3.ลูกปลาทับทิม
3.ลูกปลาทับทิม

ปลาทับทิม ถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิด ที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังจากทั่วประเทศ เพราะสามารถเลี้ยงได้ง่าย ราคาดี และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี จึงทำให้ปลาทับทิมเป็นสัตว์น้ำที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันการเลี้ยงปลาทับทิมจะนิยมเลี้ยงในกระชังแม่น้ำ เพราะจะทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพ เนื้อแน่น แข็งแรง อีกทั้งยังส่งเสริมในเรื่องคุณภาพน้ำ ที่จะช่วยให้ปลาสีสวย และเลี้ยงได้ขนาดกว่าการเลี้ยงในบ่อดิน

โดยทีมงาน นิตยสารสัตว์น้ำ จะพาทุกท่านไปยังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีทรัพยากรสัตว์น้ำที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดนานาชนิด รวมไปถึงกุ้งก้ามกราม หรือที่ผู้คนนิยมเรียกกันว่ากุ้งแม่น้ำ ที่สามารถพบได้ทั่วไปในแม่น้ำของจังหวัดปราจีนบุรี จึงทำให้เกษตรกรนิยมเลี้ยงปลากระชังในพื้นที่แม่น้ำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจาก จ.ปราจีนบุรี จะเป็นพื้นที่ต้นน้ำแล้ว ยังมีน้ำสำหรับเลี้ยงปลากระชังได้ตลอดทั้งปี จึงทำให้เกษตรกรสามารถผลิตปลาทับทิมที่มีคุณภาพส่งเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

1.คุณจริทร์ จอมพระ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิม
1.คุณจริทร์ จอมพระ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิม

การเพาะเลี้ยงปลาทับทิม

ซึ่งทางทีมงานได้รับเกียรติจาก คุณจริทร์ จอมพระ หรือ คุณแอ๊ด เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังชาวจังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิก อบต.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี และยังเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.บางกุ้ง อ.ศรีมหาโพธิ์ มีประสบการณ์เลี้ยงมานานกว่า 10 ปี ซึ่งได้พัฒนาการเลี้ยงและต่อยอดธุรกิจเรื่อยมา แต่เดิมคุณแอ๊ดปลูกข้าวมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนเมื่อเกิดปัญหาราคาข้าวตกต่ำเมื่อปี 2549 จึงทำให้ต้องผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังบริเวณแม่น้ำบางปะกุง ต.บางกุ้ง อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี

คุณแอ๊ดเล่าว่า ได้เริ่มเข้าโครงการเลี้ยงปลาทับทิมกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่ประสงค์ออกนาม ที่เข้ามาส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ให้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง ตนเองก็เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการด้วย โดยโครงการดังกล่าวจะส่งเสริมเกษตรกรให้เลี้ยงด้วยระบบ “เครดิต” ซึ่งทางบริษัทจะมีบริการช่วยเหลือแบบครบวงจร ทั้งในส่วนของ ลูกปลา อาหาร ระบบการเลี้ยง รวมไปถึงบริการรับซื้อปลาเนื้อคืน มีเพียงกระชังที่เกษตรกรต้องลงทุนด้วยตนเองเท่านั้น

แต่ทางบริษัทจะกำหนดว่าต้องเลี้ยงโดยใช้รูปแบบการเลี้ยงตามที่บริษัทกำหนดเท่านั้น คือ จะต้องใช้ลูกปลาทับทิมขนาด 30-40 ตัว/กิโลกรัม และต้องลงปลาที่ความหนาแน่น 1,200 ตัว/กระชัง ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน ใช้อาหาร 70 กระสอบ/กระชัง ซึ่งจะได้ผลผลิตอยู่ที่ 800-900 กิโลกรัม/กระชัง และหลังจากเลี้ยงครบ 4 เดือนไปแล้ว ทางบริษัทจะรับจับกลับทั้งหมด ซึ่งผลกำไรที่ได้จะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท/กระชัง

หลังจากอยู่ในโครงการของบริษัทเอกชนเป็นระยะเวลา 3 ปีกว่า คุณแอ๊ดจึงตัดสินใจออกจากระบบแล้วมาใช้วิธีการเลี้ยงในแบบของตนเอง เพราะปัญหาของการเลี้ยงแบบระบบโครงการ คือ ลูกปลาไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ทำให้การเลี้ยงในแต่ละรอบ คุณภาพของลูกปลาจึงต่างกันออกไป

2.กระชังเลี้ยงปลาทับทิม
2.กระชังเลี้ยงปลาทับทิม

สภาพพื้นที่เลี้ยงปลาทับทิม

การลงทุนในช่วงแรก คุณแอ๊ดต้องออกค่าทำฟาร์มเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหารในแต่ละ 4 เดือน ค่ายารักษาโรคปลา ตลอดจนค่าแร่ธาตุที่ อย่างไรก็ดีการตัดสินใจออกจากระบบโครงการทำให้เขาได้รายได้ที่มากกว่าเดิม 5-6 เท่า/กระชัง

ลูกปลาที่ดี จะทำให้การเลี้ยงง่าย พร้อมทั้งคุณภาพผลผลิตก็จะดีตามไปอีกด้วย คุณแอ๊ดไว้วางใจที่จะใช้ลูกปลาจาก น้ำใสฟาร์ม และ ป.เจริญฟาร์ม โดยใช้ลูกปลาขนาด 20-30 ตัว/กิโลกรัม ในราคา 4-5 บาท เขายืนยันว่าฟาร์มทั้งสองเป็นฟาร์มที่ผลิตลูกปลาที่มีคุณภาพดีที่สุด

