การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้
การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้

ติดต่อโฆษณา 094-656-9897 พลังเกษตร

การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้ ในห้องมืด ไม่ทำให้กลายพันธุ์ ประยูรออร์คิด

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ “คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ” มีพันธกิจในการดำเนินการและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในเชิงระบบ ทั้งในด้านการปรับปรุงและบุกเบิก เพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ในปี 2558 สนช. สนับสนุนโครงการด้านนวัตกรรมผ่านโครงการ แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย และทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม จำนวนทั้งสิ้น 75 โครงการ ให้กับผู้ที่มีศักยภาพในการคิดค้น “นวัตกรรม (Innovation)” หรือ สิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม

ในส่วนของวงการไม้ดอกไม้ประดับมีเกษตรกรหัวก้าวหน้าหลายรายที่สามารถคิดค้นแ
ละต่อยอดนวัตกรรมและได้รับทุนสนับสนุนจาก สนช. เพื่อนำนวัตกรรมนั้นๆ ไปต่อยอดทางธุรกิจ และนำไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างต่อไป

เช่นเดียวกับ ประยูรออร์คิด ผู้ผลิตกล้วยไม้ฟาแลนอปซิสเพื่อการส่งออก และแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้มาตรฐานยุโรป ทันสมัยที่สุดของประเทศ กำลังการผลิตปีละ 18 ล้านต้น

ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพ จาก โครงการนวัตกรรมดี..ไม่มีดอกเบี้ย ของ สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านนวัตกรรมการผลิตกล้วยไม้ในห้องมืด และนวัตกรรมการส่งออกทางเรือ ทำให้ลดต้นทุนได้ถึง 85%

คุณประยูร พลอยพรหมมาศ
คุณประยูร พลอยพรหมมาศ

 

เราลองมาดูวิธีคิดของ ประยูร พลอยพรหมมาศ เจ้าของ ประยูรออร์คิด ว่าเขามีกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออย่างไร พร้อมกับขออัพเดตความเคลื่อนไหวปัจจุบันของ “เซียน” ผลิตกล้วยไม้ฟาแลนอปซิสไปพร้อมกันในครั้งนี้

กว่า 3 ทศวรรษของประยูรออร์คิดที่ยืนหยัดอยู่ในธุรกิจเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟาแลนอปซิสเพื่อการส่งออก ที่ยืนอยู่ได้เพราะเขามีไอเดียและฝีมือเป็น “อาวุธ” ในการดำเนินธุรกิจ คือ กลยุทธ์การ “ลดต้นทุน” การผลิตนั่นเอง เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประยูรออร์คิดขึ้นชื่อเรื่องการขยายพันธุ์กล้วยไม้ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่ความไม่ธรรมดาของแล็บแห่งนี้คือ กล้ารับประกันว่าไม่เกิดการกลายพันธุ์แน่นอน..!!

เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องมืด เป็นนวัตกรรมที่ประยูรคิดค้นขึ้นมาเอง สามารถลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ถูกลง เนื่องจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ด้วยเทคนิคนี้จะอยู่ในห้องมืดจะใช้เวลากว่า 60-70% ของกระบวนการนั้น

“เราจึงคิดค้นนำนวัตกรรมนี้มาใช้เพื่อลดพลังงาน ลดต้นทุนการผลิต เพราะไม่ต้องใช้แสง และภายในห้องมืด 1 ห้องสามารถบรรจุได้หลายแสนขวด ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดวางเนื่องจากเราไม่ต้องใช้แสงเลย ต่างจากการใช้แสงที่ต้องจัดเรียงขวดให้กล้วยไม้ทุกต้นได้รับแสงสม่ำเสมอ

“ที่สำคัญเทคนิคนี้ช่วยให้กล้วยไม้ไม่เกิดการกลายพันธุ์ ประยูรออร์คิดรับประกันการกลายพันธุ์ให้แก่ลูกค้าด้วย” ประยูรพูดถึงความแตกต่างระหว่างการขยายพันธุ์กล้วยไม้แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทั่วไปและการใช้เทคนิคขยายพันธุ์ในห้องมืด

อีกทั้งเทคนิคดังกล่าวยังช่วยย่นระยะเวลาในการขยายจำนวนได้เป็นอย่างดีกล่าวคือ การนำไว้ในห้องมืดจะทำให้ข้อกล้วยไม้ยืดยาวเร็วขึ้น เนื่องจากต้นไม้ใช้คลอโรฟิลในการสังเคราะห์แสง หากไม่มีแสงลำต้นจะยืดยาว เมื่อข้อยาวทำให้สามารถขยายจำนวนได้เร็วขึ้น ก็เป็นการลดต้นทุนการผลิตลงอีกทางหนึ่ง

