8.การเก็บเกี่ยวผลผลิต ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน
8.การเก็บเกี่ยวผลผลิต ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน

ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน ไม้ผลดาวรุ่ง ทานโรคดี ให้ลูกดก 

เป็นที่ทราบดีว่า ส้ม” เป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี เพราะทานง่าย ให้รสชาดหวานอมเปรี้ยว ที่ติดอกติดใจผู้บริโภคทั้งประเทศนั้น ณ วันนี้ต้องยกให้ส้มสายพันธุ์นี้ “ ส้มเขียวหวาน ดำเนิน” ซึ่งเป็นส้มอีกสายพันธุ์หนึ่งที่หากินได้ยากมาก เพราะว่าเป็นส้มสายพันธุ์โบราณที่มีลักษณะพิเศษของ ส้มเขียวดำเนิน ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อด้อยหลายอย่างเช่นเดียวกัน

นั่นหมายความว่า “ ส้มเขียวหวาน ดำเนิน” จะมีลูกสีเขียว เปลือกบาง เนื้อแน่น ซังน้อย รสเปรี้ยวอมหวาน ผลดก มีผลผลิตได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งส้มพันธุ์ดำเนินจะมีต้นที่แข็งแรง ทนทานต่อโรคมากกว่า ทั้งโรคแมลง และโรคแคงเกอร์ รบกวนน้อย  หมดปัญหาเรื่องส้มลูกใหญ่ แต่เปลือกหนาไปได้เลย หรือลูกค้าจะได้ทานส้มผลใหญ่ เปลือกบาง แทนการทานส้มผลใหญ่ แต่เปลือกหนา

สวน ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน ลงทุนครั้งเดียว เก็บเกี่ยว 15-20 ปี

ที่สำคัญการทำสวนส้มเป็นไม้ผลยืนต้นที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดได้นานถึง 15-20 ปี ประกอบกับ ส้มเขียวดำเนิน ปลูกง่าย ใช้เวลาบำรุงรักษาเพียงแค่ 3 ปี ภายใต้การให้น้ำ ให้ปุ๋ย และธาตุอาหาร ที่เหมาะสม ก็สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้ทุกปี

1.สวนส้มเขียวหวานดำเนิน
1.สวน ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน

คุณณัฏฐกิตติ์ อ่อนน้อมดี หรือคุณนัท และคุณยุวดี มาเจริญ หรือคุณเมย์ เจ้าของสวนส้ม “เขียวหวานดำเนินเจ๊เมย์&เฮียนัท” เป็นหนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่รักในการทำสวนส้ม จึงเดินหน้าพัฒนาสวนส้มมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลรักษาอย่างเป็นระบบ  เพื่อรอวันนี้วันที่ต้นส้มสมบูรณ์เต็มที่ จนเริ่มติดดอก ออกผลผลิต อย่างสมบูรณ์ ให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างต่อเนื่องนับจากนี้ไป

เริ่มต้นมาบุกเบิกการทำสวนส้มเองเมื่อปี พ.ศ.2554 โดยได้เช่าที่ดินจากเกษตรกรภายในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ผ่านทางคำแนะนำจากเกษตรกรหลายท่านที่ย้ายจากทุ่งรังสิตขึ้นมาทำสวนส้มที่นี่ก่อนหน้านี้ ดังนั้นชาวสวนส้มที่ปลูกส้มกันที่นี่ส่วนใหญ่จะย้ายมาจากทุ่งรังสิตเป็นหลักที่ได้ติดตามกันขึ้นมาทำสวนส้มที่นี่กันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ประกอบกับที่ดินแห่งนี้เหมาะสมกับการทำสวนส้มมาก เพราะพื้นที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ หรืออยู่ใกล้กับ “คลองน้อย” ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำเข้ามาจาก “แม่น้ำปิง”  ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของพื้นที่

การเตรียมพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานดำเนินในระบบร่องเดี่ยว

เดิมทีพื้นที่เช่าแห่งนี้เคยเป็นที่นามาก่อน หรือมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 35 ไร่ มีอัตราค่าเช่าไร่ละ 2,500-3,000 บาท/ปี โดยได้ทำสัญญากับเจ้าของพื้นที่ไว้ เป็นสัญญาระยะยาวนานถึง 15 ปี  ก่อนจะเริ่มต้นเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกส้มด้วยการปรับปรุงพื้นที่จากทุ่งนาให้เป็นสวนส้ม “ระบบร่องเดี่ยว”

