3.สวนปาลฺ์มเดมิลานที่แซมด้วยข้าวโพดพร้อมกับปลูกยางพารา
3.สวนปาลฺ์มเดมิลานที่แซมด้วยข้าวโพดพร้อมกับปลูกยางพารา

ลุงดาว เกษตรกรเมืองเลย ปลูก ปาล์ม “เดมิลาน” แบบผสมผสาน การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำของลูกหลานเกษตรกร คงถูกมองเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับสังคมไทยในยุคนี้ เหลือเพียงคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ เท่านั้น ที่ยังคงทำการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง นานทีปีหน หรือช่วงเทศกาลเท่านั้น ลูกหลานจึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดอีกครั้ง

1.ลุงดาวและลูกชายกับผลผลิตปาล์มเดมิลาน
1.ลุงดาวและลูกชายกับผลผลิตปาล์มเดมิลาน

จุดเริ่มต้นการปลูกยางพารา

คุณวิเชียร ชัยทรงฤทธิ์ หรือลุงดาว ที่ในอดีตต้องเดินทางเข้ากรุงเพื่อหางานทำจนสมดั่งใจหมาย ได้ทำงานในตำแหน่งพ่อครัวในโรงแรมชื่อดัง แม้การทำงานจะมีรายได้เป็นเงินเดือนทุกเดือน แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่ค่อนข้างสูง ทำให้ต้องมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ จึงมีเวลากลับมาเยี่ยมครอบครัวที่บ้านเกิดได้ไม่นานก็ต้องรีบกลับ การดำเนินชีวิตจึงวนเวียนอยู่อย่างนี้มานานหลายสิบปีที่มีเวลาจำกัด จึงต้องมองหาอาชีพที่มั่นคง สามารถทำงานได้ตลอด แม้มีอายุมากขึ้น และยังมีที่ดินอยู่ 20 กว่าไร่ ในจังหวัดเลย จึงตัดสินใจลาออกจากงาน หันหน้าเข้าสู่การทำเกษตรอย่างเต็มตัว พร้อมๆ กับการศึกษาข้อมูลการปลูกพืชให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ประจำที่เป็นรายวัน รายเดือน และรายปี

เมื่อหันหลังให้กลับกรุงเทพเพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ลุงดาวก็ได้บุกเบิกพื้นที่ปลูกยางพาราจำนวน 500 ต้น ควบคู่กับการเลี้ยงปลาดุกที่ต้องเลิกเลี้ยงในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีที่ดินบางส่วนที่ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังโดยไม่ต้องดูแลอะไรมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่บุกเบิกใหม่ จนครบรอบปลูกพืชครั้งต่อไปก็เริ่มใช้ปุ๋ยเคมีมาตลอด พอนานวันไปซัก 5-6 ปี ผลผลิตที่เคยได้ค่อยๆ ลดลง หน้าดินเริ่มแข็งตัว ซึ่งเป็นผลพวงที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน พอฝนตกดินจึงไม่ซับน้ำ ทำให้น้ำไหลผ่านไปหมด จนเป็นสาเหตุทำให้น้ำท่วมในช่วงเวลาที่ผ่านมาเพราะการใช้สารเคมี ต่อมาลุงดาวจึงได้หันมาปลูกพืชอินทรีย์ ที่เป็นไปตามความคาดหมายว่าการใช้สารอินทรีย์ชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยฟื้นฟูดินให้มีชีวิต บำรุงดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก มีไส้เดือน ระบบธรรมชาติดีขึ้น จึงเน้นปลูกพืชด้วยระบบอินทรีย์ให้มากขึ้น และลดการใช้ปุ๋ยเคมีให้น้อยลง