ถ้าเป็นแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทั่วไปจะใช้แสงนีออนกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตตามกำหนดวันหรือช่วงอายุกล้วยไม้ แต่ประยูรออร์คิด “คิดมุมกลับ” กระตุ้นด้วยสารอาหารธรรมชาติร่วมกับสารเคมี ใช้สารอาหารควบคุมการเติบโตของพืช แม้พืชจะไม่ถูกแสงก็สามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี และปัจจุบันมีเพียงประยูรออร์คิดเท่านั้นที่ใช้เทคนิคนี้กับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟาแลนอปซิส

การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้ ใช้ขวดพลาสติกแทนขวดแก้ว
การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้ ใช้ขวดพลาสติกแทนขวดแก้ว

 

อย่างไรก็ตามการลดต้นทุนของประยูรออร์ไม่ได้มีเฉพาะส่วนของแล็บเท่านั้น แต่ยังมีนวัตกรรมที่ช่วยลดต้นทุนให้แก่ลูกค้าด้วย ได้แก่ เทคโนโลยีการใช้ขวดพลาสติกแทนขวดแก้ว และ นวัตกรรมการขนส่งทางเรือแทนการส่งทางเครื่องบิน

ปกติการส่งออกไม้ขวดมักส่งแบบขวดแก้ว และด้วยในอดีตมีการขนส่งทางเครื่องบิน(Air Freight) ทำให้ต้นทุนการขนส่งต่อขวดสูงถึง 250 บาท

ตัวอย่างปัญหาของประเทศบราซิล คือ การนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมีค่าขนส่งแพง ค่าใช้จ่ายสูง แม้ว่าลูกค้าจะมีศักยภาพและมีกำลังการซื้อสูง แต่จากปัญหาดังกล่าวทำให้ประยูรออร์คิดต้องนำกลับมาคิดใหม่จนเกิดเป็นนวัตกรรมการส่งออกทางเรือสามารถแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ในที่สุด

ดังตัวอย่างการส่งออกกล้วยไม้ไปประเทศบราซิล ขวดแก้ว 1 ขวด ค่าขนส่งเครื่องบินประมาณ 7 เหรียญ คิดเป็นเงินสกุลไทยประมาณ 250 บาท หากต้องการ 10,000 ขวด เท่ากับ 70,000 เหรียญ หรือประมาณ 2,500,000 บาท ใช้เวลาขนส่ง 30 วัน

แต่ปัจจุบันด้วยนวัตกรรมการขนส่งทางเรือ ตู้คอนเทนเนอร์ติดแอร์ และการใช้ภาชนะพลาสติกแทนขวดแก้ว เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายการขนส่งได้ถึง 85% (จากประมาณ 2,500,000 บาท เหลือเพียง 375,000 บาท) และใช้เวลาขนส่ง 40 วัน แต่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาต้นทุน

ที่สำคัญคุณภาพไม่แตกต่าง เนื่องจากภาชนะพลาสติกได้ผ่านการออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งขนาดและรูปทรง และเมื่อได้รับขวดจากโรงงานแล้วจะนำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงแกมมาก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

“ผมว่าลูกค้ามีแต่ได้กับได้ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายราคาค่าขนส่งให้กับลูกค้าลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง เนื่องจากขวดพลาสติกมีน้ำหนักเบา ที่สำคัญการเจริญเติบโตของต้นกล้วยไม้ไม่แตกต่างกันกับภาชนะขวดแก้ว

“จากจุดนี้เองทำให้ประเทศแถบยุโรป อเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำเข้า จะสามารถนำเข้าได้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นผลดีทั้งสองฝ่าย” ประยูรพูดถึงข้อดีของเทคโนโลยีการใช้ขวดพลาสติกแทนขวดแก้ว และ นวัตกรรมการขนส่งทางเรือแทนการส่งทางเครื่องบิน

ด้วยไอเดียอันเป็นประโยชนนี้ทำให้ประยูรออร์คิดได้รับรางวัลนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ จากโครงการนวัตกรรมดี..ไม่มีดอกเบี้ย ของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่สนับสนุนเงินอุดหนุนในรูปแบบของการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับโครงการนวัตกรรมที่อยู่ในระยะเริ่มต้นสู่กระบวนการปฏิบัติจริง ซึ่งประยูรออร์คิดได้รับ 2 รางวัล ดังนี้