โดยการขุดยกร่องขึ้นมา ให้หลังร่องมีความกว้าง 6 เมตรให้ปลูกส้มได้ดี โดยมีท้องน้ำกว้าง 1.50 เมตร เพื่อรองรับน้ำเข้าสู่สวนส้มเพื่อการบริหารจัดการที่ดี โดยมีความลึกของท้องร่องประมาณ 1 เมตรและด้านล่างของร่องน้ำมีความกว้างประมาณ 0.7 เมตร เท่านั้น

หลังจากปรับพื้นที่เสร็จแล้วจะทำการตากดินไว้นาน 1-2 เดือน เพื่อให้ดินแห้ง ก่อนนำต้นส้มที่ทางคุณนัทและคุณเมย์ได้คัดเลือกเอาไว้เพื่อปลูกส้มในเชิงการค้าก็คือ “ส้มสายพันธุ์เขียวหวานดำเนิน” ที่ได้นำกิ่งพันธุ์มาจากจังหวัดปทุมธานี หลังจากนั้นจะทำการชำกิ่งพันธุ์ไว้ในถุงดำเพื่อให้ต้นส้มแข็งแรง สมบูรณ์

ก่อนจะนำไปปลูกลงแปลงที่มีการปลูกในระยะ  6  เมตร จะสามารถปลูกส้มได้ 60 ต้น/ไร่ ก่อนจะดูแลบำรุงรักษาให้ธาตุอาหารที่เหมาะสม ทั้งทางดินและทางใบ อย่างสม่ำเสมอ  เมื่อคุณนัทเห็นว่ามีต้นส้มบางต้นที่ตายลงไปก็จะรีบปลูกแซมต้นที่ตายทันที จึงทำให้สวนส้มบางร่องที่ปลูกไว้มีต้นส้ม 104-106 ต้น เลยทีเดียว หรือมีต้นส้มมากถึง 2,000 กว่าต้น บนเนื้อที่ 35 ไร่

3.การเตรียมพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานดำเนินในระบบร่องเดี่ยว
2.การเตรียมพื้นที่ปลูก ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนินในระบบร่องเดี่ยว
4.อุปกรณ์ที่ใช้ในการรดน้ำพ่นยา
3.อุปกรณ์ที่ใช้ในการรดน้ำพ่นยา ส้มเขียวดำเนิน

การปลูกส้ม ในช่วงต้นฤดูฝน

คุณนัทแนะนำว่า “การปลูกส้ม” ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน โดยขุดหลุมปลูกให้กว้างและลึกประมาณ 50×50 เซนติเมตร คลุกดินก้นหลุมกับสารปรับสภาพดินก่อน นำดินเทกลับลงไปในหลุมให้สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม แล้วยกถุงดำที่มีต้นส้มวางลงในหลุม

โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่าระดับดินปากหลุมเพียงเล็กน้อย แล้วค่อยใช้มีดคมๆ กรีดถุงดำจากก้นถุงขึ้นมาจนถึงปากถุง และให้ทำทั้ง 2 ด้าน ก่อนจะดึงถุงพลาสติกออก และต้องระวังอย่าให้ตุ้มดินแตกเด็ดขาด แล้วค่อยกลบดินที่เหลือลงหลุมให้หมด และกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ปักไม้ค้ำยันและผูกเชือกยึดติดกันไว้เพื่อป้องกันลมพัดโยกให้รากเสียหาย และรัดต้นช้า

การปลูกส้ม ในช่วงฤดูร้อน

แต่ถ้าหากปลูกในช่วงฤดูร้อนที่มีแสงแดดจัดๆ จะต้องใช้ฟางปกคลุมที่โคนต้นด้วย เพื่อไม่ให้ต้นส้มได้รับแสงมากเกินไป เพื่อให้ต้นส้มปรับสภาพได้ดี  ช่วงแรกๆ ที่ปลูก หรือในช่วงอาทิตย์แรกๆ การให้น้ำในสวนส้มจะให้ในปริมาณมากที่สุด รดให้ชุ่มจนโชก แฉะ ทั่วทั้งร่องสวน

การให้น้ำ โดยใช้เรือในการรดน้ำ ส้มเขียวดำเนิน

โดยคุณนัทจะใช้ “โพลง” ในการรดน้ำในสวนส้ม หลังจากที่ต้นส้มรัดตัว และแข็งแรงแล้ว ค่อยใช้ “เรือ” ในการรดน้ำ ในช่วง 20 วันแรก จะให้น้ำทุกวัน รดจนแฉะ แล้วคอยสังเกตดูว่าต้นส้มมีความสมบูรณ์แล้วก็สามารถรดน้ำวันเว้นวันได้ เพราะ

