คุณวิโรจน์ลงแปลง ข้าวปลอดสารพิษ
คุณวิโรจน์ลงแปลง ข้าวปลอดสารพิษ

การผลิตข้าวอินทรีย์

หากพูดถึง “ ข้าว ” นั้น เชื่อว่าทุกท่านคงจะบริโภคเป็นประจำแทบทุกมื้อเลยก็ว่าได้ แต่ข้าวทั่วไปที่บริโภคอยู่ทุกวันนั้นเป็น ข้าวปลอดสารพิษ ที่มีความปลอดภัยจากสารพิษและสารเคมีหรือไม่ ?

1.ข้าวมะลิแดง
1.ข้าวมะลิแดง

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้กระแสข้าวอินทรีย์เพื่อสุขภาพเติบโตอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชาวนาจำนวนมากหันมาผลิตข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เพื่อเป็นหนทางการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ตลอดจนช่วยให้เกษตรกรเองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

2.คุณวิโรจน์ระหว่างสัมภาษณ์
2.คุณวิโรจน์ระหว่างสัมภาษณ์

เทคนิคการปลูกข้าวอินทรีย์

ทีมงานขอแนะนำเกษตรกรเมืองช้าง คุณวิโรจน์ พวงประโคน สมาชิกกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่ จ.สุรินทร์ มาเผยเทคนิคการทำข้าวอินทรีย์หรือข้าวออร์แกนิคทุกขั้นตอน พร้อมทั้งเคล็ดลับในการลดต้นทุนการผลิตในแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ชนิดที่เรียกว่าลดต้นทุนได้อย่างชัดเจน รวมถึงการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าสู่ OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ส่วนรายละเอียดต่างๆ จะเป็นอย่างไรนั้นติดตามได้เลย

";

คุณวิโรจน์ประกอบอาชีพทำนามาโดยตลอด และยึดแนวทางการทำนารูปแบบอินทรีย์ปลอดสารพิษเรื่อยมา เพราะเห็นว่าการปลูกข้าวอินทรีย์นั้นดีต่อผู้ปลูก และดีต่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นหนทางที่ชาวนาอย่างตนจะสามารถอยู่ได้ในการประกอบอาชีพทำนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนผู้บริโภคเองก็ได้รับประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น ถึงแม้จะรู้ว่าผลผลิตไม่มากก็ตาม แต่เขาเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าขอให้ต้นทุนต่ำ เขาก็จะอยู่ได้อย่างไม่ลำบากอย่างแน่นอน

3.คุณวิโรจน์ลงแปลงข้าว
3.คุณวิโรจน์ลงแปลงข้าว

สภาพพื้นที่ปลูกข้าว

ปัจจุบันใช้พื้นที่ 15 ไร่ ปลูกข้าวอินทรีย์พันธุ์มะลิแดงโดยใช้วิธีการหว่านแห้ง ต่อมาคุณวิโรจน์กล่าวว่า “การปลูกข้าวไม่ว่าจะเป็นข้าวพันธุ์อะไรก็แล้วแต่ให้ประสบผลสำเร็จนั้น หลักๆ ขึ้นอยู่กับการเตรียมดิน และการดูแลเอาใส่ใจในแปลงนา เมื่อดินดีแล้ว ผลผลิตก็เพิ่มขึ้นตามมา”

หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ ถั่วพร้ามาปลูกในแปลงนา หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ จะมีการไถกลบถั่วพร้า เพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดินแบบปุ๋ยพืชสด เมื่อไถกลบเสร็จแล้วก็เข้าสู่การหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว และไถพรวนอีกรอบ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้เป็นขึ้นตอนการเสริมสร้างแร่ธาตุสารอาหาร และการบำรุงดินให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง และนี่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มผลผลิตข้าวนั่นเอง

4.ต้นข้าว
4.ต้นข้าว
เลี้ยงหมูไว้เป็นปุ๋ย
เลี้ยงหมูไว้เป็นปุ๋ย
น้ำหมัก
น้ำหมัก

การบำรุงดูแลต้นข้าว

หลังจากข้าวเริ่มทั้งท้องแล้ว ฉีดน้ำฮอร์โมนที่ได้จากมูลสุกรให้ทั่วแปลงนาเพื่อช่วยให้ต้นข้าวแข็งแรงสมบูรณ์ เติบโตได้เต็มที่ จากการใช้ฮอร์โมนขี้หมูนี้ทำให้ข้าวมีค่าความสมบูรณ์ถึง 53% เมื่อเทียบกับข้าวของชาวบ้านทั่วไป มีค่าความสมบูรณ์ของข้าวเพียงแค่ 40% ซึ่งมีความแตกต่างอย่างชัดเจน

