ลูกกุ้ง แข็งแรง โตไว ปลอดเชื้อ เช็คแหล่งที่มาได้ จากฟาร์มมาตราฐานยุโรป BAP
ลูกกุ้ง แข็งแรง โตไว ปลอดเชื้อ เช็คแหล่งที่มาได้ จากฟาร์มมาตราฐานยุโรป BAP

การเพาะเลี้ยงลูกกุ้ง

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องมะม่วง เป็นผลไม้เด่นของเมืองไทย แต่นอกจากผลไม้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจที่ขึ้นชื่อของจังหวัด นั่นคือ ฟาร์มเพาะและอนุบาลลูกกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นกุ้งขาว กุ้งก้ามกราม หรือแม้แต่กุ้งกุลาดำ ด้วยสาเหตุนี้จึงเป็นที่มาในการเดินทางของทีมงานบุกมาถึงฟาร์ม ลูกกุ้ง “รัชต์กัลย์” ที่มีคุณกิตติพงศ์ วงศ์โกศลจิต หรือคุณพงศ์ เป็นเจ้าของฟาร์มแห่งนี้

1.คุณกิตติพงศ์ วงศ์โกศลจิต เจ้าของฟาร์ม
1.คุณกิตติพงศ์ วงศ์โกศลจิต เจ้าของฟาร์ม

ฟาร์มลูกกุ้งรัชต์กัลย์ก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 5 ปีเศษ จากความตั้งใจของคุณพงศ์ที่ต้องการผลิตลูกกุ้งคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรในที่นี้ คือ ตัวของคุณพงศ์เองด้วย เพราะก่อนที่จะก่อตั้งฟาร์มลูกกุ้งขึ้นมานั้น คุณพงศ์เลี้ยงกุ้งขาวเนื้อมาโดยตลอด หากนับถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 10 ปีแล้ว

ซึ่งที่ผ่านมาคุณพงศ์จะซื้อลูกกุ้ง P สายพันธุ์คุณภาพ มาขุนในถังไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ก่อน เพื่อให้ได้ไซซ์ใหญ่ก่อนลงบ่อดิน ซึ่งปัญหาที่ผ่านมา คือ เรื่องคุณภาพลูกกุ้ง ที่ทางฟาร์มไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้กุ้งบางชุดที่สั่งซื้อมาแข็งแรง สมบูรณ์ โตดี แต่บางชุดกลับด้อยคุณภาพ และเมื่อนำไปเลี้ยงในบ่อดินแล้วกุ้งอ่อนแอ และตายลง สร้างความเสียหายให้กับฟาร์มค่อนข้างมาก

2.ถังไฟเบอร์กลาสสำหรับอนุบาลลูกกุ้ง
2.ถังไฟเบอร์กลาสสำหรับอนุบาลลูกกุ้ง

การอนุบาลลูกกุ้ง

จนคุณพงศ์ตัดสินใจลองศึกษาวิธีการเพาะลูกกุ้ง โดยซื้อนอเพลียสคุณภาพมาอนุบาลในถังไฟเบอร์กลาส ซึ่งลองผิดลองถูก อยู่สักระยะ โดยมีคุณสุชาติ (โกดำ) คอยเป็นอาจารย์ให้ ซึ่งคุณพงศ์ยอมรับว่าการอนุบาลลูกกุ้งในถังไฟเบอร์กลาส ส่วนตัวมองว่าการจัดการง่ายกว่าอนุบาลในอ่างปูน หรือบ่อทรงกลม

เนื่องจากตัวถังไฟเบอร์กลาสมีลักษณะเป็นทรงครึ่งวงกลม มีความยาว 8 เมตร กว้าง 1.8 เมตร สามารถเติมน้ำได้สูงถึง 1.5 เมตร เมื่อวางท่อลมไว้ตรงกลาง และเป่าลมจากล่างขึ้นบน จะทำให้น้ำภายในถังเกิดการม้วนตัวเป็น 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา ซึ่งลักษณะน้ำที่ม้วนตัวตลอดเวลานี้จะส่งผลให้ตะกอนขี้กุ้งลอยตัวตลอดเวลา จะไม่จับตัวกันเป็นก้อน บริเวณพื้นบ่อจะไม่เกิดจุดอับ และไม่พบการหมักหมมของเสีย

