คอกโคขุน ฟาร์มโคขุน
คอกโคขุน ฟาร์มโคขุน

การเลี้ยงโคขุน

นิตยสารสัตว์บก ได้ไปสัมผัสกับฟาร์มแห่งหนึ่งซึ่งส่งโคขุนป้อนตลาดมาเลเซียเดือนละ 700 ตัว คือ STK ฟาร์ม ซึ่งมี คุณมาเรีย เผ่าประทาน เป็นผู้บริหารและจัดการฟาร์ม ซึ่งแต่เดิมคุณพ่อจะเป็นคนดูแล ได้ก่อตั้ง ฟาร์มโคขุน มาประมาณ 20 กว่าปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ส่วนคุณมาเรียได้มาบริหารงานในฟาร์มอย่างจริงจังเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งเมื่อก่อนทางฟาร์มเคยเลี้ยงวัวฝูงเป็นตัวเมีย 50 ตัว เลี้ยงเพื่อเอาลูกวัว แต่ก็ต้องล้มเลิกไปเนื่องจากประสบปัญหาหลายอย่าง จึงทำการขายวัวยกฝูงไป และต่อมาได้หันมาเลี้ยงโคขุนซึ่งประสบความสำเร็จดีกว่า จึงได้เริ่มเลี้ยงโคขุนมา ณ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

1.โคขุนแข็งแรง สมบูรณ์
1.โคขุนแข็งแรง สมบูรณ์

ซึ่งคุณมาเรียนั้นจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศึกษาจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ สาขาธุรกิจ ได้นำความรู้จากที่ศึกษามาประยุกต์ใช้ได้อย่างดี และได้เปรียบในเรื่องภาษาในการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ซึ่งในเรื่องการตลาดจะมีคุณพ่อช่วยดูแลในเรื่องนี้ ส่วนพื้นที่ในฟาร์มส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดบนภูเขา มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำรับเลี้ยงโคขุน และจะมีแปลงปลูกหญ้าประมาณ 30 ไร่ ซึ่งเหมาะแก่การทำปศุสัตว์เป็นอย่างมาก

2.ให้อาหารโคขุน
2.ให้อาหารโคขุน

การบริหารจัดการ ฟาร์มโคขุน

ตอนนี้ทางฟาร์มมีจำนวนโคขุนประมาณ 1,000 กว่าตัว ซึ่งทางฟาร์มจะรับโคมาขุนต่ออีก 45 วัน ต่อจากนั้นทางฟาร์มจะขุนโคด้วยอาหารอย่างดี ตั้งแต่วันแรกที่นำโคเข้ามาก็จะทำการฉีดวัคซีน ให้ยาถ่ายพยาธิ รวมถึงติดเบอร์หูให้กับโค ทางฟาร์มจะมีหมอจากกรมปศุสัตว์ห้วยยางมาทำวัคซีนให้ในโคที่ส่งออกนอกประเทศ จะทำวัคซีน 2 ครั้ง ส่วนโคขุนที่ส่งภายในประเทศจะทำวัคซีน 1 ครั้ง และทำการฉีดวัคซีน 5 วัน ก่อนออกจากฟาร์ม

สาเหตุที่จะต้องขุนเพิ่มอีก 45 วัน นั่นก็คือ เพื่อเป็นการตรวจสอบและกักกันโรคโคก่อนส่งให้ลูกค้าทั้งในและนอกประเทศ โดยทางฟาร์มจะเน้นในเรื่องโรคเป็นพิเศษ คือ ก่อนส่งโคออกนอกประเทศร่างกายโคต้องสมบูรณ์ ปลอดโรค ซึ่งเป็นกฎระเบียบข้อบังคับทางการค้า การกักกันโรคสัตว์ก่อนส่งออกของกรมปศุสัตว์ไทยและรัฐบาลมาเลเซีย โคขุนที่ส่งภายในประเทศจะกักกันโรค 21 วัน ส่วนโคขุนที่ส่งตลาดมาเลเซียจะกักกันไว้ 31 วัน เฉลี่ยแล้วทางฟาร์มจะกักกันโรคและขุนก่อนส่งออกประมาณ 45 วัน

3.โรงเรือนโคขุน
3.โรงเรือนโคขุน

การบำรุงดูแลโคขุน

อาหารที่ทางฟาร์มใช้ขุนโค มีทั้งอาหารข้น และอาหารหยาบ อาหารข้นที่ใช้ในฟาร์มจะมีโปรตีนอยู่ที่ 12-14% ทางฟาร์มจะใช้กากมะพร้าวเป็นวัตถุดิบหลักที่มีคุณภาพ ราคาถูก ไม่แพงมาก  ส่วนอาหารหยาบทางฟาร์มจะใช้เปลือกสับปะรดและฟางเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย

