ลูก ไก่ดำ
ลูก ไก่ดำ

ติดต่อโฆษณา 027454552 พลังเกษตร

“ ไก่ดำ ” สัตว์เศรษฐกิจอนาคตไกล ที่หลายท่านอาจยังไม่คุ้นเคย ยังไม่มีโอกาสได้รู้จักหรือเข้าถึง และอาจมองข้าม ซึ่งจริงๆ แล้ว ไก่ดำเป็น Niche Market เป็น Rare Item และเปรียบเสมือน “สังข์ทอง” ได้ถอดรูปเงาะป่า กลายเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม ที่มีผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดเฉพาะมีความต้องการสูง และบริโภคอย่างต่อเนื่องมาช้านาน

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า “เนื้อไก่” คือ สุดยอดแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่มาจากเนื้อสัตว์ และแทบไม่น่าเชื่อว่า เนื้อจากไก่ดำนี่แหละ คือ “โภชนาการบําบัด” ชั้นเลิศ และตามตำราจีนถือเป็นเมนูโปรดของ “ฮ่องเต้” โดยมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า ไก่ดำมีกรดอะมิโนเกือบ 10 ชนิด, มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีโปรตีนมากกว่าไก่ประเภทอื่นๆ ถึง 22.17% แต่มีไขมันต่ำกว่าไก่ประเภทอื่นถึง 5.5 เท่า

ทั้งนี้เนื้อไก่ดำที่ผ่านกระบวนการเลี้ยงที่ได้คุณภาพจากฟาร์มเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน นำไปประกอบอาหาร เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับบำรุงร่างกาย เหมาะเป็นโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือแม้แต่เด็ก  ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับหลัก คือ การกินเพื่อการป้องกันและรักษาโรค จึงไม่แปลกใจที่เนื้อของไก่ดำมักจะถูกนำไปปรุงยา

และแปรรูปเป็นอาหารชั้นเลิศ  อาทิ  ไก่ดำตุ๋นยาจีน, ไก่ดำผัดขิง  หรือไก่ดำทอดกระเทียม เป็นต้น  จึงทำให้เนื้อไก่ดำมีมูลค่าสูงกว่า และราคาซื้อขายในตลาดผู้บริโภคสูงกว่าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่โดยทั่วไป เพราะถูกยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์พรีเมียมนั่นเอง

1.ครอบครัวคุณนิคม-สุขมารถ-เจ้าของฟาร์มไก่ดำ
1.ครอบครัวคุณนิคม-สุขมารถ-เจ้าของฟาร์มไก่ดำ

จุดเริ่มต้นการเลี้ยง ไก่ดำ

และเมื่อถามถึงฟาร์มเลี้ยง ไก่ดำ ที่ดีที่สุด ได้คุณภาพมาตรฐานที่สุด และครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันเห็นจะไร้ซึ่งคู่แข่งและผู้ท้าชิง คงต้องยกอันดับ 1 ให้กับ บริษัท ฟาร์ม ไก่ดำ (กาญจนบุรี) จำกัด บริหารโดย คุณนิคม สุขมารถ  ซึ่งได้สืบทอดกิจการของครอบครัว  และดำเนินธุรกิจฟาร์มเลี้ยง ชำแหละ และจำหน่าย ไก่ดำ – ไก่ไทย-ชิ้นส่วนไก่ (ปัจจุบันทำครบวงจร) มากว่า 30 ปีแล้ว

บริษัท ฟาร์ม ไก่ดำ (กาญจนบุรี) จำกัด หรือ Black Chicken Farm (BCF) สำหรับจุดเริ่มต้น คุณนิคมกล่าวย้อนความเป็นมาให้ทีมงานนิตยสารสัตว์บกทราบว่า ย้อนไปประมาณปี พ.ศ.2532 สมัยคุณพ่อทำฟาร์มปศุสัตว์ เคยเลี้ยงหมูป่า และสัตว์เศรษฐกิจอีกหลายชนิด กระทั่งมาประสบความสำเร็จที่การเลี้ยง ไก่ดำ