ส่วนองค์ความรู้ในการผลิตฮอร์โมนขี้หมูนั้น เกิดจากการประสบการณ์ที่ได้จากการอบรมศึกษาดูงานจากภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสุรินทร์ ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ให้ใช้ฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นเอง  เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนในการทำนา  ซึ่งวิธีการทำน้ำฮอร์โมนขี้หมูนั้นจะนำขี้หมูไปหมักในถัง 200 ลิตร เมื่อหมักได้ครบระยะเวลาที่กำหนดก็จะนำไปฉีดในแปลงนาต่อไป

คุณวิโรจน์กล่าวว่าการลดต้นทุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่ชาวนาทุกคนต้องคำนึงถึง เพราะถ้าหากต้นทุนการผลิตสูง แต่ผลผลิตที่ได้นั้นกลับสวนทางกัน ก็จะทำให้ชาวนานั้นอยู่ได้ยาก คุณวิโรจน์บอกว่าในเรื่องของต้นทุนการทำนาของเขาใน 1 ไร่นั้นมีค่าใช่จ่ายเพียงแค่ 450 บาท/ไร่ เป็นค่าจ้างไถกลบ 200 บาท/ไร่ และไถหว่าน 250 บาท/ไร่ และในส่วนของปุ๋ยก็ใช้ฮอร์โมนขี้หมูที่ผลิตขึ้นเอง ส่วนพันธุ์ข้าวที่ปลูกเป็นของตัวเองที่ได้คัดไว้ในฤดูกาลที่ผ่านมาดังนั้นจากค่าใช้จ่ายที่น้อยนิดส่งผลให้เขาคนนี้มีกำไรในการทำนาในแต่ละครั้งค่อนข้างสูงกว่าเพื่อนชาวนาด้วยกัน

การใส่ปุ๋ยจำนวนเยอะๆ ใช่ว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิต ยิ่งใส่มากค่าใช้จ่ายก็ยิ่งสูงขึ้นมาก แต่ผลผลิตกลับเท่าเดิม สู้เราเรียนรู้ดิน ปรับบำรุงดินให้ดินดี ทำความเข้าใจในการใช้ปุ๋ย ลด ละ เลิก ใช้สารเคมี เท่านี้ชาวนาก็ลดต้นทุนได้ แถมยังได้ข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อไร่อยู่ที่ 550 กก./ไร่ และเคยได้มากถึง 800 กก./ไร่ ส่วนราคาขายตันละ 20,000 บาท เพียงเท่านี้ก็ทำให้ชาวนาอยู่ได้อย่างสบายๆ แล้ว” คุณวิโรจน์กล่าว

5.พื้นที่สาธิตในการทำเกษตรอินทรีย์
5.พื้นที่สาธิตในการทำเกษตรอินทรีย์

การจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่

คุณวิโรจน์ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่ ในปี 2551ที่ผ่านมาโดยมีคุณนักสิทธิ์ อุ่นจิต เป็นประธานกลุ่ม และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มมาตั้งแต่ปี 2549 ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการผลิตข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพ และส่งเสริมเกษตรกรในกลุ่มทำนาในรูปแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลด ละ เลิก ใช้สารเคมี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น

รวมทั้งต้องการทำข้าวอินทรีย์ในพื้นที่  เป็นสินค้าโอทอป (OTOP)ให้มีชื่อเสียง  รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าในการแปรรูปข้าวต่างๆ  เพื่อสร้างรายได้อีกช่องทางให้กับสมาชิกในกลุ่มของตน

ซึ่งปัจจุบันทางกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่แห่งนี้มีสมาชิกทั้งหมด 72 ราย และมีพื้นที่ทำนาอินทรีย์กว่า 200ไร่ และมีการปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งข้าวมะลิแดง หอมมะลิ 105 เป็นต้น ทั้งนี้ทางกลุ่มฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากเกษตรจังหวัดในส่วนของโรงสีข้าวกล้อง รวมไปถึงเครื่องสุญญากาศ เพื่อใช้ในการแพ็คข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้ของกลุ่มฯ รวมไปถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ และการจัดหาตลาดจากสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.สุรินทร์

