ผลิตภัณฑ์พริกไทยดำและพริกไทยขาวปลอดเชื้อ สดจาก สวนพริกไทย
ผลิตภัณฑ์พริกไทยดำและพริกไทยขาวปลอดเชื้อ สดจาก สวนพริกไทย

การปลูกพริกไทย

พริกไทยในปัจจุบันถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และมีชื่อเสียงชนิดหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นกอบเป็นกำ แต่การจะทำพริกไทยให้ได้คุณภาพ และมีมาตรฐาน ถือเป็นเรื่องยากพอตัวเลยทีเดียว อีกทั้งพริกไทยยังเป็นเครื่องปรุงรส และพืชสมุนไพร ที่มีผลต่อสุขภาพ และสามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป

แต่ในปัจจุบันปริมาณการผลิตพริกไทยเพื่อส่งออกได้ลดน้อยลงมาก เนื่องจากพบเชื้อจุลินทรีย์อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง โดยการสำรวจคุณภาพพริกไทยตามท้องตลาดพบว่าพริกไทยปริมาณ 1 กรัม จะมีเชื้อจุลินทรีย์ 6.4×107 ในขณะที่มาตรฐานกำหนดให้มีจุลินทรีย์ไม่เกิน 104 เท่านั้น

ดังนั้นสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้ศึกษา พัฒนา และแนะนำให้เกษตรกรมีการผลิตพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์ โดยให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์ที่ ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นต้นแบบ และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจผลิตพริกไทยที่มีคุณภาพสู่ตลาดสากล

1.ต้นพริกไทยที่กำลังแตกพวงเริ่มให้ผลผลิต
1.ต้นพริกไทยที่กำลังแตกพวงเริ่มให้ผลผลิต
2.คุณณรงค์ศักดิ์-สุทราทิพย์-ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์
2.คุณณรงค์ศักดิ์-สุทราทิพย์-ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์ นำโดย คุณณรงค์ศักดิ์ สุทราทิพย์ ประธานกลุ่ม ซึ่งเดิมทีได้จัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ของเกษตรอำเภอ เนื่องจากคิดจะปรับปรุงจากการทำสวนผลไม้ที่ใช้แต่สารเคมี ให้ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี และลดต้นทุนได้บ้าง

คุณณรงค์ศักดิ์พร้อมคณะอาจารย์จึงได้ศึกษาดูงานในที่ต่างๆ เพื่อมาปรับปรุงแก้ไขในชุมชนของตน ในการรวมกลุ่มแรกๆ จะเป็นการรวมกลุ่มเพื่อทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิกกลุ่ม เนื่องด้วยในพื้นที่มีการใช้สารเคมีมาก ทำให้ดินแข็ง จึงจำเป็นต้องหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับสภาพดิน โดยมีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 20 ราย ราคาปุ๋ยต้นทุนกิโลกรัมละ 80 สต. แต่จะขายให้กับสมาชิกในกลุ่มกิโลกรัมละ 1 บาท ส่วนต่างที่เหลือจะเป็นเงินปันผลให้กับสมาชิกในกลุ่มต่อไป

3.โครงการผลิตพริกไทยดำปลอดเชื้อ
3.โครงการผลิตพริกไทยดำปลอดเชื้อ

การส่งเสริมปลูกพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์

ในขณะนั้นก็เริ่มมีสำนักงานเกษตรในอำเภอท่าใหม่ ได้มีการส่งเสริมการปลูกพริกไทยอย่างไรให้ปลอดภัยกับผู้บริโภค โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มาทำการทดลองวิจัยพริกไทย

