตอที่ใช้ในการทาบกิ่ง ใช้ต้นตอที่มาจากป่านำมาเพาะเมล็ดที่มีขนาดต้นเท่าๆ กับตะเกียบ นำมาอัดขุยมะพร้าวถึงจะนำไปทาบกิ่งได้ เมื่อเลือกต้นตอได้แล้วนำไปทาบกิ่งบนต้น รอให้รากออกประมาณ 1 เดือน ตัดออกมาชำไว้ 15 วัน ก็สามารถนำไปปลูกได้

6.มะขามป้อมยักษ์ที่เก็บจำหน่ายได้แล้ว
6.มะขามป้อมยักษ์ที่เก็บจำหน่ายได้แล้ว

การเก็บเกี่ยวผลผลิตมะขามป้อม

มะขามป้อมจะให้ผลผลิตในช่วงปลายฤดูฝน ประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม มะขามป้อมจะให้ผลผลิตฤดูกาลเดียว การเก็บผลผลิตจะเก็บด้วยมือเปล่า หรือถ้าลูกที่อยู่สูงไม่สามารถเอื้อมถึงก็จะใช้ตะกร้อเก็บ โดยเก็บไม่ให้ผลผลิตช้ำ เพราะจะทำให้เสียเร็วมาก เก็บได้แค่วันเดียว

ถ้าผลผลิตที่เก็บได้ไม่มีรอยช้ำจะสามารถเก็บได้นานหลายวัน ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บผลผลิตด้วยความใส่ใจและประณีต เพื่อที่จะให้มะขามป้อมที่เขาเก็บส่งถึงมือลูกค้าอย่างมีคุณภาพโดยที่ต้องไม่ช้ำและเสียหาย เนื่องจากผลผลิตมีมาก ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตแต่ละครั้งจึงต้องจ้างแรงงานในการเก็บ หลังจากที่เก็บผลผลิตแล้วก็จะตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโล่ง ง่ายต่อการดูแล มะขามป้อมเป็นพืชที่สามารถเก็บผลผลิตได้นาน เพราะเป็นพืชอายุยืน ถ้าไม่โค่นต้นก็จะไม่ตาย

7.มะขามป้อมยักษ์พันธู์ทองสยาม
7.มะขามป้อมยักษ์พันธู์ทองสยาม
กิ่งพันธุ์นำมาลงถุงดำ
กิ่งพันธุ์นำมาลงถุงดำ

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายผลผลิตมะขามป้อม

ถ้าจะกล่าวถึงการจำหน่ายผลผลิตก็สามารถทำได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปขายเองที่ตลาดรับส่งใหญ่ๆ หรือจะเป็นการที่พ่อค้า แม่ค้า มารับซื้อเองที่สวน อย่างเช่น สวนของคุณวิสูตร ที่พ่อค้า แม่ค้า มารับซื้อที่สวนเลย ซึ่งทำให้เขาลดต้นทุนในการขนส่งลงได้อย่างดี โดยผลผลิตที่ได้ต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ตันต่อปี ราคาผลผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-100 บาท นับว่าเป็นราคาที่ดีมาก

ซึ่งในปัจจุบันแหล่ง ปลูกมะขามป้อม ยังมีน้อย แต่ในทางกลับกัน ความต้องการของตลาดกลับเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้คุณวิสูตรไม่ต้องกังวลเรื่องการตลาด ซึ่งส่วนมากลูกค้าจะโทรมากกว่า

นอกจากคุณวิสูตรจะ ปลูกมะขามป้อม เพราะจำหน่ายผลสดแล้ว เขายังทำต้นพันธุ์ขายอีกด้วย โดยพันธุ์หลักๆ ที่ทำ คือ พันธุ์แป้นสยาม, พันธุ์ทองสยาม และพันธุ์เพชรสยาม ทำขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง และยังมีต้นพันธุ์ที่เพาะจากเมล็ดโดยตรง โดยราคาขายต้นพันธุ์จะอยู่ที่ต้นละ 100 บาท และการทำต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ดมีเปอร์เซ็นต์การติดน้อยมาก เฉลี่ยแล้วมีแค่ 10% เท่านั้นเอง

ในส่วนของการทาบกิ่ง เขาแนะนำว่าในช่วงฤดูฝนจะทำได้ดีที่สุด แต่ถ้ามีฝนมากไปก็ไม่ดี ในช่วงที่ทำไม่ได้เลย คือ ช่วงฤดูหนาว รากจะไม่งอกเลย

8.ผลมะขามป้อมยักษ์เปรียบเทียบกับเหรียญสิบ
8.ผลมะขามป้อมยักษ์เปรียบเทียบกับเหรียญสิบ

ประโยชน์และสรรพคุณของมะขามป้อม

คุณวิสูตรเล่าว่าโดยส่วนมากที่ลูกค้าซื้อไปจะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น การแช่อิ่ม การดอง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมะขามป้อมมีประโยชน์และสรรพคุณอย่างมาก เช่น การรับประทานผลสดของมะขามป้อมจะช่วยในเรื่องของการกระหายน้ำ เพราะมะข้ามป้อมมีความชุ่มฉ่ำอยู่ในตัว แก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ ช่วยในด้านการซ่อมแซมกระบวนการของร่างกาย ช่วยรักษาโรคคอตีบ ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน บำรุงโลหิต ลดความดัน

มะขามป้อมไม่ได้รับประทานได้เฉพาะผลสดเพียงอย่างเดียว ยังสามารถรับประทานผลแห้งได้อีกด้วย โดยการนำเอาผลแห้งมาบดให้ละเอียด และเอามาชงดื่ม จะช่วยในเรื่องการบำรุงโลหิต แก้โรคบิด ดีซ่าน หนองใน แก้อาการท้องเสีย และบำรุงธาตุ นอกจากจะได้รับประโยชน์จากผลแล้ว มะขามป้อมยังมีรากที่ให้ประโยชน์และสรรพคุณอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรากสด และรากแห้ง โดยรากสดของต้นมะขามป้อมยังสามารถนำมาตำใช้พอกแผลได้ และรากแห้งใช้ต้มดื่ม แก้ท้องเสีย บำรุงโลหิต

9.ผลผลิตดกเต็มต้น
9.ผลผลิตดกเต็มต้น

ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจ ปลูกมะขามป้อม

คุณวิสูตรยังฝากถึงเกษตรกรที่สนใจอยากจะ ปลูกมะขามป้อม  สามารถมาเที่ยวชมสวนได้  และมาขอคำแนะนำจาก  คุณวิสูตรได้ ไม่หวงความรู้ สามารถมาดูการตลาดได้ว่าดีไม่ดี อย่างสวนเขาเองไม่เคยต้องวิ่งหาตลาด เพราะมีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่

การลงทุนครั้งแรกก็อาจมากหน่อย แต่ถ้าผลผลิตออกแล้วก็จะสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว  จึงนับได้ว่ามะขามป้อมเป็นพืชที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการหาพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ๆ มะขามป้อมถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะสามารถทำเงินให้ท่านได้อย่างมหาศาล

หากเกษตรกรหรือผู้อ่านท่านใดสนใจสอบถามได้ที่ คุณวิสูตร คงนัทธี ที่อยู่ 2/2 ม.3 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 70150 โทร.08-7152-1608

สนับสนุนโดย