3.การให้อาหารวัว
3.การให้อาหารวัว

ติดต่อโฆษณา 027454552 พลังเกษตร

“ บุญโฮม ฟาร์ม ” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักดีในวงการสัตว์น้ำมา 32 ปี เป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกปลา และเลี้ยงปลารายใหญ่ในอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เพาะลูกปลาหลายประเภท ได้แก่ ปลานิล ปลานิลแปลงเพศ ปลาหมอ ปลากด เป็นต้น

1.คุณสุพงษ์ วรวงษ์
1.คุณสุพงษ์ วรวงษ์

การเพาะเลี้ยงปลานิล

แต่ด้วยภาวะราคาลูกปลาไม่แน่นอน ทำให้ คุณสุพงษ์ วรวงษ์ เจ้าของฟาร์ม หันมาเลี้ยงวัวเนื้อบราห์มันลูกผสม ช้เวลาขุน 4 เดือน จำหน่ายออก เพื่อรุกตลาดวัวขุนคุณภาพดีที่ตลาดล่างต้องการ อีกทั้งเลี้ยงปลานิลเนื้อส่งในตลาดควบคู่ เป็นการผลิตสินค้าหลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงทางการตลาด ประคองกิจการให้เดินหน้าต่อไป

คุณสุพงษ์เล่าว่า มีประสบการณ์การทำงานภาคเกษตรกรรมมานาน หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี รุ่น 48 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เริ่มต้นประกอบอาชีพเป็นอาจารย์พิเศษสอนในสถาบันการศึกษาเป็นงานแรก ต่อมาทำงานในตำแหน่งนักวิชาการสัตวบาล ผู้ช่วยนักวิจัยประมง นักวิชาการฟาร์ม มาตามลำดับ

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานด้านต่างๆ มาพอสมควรแล้ว คุณสุพงษ์ได้เกิดแนวคิดทำฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกปลาน้ำจืดเป็นของตัวเอง ซึ่งแรงจูงใจเกิดจากการสังเกตวิถีชีวิตคนในชุมชนอำเภอมัญจาคีรี และวิถีชาวอีสานชอบบริโภคปลาเป็นอาหารหลัก โดยอาศัยความถนัดและประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา เริ่มต้นผลิตลูกปลานิลแปลงเพศ บนที่ดินมรดกจำนวน 10 ไร่

จนกระทั่งประสบความสำเร็จเป็นรายแรกของภาคอีสานด้านการเพาะพันธุ์ลูกปลานิลแปลงเพศ เปิดฟาร์มเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรตำบลกุดเค้า และแหล่งศึกษาดูงานการผลิตปลานิลแปลงเพศแห่งแรกในภาคอีสาน และคุณสุพงษ์ยังเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องเทคนิคการเลี้ยงปลา การจัดการฟาร์ม การพัฒนาฟาร์มมาตรฐานการผลิตสัตว์น้ำขั้นปลอดภัย ให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน กลุ่มเกษตรกร และ เกษตรกรผู้สนใจโดยทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกิดการต่อยอดธุรกิจ และขยายฐานลูกค้าเรื่อยมา

จนกระทั่งสะสมรายได้จากการจำหน่ายลูกปลา มาสร้างทรัพย์สินซื้อที่ดินเรื่อยมา ปัจจุบันมีที่ดินจำนวน 250 ไร่ ฟาร์มบุญโฮมได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ จากหน่วยงานต่างๆ มากมาย เช่น ใบรับรองการปฏิบัติทางประมงที่ดีสำหรับการผลิตสัตว์น้ำ (GAP) หนังสือการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ (FMD) และใบรับรองการผลิตสัตว์น้ำขั้นปลอดภัย  เป็นต้น

2.บ่อปลานิล
2.บ่อปลานิล

การบริหารจัดการบ่อปลานิล

ต่อมาในปี 2557 เลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงวัวเนื้อ พื้นที่บ่อปลา 250 ไร่ หรือ จำนวน 90 บ่อ นำนวัตกรรมน้ำเขียว (แพลงค์ตอน) มาใช้กับการเลี้ยงปลานิลเพื่อส่งตลาดผู้บริโภค โดยสร้างอาหารธรรมชาติ (น้ำเขียว) เพื่อสร้างอาหารธรรมชาติ ลดต้นทุนค่าอาหารให้กับปลา วิธีการจัดการบ่อขนาด 1 ไร่ ปล่อยปลา 3,500 ตัว ใช้ขี้วัวเป็นตัวสร้างน้ำเขียวใส่ลงในบ่อ 150 กก./ไร่/สัปดาห์ เติมน้ำทุก 15 วัน ครั้งละ 20 ซม. เพื่อปรับความสมดุลของน้ำ ระดับน้ำที่ไม่ลึกเกินไปจะทำให้แสงแดดสามารถส่องผ่านก้นบ่อได้ จะช่วยให้พืชน้ำเกิดการสังเคราะห์แสง เลี้ยงประมาณ 6-7 เดือน