เพราะตรวจพบว่าพริกไทยที่ผลิตออกมานั้นมีเชื้อราอะฟลาทอกซินอยู่ในปริมาณที่สูงกว่ากำหนด ซึ่งเชื้อราชนิดนี้มักพบเจอปนอยู่ในอาหารที่จะเจริญเติบโตอยู่บนเมล็ดข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง ถั่วลิสง พริกแห้ง กระเทียม ที่สามารถทนความร้อนสูง การทอด หรือต้ม ไม่สามารถทำลายสารนี้ได้ และเมื่อบริโภคอะฟลาทอกซินไปในจำนวนมากก็จะทำให้เกิดอาการท้องเดิน อาเจียน และถ้าสะสมมากๆ ก็จะเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ

โดยจะมีนักวิชาการเข้ามายังกลุ่มเพื่อเก็บตัวอย่างพริกไทยอย่างสม่ำเสมอตลอด 3 ปี และวิจัยแก้ปัญหาการเกิดเชื้อราอะฟลาทอกซินได้สำเร็จ ได้ข้อสรุปว่าสาเหตุการเกิดเชื้อราเป็นเหตุเพราะความชื้น ซึ่งปกติการตากพริกไทย ชาวบ้านเองจะใช้วิธีการตากแดด แต่ก็ยังหลงเหลือความชื้นอยู่ ประกอบกับภายในบ้านมีการเลี้ยงสัตว์ หรืออาจจะมีฝุ่นผงปลิวมาติดพริกไทย จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อขึ้น

4.เมล็ดพริกไทยสด
4.เมล็ดพริกไทยสด
เครื่องตีเมล็ดพริกไทย
เครื่องตีเมล็ดพริกไทย
เครื่องอบเมล็ดพริกไทย
เครื่องอบเมล็ดพริกไทย

ขั้นตอนการผลิตพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์จึงได้ผลิตพริกไทยที่มีคุณภาพขึ้นมา โดยได้รับความรู้ อุปกรณ์ ตู้อบ เครื่องมือ และกระบวนการผลิต ตลอดจนการแก้ปัญหาต่างๆ จากสถาบัน เพื่อพัฒนาสู่กระบวนการผลิตพริกไทยปลอดเชื้อ เพื่อสนับสนุนการส่งออกตามหลักของ GMP และ HACCP

พริกไทยดำ การผลิตพริกไทยดำแบบดั้งเดิม การเก็บพริกไทยจะต้องเก็บในระยะแก่ แต่ยังเขียวอยู่ คือ เก็บระยะหัวเหลือง เมื่อเก็บพริกไทยสดทั้งพวงนำไปผึ่งไว้ประมาณ 3 แดด และนำไปแยกเมล็ดออกจากก้านในโดยใช้เครื่อง และนำไปตากแดดโดยไม่ต้องแช่น้ำประมาณ 4 แดด โดยมีแผ่นตาข่ายพลาสติกรองรับบนพื้นดิน พื้นซีเมนต์ เมื่อแห้งแล้วก็นำมาคัดแยกพริกไทยเบา และพริกไทยดำ และบรรจุกระสอบเพื่อรอจำหน่าย

พริกไทยขาว การเก็บพริกไทยจะต้องเก็บในระยะสุกเต็มที่ โดยที่เมล็ดพริกไทยจะมีสีแดงสด เมื่อเก็บมาแล้วก็นำมาแยกเมล็ดจากก้านในโดยใช้เครื่อง และนำไปแช่น้ำเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้เปลือกยุ่ย นำมาใส่เครื่องตีเมล็ด ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปตากแดดประมาณ 2-3 แดด เมื่อแห้งดีแล้วนำใส่กระสอบ นี่คือกระบวนการดั้งเดิมของการผลิตพริกไทยขาว