โดยส่วนตัวคุณนิคมคลุกคลีกับการช่วยเตี่ย (คุณพ่อ) ดูแลกิจการมาตั้งแต่สมัยเรียน และแม้จะไม่ได้จบมาตรงสายเกษตรและปศุสัตว์ แต่ก็ได้สะสมประสบการณ์จากเตี่ย (คุณพ่อ) มาโดยตรง ซึ่งตนเองขณะนั้นทำหน้าที่ช่วยดูแลเรื่องการตลาด การส่งขายลูกค้า

รวมไปถึงติดต่อนำเข้าห้างสรรพสินค้า ถือเป็นธุรกิจส่วนตัวที่แตกไลน์และแยกออกจากหน้าฟาร์มของคุณพ่อ  จึงกล่าวได้ว่า  ธุรกิจ  “ไก่ไทย  3  สายพันธุ์”  ได้เริ่มต้นอย่างจริงจังในยุคสมัยของ คุณนิคมกับคุณเกรียงไกร (น้องชาย)

“ผมเริ่มทำธุรกิจสานต่อจากคุณพ่อ ค่อยๆ ขยับขยายจนกระทั่งต่อยอดในการผลิต ผลิตภัณฑ์จำหน่ายชิ้นส่วนไก่ออกสู่ตลาดห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศ ได้แก่ แม็คโคร เทสโก้โลตัส บิ๊กซี และตลาดเยาวราช กรุงเทพฯ จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าเตี่ยของผมได้เสียไปร่วม 7 ปีแล้ว แต่เรายังคงเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ของเตี่ย (คุณพ่อ) บริหารฟาร์มไก่ดำต่อไป เพื่อให้ความฝันและความตั้งใจของเตี่ย (คุณพ่อ) ยังคงอยู่ต่อไป”

“เตี่ย (คุณพ่อ) เคยสอนผมเสมอว่าทำอะไรก็ได้ที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน และทำแล้วเราจะได้เงิน แต่ต้องทำให้ประสบความสำเร็จด้วย”

2.โรงเรือนไก่ดำ
2.โรงเรือนไก่ดำ

สภาพพื้นที่เลี้ยง ไก่ดำ

เมื่อพูดถึง “ไก่ดำ” ชั้นเลิศของโลกนั้น คุณนิคมกล่าวว่ามาจาก 3 ประเทศ ได้แก่ มองโกเลีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของฟาร์มฯ นั้นเพาะเลี้ยงไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย ไขว้กับอินโดนีเซีย ภายในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  (จำแนกเป็น 2 ฟาร์มเลี้ยง)  และภายใต้ระบบการเลี้ยงแบบปิด  (จำนวน 14 โรงเรือน) ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองโดยกรมปศุสัตว์

สำหรับมาตรฐานการรับรองของ บริษัท ฟาร์มไก่ดำ (กาญจนบุรี) จำกัด ตลอดจนรวมไปถึงโรงเชือด (ของตนเอง) และกระบวนการผลิตครบวงจร โดยทั้งหมดได้รับมาตรฐานการรับรองโดยกรมปศุสัตว์ และอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ใบอนุญาตประกอบการ, ใบเคลื่อนย้าย, GMP, HACCP)

“ฟาร์มฯ ของเราเน้นจำหน่าย Product สำเร็จรูป กล่าวคือ ไม่ได้ขายลูกพันธุ์ โดยในฟาร์มฯ ไก่ดำ เราได้แบ่งการบริหารจัดการ โดยมีในส่วนของการเพาะเลี้ยงพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ มีในส่วนของโรงฟัก-โรงไก่เกิด และมีในส่วนของฟาร์มเลี้ยง สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ของฟาร์มฯ การันตีคุณภาพเป็นเนื้อไก่อนามัย สะอาด ปลอดภัย ผ่านการรับรองโดยกรมปศุสัตว์