ซึ่งจะทำให้บ่ออนุบาลแห่งนี้ไม่เกิดเชื้อก่อโรคขึ้นนั่นเอง ซึ่งนี่เป็นข้อดีของบ่อลักษณะทรงครึ่งวงกลม รับรองได้จากการเข้าตรวจเชื้อของเจ้าหน้าที่กรมประมง เมื่อเข้ามาตรวจครั้งใดก็ผ่านมาตรฐานการตรวจโรคทุกครั้ง

3.บ่อคีโตเซอรอส
3.บ่อคีโตเซอรอส
ลูกกุ้งขาว SIS แม่นอก
ลูกกุ้งขาว SIS แม่นอก

การบริหารจัดการบ่อกุ้ง

วิธีการอนุบาลลูกกุ้งของคุณพงศ์นั้น เริ่มต้นจากการเตรียมน้ำ โดยเน้นใช้น้ำเค็มคุณภาพจากนาเกลือเป็นหลัก ที่สำคัญทางฟาร์มจะไม่ใช้น้ำจากแม่น้ำบางปะกงเด็ดขาด เนื่องจากตำแหน่งของฟาร์มอยู่ใกล้แหล่งกับปากแม่น้ำ ซึ่งจะมีตะกอนของเสียค่อนข้างเยอะ ดังนั้นทางฟาร์มจึงเลือกซื้อน้ำสะอาดคุณภาพแทน เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการอนุบาลลูกกุ้ง

หลังจากได้น้ำเค็มมาแล้ว คุณพงศ์จะทิ้งน้ำเค็มไว้ในบ่อพักน้ำขนาด 50 ตัน เพื่อให้น้ำเกิดการตกตะกอน  จากนั้นจึงสูบน้ำไปผสมกับน้ำจืดอีกบ่อให้ได้ความเค็มตามที่ต้องการ จากนั้นจะทำความสะอาดน้ำโดยการทรีตคลอลีนโดส 30 PPM ประมาณ 3 วัน ก็จะได้น้ำใสสะอาดพร้อมใช้ เมื่อได้น้ำสะอาดแล้ว ทางฟาร์มจะแต่งค่าน้ำ ทั้งอัลคาไลน์ ค่า pH ตามที่ต้องการ จากนั้นให้ปิดลมทันที เพื่อให้ตะกอนตกพื้น

เมื่อได้น้ำที่ใสแล้ว จะนำน้ำนั้นไปใช้เลยไม่ได้ จะต้องทำการกรองก่อน ผ่านกรองหัวจรวด 3 รอบ โดยภายในจะมีใยกรองขนาด 5 ไมครอน และเสริมด้วยสำลี กรองปลายสายก่อนลงบ่ออีก 1 ครั้ง ผ่านผ้าใย 1ไมครอน  เท่ากับว่าน้ำที่ใช้ในกระบวนการอนุบาลลูกกุ้งต้องผ่านการกรอง และการทำความสะอาดแบบเข้มข้นก่อน เพื่อคุณภาพลูกกุ้งที่แข็งแรง สมบูรณ์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วัน

คุณพงศ์ได้เสริมว่าในปัจจุบันกรมประมงได้มีโครงการ “คลีนอัพ” โดยทางกรมจะส่งเจ้าหน้าที่มาสุ่มตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทั้งน้ำก่อนการทรีต และหลัง เพื่อนำน้ำกลับไปตรวจหาความรุนแรงของเชื้อ เพื่อให้เจ้าของโรงเพาะฟักจัดการกับเชื้อที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