กรรมวิธีผลิตพริกไทยปลอดเชื้อ

กรรมวิธีผลิตพริกไทยปลอดเชื้อ ขั้นตอนแรก คือ เมื่อเก็บพริกไทยสดมาจากต้นแล้วจะต้องนำมาแยกเมล็ดโดยใช้เครื่อง เมื่อแยกเมล็ดเสร็จแล้วจึงนำมาร่อนพริกไทย เพื่อให้ได้เมล็ดพริกไทยที่เสมอกัน นำไปล้างน้ำประมาณ 3-4 ครั้ง ระหว่างนั้นจะมีเมล็ดพริกไทยเบาอยู่ก็จะต้องตักออก และนำไปลวกในน้ำร้อนอุณหภูมิที่ 60-65oC เป็นเวลา 90 นาที ยกขึ้นมาใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ และเข้าตู้อบในอุณหภูมิ 55-60oC เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ก็จะได้พริกไทยปลอดเชื้อออกมา และนำมาบรรจุถุง ปิดสนิทระบบสุญญากาศ โดยพริกไทยปลอดเชื้อจะต้องมีเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่เกิน 100 cfu/g

5.ผลิตภัณฑ์พริกไทยปลอดเชื้อพร้อมจำหน่าย
5.ผลิตภัณฑ์พริกไทยปลอดเชื้อพร้อมจำหน่าย
ผลิตภัณฑ์พริกไทยดำและพริกไทยขาวปลอดเชื้อ สดจาก สวนพริกไทย
ผลิตภัณฑ์พริกไทยดำและพริกไทยขาวปลอดเชื้อ สดจาก สวนพริกไทย

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์

ปัจจุบันภายในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์เหลือพื้นที่การปลูกอยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ ซึ่งคุณณรงค์ศักดิ์คาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มปริมาณการปลูกพริกไทยมากขึ้น เนื่องจากราคาของพริกไทยมีการถีบตัวสูงขึ้นตลอด

โดยปีที่ผ่านมากลุ่มสามารถผลิตพริกไทย ทั้งระบบอบแห้ง และตากแดดธรรมดา ได้ทั้งหมดประมาณ 20-30 ตัน พริกไทยอบแห้งเชื้อจุลินทรีย์จะส่งจำหน่ายให้กับศูนย์ OTOP อย่างเดียว โดยผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐาน OTOP 5 ดาว ส่วนผลผลิตที่ตากแห้งจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหน้าสวน

ในกลุ่มวิสาหกิจปีนี้ไม่ได้มีการอบแห้งพริกไทย เนื่องจากราคาพริกไทยตากแห้งธรรมดาที่สูงมาก ที่ราคาพริกไทยดำอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 370 บาท ซึ่งถ้าผ่านกระบวนการอบแห้งแล้วจะราคาสูงถึง 430-450 บาท ส่วนพริกไทยขาวตากแห้งประมาณจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 550 บาท แต่ถ้าอบแห้งแล้วจะอยู่ในราคา 600 บาท ขึ้นไป

ด้วยยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง และข้าวของต่างมีราคาที่สูงขึ้น ทำให้ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้พริกไทยอบแห้งจำหน่ายยากกว่าพริกไทยตากธรรมดา สมาชิกกลุ่มจึงหันมาผลิตส่งพริกไทยแก่พ่อค้าคนกลาง แต่เมื่อสมาชิกจะผลิตพริกไทยอบแห้งก็สามารถเข้ามาผลิตในกลุ่มได้

6.สายพันธุ์พริกไทย
6.สายพันธุ์พริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย

สายพันธุ์พริกไทย

พริกไทยที่ใช้ปลูกในกลุ่มจะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ซาลาวัด และพันธุ์ซีลอน โดยพริกไทยพันธุ์ซาลาวัดนี้จะใช้ผลิตพริกไทยดำ และพริกไทยขาว ส่วนพันธุ์ซีลอนจะผลิตเป็นพริกไทยอ่อน ส่งจำหน่ายตามร้านค้าที่รับซื้อ เนื่องจากพริกไทยพันธุ์ซาลาวัดจะให้ผลผลิตเป็นปี แต่ถ้าเป็นพริกไทยซีลอนจะให้ผลผลิตทั้งปี ทำให้เกษตรกรสามารถมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี

โดยต้นพันธุ์นำมาจากผู้ปลูกพริกไทยในละแวกใกล้เคียง เนื่องจากเมื่อปลูกพริกไทยได้ระยะเวลา 1 ปี สามารถตัดยอดจำหน่ายเป็นต้นพันธุ์ได้ ต้นพันธุ์ที่ดีจะต้องห้ามเกิน 2 ปี ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทย

7.ปลูกต้นกล้วยแซมเพื่อให้ร่มเงาแก่พริกไทย
7.ปลูกต้นกล้วยแซมเพื่อให้ร่มเงาแก่พริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย

การให้ปุ๋ยและน้ำต้นพริกไทย

ต้นพริกไทยเป็นพืชที่ชอบน้ำ และไม่ชอบน้ำ กล่าวคือ การปลูกพริกไทยจะต้องปลูกในพื้นที่ไม่แฉะ หรือมีน้ำขัง เพราะจะทำให้เกิดโรครากเน่า โคนเน่า ดินที่ระบายน้ำไม่ดี อย่างเช่น ดินเหนียว ไม่สามารถปลูกได้ ซึ่งดินที่เหมาะกับการปลูกพริกไทย คือ ดินร่วนปนทราย ดินแดง ดินลูกรัง ก็สามารถปลูกได้ แต่การระบายน้ำจะต้องดี เมื่อปลูกแล้วก็จะต้องให้น้ำสม่ำเสมอ เพราะถ้าไม่มีการให้น้ำ ต้นพริกไทยก็จะเติบโตไม่ดี

ปัจจุบันทางกลุ่มจะใช้สปริงเกลอร์ในการจ่ายระบบน้ำ เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว และประหยัดกว่าการให้น้ำแบบยกร่อง โดยจะรดน้ำ 3 วัน/ครั้ง ส่วนการให้ปุ๋ยจะให้หลังเก็บผลผลิตเสร็จ ช่วงประมาณเดือนมีนาคม ที่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 2 กิโลกรัม/หลัก และปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ ประมาณ 4 กำมือ/หลัก

โดยพริกไทยถ้าเข้าปีที่ 2 ไม่มีการตัดยอดจำหน่าย ก็จะเริ่มให้ผลผลิตแล้ว เมื่อเข้าปีที่ 3 ก็จะให้ผลผลิตเต็มที่ ภายใน 1 ปี สามารถให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม/ปี และถ้ามีการดูแลรักษาที่ดี ต้นพริกไทยจะสามารถอยู่ได้ถึง 20 ปี เลยทีเดียว

8.ต้นพริกไทย
8.ต้นพริกไทย

การป้องกันกำจัดโรคและแมลงในต้นพริกไทย

โรคของพริกไทย ที่ดินจะเป็นโรครากเน่า โคนเน่า ส่วนใบจะเป็นจำพวกรา โดยจะใช้การผสมผสาน โดยใช้สารไล่แมลงควบคู่กับเคมีบ้าง และชีวภาพต่างๆ โดยจะใช้พวกกลอย หนอนตายหยาก สาบเสือ มาหมักและฉีดพ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะป้องกัน แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วก็จะต้องใช้สารเคมีบ้าง

ส่วนโรคเน่า โคนเน่า เกิดจากสาเหตุการระบายน้ำไม่ดี เกษตรกรจึงต้องจัดการร่องแปลงเรื่องการระบายน้ำ ตั้งแต่เริ่มปลูก ประกอบกับการใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาผสมปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเป็นการยับยั้งเชื้ออีกทางหนึ่งด้วย แต่ถ้าเกิดเชื้อขึ้นมาแล้วและไม่สามารถจัดการได้จะต้องใช้สารเคมีเข้ามาช่วยเป็นครั้งคราว

9.แปลงที่กำลังจะเตรียมปลูกพริกไทยเพิ่ม
9.แปลงที่กำลังจะเตรียมปลูกพริกไทยเพิ่ม สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย สวนพริกไทย