เริ่มจากผลิตภัณฑ์ไก่ดำของเราจะมีลักษณะสีดำทั้งตัว เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ และเครื่องในสีดำออกเทา ตรงตามสเปคของตลาดและผู้บริโภค เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ไก่ไทย หรือไก่ 3 สาย ซึ่งจะมีเนื้อสีขาวนวลอมสีเหลือง เมื่อนำไปประกอบอาหารเนื้อจะนุ่ม หวาน หนังบาง อร่อย น่ารับประทาน” คุณนิคมกล่าวเสริมถึงจุดเด่นผลิตภัณฑ์

3.ให้อาหารและน้ำไก่ดำ
3.ให้อาหารและน้ำไก่ดำ

การบริหารจัดการฟาร์ม ไก่ดำ         

เมื่อถามถึงการบริหารจัดการฟาร์มฯ รวมถึงเทคนิคการเลี้ยงอย่างไรให้ไก่เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง ตรงตามสเปค และความต้องการของตลาดนั้น คุณนิคมเปิดเผยว่าการเลี้ยงไก่จะต้องดูแลเอาใจใส่ในการเลี้ยง การทำความสะอาดภาชนะ อุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณโรงเรือน และบริเวณใกล้เคียง

โดยจะมีการฆ่าเชื้อโรคทุกวัน ลักษณะโรงเรือนจะต้องระบายอากาศได้ดี ป้องกันลมโกรก หรือฝนสาด และด้านหน้าโรงเรือนจะต้องมีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับจุ่มเท้าก่อนเข้าโรงเรือน เป็นต้น

นอกจากนี้ภายในฟาร์มฯ ยังมีการให้วัคซีนป้องกันโรคไก่ที่สำคัญตามโปรแกรมหรือระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไก่ทุกตัวในฟาร์มฯ จะต้องได้รับอาหาร และน้ำที่สะอาดและเพียงพอไว้ให้กินตลอดทั้งวัน และจะต้องคอยเปลี่ยนน้ำทุกวัน และให้อาหารทุกเช้า-เย็น

4.ทีมงานคาร์กิลล์และครอบครัวคุณนิคม
4.ทีมงานคาร์กิลล์และครอบครัวคุณนิคม

ข้อดีของผลิตภัณฑ์อาหารของ คาร์กิลล์

สำหรับเคล็ดลับซึ่งไม่ลับ  แต่มีความสำคัญมากต่อผลผลิตไก่  นั่นคือ  ทางฟาร์มฯ  ได้ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารของทาง “คาร์กิลล์” ซึ่งเราได้ร่วมทำธุรกิจกับ บริษัท คาร์กิลล์ สยาม จากัด (โภชนาการอาหารสัตว์) มาเป็นระยะเวลา 13 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ ปี พ.ศ.2549-ปัจจุบัน โดยเราได้ใช้อาหารสูตรพิเศษที่ได้คิดค้นร่วมกับทางคาร์กิลล์

-เป็นอาหารที่มีคุณภาพ

-มีการแลกเนื้อที่ดี

-มีขนาดเม็ดอาหารที่เหมาะกับช่วงอายุของไก่แต่ละรุ่น

-มีปริมาณข้าวโพดที่มากกว่าสูตรอาหารไก่ทั่วไปถึง 2 เท่า

“ผมรู้จักกับคาร์กิลล์สมัยช่วงที่เริ่มหันมาเลี้ยงไก่ไทย ซึ่งย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสมัยเตี่ย (คุณพ่อ) จะใช้อาหารของบริษัทยักษ์ใหญ่รายหนึ่งมาโดยตลอด ส่วนเหตุผลที่เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์อาหารของคาร์กิลล์ จำได้ว่ามีเซลล์ของทางคาร์กิลล์เข้ามาหาเรา สวัสดีทักทาย แนะนำตัว และพูดคุยถึงการบริหารจัดการในฟาร์มฯ ของเรา ลักษณะคล้ายแลกเปลี่ยนข้อมูล แชร์ประสบการณ์