เมื่อได้น้ำที่สะอาดแล้ว ทางฟาร์มจะสูบน้ำใส่บ่ออนุบาลความสูงประมาณ 1.5 เมตร เตรียมไว้ 1 วัน ก่อนลงนอเพลียส โดยทางฟาร์มจะลงนอเพลียสหนาแน่น 2 ล้านตัว/ถัง 1 ใบ ฟาร์มเน้นใช้นอเพลียสแม่นอกแท้ 100% “สายพันธุ์ SIS” เป็นหลัก โดยใช้นอเพลียสจาก “แหลมแดงฟาร์ม” ของโกใหญ่ นั่นเอง

ซึ่งเป็นลูกกุ้งสายพันธุ์คุณภาพที่ตลาดต้องการ ด้วยความแข็งแรง  คุณภาพค่อนข้างนิ่ง อัตราการโตค่อนข้างดี แต่จุดเด่นของสายพันธุ์นี้ คือ “ความต้านทานโรค” ซึ่งสายพันธุ์นี้จะทนต่อสภาพอากาศเปลี่ยน ฝนตก น้ำล้ม กุ้งสายพันธุ์นี้จะตายค่อนข้างยาก หรือตายน้อย และฟื้นตัวเร็ว สำคัญกุ้งยังสามารถอยู่ในน้ำที่มี “เชื้อวิบริโอ” ได้ในระดับหนึ่ง

“มุมมองสายพันธุ์ SIS ของผม ในฐานะคนทำสายพันธุ์ และเลี้ยงบ่อดินเอง ผมมองว่ามีความทนโรคอยู่ในระดับหนึ่ง และมีการแอบโตในบางชุด ซึ่งมีตัวเลข ADG ดีอย่างเห็นได้ชัด” คุณพงศ์ยืนยันถึงสายพันธุ์

4.ลูกกุ้งแข็งแรง สมบูรณ์
4.ลูกกุ้งแข็งแรง สมบูรณ์

ด้านตลาดและช่องทางจำหน่ายลูกกุ้ง

ปัจจุบันทางฟาร์มจะออกลูกกุ้งตั้งแต่ P12 เป็นต้นไป เพื่อความแข็งแรงลูกกุ้งก่อนถึงมือลูกค้า ซึ่งคุณพงศ์ ย้ำว่าทางฟาร์มจะประกาศแจ้งวันออกลูกกุ้งแก่ลูกค้าล่วงหน้าเสมอ เพื่อให้ลูกค้าได้จองก่อน เพราะเมื่อใดที่ลูกกุ้งได้ไซซ์แล้วจับขายทันที เพื่อให้กุ้งหมดเร็วที่สุด เนื่องจากโดยธรรมชาติของลูกกุ้ง เมื่อกุ้งเข้าช่วงกำลังโต หากอยู่ในพื้นที่แคบจะส่งผลให้กุ้งแตกไซซ์ได้

ด้วยเหตุนี้ทางฟาร์มจึงเลือกให้ลูกค้าจองผลผลิตก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันการแตกไซซ์นั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณพงศ์ย้ำว่าหากเกษตรกรได้ลูกกุ้งแตกไซซ์ไปลงบ่อ แต่ถ้าการจัดการบ่อของเกษตรกรดี ระหว่างทางไม่เจอโรค หรือเลี้ยงแล้วไม่สะดุด อย่างไรเสียกุ้งที่เลี้ยงก็จะไล่ไซซ์ตามกันทันใน 15 วันแรก

5.บ่อฟักอาร์ทิเมีย
5.บ่อฟักอาร์ทิเมีย

การให้อาหารลูกกุ้ง

หลังจากลงนอเพลียสกุ้งขาวไปแล้ว ทางฟาร์มจะเน้นให้อาหารทุกๆ 4 ชั่วโมง โดยจะเน้นการใช้อาร์ทีเมียสด และเสริมด้วยแร่ธาตุ วิตามิน คีโต เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับลูกกุ้ง เมื่อลูกกุ้งเข้าระยะ P ทางฟาร์มจะให้ลูกค้านำน้ำเข้ามาลองลูกกุ้ง ก่อนจะส่งขาย

