ลูกกุ้งของทางรุ่งอรุณฟาร์ม
ลูกกุ้งของทางรุ่งอรุณฟาร์ม

เลี้ยง “กุ้งขาว+ก้ามกราม” เพิ่มพูนผลกำไร ด้วยลูก กุ้ง คุณภาพ จาก “รุ่งอรุณฟาร์ม”

การเลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม

ปัจจุบันมีเกษตรกรเลี้ยง กุ้ง  ในพื้นที่ตำบลบางกระเจ็ด  อำเภอบางคล้า  จังหวัดฉะเชิงเทรา  ที่หันมาเลี้ยงบ่อผสม   “กุ้ง​ขาว-ก้ามกราม” กันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนเลี้ยง กุ้ง ในขณะนี้ เพื่อลดต้นทุน แต่เพิ่มพูนผลกำไร โดยจับปล่อยลงบ่อครั้งเดียว และจับขายครั้งเดียวได้ทุนพร้อมกำไรคืนอีกหลายเท่าตัว

ลูกกุ้งของทางรุ่งอรุณฟาร์ม
ลูกกุ้งของทางรุ่งอรุณฟาร์ม
1.คุณสมชายและคุณมะลิ
1.คุณสมชายและคุณมะลิ

คุณสมชาย พูลสวัสดิ์ คือ หนึ่งในเกษตรกรเลี้ยงกุ้งที่มีประสบการณ์เลี้ยงกุ้งมานานหลายปี ปัจจุบันเลี้ยงทั้งกุ้งขาว  กุ้งก้ามกราม และมีบ่อเลี้ยงกุ้งผสมระหว่างกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม โดยสำหรับ “กุ้งพี” เลือกใช้ของ “รุ่งอรุณ” เพราะใช้แล้วเจริญเติบโตดี ลอยคว่ำทุกตัว ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน

2.บ่อเลี้ยงกุ้งขาวปนกับก้ามกรามของคุณสมชาย
2.บ่อเลี้ยงกุ้งขาวปนกับก้ามกรามของคุณสมชาย

สภาพพื้นที่เลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม

ปัจจุบันคุณสมชายเลี้ยงกุ้งจนกระทั่งประสบความสำเร็จ มีจำนวนบ่อกว่า 80 กว่าบ่อ ในพื้นที่กว่า 400 ไร่ และอนาคตกำลังขยับขยายอีก ทั้งนี้คุณสมชายได้เข้าโครงการเลี้ยงกุ้งกับ “ซีพี” อีกด้วย

โดยก่อนหน้าที่จะมายึดอาชีพเลี้ยงกุ้งอย่างจริงจังเช่นทุกวันนี้ คุณสมชายเล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า หลายสิบปีก่อน เริ่มต้นเลี้ยงปลาเบญจพรรณต่างๆ เลี้ยงกว่า 10 ไร่ หลังจากนั้นจึงเริ่มหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำ โดยศึกษาหาข้อมูล สอบถามจากคนเลี้ยงกุ้งที่มีประสบการณ์ และลองผิดลองถูกเอง เพราะสมัยก่อนต้นทุนการเลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะค่าอาหารถูกมาก และจับขายกำไรดีมาก เฉลี่ย กก.ละ 110 บาทขึ้นไป จึงมีความน่าสนใจ และเริ่มต้นลงเลี้ยงประมาณ 10 บ่อ

ต่อมาไม่นานกุ้งกุลาดำตลาดเริ่มซบเซา คุณสมชายจึงเปลี่ยนมาลง “กุ้งขาว” เนื่องจากเลี้ยงจับขายกำไรดีกว่า จนกระทั่งปี  พ.ศ.2550  จึงทดลองเลี้ยงผสมระหว่างกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม  แรกเริ่มเดิมทีทดลองเลี้ยงจำนวนไม่ถึง 10 บ่อ ผลปรากฏว่าเลี้ยงร่วมกันได้ และจับขายกำไรงาม จึงขยับขยายเลี้ยงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

คุณสมชายบอกว่าปัจจุบันลงกุ้งในอัตราปริมาณการปล่อยกุ้งลงบ่อเฉลี่ย 8,000-10,000 ตัว/ไร่ ภายใต้การบริหารจัดการ ซึ่งจ้างคนงานช่วยดูแลเป็นครอบครัว ให้ดูแลครอบครัวละบ่อ และบ่อพื้นที่ใกล้เคียง โดยให้ค่าจ้างทั้งเงินเดือนและให้ผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือ “คอมมิชชั่น” อีกด้วย