นวัตกรรมการผลิตในห้องมืด ลดการกลายพันธุ์
นวัตกรรมการผลิตในห้องมืด ลดการกลายพันธุ์

 

นวัตกรรมการผลิตในห้องมืด ประโยชน์คือ ลดใช้พลังงาน ลดการสูญเสีย เพิ่มผลผลิต และลดการกลายพันธุ์

นวัตกรรมการส่งออกทางเรือ ประโยชน์คือ ลดต้นทุนในการขนส่งจากปกติได้ถึง 85% และส่งกล้วยไม้ได้ไม่จำกัดจำนวนขวด

นับจากนั้นเป็นต้นมาแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อภายใต้ชื่อ “ประยูรออร์คิด” มีการเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 18 ล้านต้น/ปี โดยมีตลาดส่งออก 95% และ 5% ต่อยอดสร้างโรงเรือนกล้วยไม้ผลิตต้นฟาแลนฯ ส่งออก ส่วนเกรดที่เหลือจากการส่งออกจะเลี้ยงทำดอกขายในประเทศ

“ผมกำลังไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย เราต้องมาดูว่าประเทศอินเดียมีเงื่อนไขในการนำเข้าต้นไม้อย่างไรบ้าง เพราะกล้วยไม้ขวดเราไม่มีปัญหาสามารถส่งออกได้ทั่วโลก จึงต้องการต่อยอดเป็นการส่งออกต้นกล้วยไม้ แต่ก็พบเจอปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ภาษีแพง, ปัญหาเรื่องเครื่องปลูก การกักกันพืชของอินเดีย เรื่องการปลอดโรคและแมลงไม่มีปัญหา

“เพราะกฎระเบียบของทุกประเทศมีช่องว่างเสมอเพียงแต่เราจะหาช่องว่างนั้นเจอหรือไม่  ดังนั้นเราต้องรู้กฎระเบียบของประเทศลูกค้าและเราสามารถทำตามได้ไหม..ในขั้นตอนต่างๆ

“ในที่สุดก็สามารถส่งขายต้นกล้วยไม้ได้สำเร็จ ตอนนี้เราได้เริ่มเปิดประตูไปทีละบาน ทีละบาน

ยิ่งเราได้รับรางวัลนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ จากโครงการนวัตกรรมดี..ไม่มีดอกเบี้ย ของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติมา ช่วยให้นวัตกรรมการขนส่งออกกล้วยไม้ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยชำระในส่วนของดอกเบี้ยที่เราลงทุนไป ตรงนี้เป็นประโยชน์กับเรามาก และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร หรือผู้ผลิต SME ต่างๆ ด้วย” ประยูรพูดถึงความสำคัญและแนวคิดของการขยายตลาดส่งออก และประโยชน์จากได้รับรางวัลนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ จากโครงการนวัตกรรมดี..ไม่มีดอกเบี้ย ของ สนช.

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักของประยูรออร์คิดก็คือ รับจ้างผลิตกล้วยไม้ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นพันธุ์จากลูกค้าต่างประเทศกว่า 90% ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ทำการค้ายาวนาน ส่วนอีก 10% เป็นต้นพันธุ์ที่ประยูรหาสายพันธุ์เองจากงานโชว์กล้วยไม้ต่างๆ

 

ใช้สารอาหารควบคุมการเติบโตของพืช แม้พืชจะไม่ถูกแสงก็สามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี
ใช้สารอาหารควบคุมการเติบโตของพืช แม้พืชจะไม่ถูกแสงก็สามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี

 

กระบวน การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้ ฟาแลนอปซิส

ระยะเวลาใน การ เพาะ เลี้ยง เนื้อเยื่อ กล้วยไม้ ทั้งหมดประมาณ 1.5-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของกล้วยไม้ เทคนิคในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สูตรอาหารสังเคราะห์ และสภาพแวดล้อม

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ฟาแลนฯ นิยมใช้ก้านช่อดอก ใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี หากเป็นส่วนปลายยอดหรือลำต้นจะผลิตได้เร็วกว่าใช้เวลาเพียง 1.5 ปี

เลือกใช้สูตรอาหารแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ เช่น กล้วยไม้สกุลฟาแลนอปซิส ดอกขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ จะใช้สูตรหรือสารอาหารในการเลี้ยงต่างกัน ดังนั้นชนิดพันธุ์กล้วยไม้ที่ลูกค้าส่งมา เราต้องนำมาทดสอบสูตรอาหารก่อนเสมอ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายทั้งตัวสินค้าและเสียเวลา ปัจจุบันประยูรออร์คิดมีสูตรอาหารในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อประมาณ 40-60 สูตร