และทางฟาร์มได้ผลิตอาหารขึ้นเอง เราใช้อาหารข้นประมาณวันละ 5 ตันกว่า และการให้อาหารข้นให้โคกินประมาณวันละ 5-6 กิโลกรัม/ตัว/วัน สำหรับโคใหญ่ โคเล็กจะให้กิน 3 กิโลกรัม/ตัว/วัน ส่วนอาหารหยาบให้ประมาณ 3 กิโลกรัม/ตัว/วัน

สภาพพื้นที่เลี้ยงโคขุน

โรงเรือนของฟาร์มจะเลี้ยงแบบผูกยืนโรง ภายในคอกทางฟาร์มจะทำการคัดแยกขนาด สาเหตุที่แยกขนาดโคออกจากกันก็เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ เนื่องจากโคขุนของเราเป็นโคตัวผู้ทั้งหมด มักชอบขึ้นขี่หลังและต่อสู้กัน ทำให้โคที่ขนาดเล็กกว่าเกิดอาการบาดเจ็บที่ขา เช่น ขาหัก ส่งผลกระทบต่อตัวโคโดยตรง ทำให้กินอาหารลดลง ผอม การเจริญเติบโตจึงช้าไป

ส่วนขนาดของคอกโคขุนนั้น สำหรับโคใหญ่ 40-50 ตัว ขนาดของคอกประมาณ 25×40 เมตร ส่วนคอกโคเล็ก 100 ตัว ขนาดประมาณ 50×50 เมตร ในส่วนของโรงผลิตอาหารอยู่ใกล้ๆ กับโรงเรือนโคขุน เพื่อสะดวกต่อการให้อาหาร

4.โคสมบูรณ์ ปลอดโรค
4.โคสมบูรณ์ ปลอดโรค

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายโคขุน

คุณมาเรียบอกว่า ทางฟาร์มจะมีคุณพ่อช่วยดูแลในเรื่องของการตลาด ตลาดโคมีอยู่ 2 แห่ง คือ ตลาดภายในประเทศ และตลาดภายนอกประเทศ ทางฟาร์มส่งออกโคขุนไปมาเลเซีย 700 ตัว/เดือน ขนาดของโคขุนนั้นน้ำหนัก 250 กิโลกรัมขึ้นไป เราขายกิโลกรัมละ 54-55 บาท

ทางฟาร์มจัดส่งให้กับมาเลเซียโดยตรง คือ เราส่งให้ถึงที่ ถึงผู้รับซื้อโดยตรง ซึ่งประตูผ่านด่านของมาเลเซียจะเปิดทุกๆ 21 วัน ส่วนโคขุนที่ส่งให้ตลาดภายในประเทศนั้นเราขายให้กิโลกรัมละ 52 บาท จำนวนโคขุนที่ส่งภายในประเทศอยู่ที่ 400-500 ตัว/เดือน น้ำหนักโคขุนที่ตลาดมาเลเซียต้องการก็อยู่ราวๆ ที่ 250-450 กิโลกรัม แต่ทางมาเลเซียจะรับซื้อหมด เอาทุกขนาด เพราะในประเทศมาเลเซียรับประทานเนื้อวัวเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ก็จะมีนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานก็มี เช่น ไส้กรอก

สาเหตุที่มาเลเซียต้องการโคขุนจากประเทศไทยนั้น อาจเนื่องจากเรื่องปริมาณเนื้อที่ของประเทศไม่เอื้ออำนวยต่อการทำปศุสัตว์ ขาดแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งในแต่ละปีประเทศมาเลเซียนั้นได้ซื้อโคขุนจากประเทศไทยไปจำนวนหลายหมื่นตัว/ปี

5.คอกโคขุน
5.คอกโคขุน

ฝากถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน

คุณมาเรียยังฝากบอกถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน และนายหน้า หรือพ่อค้า ให้มีน้ำใจต่อกัน อุดหนุนเกื้อกูลกัน รู้จักแบ่งปัน อย่าข้ามขั้นตอนกัน และอยากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนมีความอดทน และศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาในอาชีพให้ดียิ่งขึ้น ฟาร์มโคขุน ฟาร์มโคขุน ฟาร์มโคขุน ฟาร์มโคขุน ฟาร์มโคขุน ฟาร์มโคขุน

สนใจติดต่อ คุณมาเรีย เผ่าประทาน 08-1682-2147 ที่อยู่ 84/4 ม.6 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

เครดิต นิตยสารสัตว์บก

สนับสนุนโดย