จากนั้นทีมงานคาร์กิลล์เข้ามาหาเราอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้เสนอขายสินค้า แต่มาศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำฟาร์มเลี้ยงไก่ หลังจากนั้นเราจึงเกิดความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง และอยากเปรียบเทียบการใช้สินค้าของคาร์กิลล์ และของแบรนด์ยักษ์ใหญ่รายเดิมด้วย

หลังจากนั้นจึงเริ่มทดสอบการให้อาหาร โดยเซลล์ของทางคาร์กิลล์ก็มานั่งสังเกตการณ์ เก็บข้อมูล ไปพร้อมๆ กับเราถึงหน้าฟาร์มในแต่ละวันๆ ร่วมกันวิเคราะห์ เก็บข้อมูลการเลี้ยงให้จบในแต่ละคอร์ส ซึ่งไก่ไทยต้องเลี้ยง/คอร์ส ระยะเลี้ยง 90 วัน  ซึ่งทีมงานคาร์กิลล์ช่วยเราเก็บข้อมูลวิเคราะห์ผลการเลี้ยง  ทั้งเปรียบเทียบการให้อาหารของตัวเอง  และของแบรนด์เดิม และสังเกตผลการเจริญเติบโตและอัตราการตายไปพร้อมๆ กันอย่างใกล้ชิด

หลังจากทดสอบใช้อาหารคาร์กิลล์  ไก่ไทยในฟาร์มฯ  เราเจริญเติบโตได้ดีกว่าจริงๆ  และอัตราการตายน้อยกว่าของ แบรนด์เดิมอีกด้วย ทั้งๆ ที่เลี้ยงรุ่นเดียวกัน เลี้ยงโรงเรือนติดกัน และคนงานที่เลี้ยงก็เป็นคนๆ เดียวกัน ซึ่งมันคือจุดเปลี่ยน และตัดสินใจร่วมธุรกิจกับคาร์กิลล์จวบจนทุกวันนี้ คุณนิคมบอกเล่าถึงความประทับใจกับ “คาร์กิลล์”

คุณนิคมกล่าวต่อว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้อาหารของทางคาร์กิลล์เป็นสูตรอาหารที่ตอบโจทย์เหมาะสมกับไก่ดำ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันระยะเลี้ยง 42 วัน พอดิบพอดี ได้น้ำหนักแต่ละตัวกว่า 1 กก. และสามารถจับเชือดได้เลย (มีโรงเชือดของตนเอง)

5.ลูก ไก่ดำ
5.ลูก ไก่ดำ

การฟักไข่

ทั้งนี้หัวใจสำคัญของการเลี้ยงไก่ดำ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่พ่อแม่พันธุ์ที่ดี รวมถึงขั้นตอนการ “กกไข่-ฟักไข่” ในโรงฟัก-โรงเกิด ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

สำหรับมาตรฐานก่อนฟักเป็นตัวนั้น คุณนิคมอธิบายเข้าใจง่ายๆ คือ ใช้เวลา 18 วัน อยู่ในโรงฟัก โดยผ่านขั้นตอน คือ กลับไข่ พลิกไปมาจำนวน 5 ครั้ง/วัน เพื่อให้ตัวอ่อนไม่ติดเปลือกข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งหลังจาก 18 วัน ลูกไก่จะเจาะเปลือกออกมา ไม่เกินภายใน 3 วัน ต้องถีบตัวออกมาแล้ว (ถ้าเกิน 3 วัน ส่วนใหญ่จะตาย) ทั้งนี้ในฟาร์มฯ เฉลี่ยอัตราการฟักรอดสูงถึง 89% ซึ่งจริงๆ เกิน 80% ถือว่าประสบผลสำเร็จมากแล้ว

6.ไก่ดำพร้อมจับได้แล้ว
6.ไก่ดำพร้อมจับได้แล้ว

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่าย ไก่ดำ

ปัจจุบันโรงเชือดของ BCF ปริมาณการเชือดส่งจำหน่ายเพียงพอต่อความต้องการของตลาด (มีสต็อกไก่ดำแช่แข็งอีกส่วนหนึ่ง) ในส่วนกระบวนการแพ็คเกจจิ้ง ทุกขั้นตอนสะอาด ได้มาตรฐาน เช่น การล้างทำความสะอาดชิ้นส่วนไก่ ล้างเครื่องใน ฯลฯ ก่อนนำเข้าซีลอีกครั้ง