แต่เดิมคุณแอ๊ดจะเลี้ยงลูกปลาทับทิมต่อกระชังอยู่ที่ 1,200-2,000 ตัว ด้วยขนาดกระชัง 5×5 เมตร ความลึก 2.5 เมตร มีทั้งหมด 20 กระชัง แต่ปัจจุบันด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น บวกกับรายได้ที่มากขึ้น ทำให้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2,000 ตัว/กระชัง อัตรารอดของปลาจะอยู่ที่ประมาณ 70% หรือประมาณ 1,600-1,700 ตัว ต่อรอบ 4 เดือนครึ่ง

3.ลูกปลาทับทิม
3.ลูกปลาทับทิม

การอนุบาลลูกปลาทับทิม

การอนุบาลลูกปลาถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะปลาในวัยนี้มีความอ่อนแอมาก การเลือกใช้อาหารที่ดีและเป็นเวลาจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพวกมัน คุณแอ๊ดได้ใช้อาหารปลาดุก จากบริษัท ซีพี เป็นอาหารหลัก ต้องเอาไปแช่น้ำก่อนการให้ 30 นาที เพื่อให้อาหารอ่อนตัว และทำให้ง่ายต่อการย่อยของลูกปลา โดยจะให้ในช่วงเวลาเช้าและเย็น แต่ทั้งนี้ต้องดูความต้องการของลูกปลาด้วยว่าต้องการมากน้อยขนาดไหน หากต้องการมากจะเพิ่มเวลาการให้เป็นช่วงรอบกลางวันอีก 1 มื้อ

หลังจากผ่านการเลี้ยงลูกปลา 4 เดือนครึ่ง ก็ถึงเวลาที่ต้องจำหน่าย คุณแอ๊ดจะขายให้กับแม่ค้าทั่วไป ที่ส่วนมากมาจากอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในราคา 70-80 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งใน 1 กระชัง จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ตัน รายได้่ที่ 70,000-80,000 บาท/กระชัง แต่หลังจากหักค่าใช้จ่าย เช่น ยา อาหาร แล้วจะเหลือกำไรอยู่ที่ 20,000-30,000 บาท

4.อาหารสำหรับปลาทับทิม
4.อาหารสำหรับปลาทับทิม

การบำรุงดูแลรักษาปลาทับทิม

โรคปลาที่เกิดขึ้นกับกระชังปลาของคุณแอ๊ด โดยทั่วไปจะมีลักษณะ เหงือกช้ำ และ ตาโปน ต้องให้ยาปฏิชีวนะ สำหรับปลาที่มีขนาดใหญ่จะใช้ ไทโรไมซิน ปลาที่มีขนาดเล็กจะใช้ อ็อกซี่เตตร้าซัยคลิน โดยอัตราส่วนสามารถดูได้ที่ฉลากข้างยาที่ระบุไว้ได้เลย ใช้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของปลา ถ้าขนาดใหญ่ก็ใช้เยอะกว่าขนาดเล็กเป็นปกติ

ส่วนการดูแลปลาในช่วงหน้าหนาว อุณหภูมิของน้ำลดลง คุณแอ๊ดบอกว่าไม่ต้องดูแลอะไรมากเลย เพียงแค่ให้อาหารเป็นปกติ แต่ลดการให้ต่อรอบให้น้อยลง เพราะในช่วงนี้ปลาจะกินอาหารน้อย หากผ่านไป 2-3 วัน หลังจากการปรับตัวของปลาเริ่มดีขึ้น การกินก็จะกลับมาปกติ แล้วสามารถให้อาหารตามเดิมได้แบบปกติ

5.คัดไซส์ขนาดปลาทับทิม
5.คัดไซส์ขนาดปลาทับทิม

ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงปลาทับทิม

เริ่มต้นลุงแอ๊ดแนะนำว่าควรศึกษาและหาข้อมูลให้ดีก่อนจะเริ่มต้น ไม่ว่าจะจากเกษตรกรที่เลี้ยงมาก่อนอยู่แล้ว หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด ที่มีประจำอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งสิ่งที่สำคัญในการเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังให้ประสบความสำเร็จ คือ ลูกพันธุ์ ต้องใช้ลูกพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และต้องไม่หลุดหมัน เพราะปลาจะไม่โต เลี้ยงไม่ได้น้ำหนัก และทำให้เงินที่ลงทุนจมไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา

อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ อยากให้เกษตรกรเปิดรับความรู้ และการเลี้ยงใหม่ๆ เพราะจะทำให้สามารถเลี้ยงปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จได้ ซึ่งการอนุบาลปลาก่อนลงเลี้ยงนี้ถือเป็นอีกองค์ความรู้ ที่วันนี้ตนสามารถเลี้ยงและประสบความสำเร็จแล้ว จึงอยากให้เกษตรกรได้ลองศึกษาและนำวิธีการนี้ไปใช้ เพื่อพัฒนาการเลี้ยงของตนเอง

หากเกษตรกรท่านใดต้องการขอคำปรึกษาด้านการเลี้ยงทับทิมในกระชัง หรือต้องการไปศึกษาดูงานที่กระชังของลุงแอ๊ด สามารถติดต่อได้ที่ 14 ม.1 ต.บางกุ้ง อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี เบอร์โทรศัพท์ 087-146-3158

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับที่ 389