สภาพพื้นที่ปลูก สวนพริกไทย

การปลูกพริกไทยจะต้องเริ่มจากการเตรียมแปลง และระบบต่างๆ ให้เสร็จสิ้นก่อน ส่วนการนำต้นพันธุ์มาปลูกนั้น คือ ขั้นตอนสุดท้าย ขั้นตอนแรก คือ การปรับสภาพดินสักระยะ และติดตั้งระบบน้ำ ซึ่งแล้วแต่ความสะดวกของเกษตรกร โดยทำค้างในระยะ 2×2 เมตร

ปัจจุบันราคาค้างอยู่ที่ประมาณ 200 บาท/ค้าง และปลูกยอดพริกไทย 2 ยอด/ค้าง ราคายอดละ 40-45 บาท/ยอด และต้องมีการมุงแสลนเพื่อพรางแสง โดยราคาต้นทุนปลูกพริกไทยต่อไร่อยู่ที่ 1 แสนกว่าบาท ระยะการคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 3 ปี และถ้ามีการดูแลจัดการที่ดีก็จะมีผลกำไรในปีที่ 3 ด้วย

10.ผลิตภัณฑ์พริกไทยปลอดเชื้อ
10.ผลิตภัณฑ์พริกไทยปลอดเชื้อ

แนวโน้มในอนาคต

ประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ราคาพริกไทยนั้นตกต่ำมากอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 กว่าบาท การฟื้นฟูพริกไทยจึงไม่ค่อยมี หรือมีก็จะเป็นส่วนน้อย แต่เมื่อถึงปัจจุบันราคาพริกไทยกลับถีบตัวสูงขึ้นมาเรื่อยๆ และในปีนี้สำนักงานเกษตรและกรมวิชาการเกษตรได้มีการส่งเสริมและฟื้นฟูแปลงพริกไทยของจังหวัดจันทบุรีขึ้นประมาณ 10,000 ค้าง

ซึ่งเป็นของส่วนราชการ ไม่เกี่ยวกับเกษตรกรปลูกเอง คุณณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เฉพาะปีนี้ในจังหวัดจันทบุรีจะมีพริกไทยขึ้นมาใหม่ไม่ต่ำกว่า 30,000 ค้าง และจะมีแต่เพิ่มขึ้น ถ้าพริกไทยยังคงราคานี้อยู่ เนื่องจากในเวียดนามหรือเขมรเอง มีการปลูกพริกไทย และผลไม้ต่างๆ คล้ายๆ บ้านเรา อีกทั้งยังราคาค่าแรงก็ยังถูกกว่า จึงอาจจะทำให้ผลผลิตมาตีตลาดเราได้ นี่จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะช่วยป้องกันแก้ไขการเกิดราคาพริกไทยตกต่ำในอนาคต

คุณณรงค์ศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าหากเราคิดที่จะปลูกอะไรขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ หรือพืชชนิดใด  หรือพริกไทยก็ดี อยากให้เก็บรักษาไว้และดูแลสม่ำเสมอ ไม่ใช่เวลาผลผลิตถูกก็ไม่ดูแล พอราคาแพงก็หันกลับมาปลูก หรือดูแล ซึ่งจะไม่ทันการ เราชาวเกษตรกรไม่ใช่อาชีพค้าขาย ฉะนั้นของที่เรามีอยู่จึงควรอนุรักษ์ ดูแล บำรุงรักษาให้ดี เพราะเมื่อราคาดีขึ้นมาแล้วก็พร้อมที่จะผลิตได้อย่างทันการ

ขอขอบคุณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทย ปลอดเชื้อจุลินทรีย์ คุณณรงค์ศักดิ์ สุทราทิพย์ โทร.08-1377-9151

ที่อยู่ 8 หมู่ 7 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22120

สนับสนุนโดย