“การให้น้ำเป็นสิ่งจำเป็นมากในการดูแลรักษาสวนส้ม หากปล่อยให้ ส้มเขียวหวาน ขาดน้ำ จะทำให้ต้นโทรม โรคและแมลงเข้าทำลายได้ง่าย  ดังนั้นช่วงที่เริ่มปลูกใหม่ ๆ ควรให้น้ำทุกวัน หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ส้มเริ่มตั้งตัวได้แล้วก็เปลี่ยนมาให้น้ำแบบวันเว้นวันได้”

เมื่อส้มโตขึ้นจะต้องควบคุมการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและการเจริญเติบโต โดยทั่วๆ ไปเป็นองค์ประกอบหลักด้วย  เช่น ระยะการออกดอก ต้นส้มจะลดการให้น้ำน้อยลง เพื่อให้ต้นสะสมอาหารได้ดี  เมื่อต้นส้มเริ่มติดผลจนถึงผลแก่จะให้น้ำในปริมาณที่มากขึ้น

เมื่อผลส้มเข้าสีแล้วก็จะลดปริมาณการให้น้ำลง จะทำให้ผลส้มแก่เร็วขึ้น รวมทั้งระยะก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ  2 สัปดาห์ ต้องงดการให้น้ำ เพื่อช่วยให้ผลส้มมีรสหวานมากขึ้น ตรงกันข้ามหากมีการให้น้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ในช่วงนี้จะทำให้ดินมีความชื้นสูง จะช่วยชะลอการสุกของผลส้มได้นานถึง 20 วัน เลยทีเดียว

5.การใส่ปุ๋ยในต้นส้มเขียวหวานดำเนิน
5.การใส่ปุ๋ยในต้น ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน

การใส่ปุ๋ยในต้น ส้มเขียวหวานดำเนิน

  • เมื่อต้นส้มมีอายุ  1 เดือน : คุณนัทจะใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 16-16-16 เพื่อบำรุงต้น อัตราในการใส่ประมาณต้นละ 1 ช้อนแกง หรือ 30 กรัม และทางสวนจะใส่ปุ๋ยคอก ซึ่งเป็น “ขี้แพะ” ที่โคนต้นประมาณ  5 กิโลกรัม( 1 บุ้งกี๋/ต้น)
  • เมื่อต้นส้มมีอายุครบ  1 ปีขึ้นไป : จะใส่ปุ๋ยคอกขี้แพะในอัตรา 2-3 บุ้งกี๋  หรือ 10-15 กิโลกรัม และปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 ในอัตรา 300-500 กรัม/ต้น หรือประมาณ 3 เดือน/ครั้ง“ทางสวนจะใช้ขี้แพะนั้นเพราะว่าสามารถหาซื้อได้ง่ายในท้องถิ่น 1 ถุง 10 กิโลกรัม ราคา 30 บาท แต่ละปีจะใช้ประมาณ 500 ถุง ในมูลแพะนั้นยังมีธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม จะใส่หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อเป็นการบำรุงต้นให้ได้รับสารอาหารและบำรุงดินด้วย  ผลส้มได้ปริมาณผลผลิตที่เยอะ มีคุณภาพ มากขึ้นด้วย” คุณนัทให้ความเห็น
  • เมื่อต้นส้มมีอายุได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี : ต้นส้มก็จะเริ่มให้ผลผลิตได้ ในช่วงนี้คุณนัท จะใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 24-7-7 เพื่อบำรุงผลส้ม และจะไว้ลูกส้มในปริมาณต้นละ 1-5 กิโลกรัม เท่านั้น
6.การฉีดพ่นอาหารเสริมทางใบจากผลิตภัณฑ์ลุงสุข-นาโน-จาก-บ.เอสอาร์เอสฯ
6.การฉีดพ่นอาหารเสริมทางใบจากผลิตภัณฑ์ลุงสุข-นาโน-จาก-บ.เอสอาร์เอสฯ

การฉีดพ่นอาหารเสริมทางใบ ในช่วง “แตกกิ่ง แทงยอด และแตกใบอ่อน”

ในขณะที่การดูแลรักษาต้นส้มในช่วง “แตกกิ่ง” จะเน้นบำรุงกิ่งและใบใหม่ของส้ม ด้วยการฉีดพ่นอาหารเสริมพืชทางใบ หรือผลิตภัณฑ์ทางใบคุณภาพสูง ของ “ลุงสุข นาโน” จาก บริษัท เอสอาร์เอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ทางสวนยึดมั่นและใช้ผลิตภัณฑ์นี้ตลอดมา

