ปลูกมะระ มะระขี้นก มะระจีน ปลูกง่าย กำไรดี สร้างรายได้มั่นคง

โฆษณา
AP Chemical Thailand

การ ปลูกมะระ

หากพูดถึงผักที่มีรสชาติขม หลายท่านน่าจะคิดถึง “มะระ” เป็นอันดับแรกๆ มะระถึงแม้ว่าจะมีรสชาติที่ค่อนข้างขม แต่ก็มากด้วยประโยชน์ต่างๆ มากมาย เช่น ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค และช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็งต่างๆ, ช่วยทำให้ดวงตาสดใส, เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง, บำบัดและรักษาโรคเบาหวาน, ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

คุณเม่น อดีตนายทหาร ที่หันมาทำอาชีพเกษตรปลูกพืชผักแทนการปลูกข้าว หันมาปลูกพืชผักหมุนเวียนแทน ด้วยที่ดินทั้งหมด 2 ไร่ เริ่มตั้งแต่ปลูกผักกาดหอม แตงกวา มะระ และมาจบท้ายที่ผักคะน้า ซึ่งตรงนี้คุณเม่นย้ำว่าแต่ละปีจะปลูกไม่เหมือนกัน จะต้องดูราคาตลาดเป็นหลัก

หากช่วงไหนที่ราคาผักถูกก็จะเริ่มปลูกทันที เพราะเมื่อถึงช่วงที่ผักสามารถเก็บเกี่ยวได้ ผักก็จะมีราคาที่สูงขึ้น คุณเม่นจะใช้เทคนิคการดูราคาผักในตลาดก่อนปลูกผักทุกครั้ง เพื่อป้องกันการขาดทุน การปลูกผักแต่ละครั้งของคุณเม่นนั้นจะปลูกทีเดียวทั้งผืน เป็นชนิดพืชไป เพื่อง่ายต่อการจัดการ การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว แต่ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกในเรื่องของ “มะระ” เป็นหลัก

1.ปลูกมะระ มะระขี้นก มะระจีน ปลูกง่าย กำไรดี สร้างรายได้มั่นคง
1.ปลูกมะระ มะระขี้นก มะระจีน ปลูกง่าย กำไรดี สร้างรายได้มั่นคง

การเก็บเกี่ยวผลผลิต และ ราคา มะระ

คุณเม่นยอมรับว่า “มะระ” นั้นสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายมีด สูงสุด 30 มีด ซึ่งการตัดแต่ละครั้งสามารถให้น้ำหนักได้มากถึง 400-500 กิโลกรัม โดยมะระจะให้ผลผลิตดีที่สุดในช่วงมีดที่ 10-15 หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดจำนวนลงในมีดท้ายๆ

นอกจากนี้การตัดมะระในแต่ละครั้งนั้นจะต้องตัดในช่วงเวลากลางคืน หรือเช้ามืด เนื่องจากผลมะระจะมีความแข็งมากกว่าตอนกลางวัน เมื่อตัดมะระแล้วจะต้องทำการคัดขนาดเพื่อบรรจุลงถุง โดยแบ่งออกเป็นหน้า 3, 4, 5 ตามขนาด จากนั้นบรรจุลงถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม

ซึ่งผลผลิตมะระทั้งหมดนั้นคุณเม่นและภรรยาจะเป็นคนนำไปขายเองที่ตลาดสี่มุมเมือง เนื่องจากจะได้ราคาที่ดีกว่า เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 15-20 บาท ซึ่งราคานี้เกษตรกรสามารถเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ได้อย่างสบาย

โฆษณา
AP Chemical Thailand
2.มะระจีนคุณภาพ-ผลใหญ่-ยาว-เนื้อหนา-ตลาดต้องการ
2. มะระจีน คุณภาพ-ผลใหญ่-ยาว-เนื้อหนา-ตลาดต้องการ

สายพันธุ์มะระ มะระจีน

มะระในเมืองไทยมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ เช่น

  • มะระขี้นก มีลักษณะผลป้อมเล็ก มีรสขมมาก ผิวขรุขระ เป็นหนามแหลม เนื้อบาง ปลูกง่าย ผลดก
  • มะระย่างกุ้ง เป็นพันธุ์ที่ได้จากประเทศพม่า ผลเล็ก ยาว ผิวขรุขระ เป็นหนามแหลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. เป็นมะระที่มีรสดี
  • มะระจีน มีผู้นำพันธุ์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาเผยแพร่ ผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-8 ซม. เนื้อหนา ผลสีเขียวอ่อน รสดี ขมเพียงเล็กน้อย
  • มะระสองพี่น้อง เป็นมะระที่กลายพันธุ์ไปจาก มะระจีน ผลมีลักษณะเช่นเดียวกับ มะระจีน มีปลูกในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น
3.คุณเม่น-เจ้าของสวนมะระ-จ.นนทบุรี
3.คุณเม่น-เจ้าของสวนมะระ-จ.นนทบุรี

จะ ปลูกมะระ หัวใจคือต้องเลือกดู วัน เวลา ในการเก็บเกี่ยว

ปัจจุบันเกษตรกรหันมา ปลูกมะระ มากขึ้น เนื่องจากมะระสามารถขายได้ราคาที่ค่อนสูง โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เนื่องจากในช่วงนี้ ปลูกมะระ ได้ค่อนข้างยาก ด้วยสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ส่งผลให้ต้นแคระแกร็น ยอดไม่เดิน ทำให้ได้ผลผลิตที่ค่อนข้างน้อย ผลผลิตจึงมีราคาสูง