ซึ่งเกษตรกรสามารถแจ้งทางฟาร์มได้ว่าต้องการน้ำในการเลี้ยงกุ้งกี่แต้ม โดยทางฟาร์มจะทำการปรับน้ำให้ฟรี เพื่อความสะดวกของเกษตร และจุดเด่นของทางฟาร์ม คือ การใช้อาร์ทีเมียสดอาหารคุณภาพ ไม่มีการใช้ไรน้ำจืด 100% ปัจจุบันทางฟาร์มขายลูกกุ้งอยู่ที่ตัวละ 11 สตางค์ เท่านั้น สั่งเต็ม 300,000 ตัว แถมใน 10%  และยังฟรีค่าขนส่งอีกด้วย

6.ทีมงานของทางฟาร์มจะคอยเข้าหาบ่อลูกค้าเพื่อติดตามผลการเลี้ยง
6.ทีมงานของทางฟาร์มจะคอยเข้าหาบ่อลูกค้าเพื่อติดตามผลการเลี้ยง

การทำมาตรฐาน BAP ของฟาร์มกุ้ง

ปัจจุบันทางฟาร์มลูกกุ้งรัชต์กัลย์ นอกจากผลิตลูกกุ้งที่ได้คุณภาพออกสู่ตลาดแล้ว ทางฟาร์มยังให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานฟาร์ม ทะเบียนฟาร์ม และมาตรฐาน GAP เพื่อความเชื่อมั่นของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน BAP ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานนี้มาก

มาตรฐาน BAP  คือ ตัววัดระดับคุณภาพมาตรฐานการรองรับจากฝั่งยุโรป เป็นเหมือนการคัดกรองการซื้อขายเพื่อการส่งออก อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าปลายทางด้วยว่าได้สินค้าที่มีคุณภาพ ตรวจสอบย้อนกลับได้

ซึ่งมาตรฐาน BAP นั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 ดาว ประกอบด้วย

  • โรง Hatchery
  • ฟาร์มเลี้ยงบ่อดิน
  • อาหารกุ้ง
  • โรงงานแปรรูป

4 ข้อนี้ต้องได้มาตรฐาน BAP ซึ่งหากมีการตรวจสอบย้อนกลับของผลผลิตกุ้งล๊อตนั้นๆ แล้วพบว่า มีมาตรฐาน BAP ครบ 4 ดาว ผลผลิตที่ถูกส่งออกไปก็จะกลายเป็นผลผลิตเกรดพรีเมียม สามารถต่อรองราคากับผู้ซื้อที่ปลายทางได้มากขึ้นอีกด้วย

นอกจากมาตรฐานแล้ว ก่อนที่ทางฟาร์มจะออกลูกกุ้งให้เกษตรกร ฟาร์มจะตรวจเชื้อก่อนออกจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการตรวจแบบ ล๊อต By ล๊อต เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งการตรวจนี้เริ่มต้นจากการนำใบซื้อนอเพลียสไปแจ้งกับศูนย์ประมงประจำพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลว่าทางฟาร์มลงนอเพลียสวันไหน และซื้อนอเพลียสมาจากไหน มีมาตรฐาน หรือจดทะเบียน ถูกต้องหรือไม่

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะคอยนับวันเพื่อเข้ามาสุ่มตรวจคุณภาพของลูกกุ้ง โดยไม่แจ้งเจ้าของฟาร์มล่วงหน้า (สุ่มตรวจ) ซึ่งวิธีการสุ่มตรวจนี้จะทำให้ทางฟาร์มจะต้องเข้มงวดกับการอนุบาลกุ้งให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เพื่อไม่ให้เชื้อปนเปื้อนไปสู่ลูกกุ้งก่อนถึงมือเกษตรกรนั่นเอง