เพราะ “ผลิตภัณฑ์ลุงสุข”  มีทั้งลุงสุขอะมิโนโปรตีนพืช, ลุงสุขพลัส และลุงสุขอะมิโนสาหร่าย  ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่ช่วยให้พืชแทงยอด และแตกใบอ่อนได้ดี  ช่วยในขบวนการสังเคราะห์แสงได้ดี  วิตามินต่างๆ ในสาหร่ายช่วยให้พืชสร้างดอกได้ดี เตรียมพร้อมต่อการติดผลที่ดี และสมบูรณ์

ลดสภาวะความเครียดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อน  ฝนตก หนาว หรือแล้งจัด  โดยเฉพาะในช่วงของการเจริญเติบโตจะใช้ในอัตราส่วน 5-10 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมกับผลิตภัณฑ์ ลุงสุข พลัส ในอัตราส่วน 3-5 ช้อนต่อน้ำ 20 ลิตร  ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็นที่แสงแดดไม่จัดจนเกินไป โดยจะมีการฉีดพ่นทุก 5-7 วัน

ด้านการตัดแต่งกิ่ง

ด้านการตัดแต่งกิ่ง เน้นใช้เครื่องมือในการตัดแต่งกิ่ง ทั้ง กรรไกรตัดแต่งกิ่ง เลื่อย และมีด โดยจะเลือกตัดแต่งกิ่งแขนงที่รกทึบจากด้านล่าง และส่วนกลางลำต้น ออกเป็นหลัก เพื่อให้แสงแดดสามารถส่องถึงโคนต้นได้ดี รวมทั้งกิ่งที่ปลายยอดห้อยลงมาติดดิน หรือกิ่งที่อ่อนแอ กิ่งที่มีโรคราน้ำค้างลง กิ่งที่มีลักษณะคดงอไขว้กัน กิ่งทับกัน และกิ่งที่เป็นโรค หรือกิ่งที่ถูกโรคและแมลงเข้าทำลาย

การกำจัดหญ้าวัชพืชในสวนส้ม

การกำจัดหญ้าวัชพืชในสวนส้ม จะเน้นกำจัดวัชพืชอยู่เสมอๆ ไม่ปล่อยให้วัชพืชขึ้นจนรก โดยจะใช้ “เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่” ซึ่งสามารถตัดต้นวัชพืชได้อย่างดี ไม่นิยมใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชใกล้ๆ กับต้นส้ม เพราะ ส้มเขียวหวาน เป็นพืชที่มีระบบรากตื้น จึงสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ใช้กำจัดได้

7.การป้องกันกำจัดโรคและศัตรูพืช
7.การป้องกันกำจัดโรคและศัตรูพืช ส้มเขียวดำเนิน

การป้องกันกำจัดโรคและศัตรูพืช

โรคกรีนนิ่ง

ส่วนปัญหาโรคพืชในช่วงหน้าร้อน และอากาศแห้งแล้งนั้นก็คือ ดอกส้มจะติดโรค และดอกร่วงเร็ว   แต่ปัญหาหลักๆ ของสวนส้มก็คงหนีไม่พ้น “โรคกรีนนิ่ง” ที่จะอยู่และขยายจำนวนขึ้นภายในเซลล์ในท่ออาหารของต้นส้มโดยมีแมลงเป็นพาหะนำโรค ได้แก่

เพลี้ยกระโดดส้ม หรือเพลี้ยไก่แจ้ ซึ่งเป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากตาและยอดอ่อนของส้ม ทำให้ตาและยอดอ่อนแห้ง ใบส้มที่เป็นโรคที่มีสีเหลือง เกิดการแห้งตายจากปลายกิ่ง หรือยอดเล็กตั้งชี้แล้วร่วงในที่สุด  เปลือกส้มเมื่อแก่จัดสีจะไม่เหลืองสม่ำเสมอ แต่เปลือกจะดำๆ ด่างๆ ไม่สวย  ระบบรากจะไม่แข็งแรง

โรคใบแก้ว

ต้นส้มจะทรุดโทรมและตายในที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจจะเรียกโรคนี้ว่า “โรคใบแก้ว” ก็ได้ คุณนัทจึงเน้นการควบคุมป้องกันโรคนี้โดยการบำรุงโคนต้นให้ดีด้วยการฉีดพ่นยาและสารเคมีป้องกันเชื้อรา หากพบเจอต้นที่เป็นโรคจะรีบตัดกิ่งทิ้งและเผาทำลายทันที