แพ็คด้วยเครื่องแพ็คสุญญากาศ ป้องกันอากาศเข้า ไม่ก่อให้เกิดเชื้อโรค และซีลถึง 2 ชั้น ภายใต้อุณหภูมิแช่แข็งที่ได้มาตรฐาน ก่อนนำบรรจุใส่กล่องเตรียมกระจายส่งให้กับตลาดเยาวราช และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ (เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร)

7.โรงเลี้ยงไก่ดำ
7.โรงเลี้ยงไก่ดำ

นโยบายของบริษัทฯ

ทั้งนี้นอกจากการทำธุรกิจฟาร์มไก่ดำ-ไก่ไทย-ชิ้นส่วนไก่ แล้ว การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) ซึ่งบริษัท ฟาร์มไก่ดำ (กาญจนบุรี) จำกัด ปัจจุบันได้ทำควบคู่และปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

โดยคุณนิคมเผยว่าเมื่อธุรกิจหรือกิจการประสบความสำเร็จยืนหยัดอยู่ได้แล้ว จึงได้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการทำธุรกิจไปช่วยเหลือสังคม ในรูปแบบการบริจาคทุนทรัพย์ สิ่งของ แก่ผู้ที่ยากไร้ หรือสถานที่ทุรกันดาร เป็นต้น หรือรวมไปถึงการใช้ความรู้ ความสามารถ การร่วมแรงจัดสร้าง อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก

สาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ไฟฟ้า-ประปา การซ่อมแซมโรงเรียน บ้านเรือนราษฎรให้กับเด็กๆ เยาวชน ชาวบ้าน และผู้ที่ขาดแคลน ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงความเจริญในด้านต่างๆ ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อปลูกฝังให้พนักงานของบริษัทฯ มีจิตใจเอื้อเฟื้อ ได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย

ซึ่งตามนโยบายของบริษัทฯ เราต้องการกระจายกำไร เป็น 3 ทาง ดังนี้

1.กำไรให้กับคู่ค้าของเรา (หมายถึง ผู้บริโภคสินค้าได้ทานสินค้าสด สะอาด รวมไปถึงผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบต่างๆ ให้เรา)

2.กำไรชีวิตให้พนักงานของเรา ในรูปแบบสวัสดิการต่างๆ

3.กำไรจากผลการดำเนินงานให้กับบริษัทฯ

ในตอนท้ายคุณนิคมยังได้กล่าวฝากด้วยว่า การบริโภคเนื้อไก่มีประโยชน์ เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ทั้งนี้อยากฝากถึงผู้บริโภคอยากให้บริโภคผลิตภัณฑ์ไก่ที่สด สะอาด ปลอดภัย โดยก่อนจะเลือกซื้อก็ให้ดูในเรื่องของมาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น สังเกตบรรจุภัณฑ์ วัน เดือน ปี และผู้ผลิตคือใคร ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างไรบ้าง ในส่วนรสชาติความอร่อย เป็นความพึงพอใจของผู้บริโภค ซึ่งก็ต้องตัดสินใจและจดจำแบรนด์นั้นๆ เอาไว้

ในส่วนของไก่ดำ ในฟาร์มไก่ดำ (กาญจนบุรี) ของเรามีระบบการบริหารจัดการเลี้ยงอย่างดี และมีมาตรฐานสากล การันตีผู้บริโภคมั่นใจได้ในการนำไปปรุงอาหาร ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ผู้บริโภคได้รับคุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นผลิตภัณฑ์ food safety 100% อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ

คุณนิคม สุขมารถ

บริษัท ฟาร์มไก่ดำ (กาญจนบุรี) จำกัด

ที่อยู่  300/13 ถ.แสงชูโตเหนือ ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000

โทร.034-515-999