ต่อจากนั้นเข้าสู่กระบวนการเลี้ยงในห้องมืด จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงต้นพืชมีสีขาว ข้อยืดยาวขึ้น เมื่อครบกำหนดการเปลี่ยนถ่ายอาหารจะนำต้นพืชมาตัดเป็นท่อน เพื่อเพิ่มจำนวนต้นให้มากขึ้น ทุกๆ 2 เดือน

หลังจากผ่านขั้นตอนการเพาะเลี้ยงในห้องมืดแล้วจะนำมาอยู่ในห้องที่มีแสงธรรมชาติ เปิดแอร์ปรับอุณหภูมิที่ 27-28 องศาเซลเซียส ส่วนใหญ่จะเป็นกล้วยไม้เมืองหนาว เพื่อให้พืชปรับตัว แข็งแรง ก่อนการส่งออก โดยตั้งอุณหภูมิตามประเทศของลูกค้าหรือตามลูกค้าต้องการ

การบรรจุขวดขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ อย่างเช่น กล้วยไม้ฟาแลนอปซิส 1 ขวด บรรจุ 25 ต้น มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 50-55% นอกนั้นเป็นกล้วยไม้ซิมบิเดียม มิลโทเนีย อิพิเดนดรัม แกรมมาโตฟิลลัม และออนซิเดียม

การแพ็คกิ้งเพื่อส่งออก แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบแบรูท (base root)  และแบบไม่แบรูท (non base root)

ประยูรออกตัวว่ายังใหม่ในวงการด้านการปลูกเลี้ยง เพราะส่วนใหญ่เน้นทำส่งออก ระยะแรกใช้เปลือกสนนำเข้าจากนิวซีแลนด์ตามที่หลายๆ ประเทศใช้กัน ต่อมาระยะหลังเริ่มมาทดลองใช้กาบมะพร้าวสับที่ผ่านระบวนการทำความสะอาด กำจัดสารแทนนิน หรือสารฝาด และใส่สารเคมีธาตุอาหารต่างๆ เรียนรู้ด้วยตนเอง ประมาณ 1 ปี จึงประสบความสำเร็จ

กรณีแบบแบรูท วัสดุปลูกที่เขาเลือกใช้ เช่น สแฟกนั่มมอสที่นำเข้าจากชิลี, เปลือกสนนำเข้าจากนิวซีแลนด์  และกาบมะพร้าว  เนื่องจากหาง่าย ราคาถูก และกล้วยไม้โตเร็ว ด้วยเหตุนี้ทำให้ประยูรออร์คิดมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า ขายให้กับลูกค้าถูกกว่าเมื่อเทียบกับไต้หวัน หากปลูกด้วยสแฟกนั่มมอสก็ยังถือว่าถูกกว่าประมาณ 60%

 

ภาชนะพลาสติกออกแบบมาโดยเฉพาะกล้วยไม้
ภาชนะพลาสติกออกแบบมาโดยเฉพาะกล้วยไม้

 

กลยุทธ์การตลาด

“การสั่งซื้อปัจจัยการผลิตต่างๆ ไม่มีปัญหา สินค้าทุกอย่างที่เราซื้อจากลูกค้าไม่มีคำว่าเครดิต การที่เราไม่ขอเครดิตใครกลายมาเป็นจุดแข็งของเรา เพราะเราจ่ายแต่เงินสด เขาจะบริการเราเต็มที่

“ส่วนธุรกิจแล็บ ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าล่วงหน้าได้ เช่น ลูกค้านำพันธุ์ก้านช่อดอกเป็นร้อยก้าน เราตกลง..รออีก 2 ปี จัดส่งไปให้ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินก่อนเลย ลูกค้าก็แฮปปี้” ประยูรพูดถึงข้อดีในการดำเนินธุรกิจแบบไม่ใช้เครดิต แต่ให้เครดิตกับลูกค้า

แนวคิดนี้ถือว่าเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของประยูรออร์คิด แต่ด้วยมาตรฐานและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าที่ทำต่อเนื่องยาวนานกว่า 35 ปี ทำให้ลูกค้าไว้วางใจและเชื่อมั่นในตัวบริษัทของเขานั่นเอง

 

ประยูรออร์คิดได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจปัจจุบันหรือไม่..??

กลุ่มลูกค้าของประยูรออร์คิด ตลาดใหญ่อยู่ที่อเมริกา ยุโรป และอเมริกาใต้ เช่น บราซิล เป็นต้น ที่เหลือเป็นตลาด ญี่ปุ่น อิสราเอล  รียูเนียน และออสเตรเลีย

“ผลกระทบของเราแทบจะไม่มี อาจมีกระทบบ้างเล็กน้อยไม่ร้ายแรง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่สั่งออเดอร์ล่วงหน้ามาหลายปีแล้ว หมุนเวียนกันมาเรื่อยๆ จึงไม่กระทบต่อผลระยะยาว

“เราไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างประเทศ แม้ว่าในเมืองไทยก็มีแล็บอีกหลายที่ แต่ลูกค้าเขาเป็นลูกค้าในประเทศ แล้วในประเทศส่วนใหญ่จะขายต้นติดดอกซึ่งตลาดเราไม่ใช่ตรงนั้น ถึงบอกว่าผลกระทบเราไม่มี

“จะมีก็แต่ปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงาน ยังต้องรับสมัครแรงงานอยู่ เนื่องจากผลิตสินค้าให้ลูกค้าไม่ทัน” ประยูรพูดถึงรูปแบบธุรกิจของเขาและสาเหตุที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากนัก

จากคำบอกเล่าของประยูรที่คลุกคลีอยู่ในวงการกล้วยไม้ฟาแลนอปซิสมากว่า 35 ปี พบว่ากล้วยไม้สกุลฟาแลนฯยังคงเป็นพระเอกไม่เปลี่ยนแปลง นับวันยิ่งมากขึ้น โดยเปรียบเทียบตลาดญี่ปุ่นเมื่อ 25 ปีที่แล้ว สัดส่วนกล้วยไม้ มีฟาแลนฯอยู่มากถึง 30% ซิมบิเดียม 30% และนอกนั้นเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์อื่นๆ

“ปัจจุบันคนญี่ปุ่นหากนึกถึงกล้วยไม้จะนึกภาพเป็นฟาแลนอปซิส ถ้าบอกแล้วซิมบิเดียมล่ะ เขาบอกไม่ใช่กล้วยไม้ ที่จริงก็คือกล้วยไม้นั่นแหละ สายพันธุ์อื่นเขาบอกเป็นดอกไม้ทั่วไป ไม่ได้นึกภาพว่าเป็นกล้วยไม้  ผู้ประกอบการทุกคนจะเข้าใจดี แตกต่างกับทางยุโรปยังแบ่งสายพันธุ์ชัดเจนเป็นปกติ เพราะเป็นตลาดใหญ่”

“ปัจจุบันเปิด AEC  เราต้องขยันไปสังเกตการณ์ว่ามีใครไปเปิดตลาดที่ไหนบ้าง และทำแล้วเป็นอย่างไร เช่น เมียนมามาเลเซีย และเวียดนาม หลังจากที่สังเกตแล้วพบว่าไม่มีนักลงทุนกล้วยไม้ไทยเลย

“ผมจึงคิดว่านี่คือโอกาสที่ท้าทายการลงทุน มองลู่ทางไว้ที่ปักซอง ประเทศลาว เป็นพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200-1,500 เมตร เปิดฟาร์มกล้วยไม้ฟาแลนอปซิส”  เจ้าของประยูรออร์คิดพูดถึงแผนการตลาดในอนาคต

จากการสนทนาประยูรมักพูดเสมอว่า การลดต้นทุน เป็นเรื่องสำคัญ สิ่งนี้กลายเป็นบุคลิกของผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นแนวทางใหม่สำหรับพัฒนาสินค้าเดิมให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น

แม้การค้นพบนวัตกรรมเป็นเรื่องดีและยิ่งใหญ่ แต่มันก็อาจเกิดขึ้นได้ยากและไม่บ่อยครั้งนัก บางทีเพียงแค่การค้นพบหนทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาก็อาจจะเป็นเครื่องมือที่ดีพอสำหรับแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ถ้าคิดให้ลึกซึ้งมากขึ้น เรียนรู้ และหมั่นแสวงหาโอกาส เราอาจจะได้พบช่องทางดีๆ ที่ช่วยให้พบช่องทางการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่ดีกว่าก็เป็นได้

 

ขอขอบคุณ

คุณประยูร พลอยพรหมมาศ

ประยูรออร์คิด 9 ม.11 ถ.รังสิต-นครนายก คลอง 11 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี 12170

โทร.0-2904-0027, 0-2905-9936

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช. : NIA)

73/2 ถนน พระรามที่ 6 แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 0-2017-5555

[wpdevart_like_box profile_id=”328462947197738″ connections=”show” width=”300″ height=”150″ header=”small” cover_photo=”show” locale=”th_TH”]