ในช่วง “ออกดอก และแตกใบอ่อน” ปัญหาที่เจอ คือ เพลี้ยจะเข้าทำลายได้ง่าย ทางสวนจะเน้นฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชทุก  5 วัน/ครั้ง ไปจนกว่าใบส้มจะเริ่มแก่สมบูรณ์ ถึงจะเว้นการฉีดพ่นสารเคมีดังกล่าวออกไป หรือฉีดพ่นทุก 10-15 วัน/ครั้ง หลังจากที่ต้นส้มสลัดกลีบดอกทิ้งแล้ว ก็จะพัฒนาเป็นผลส้มขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเขียวที่มักจะเจอปัญหาแมลงเจาะทำลายผลอ่อน

การบำรุงเมื่อผลส้มมีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเขียว

จึงจำเป็นต้องฉีดพ่นสารป้องกันและกำจัดแมลงอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผลส้มมีขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วเขียวแล้ว นับไปอีก 10 เดือน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งในช่วงระหว่างนี้จะมีการบำรุงด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 8-24-24 และฮอร์โมนทางใบ หรือผลิตภัณฑ์คุณภาพ “ลุงสุขพลัส”  สารประกอบสำหรับพืชเพื่อสะสมอาหาร 

ไม้ยืนต้น-ผลไม้ต่างๆ  23 ช้อน ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดบริเวณโคนต้น (กรณีไม้ใหญ่) 23 ช้อน/น้ำ 20 ลิตร ห่างจากโคนต้น 50100 ซม. จากนั้นรดน้ำตามให้ชุ่ม หรือผสมน้ำฉีดพ่นให้เป็นละอองทุก  37 วัน/ครั้ง หรือราดลงโคนต้น

รวมไปถึงการใช้ “ ลุงสุขอะมิโนสาหร่ายพืช”  และ “ลุงสุข อะมิโน โปรตีนพืช” ในช่วงพืชกำลังเจริญเติบโต 5-10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร, พืชโทรมเป็นโรค และไม่โต 10-20 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร,

ช่วงการติดดอก ติดผล 20-30 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงเช้าหรือเย็น (แสงแดดไม่จัดจนเกินไป) โดยฉีดพ่นทุก 5 – 7 วัน กรณีที่พืชโทรม ไม่โต ควรเพิ่มปริมาณการใช้เป็น 10-20 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ในครั้งแรก ๆ เมื่อพืชเจริญดีแล้ว จึงกลับมาใช้ปริมาณ 5-10 ซีซี.  ต่อน้ำ 20 ลิตร”

ซึ่งสวนส้มแห่งนี้จะเน้นใช้ผลิตภัณฑ์ลุงสุขอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบ 1 เดือน จะใช้ผลิตภัณฑ์ลุงสุขเพื่อป้องกันและบำรุงรักษาต้นส้มถึง  6 ชุด/เดือน เพราะมั่นใจในคุณภาพสินค้า ใช้แล้วเห็นผล ใช้แล้วดี ต้นส้มสมบูรณ์ ไม่โทรม ให้ผลผลิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะสวนส้มแห่งนี้เน้นผลิตส้มทั้ง “ในฤดูกาล” และ “ส้มนอกฤดู

ที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุก 6 เดือน/รอบ ซึ่งในแต่ละรอบสามารถเก็บส้มได้ในเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ซึ่งเป็นส้มในฤดูกาล  ส่วนส้มนอกฤดูจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงเดือนเมษายน หรือพฤษภาคม เป็นหลัก

8.การเก็บเกี่ยวผลผลิต ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน
8.การเก็บเกี่ยวผลผลิต ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน

การเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน

คุณนัทยอมรับว่าการทำให้ส้มออกผลผลิตได้ต่อเนื่องต้องมีวิธีการจัดการที่ดี  จึงเน้นการให้ปุ๋ยทางดินเพื่อสะสมอาหารก่อนการกักน้ำประมาณ 1 เดือน  แล้วค่อย “กักน้ำ” จากร่องสวนไว้นานประมาณ 1 เดือน โดยการปล่อยน้ำออกจากท้องร่องให้หมด ซึ่งระยะเวลาในการกักน้ำขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย

เมื่อเห็นว่าต้นส้มเริ่มแสดงอาการขาดน้ำซึ่งใบจะเริ่มห่อเข้าหากัน  ต้นเริ่มเหี่ยว โทรม แล้วก็ค่อยปล่อยน้ำเข้าไปในร่องสวน และให้น้ำกับต้นส้มอย่างเต็มที่  หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน ต้นส้มจะเริ่มแทงตาดอกออกมาให้เห็น เมื่อส้มออกดอกแล้วก็ให้น้ำตามปกตินาน  30 วัน

เมื่อดอกจะบานและเริ่มติดผลจะฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชป้องกัน  เมื่อผลส้มโตได้ขนาดเท่าหัวแม่มือจะใส่ปุ๋ยสูตร16-16-16 เพื่อบำรุงผลให้มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่  เมื่อ ส้มเขียวหวาน มีอายุผลได้ประมาณ 5 เดือน จะใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือปุ๋ยเกล็ดสูตร 0-0-60 เพื่อเป็นการเร่งสี และเพิ่มความหวานให้กับผลส้มด้วย

รวมไปถึงก่อนเก็บเกี่ยวผลประมาณ 10 วัน ควรหยุดการให้น้ำ เพื่อให้ผลส้มมีรสชาติเข้ม เนื้อจะไม่ฉ่ำน้ำ และสามารถเก็บรักษาผลส้มไว้ได้นานขึ้นด้วย ซึ่งข้อดีของการทำสวนส้มแบบร่องน้ำนั้นจะง่ายต่อการดูแลรักษาและจัดการสวนส้มได้ง่ายขึ้น

นอกจากการจัดการระบบสวนที่ดีง่ายต่อการดูแลบำรุงรักษาแล้ว เราต้องรู้จักระบบของพืชด้วย ต้องศึกษาให้เยอะๆ เพราะว่าการทำสวนนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเรียนรู้เรื่อยๆ ที่สำคัญควรรวมกลุ่มกันให้เข้มแข็งเพื่อจะได้ไม่โดนโกงราคา

9.รายได้จากการขายผลผลิตส้มเขียวหวานดำเนินประมาณ-10-ตันต่อรอบ
9.รายได้จากการขายผลผลิต ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน ประมาณ-10-ตันต่อรอบ

รายได้จากการขายผลผลิต ส้มเขียวหวาน ดำเนินประมาณ 10 ตันต่อรอบ

ด้านการจัดการผลผลิตของทางสวน ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน เจ๊เมย์&เฮียนัท จะมีแม่ค้าประจำตามออเดอร์ พอทางสวนมีผลผลิตที่พร้อมและสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ก็จะโทรนัดให้แม่ค้ามารับผลผลิตจากทางสวน โดยเฉลี่ยทางสวนจะส่งส้มให้แม่ค้าที่สั่งไว้ประมาณ 10 ตัน/รอบ ในราคาที่ตกลงกันไว้ โดยทางสวนจะมีคนงานประจำที่ดูแลทุกอย่างภายในสวนเพียง 3 คน เท่านั้น

2.คุณณัฐกิตติ์-อ่อนน้อมดี-และคุณยุวดี-มาเจริญ-เจ้าของสวนส้มเขียวหวานดำเนิน
2.คุณณัฐกิตติ์-อ่อนน้อมดี-และคุณยุวดี-มาเจริญ-เจ้าของสวน ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน

สนใจสั่งซื้อผลผลิตทางสวนและเยี่ยมชมสวนได้ที่ “สวน ส้มเขียวหวาน ดำเนินเจ๊เมย์&เฮียนัท”

คุณณัฏฐกิตติ์ อ่อนน้อมดี และ คุณยุวดี มาเจริญ 76 หมู่ 8 ต.ท่ามะเขือ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร 62120

โทร. 089-684-6090 เฟสบุ๊ค : สวน ส้มเขียวหวาน ดำเนินเจ๊เมย์&เฮียนัท

สอบถามสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ “ลุงสุข นาโน” ได้ที่ บริษัท เอสอาร์เอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

118/72 ม.1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 สำนักงานใหญ่โทร. 02-975-6288 มือถือ.084-455-4653 , 086-401-5526 (คุณสุรสิทธิ์) เฟสบุ๊ค : SRS CORPORATION  : ลุงสุขผลิตภัณฑ์สำหรับพืช ID Line : @Lungsuk

ส้มเขียวหวาน ส้มเขียวดำเนิน การปลูกส้มเขียวหวาน  ปลูกส้มเขียวหวาน การปลูกส้มเขียวหวานในกระถางลักษณะพิเศษของส้มเขียวหวานดำเนิน ปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยบํารุงต้น