จากการที่เข้าร่วมกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่แห่งนี้ คุณวิโรจน์เผยว่า “ทำให้ตนเองมีรายได้มากขึ้นจากหลายช่องทาง ทั้งการจำหน่ายข้าวอินทรีย์ และการแปรรูปข้าว เช่น กะหรี่พัฟ เต้าหู้ที่ได้จากน้ำข้าวกล้องงอก และกำลังจะทำคุกกี้จากข้าวเพิ่มขึ้น แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผมดีขึ้นมากแล้ว”

6.จมูกข้าวของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ทำขึ้นมา
6.จมูกข้าวของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ทำขึ้นมา ข้าวปลอดสารพิษ ข้าวปลอดสารพิษ ข้าวปลอดสารพิษ 

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายข้าวอินทรีย์

ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายสินค้าของกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักด้วยกัน

1.จำหน่ายตามสถานที่หน่วยงานต่างๆ ของรัฐ เนื่องด้วยทางเกษตรจังหวัดสุรินทร์ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากทางกลุ่มฯ จึงได้มีการหาตลาดรองรับให้กับทางกลุ่มฯ ดังนั้นทางเกษตรจังหวัดฯ จึงมีการจัดสรรสถานที่ตามหน่วยงานต่างๆ ของรัฐในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้ทางสมาชิกในกลุ่มฯ ได้นำสินค้าต่างๆ ออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการโปรโมทสินค้าของทางกลุ่มอีกด้วย

2.ออกบูธและการจัดนิทรรศการ ทางกลุ่มจะมีการเดินทางไปจัดบูธและจัดงานนิทรรศการให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวนาในการทำข้าวอินทรีย์ออร์แกนิค รวมถึงการนำสินค้าของกลุ่มไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอีกหนึ่งช่องทาง ในส่วนของราคาข้าวอินทรีย์ OTOP สุรินทร์นั้น มีราคาอยู่ที่ 40 บาท/กก. และจมูกข้าวขายในราคา 100 บาท/กก. “ล่าสุดได้มีการเดินทางไปออกงานที่อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งในงานมีประชาชนจำนวนมากที่ให้ความสนใจข้าวอินทรีย์ของกลุ่ม และสินค้าต่างๆ ของกลุ่ม” คุณวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย

7.คุณวิโรจน์ถ่ายรูปกับโรงสีที่ใช้สีข้าวมะลิแดง
7.คุณวิโรจน์ถ่ายรูปกับโรงสีที่ใช้สีข้าวมะลิแดง ข้าวปลอดสารพิษ ข้าวปลอดสารพิษ ข้าวปลอดสารพิษ 

ฝากถึงพี่น้องชาวนา ที่สนใจปลูก ข้าวปลอดสารพิษ

คุณวิโรจน์ฝากถึงพี่น้องชาวนา “ทำนามันไม่จนหรอกครับ ถ้าเรายึดคำของในหลวงท่าน นั่นก็คือ เศรษฐกิจพอเพียง 1 ไร่ ปลูกทุกอย่างที่กินได้ อีก 1 ไร่ เป็นบ่อน้ำเลี้ยงปลา และอีก 1 ไร่ ปลูกเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนที่เหลือก็ปลูกข้าวในรูปแบบอินทรีย์ ถ้าทำได้ 100% ชีวิตคุณจะเป็นเปลี่ยนทันที จากสุขภาพไม่ค่อยจะดีก็จะดีขึ้นโรคภัยแทบไม่กล้าเข้าใกล้ ที่สำคัญควรคำนึงถึงต้นทุนการผลิตในแต่ละฤดูกาลด้วย

จะได้รู้ว่าตัวเองมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ทำแล้วกำไรหรือขาดทุน เพราะถ้าชาวนาเน้นแค่ผลผลิตเป็นที่ตั้ง แต่ต้นทุนมากมาย จะหากำไรจากที่ไหน ฉะนั้นสิ่งที่ชาวนาควรคำนึง อันดับแรก คือ ลดต้นทุน เพื่อความอยู่รอดในอาชีพชาวนาต่อไปนั่นเอง

ขอขอบคุณ คุณวิโรจน์ พวงประโคน สมาชิกกลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่

อ้างอิง : นิตยสารข้าวเศรษฐกิจ ฉบับที่ 49

สนับสนุนโดย