ดังนั้นหากเกษตรกรท่านใดสนใจ ปลูกมะระ เรื่องของวัน เวลา ในการเก็บเกี่ยวจึงมีความสำคัญมาก เพราะหากผลผลิตออกมาในช่วงที่ราคาตกต่ำ เกษตรกรก็สามารถขาดทุนได้ง่ายนั่นเอง

4.แปลงมะระ
4.แปลงมะระ
ยอดมะระที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมสำหรับการออกผล
ยอดมะระที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมสำหรับการออกผล

ขั้นตอนการ ปลูกมะระ

คุณเม่นยอมรับว่ามะระเป็นพืชที่ปลูกไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เริ่มต้นจากการเตรียมเมล็ดพันธุ์ คุณเม่นจะเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ มะระจีน ของ ศรแดง เบอร์ 16 เนื่องจากรูปทรงสวย ตรง ยาว หัวและท้ายเสมอกัน ตาห่าง ผิวหนา น้ำหนักดี เป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ราคาดีตามไปด้วย

  • ซึ่งพื้นที่ 2 ไร่นี้ จะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ทั้งหมด 2 กระป๋อง จะได้ต้นพันธุ์ 1,000 ต้น จากนั้นเริ่มต้น ปลูกมะระ โดยการเตรียมดิน คุณเม่นจะทำการไถพรวนดิน ยกร่องน้ำ และใส่ปุ๋ยคอก เน้นขี้หมู และกากถั่ว เพื่อปรับสภาพดิน
  • จากนั้นจะเริ่มทำค้าง โดยใช้ไม้ไผ่ และเอ็นตาข่าย ซึ่งการทำค้างนั้นสามารถทำได้ 2 แบบ คือ แบบจั่ว และแบบกล่อง ซึ่งคุณเม่นเลือกที่จะใช้แบบกล่อง เนื่องจากจะให้ปริมาณมะระที่มากกว่า และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานกว่าแบบจั่วนั่นเอง
  • เมื่อได้เมล็ดพันธุ์มาแล้วจะเริ่มต้นการเพาะเมล็ด โดยการนำเมล็ดทั้งหมดแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นนำเมล็ดมาหุ้มด้วยผ้าเพื่อให้สะเด็ดน้ำนาน 3-4 วัน เป็นการอบ ซึ่งในช่วงที่อบ เกษตรกรจะต้องคอยเปิดดูเมล็ดพันธุ์ทุกวัน หากมีเมล็ดที่งอกออกมาแล้วก็นำมาชำในถาดหลุม
  • จากนั้นประมาณ 5 วัน เมล็ดงอกก็จะเริ่มขึ้นต้น เมื่อต้นมะระได้ 2 ใบ ก็จะนำมาลงหลุมปลูกทันทีโดยมีระยะการปลูก 60×60 เซนติเมตร ซึ่งคุณเม่นจะเลือกปลูกในระยะชิด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มาก แต่ย้ำว่าหากปลูกในฤดูฝนจะต้องปลูกห่าง 1×1 เมตร เพื่อระบายความชื้น
5.มะระคุณภาพเกิดจากการดูแลที่ดี
5.มะระคุณภาพเกิดจากการดูแลที่ดี

การใส่ปุ๋ยและน้ำต้นมะระ

เมื่อลงปลูกต้นกล้าแล้วจะต้องดูเรื่องของการให้น้ำ โดยจะให้น้ำเฉพาะในช่วงที่ดินแห้งเท่านั้น จะไม่ให้น้ำมาก จากนั้นต้องฉีดพ่นยาฆ่าแมลง เพราะช่วงนี้จะมีเพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยขาว เป็นต้น เข้ามากัดกินต้นกล้า จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0 เพื่อบำรุงต้น

โดยใส่ในอัตราครึ่งช้อนโต๊ะ/ต้น ซึ่งใส่ปุ๋ยให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 1 คืบ จากนั้น 3-4 วัน จะเปลี่ยนมาให้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 อัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ/ต้น เมื่อต้นมะระเริ่มมีความสูงประมาณ 1 เมตร คุณเม่นจะเปลี่ยนจากการให้ปุ๋ยเป็นช้อนมาเป็นการหว่านแทน และสลับกับการให้อาหารทางใบเพื่อเริ่มดอก เมื่อต้นมะระมีอายุได้ประมาณ 20 วัน ก็จะเริ่มให้ผลผลิต ในช่วงนี้จะต้องให้น้ำบ่อยขึ้นทุกวัน เช้า-เย็นเพื่อให้ต้นสามารถเลี้ยงลูกได้ดี

โฆษณา
AP Chemical Thailand
6.มะระคุณภาพปลูกในสวนระบบร่องน้ำให้ผลผลิตที่ดี
6.มะระคุณภาพปลูกในสวนระบบร่องน้ำให้ผลผลิตที่ดี

การป้องกันกำจัดโรคและแมลงในมะระ

มะระจะสามารถเก็บเกี่ยวรอบแรกได้ก็ต่อเมื่อมีอายุประมาณ 45 วัน และจะสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 3 เดือน หากดูแลดี โดยเฉพาะเรื่องของโรคและแมลง เนื่องจากมะระจะเป็นพืชที่อ่อนแอต่อโรคและแมลงเป็นอย่างมากโดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดโรคใบไหม้ ซึ่งหากติดโรคแล้วจะลุกลามค่อนข้างเร็ว

7.ผลผลิตลูกใหญ่-ผลยาว-ตรง
7.ผลผลิตลูกใหญ่-ผลยาว-ตรง

 

ขอขอบคุณข้อมูล คุณ เม่น เลขที่  55/3 หมู่ 5 ขุนศรี ไทรน้อย นนทบุรี