ปลานิลในบ่อจะได้ขนาดประมาณ 3 ตัว/กก. ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงปลาต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับการทำเกษตรแบบพอเพียง ส่วนการเลี้ยงวัวเนื้อผสมนั้น เริ่มต้นจากวัวเนื้อสายพันธุ์บราห์มันลูกผสมจำนวน 70 ตัว ทำให้ไม่มีต้นทุนในการจัดการแปลงหญ้า ไม่สิ้นเปลืองค่าเครื่องตัดหญ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในการตัดหญ้า

จากการเริ่มต้นทำกิจการฟาร์มตามกำลังทรัพย์และศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ ใช้แรงงานในท้องถิ่นเป็นหลัก ดำเนินชีวิตและประกอบกิจกรรมในฟาร์มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ศึกษาหาความรู้ และใช้ความรู้ เหตุผล ประกอบการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนตามความเหมาะสมกับอัตภาพและสภาพแวดล้อม ทำการผลิตหลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงทางการตลาด ประยุกต์ใช้หลักการบริหารจัดการที่เกื้อกูลกันในการดำเนินกิจการ ทำให้คุณสุพงษ์ได้รับรางวัลปราชญ์เกษตรดีเด่น ปี 2557

3.การให้อาหารวัว
3.การให้อาหารวัว

การเลี้ยงวัวเนื้อ

ปัจจุบันบุญโฮมฟาร์มยังดำเนินการผลิตพันธุ์ลูกปลาอยู่ พร้อมกับเลี้ยงวัวเนื้อเพื่อส่งตลาดล่างเป็นหลัก เพราะมองว่าวัวเนื้อตลาดพรีเมี่ยมยังแคบอยู่ จึงมาทำวัวเนื้อตลาดล่างเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศก่อน “ผมมีแผนเอาลูกวัวตัวผู้มาขุนขาย หรือเอาลูกผสมมาขุนขาย

ปัจจุบันวัวเนื้อน้ำหนัก 450 ถึง 500 กิโลกรัม/ตัว มีความต้องการพอสมควร และตลาดในประเทศพอไปได้ ไม่ได้มีปัญหาเหมือนตลาดปลากับหมูที่ราคาแกว่งอยู่ตลอดเวลา วัวเนื้อราคาค่อนข้างนิ่ง 90-105 บาท/กก. ถ้าออกพรรษาราคาวัวเนื้อขยับขึ้นเป็นหลักร้อยกว่าบาท” คุณสุพงษ์กล่าว พร้อมกับอธิบายถึงการผลิตเนื้อวัวคุณภาพ

โดยเลือกใช้วัวเนื้อลูกผสมบราห์มัน น้ำหนักตอนเข้าขุน 300 กก./ตัว ออก 450 กก./ตัว คือ ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน เพื่อเพิ่มน้ำหนัก 150 กก./ตัว โดยใช้สูตรอาหารข้นที่เลือกวัตถุดิบ อาทิ มันสำปะหลัง รำละเอียด กากปาล์ม กากถั่วเหลือง ข้าวโพด และ ปลายข้าว เป็นต้น นำวัตถุดิบมาผสมเพื่อให้ได้โปรตีน 14-16 % ในราคาต้นทุนไม่เกิน 10 บาท/กก. ถือว่ายังอยู่ได้ เลี้ยงแล้วมีกำไรเหลือ ส่วนอาหารหยาบจะใช้ฟางแห้ง 1 ก้อน/วัน สำหรับวัวเนื้อจำนวน 10 ตัว และปลูกหญ้าไว้คันบ่อปลา เพื่อให้วัวได้กินเป็นอาหาร และถ่ายมูลเป็นปุ๋ยให้กับหญ้า ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้มาก

อีกทั้งอาชีพการเลี้ยงวัวเนื้อ คุณสุพงษ์เห็นด้วยกับโครงการประกันภัยโคเนื้อ เพื่อช่วยเกษตรกรของ ธกส. ลดความเสี่ยงจากการตายของโคเนื้อที่เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ค่าเบี้ยประกันภัย 400 บาท/ตัว วงเงินคุ้มครอง 30,000 บาท/ตัว ระยะเวลาคุ้มครอง 6 เดือน เป็นโครงการที่ดีของกรมปศุสัตว์ ได้มีนโยบายในการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ได้แก่ โคเนื้อ กระบือ แพะ เนื้อ และ ไก่พื้นเมือง รวมถึงกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย และช่วยฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกร

4.ลูกปลานิล
4.ลูกปลานิล

แนวโน้มในอนาคต

อนาคตอันใกล้ “บุญโฮมฟาร์ม” มีแผนว่าต้องการเลี้ยงวัวเนื้อเพิ่มขึ้น 100 ตัว/คอก หมุนเวียน เพื่อให้มีวัวออกสู่ตลาดทุกเดือน และวางแผนเลี้ยงปลานิลเพิ่มอีก 10 บ่อ เพื่อให้มีปลานิลออกสู่ตลาด 1 ตัน/เดือน แต่ยังขาดทุนหมุนเวียน เพื่อขยายและเดินหน้าต่ออีกจำนวนหนึ่ง

ท่านใดสนใจร่วมทุนสามารถติดต่อได้ที่ คุณสุพงษ์ วรวงษ์ ที่อยู่ บุญโฮมฟาร์ม 101 ม.12 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น 40160 เบอร์ 089-944-6932

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์บก ฉบับที่ 351