3.บ่อเพาะกุ้งพี
3.บ่อเพาะกุ้งพี

การอนุบาลลูกกุ้ง

ด้านการชำกุ้ง หรืออนุบาลลูกกุ้ง คุณสมชายอธิบายวิธีการคร่าวๆ ว่า นำลูกกุ้งชำในบ่อเลี้ยงประมาณ 60-70 วัน ให้ได้เฉลี่ย 300 ตัว/กก. หลังจากนั้นจึงย้ายลงบ่อโดยใช้อวนลาก  คำนวณการเลี้ยงเฉลี่ยนำลงบ่อ 8,000-10,000 ตัว/บ่อ/ไร่ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้สิ่งสำคัญในขั้นตอน “ชำกุ้ง” คือ ออกซิเจนต้องให้ถึง และต้องตีน้ำบ่อยๆ ซึ่งผู้เลี้ยงอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโปรตีนให้เสริมลงบ่อได้เช่นกัน ทั้งนี้ส่วนตัวคุณสมชายไม่มีการใส่จุลินทรีย์แต่อย่างใด ซึ่งมองว่าเลี้ยงระยะ 60-70 วัน เพียงไม่นานก็ทำการย้ายบ่อแล้ว

4.อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้ง
4.อาหารที่ใช้เลี้ยง กุ้ง

การให้อาหารกุ้ง

ในส่วนอาหาร  วันแรกที่ลงกุ้งคุณสมชายจะให้อาหารทันที  เพราะกุ้งจะหิว และป้องกันการกินกันเอง โดยใช้อาหารเบอร์เล็กสุด คือ เบอร์ 0 (กุ้งพี) ซึ่งขั้นตอนชำกุ้งจะให้อาหารช่วงเวลาเช้า และช่วงเย็น ในแต่ละวัน จากนั้นค่อยๆ เพิ่มรอบและปริมาณการให้ ฯลฯ

หลังจากนั้นเมื่อถึงขั้นตอนนำกุ้งลงบ่อใหญ่ คุณสมชายอธิบายคร่าวๆ ว่าให้เตรียมน้ำลงบ่อเอาไว้ไม่เกิน 3 วัน หลังจากนั้นนำกุ้งลงบ่อที่เตรียมไว้ ในส่วนอาหารเปลี่ยนเป็นให้เบอร์ 4 โดยในหนึ่งวันให้เพียงมื้อเดียวก็เพียงพอ คือ ช่วงเช้า ทั้งนี้จริงๆ แล้วอัตราการให้อาหารที่เหมาะสม คือ กุ้ง 10 กก. ต่อการให้อาหาร 1 กก.

ซึ่งบ่อใหญ่ให้อาหารทุกวันเพียงมื้อเดียวเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เลี้ยงไปจนกระทั่งประมาณ 3 เดือนครึ่ง โดยที่ไม่มีอาการของกุ้งลอย  ซึ่งในบ่อไม่เคยตีน้ำด้วย ซึ่งส่วนตัวคุณสมชายอาศัยประสบการณ์ และยึดหลักการเลี้ยงกุ้งบ่อใหญ่ เปรียบเทียบเหมือนคนเลี้ยงปลาทองในตู้  กล่าวคือ ถ้าให้ออกซิเจนทุกวัน โดยถ้าวันไหนไฟฟ้าดับ ส่วนใหญ่ปลาทองจะตาย แต่หากบ้านไหนที่เลี้ยงปลาทองแล้วไม่ค่อยได้ให้ออกซิเจน ส่วนใหญ่ก็ยังมีชีวิตอยู่ปกติ เป็นต้น

5.ในบ่อเพาะกุ้งพี-มีการให้ออกซิเจนที่เพียงพอเสมอ
5.ในบ่อเพาะกุ้งพี-มีการให้ออกซิเจนที่เพียงพอเสมอต่อ กุ้ง

การบริหารจัดการบ่อเลี้ยงกุ้ง

ในส่วนเรื่องการทำความสะอาดบ่อก่อนนำกุ้งลงนั้นไม่มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษ คุณสมชายบอกว่าดูแลบ่อโดยใช้วิธีการทั่วไป คือ ตากบ่อทิ้งไว้ แต่ไม่ต้องให้แห้งมากประมาณ 7-10 วัน ก่อนเอากุ้งลงบ่อ หลังจากนั้นใส่ปูนขาวประมาณ  20 กระสอบ (หรือ 200-300 กก./ไร่ ) โดยปูนขาวช่วยฆ่าเชื้อได้เป็นอย่างดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องใส่แร่ธาตุอะไรลงไปอีกแล้ว

