Pretty jessica(พรีตตี้ เจสซิก้า)
Pretty jessica(พรีตตี้ เจสซิก้า)

เป็นอีกครั้งที่ทีมงานนิตยสารไม้ดอกไม้ประดับได้มาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ และมุ่งหน้าสู่ อ.สะเมิง ไปยังไร่กุหลาบ จีระ “โรส” เนิสเซอรี่ ของ คุณจีระ ดวงพัตรา นักเลี้ยงกุหลาบมากประสบการณ์

สวนแห่งนี้เก็บสะสมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์มากถึง 1,000 สายพันธุ์ โดยกุหลาบของเขามีชื่อพันธุ์ที่ถูกต้อง ติดอยู่ทุกต้น

จีระ บอกว่า สมาคมกุหลาบโลก แบ่งกุหลาบออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ 

1.กลุ่มกุหลาบสมัยใหม่ (MODERN ROSE) เป็นกุหลาบดอกใหญ่ รูปทรงสวยสง่าและบานทน

2.กลุ่มกุหลาบสมัยเก่า (OLD GARDEN ROSE) เป็นกุหลาบพันธุ์พื้นเมืองของแต่ละประเทศ เช่น กุหลาบของประเทศฝรั่งเศส: การิก้า, อังกฤษ: คายีน่า, ญี่ปุ่น: รูโกซ่า และไทย: กุหลาบมอญ เป็นต้น

3.กลุ่มกุหลาบอังกฤษ เป็นกุหลาบที่ผสมพันธุ์กันระหว่างกุหลาบสมัยเก่า (OLD GARDEN ROSE) และกุหลาบสมัยใหม่ (MODERN ROSE) เรียกว่า Modern Shrub Roses

จีระ ดวงพัตรา นักเลี้ยงกุหลาบมากประสบการณ์
จีระ ดวงพัตรา นักเลี้ยงกุหลาบมากประสบการณ์

มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีความหอมแรงแบบกุหลาบสมัยเก่า พุ่มใหญ่ แข็งแรง เลี้ยงง่ายกว่ากุหลาบกลุ่ม MODERN ROSE ออกดอกตลอดปี มีสีสันให้เลือกมากมาย ลักษณะดอกส่วนมากจะเป็นทรงถ้วยหรือดอกบัว กลีบซ้อนหนา บางพันธุ์มีถึง 100 กลีบ ในดอกเดียว ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของต่างประเทศ ปัจจุบันมีทั้งชนิดพุ่ม (Shrub) และชนิดเลื้อย (Climber)

จีระ เล่าขั้นตอนการผลิตกุหลาบว่า “การผลิตกุหลาบของเราจะผลิตตามมาตรฐานสากล คือ การขยายพันธุ์โดยการติดตาในแปลง เป็นระยะเวลา 18 เดือน เมื่อต้นเติบโตสมบูรณ์เต็มที่หรือหลังจากหมดฤดูฝนจะขุดขึ้นมาล้างราก”

คราวปริ้นเซส มาร์กาเรต้า พุ่มกึ่งเลื้อย สูงประมาณ1.5-2เมตร ดอกกลม สีส้มสวย ออกดอกเป็นพวง
คราวปริ้นเซส มาร์กาเรต้า พุ่มกึ่งเลื้อย สูงประมาณ1.5-2เมตร ดอกกลม สีส้มสวย ออกดอกเป็นพวง

กุหลาบล้างราก (BARE-ROOT ROSE) เป็นกุหลาบที่ขยายพันธุ์ตามมาตรฐานสากล ด้วยวิธี “ติดตาในไร่” (Field-grown budded plant) ที่มีอายุข้ามปี ทำให้มีระบบของรากเป็นกุหลาบป่าที่แข็งแรง วิธีนี้ทำให้กุหลาบเจริญงอกงามได้เต็มที่ และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

“ข้อดีคือ สามารถส่งขายกุหลาบได้ทั่วโลก สะดวกสบายกว่าการปลูกแบบยกกระถาง และกุหลาบแบบล้างรากปลูกแล้วไม่มีตาย เพียง 60 วันหลังปลูก หากเอาใจใส่มีการดูแลรักษาที่ดี จะได้เห็นดอกที่งดงามแน่นอน” จีระการันตีด้วยประสบการณ์ 50 ปี

กุหลาบล้างราก ที่ขยายพันธุ์ตามมาตรฐานสากล ด้วยวิธีการติดตาในแปลงที่มีอายุข้ามปี
กุหลาบล้างราก ที่ขยายพันธุ์ตามมาตรฐานสากล ด้วยวิธีการติดตาในแปลงที่มีอายุข้ามปี

เคล็ด (ไม่) ลับ ปลูกกุหลาบให้สวยสไตล์  จีระโรส ฟาร์ม

ยกร่องให้สูงประมาณ 10-12 นิ้ว เพื่อช่วยการระบายน้ำและช่วยกักเก็บน้ำให้ซึมลงถึงรากง่ายขึ้น

ควบคุม pH ดิน ให้อยู่ระหว่าง 6.0-6.5

ถ้าดินเป็นกรดมากให้เติมธาตุปูน เช่น แคลเซียมคาร์บอเนท, แคลเซียมออกไซด์, แคลเซียมไฮดรอกไซด์ หรือโดโลไมท์ หรือใช้ปุ๋ยเคมีที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง เช่น แคลเซียมไนเตรท (15-0-0) เป็นต้น