2.ลุงดาวกับต้นปาล์ม-1-ปี-8-เดือน
2.ลุงดาวกับต้นปาล์ม-1-ปี-8-เดือน

สภาพพื้นที่ปลูกปาล์มแบบผสมผสาน

หลังจากนั้นลุงดาวก็เริ่มปลูกข้าวโพด ข้าวเหนียว ที่เว้นระยะห่างในการปลูกแต่ละแปลงไว้ที่ 5-10 วัน เพื่อให้ข้าวโพดสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากข้าวโพดใช้เวลาเพียง 2 เดือนครึ่ง ก็สามารถหักฝักข้าวโพดต้มขายที่ตลาด สร้างรายได้ 300-400 บาท/วัน ขายส่งให้กับแม่ค้าในตลาด จะมีรายได้ 1,000 บาท/วัน ถ้าขายส่งให้แม่ค้าได้มากขึ้นก็จะมีรายได้ต่อวันที่เพิ่มขึ้น สำหรับรายได้รายเดือนก็คือ การปลูกปาล์มน้ำมัน “เดมิลาน” ซึ่งเป็นปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ดี เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง เพราะก่อนจะตัดสินใจปลูกปาล์มสายพันธุ์นี้ ก่อนจะทุ่มเม็ดเงินลงไปก็ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องปาล์มน้ำมันพอสมควร ต้องตระเวนไปดูสวนปาล์มในพื้นที่ใกล้เคียง สวนปาล์มในจังหวัดเลย สถานีทดลองพืชไร่ ไปดูสายพันธุ์ปาล์ม และสวนปาล์มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมกับการปลูกปาล์มในเมืองเลย จนได้มาพบกับปาล์มน้ำมันสายพันธุ์เดมิลาน ได้เห็นกับตา จึงเกิดความมั่นใจ และตัดสินใจปลูกปาล์มน้ำมันจำนวน 200 ต้น บนเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ด้วยระบบอินทรีย์เป็นหลัก ตลอดจนมีการดูแลสวนปาล์มตามคำแนะนำของเจ้าของสายพันธุ์มาตลอด ขณะนี้ปาล์มน้ำมันมีอายุประมาณ 1 ปี 8 เดือน ปลูกในระยะ 7×7 เมตร ที่มีการแทงทะลายทิ้งเพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ก่อน แล้วยังปลูกข้าวโพดเป็นพืชแซมสร้างรายได้ เมื่อต้นปาล์มมีอายุครบ 3 ปี ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน สามารถตัดปาล์มได้ทุกๆ 15 วัน หรือ 2 ครั้ง/เดือน ซึ่งจะเป็นรายได้รายเดือนในอนาคตข้างหน้า ส่วนรายได้รายปีนั้นลุงดาวจะปลูกข้าวโพดในระบบอินทรีย์ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น

3.สวนปาลฺ์มเดมิลานที่แซมด้วยข้าวโพดพร้อมกับปลูกยางพารา
3.สวนปาลฺ์มเดมิลานที่แซมด้วยข้าวโพดพร้อมกับปลูกยางพารา

การบริหารจัดการสวนยางพาราแบบผสมผสาน

นอกจากนี้ยังมีสวนยางพาราอายุ 10 ปี จำนวน 500 ต้น ที่สามารถเปิดกรีดขายได้มากว่า 2 ปีแล้ว ยางพาราอายุ 4 ปี จำนวน 300 ต้น เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลูกไม้ผลไว้ทานเอง และเป็นของฝากให้กับแขกที่มาเยือนโดยไม่ต้องซื้อ ปลูกให้มีกินตลอดทั้งปี ทั้งเงาะ มะม่วง ฝรั่ง กระท้อน ลิ้นจี่ ลำไย เป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ไม่ปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า หรือที่เรียกว่า “ไร่นาสวนผสม”