ทั้งนี้คุณสมชายเผยว่าดินในพื้นที่มีสภาพสมบูรณ์ดีมาก โดยลักษณะเป็นดินดำ เหมาะสมแก่การเลี้ยงกุ้ง ในส่วนเรื่องการดูดน้ำ ใช้วิธีการดูดตรงจากคลองเข้าสู่บ่อ โดยใส่น้ำปริมาณเต็มบ่อในครั้งเดียว หรือปริมาตรน้ำสูงประมาณ 1.20 เมตร ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ โดยใช้การสังเกต หากน้ำเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวใสเป็นสีเขียวขุ่น ค่อยทำการเปลี่ยนน้ำใหม่ในครั้งเดียว เป็นต้น

“กุ้งก้ามกรามเติมน้ำบ่อยไม่ค่อยมีปัญหา เพราะเป็นสัตว์แข็งแรง ทนต่อสภาพน้ำ ไม่ตายง่ายๆ ซึ่งแตกต่างกับกุ้งขาวที่เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ  จะไม่ดี  ส่งผลเสีย  เพราะเรามีบ่อที่เลี้ยงผสมเอาไว้ด้วย  จึงเลือกที่จะดูดน้ำครั้งเดียวแล้วปล่อยออกทีเดียวจะดีกว่า”

คุณสมชายกล่าวเสริมต่อว่า “ผมเลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม โดยไม่ได้มีหลักการเลี้ยงที่ตายตัว แต่ใช้การสังเกตและอาศัยประสบการณ์ส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น การดูแลคุณภาพน้ำในบ่อ ก็จะสังเกตสีของน้ำ ถ้าสีน้ำเปลี่ยนเริ่มขุ่นเขียวก็จะต้องเปลี่ยนน้ำ หรือการให้อาหาร นอกจากอาหารโปรตีน ก็จะมีการให้มะพร้าวสับละเอียดให้กุ้งกิน สลับกันบ้าง เพราะมะพร้าวมีคลอเลสเตอรอลสูง เมื่อกุ้งกินแล้วจะลอกคราบสวย หรือในส่วนของกุ้งขาวที่ลงบ่อ ผมลงเป็นกุ้งพี และเลี้ยงแบบปล่อยปนกัน ไม่มีกั้นคอก ทั้งนี้กุ้งขาวยิ่งเลี้ยงนานๆ ประมาณ 3 เดือนครึ่งเป็นต้นไปจะยิ่งดี ขนาดหรือไซส์จะใหญ่ ขายได้ราคา”

6.บ่อเลี้ยงกุ้งของคุณสมชาย
6.บ่อเลี้ยง กุ้ง ของคุณสมชาย

ปัญหาและอุปสรรคในการเลี้ยงกุ้ง

เมื่อถามถึงปัญหาและอุปสรรคในการเลี้ยงกุ้ง  ในปัจจุบันคุณสมชายบอกว่า จะมีแค่  “โรคเหงือกดำ”  จะเจอในกุ้งก้ามกรามมากที่สุด วิธีแก้ไข คือ หมั่นตรวจสภาพน้ำ หมั่นตีน้ำ เติมโอโซน โดยอย่าปล่อยให้เกิดเลนสีดำก้นบ่อ เพราะจะทำให้เกิดก๊าชไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ทำให้กุ้งตาย

ส่วนปัญหาอื่นๆ ก็ไม่พบอะไร แต่โดยส่วนตัวจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยหากเจอปัญหาเราก็ต้องยอมปล่อยให้เสียหายไป หรืออาจใช้เกลือละลายน้ำและสาดลงบ่อ  ช่วยเสริมแร่ธาตุให้กุ้งแข็งแรงได้  เป็นอีกหนึ่งวิธีการแก้ไขได้เช่นกัน

7.กุ้งขาวพร้อมจำหน่าย
7.กุ้งขาวพร้อมจำหน่าย
กุ้งก้ามกรามพร้อมขาย
กุ้งก้ามกรามพร้อมขาย

การจับผลผลิตกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม

สำหรับการจับกุ้งขาย คุณสมชายบอกว่าระยะเวลาจับ หลังเลี้ยงผ่านไปประมาณ  3 เดือน ถึง 3 เดือนครึ่ง ถึงจับขายได้ และใช้เครื่องมือดักจับ (ไอ้โง่) ซึ่งจะไม่ใช้การลากทั้งบ่อ เพราะทำให้กุ้งเสียหาย และพื้นที่บ่อจะเสียหายตามไปด้วย

โดยจะทยอยจับขึ้นจนกว่าจะหมด เฉลี่ยใช้ระยะเวลาจับประมาณ 4 เดือนกว่าๆ ทั้งนี้ไซส์กุ้งที่จับขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น กุ้งก้ามกราม  ประมาณ 25 ตัว/กก. (รวมตัวผู้-ตัวเมีย)  และในส่วนกุ้งขาว ไซส์ที่จับขึ้นมาเฉลี่ย 50-70 ตัว/กก.  เป็นต้น

8.ลูกกุ้งของทางรุ่งอรุญฟาร์ม
8.ลูกกุ้งของทางรุ่งอรุญฟาร์ม

ฝากถึงเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงกุ้ง

ในตอนท้ายคุณสมชายยังกล่าวฝากถึงเกษตรกรเลี้ยงกุ้งที่เลี้ยงเป็นอาชีพไว้อย่างน่าสนใจด้วยว่า ส่วนตัวมองว่าในเมื่อเรายึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก็ควรเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพราะโดยส่วนใหญ่เกษตรกรหลายๆ ราย มักบ่นอุบว่ากุ้งตอนนี้ไม่ได้ราคา เลี้ยงไปก็มีแต่ขาดทุน หรือขายไม่ได้กำไร จึงไม่ลงเพิ่ม หรือยังไม่ลง ซึ่งส่วนตัวคิดว่าไม่เห็นด้วย

โดยอยากให้เปลี่ยนวิธี  หรือหาแนวทางอื่นๆ  อาทิเช่น  ลงกุ้งตามปกติ  แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงอาจปรับเปลี่ยนวิธีการลดต้นทุน เช่น เน้นคัดสรรอาหารที่ราคาถูก แต่ได้คุณภาพ หรืออาจจะเสริมผลิตภัณฑ์โปรตีนกุ้ง 35% หรือปลาป่น คอยเสริมเกื้อหนุนสลับสับเปลี่ยนกันไปเพื่อลดต้นทุน  และที่สำคัญ  คือ  เรื่องของการคัดเลือกลูกกุ้งที่ดี มีคุณภาพ  โดยตนเองเลือกใช้ลูกกุ้งของ “รุ่งอรุณฟาร์ม” ทั้งกุ้งก้ามกราม และกุ้งชำ เนื่องจากคุณภาพของลูกกุ้งที่แข็งแรง โตเร็ว กินเก่ง และที่สำคัญ คือ การดูแลเกษตรกรลูกบ่อของรุ่งอรุณฟาร์ม ที่สนใจติดตามผลการเจริญเติบโตของกุ้งมาโดยตลอด อีกทั้งหากเมื่อใดที่เกษตรกรพบว่าลูกกุ้งชุดไหนมีปัญหา ทางฟาร์มก็ไม่นิ่งดูดาย เข้ามาตรวจสอบ ดูแล และร่วมพัฒนาสายพันธุ์กุ้งดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในปี 2562 ที่จะถึงนี้ ทางรุ่งอรุณฟาร์มได้มีแผนการตลาดที่จะเน้นการพัฒนาทางพันธุ์กุ้งใหม่ๆ  ทั้งกุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม  ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น  เพื่อตอบโจทย์สภาพอากาศที่ปัจจุบันนี้ค่อนข้างแปรปรวน ดังนั้นกุ้งที่ออกมาจะต้องมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ อัตราการรอดต้องดีในระดับหนึ่ง เพื่อผลกำไรของเกษตรกรในอนาคตนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูล

คุณสมชาย พูลสวัสดิ์

ที่อยู่ติดต่อ เลขที่ 35/8 หมู่ 3 ตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โทร.083-558-4687

สนใจสั่งซื้อลูกกุ้งขาว และลูกกุ้งก้ามกรามคุณภาพ ติดต่อได้ที่ รุ่งอรุณฟาร์ม

เจ๊เนา 081-864-8089, 098-254-2969 คุณไก่ 089-832-9039

ที่อยู่ 71 หมู่ 3 ตำบลคลองประเวศ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 24140

สนับสนุนโดย