ถ้าดินเป็นด่างใช้ซัลเฟอร์ หรือ Iron Sulfate หรือ Aluminum Sulfate อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ปุ๋ยเคมีที่อยู่ในรูปซัลเฟตอื่นๆ แทนก็ได้

เพิ่มปุ๋ยกระดูกป่น หรือซุปเปอร์ฟอสเฟต(0-20-0) รองก้นหลุม 1 ช้อนโต๊ะ/ต้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ต้นกุหลาบ

Red Eden(เร็ด อีเดน)
Red Eden(เร็ด อีเดน)

รดน้ำให้ชุ่ม เวลาที่ดีที่สุด คือ ช่วงเช้า ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน

ใส่ปุ๋ยสูตรที่มี N-P-K ครบ เช่น 15-15-15 หรือ 12-12-27 สลับกับ 15-0-0 เดือนละ 1 ครั้ง สลับกันทุกๆ 15-20 วัน ต้นละประมาณ 10-15 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)

ธาตุรอง ใส่แมกนีเซียมซัลเฟต (Mg) Epsom Salt ต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 2-3 เดือน

ธาตุเสริม หรือจุลธาตุ (Trace Element) เช่น เฟอร์ติล่อน คอมบี, เมตาโรเสท หรือโซลูท อย่างใดอย่างหนึ่ง ต้นละ 1 ช้อนชา ปีละ 2 ครั้ง (6 เดือนครั้ง)

HERITAGE(เฮอริเทจ)
HERITAGE(เฮอริเทจ)

ปุ๋ยชีวภาพ เช่น ปุ๋ยปลาหมัก, ปุ๋ยหอยเชอรี่หมักและปุ๋ยเลือดสัตว์ ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน (Humus Forming) ควรใส่ปีละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังตัดแต่งกุหลาบควรใส่ 1 ครั้ง

ปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยให้ดินร่วนซุย และการระบายน้ำดี ควรใส่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ในลักษณะเครื่องคลุมดิน (Mulching) หลังตัดแต่งครั้งหนึ่ง และก่อนเข้าฤดูฝนอีกครั้งหนึ่ง ใส่หนา 2-3 นิ้ว

กำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ กำจัดด้วยอิมิดาคลอพริด หรือโปรวาโด, ไรแดงกำจัดด้วย โอไมท์ หรือ ทอคออทูช ฉีดพ่นใต้ใบต่อเนื่อง 2 ครั้ง หลังจากฉีดน้ำใต้ใบทุกเช้า

ตัดแต่งกุหลาบเมื่อปลูกครบรอบ 1 ปีหลังหมดฤดูฝน หรือต้นฤดูหนาว ช่วยให้ต้นแตกกิ่งใหม่ที่สมบูรณ์ ดอกมีขนาดใหญ่

การตัดแต่งกุหลาบชนิดพุ่ม (Bush) นิยมตัดแต่ง แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

ตัดแต่งแบบเบา (Light Pruning) หมายถึง ตัดส่วนยอดหรือส่วนบนทิ้ง 1/3 หรือ 1/4 ของความสูงของต้น

ตัดแต่งแบบปานกลาง (Moderate Pruning) หมายถึง ตัดส่วนบนทิ้งประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของต้น หรือตัดทิ้งครึ่งต้น

ตัดแต่งแบบหนัก (Hard Pruning) หมายถึง ตัดส่วนบนทิ้งประมาณ 3/4 ของความสูง หรือตัดทิ้ง 3 ส่วน เหลืออยู่กับต้นเพียง 1 ส่วน การตัดแต่งแบบหนักไม่เหมาะกับประเทศเขตเมืองร้อน เพราะกุหลาบจะสูญเสียอาหารสะสมมาก จนทำให้กุหลาบตายได้

ทุกครั้งที่ทำการตัดแต่งจะต้องใช้เครื่องมือที่คมและสะอาด และหลังทำการตัดแต่งจะต้องฉีดพ่นยาป้องกันโรคพืช ภายใน 24 ชม. มิฉะนั้นอาจจะทำให้กุหลาบตายได้ และไม่จำเป็นจะต้องใช้ปูนทากิ่งที่ถูกตัดแต่อย่างใด

สอบถามเรื่องกุหลาบ : คุณจีระ ดวงพัตรา โทร.08-1883-6617, 08-1998-7230

ติดต่อสั่งซื้อ : คุณแก้ว โทร. 08-5448-8141

คุณเพชรโทร. 08-0121-8924

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/JiraRose

E-mail : lookkaew_jirarose@hotmail.com

lineID :  lookkaew_jirarose

คอลัมน์ : กุหลาบ

เรื่อง : นรากร ศรีพลาวัฒน์

tags: การปลูกกุหลาบ , การปลูกดอกกุหลาบ , วิธีปลูกกุหลาบ , วิธีปลูกดอกกุหลาบ , กุหลาบ , ดอกกุหลาบ

[wpdevart_like_box profile_id=”328462947197738″ connections=”show” width=”300″ height=”220″ header=”large” cover_photo=”show” locale=”th_TH”]