“ถ้าให้ผมเลือกปลูกปาล์มกับยาง ในชั่วโมงนี้ผมเลือก ปาล์ม เพราะปาล์มทำงานตอนกลางวัน ไม่เหมือนยางต้องกรีดยางตอนกลางคืน ต้องกรีดทุกวัน หน้าฝนต้องรีบกรีดหนีฝน แย่งหยอดน้ำกรดแข่งกับฝน มันเป็นงานที่หนักพอสมควร ช่วงนี้ราคายางตกต่ำ ไม่มีใครรวยเพราะยาง เราจ้างกรีดแบ่งกับลูกจ้าง เอาเงินไปซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่สวนยางอีก สู้ปาล์มไม่ได้ ทำงานตอนกลางวัน 15-16 วัน ตัดขายได้ มีเวลาพักผ่อน ผมมั่นใจปาล์มพันธุ์นี้ 100% เพราะเป็นปาล์มสายพันธุ์ใหม่ หากินเก่ง ทั้งทางราก และทางใบ ทรงต้นตรงเหมือนถังน้ำมัน ให้น้ำมันสูง เรากล้าลอง ไม่ลองไม่รู้ ตั้งแต่ปลูกปาล์มก็เจริญเติบโตดี ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจให้ชีวิตทุกชีวิต เพราะให้พลังงานก็เท่ากับให้ชีวิตเรา ต่อไปวัตถุดิบในประเทศจะหมดไป ต้องพึ่งวัตถุดิบจากต่างประเทศมาใช้ เราทำเกษตรมันอิสระ อยู่กับธรรมชาติ ตอนนี้ต่อให้เงินเดือน 20,000-30,000 บาท/เดือน ก็ไม่สน ผมสนแค่ตอนแก่ตัวใครจะมาจ้างผม แล้วชีวิตการเป็นกุ๊กมันไม่ได้อยู่กับที่ ลูกเมียผมอยู่ที่นี่ แต่ผมอยู่กรุงเทพฯ ใส่สูททำงานในห้องแอร์บนโรงแรม 3 เดือน กลับมาเยี่ยมบ้านครั้งเดียว ได้นอนที่บ้านแค่คืนเดียวก็ต้องรีบกลับ เพราะความรับผิดชอบเราสูง ลางานก็ยาก ลาเยอะไม่ได้ มันทำให้เราห่างเหินครอบครัวเกินไป หาความอบอุ่นในครอบครัวไม่ได้” ลุงดาวเผยถึงเส้นทางชีวิตของการทำงานในเมืองกรุง

ก่อนหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน แม้จะไม่มีเงินเดือน แต่การปลูกพืชให้มีเงินรายวัน รายเดือน และรายปี ได้ รับรองว่าไม่มีทางจน สามารถประคับประคองชีวิตและครอบครัวให้อยู่รอดได้ เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สานต่อการทำเกษตรต่อจากพ่อแม่โดยไม่ต้องบากหน้าไปทำงานในเมืองกรุง มีรายได้ต่อเนื่อง มีความสนิทสนมและสมานฉันท์ในครอบครัว เหมือนในอดีตที่วัฒนธรรมของคนภาคอีสานที่เคยทำกันมา คือ ทำไร่ ทำนา อยู่กับพ่อแม่ ยามเจ็บไข้ได้ป่วยมีลูกหลานคอยดูแล ไม่ปล่อยให้ครอบครัว หรือปู่ ย่า ตา ยาย อยู่บ้านตามลำพังเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

4.พิ้นที่ปลูกปาล์มเป็นที่ราบสูงบนภูเขา
4.พิ้นที่ปลูกปาล์มเป็นที่ราบสูงบนภูเขา

รายได้จากผลผลิตข้าวโพด และกรีดยางพารา

ลุงดาวยอมรับว่าการทำเกษตรของตนในวันนี้เป็นแบบพี่เลี้ยงน้อง มีรายได้จากการขายข้าวโพด และกรีดยางพารา เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการปลูก ปาล์ม เลี้ยงต้นปาล์มน้ำมันให้เจริญเติบโต เพราะปาล์มกินจุ ต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ที่จะทำให้การทำเกษตรแบบผสมผสานอยู่รอดบนพื้นฐานเกษตรเชิงอินทรีย์ ที่ให้ผลผลิตเชิงปริมาณและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

สนใจแลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิเชียร ชัยทรงฤทธิ์ ที่อยู่ 21 ม.4 บ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมืองเลย จ.เลย 42000 โทร.08-3353-6909

สนับสนุนโดย