“ฟาร์มเราให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพลูกกุ้งมาเป็นอันดับ 1 เพราะเราต้องใช้ลูกกุ้งไปเลี้ยงเองด้วย ดังนั้นลูกกุ้งที่ผลิตออกมาจะต้องมีมาตรฐานมากที่สุด แข็งแรง สมบูรณ์ที่สุด” คุณพงศ์กล่าว

7.ผลงานลูกกุ้งจากบ่อลูกค้าของทางฟาร์ม
7.ผลงาน ลูกกุ้ง จากบ่อลูกค้าของทางฟาร์ม

การก่อตั้งชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ

อีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญของคุณพงศ์ นอกจากอาชีพหลักที่ผลิตลูกกุ้งแล้ว ยังเป็นรองประธานชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยสมาชิกโรงเพาะฟักลูกกุ้งกว่า 40 โรงเพาะฟัก บทบาทของ S.A.C คือ การรวบรวมโรงเพาะฟัก ลูกกุ้ง ในประเทศให้มาเป็นสมาชิก เพื่อรวมกับผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน

อีกทั้งชมรม S.A.C ยังเป็นตัวแทนในรับข่าวสาร และส่งข่าวสารนั้นๆ จากองค์กรภาครัฐ อย่าง กรมประมง ให้สมาชิกได้ทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะโรงเพาะฟักระดับกลางถึงระดับเล็ก ที่กระจายอยู่จำนวนมาก

สำหรับโรงเพาะฟักใดต้องการสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกให้ยื่นเอกสาร ประกอบด้วย 1.ใบทะเบียนฟาร์ม 2.ฟาร์มจะต้องมีมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นมาตรฐานพื้นฐานของกรมประมง เมื่อท่านมีเอกสารเพียง 2 อย่างนี้ ก็สามารถเดินทางมาสมัครสมาชิก ผ่านทางตัวแทนชมรม S.A.C หรือที่คุณพงศ์

8.ลูกกุ้ง แข็งแรง โตไว ปลอดเชื้อ เช็คแหล่งที่มาได้ จากฟาร์มมาตราฐานยุโรป BAP
8.ลูกกุ้ง แข็งแรง โตไว ปลอดเชื้อ เช็คแหล่งที่มาได้ จากฟาร์มมาตราฐานยุโรป BAP

การตรวจเช็คแหล่งที่มาและคุณภาพของ ลูกกุ้ง

สำหรับเกษตรกรที่ซื้อ ลูกกุ้ง จากโรงเพาะฟักทั่วไป จะทราบได้อย่างไรว่า ลูกกุ้ง ที่ตนเลือกใช้นั้นมีคุณภาพหรือไม่ วันนี้คุณพงศ์มาเฉลยคำตอบกันค่ะ สำหรับฟาร์มที่ต้องการตรวจเช็คแหล่งที่มาและคุณภาพของ ลูกกุ้ง ปัจจุบันเกษตรกรไม่ต้องเดินทางไปที่ไหนเลย เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ และสัญญาอินเตอร์เน็ต ก็สามารถเข้ามาตรวจสอบคุณภาพได้ที่ “ระบบข้อมูลโรงเพาะฟักปลอดโรค (White List Hatchery)” สามารถพิมพ์ค้นหาที่หน้า Google ได้เลย

จากนั้นให้เกษตรกรพิมพ์ชื่อโรงเพาะฟักที่ตนซื้อ ลูกกุ้ง ซึ่งสำหรับโรงเพาะฟักที่ได้มาตรฐานและผ่านโครงการ Clean up ของกรมประมง จะขึ้นชื่อในรายการ รวมถึงผลการตรวจเชื้อครั้งล่าสุด ซึ่งสำหรับฟาร์ม ลูกกุ้ง รัชต์กัลย์เอง ผ่านมาตรฐานที่กรมประมงกำหนด

อีกทั้งเมื่อตรวจเชื้อแล้ว ยังไม่มีเชื้อโรค YHV (หัวเหลือง), โรค WSSV (ตัวแดงดวงขาว), โรค IHHNV, โรค EMS (ตายด่วน), โรค IMN (กล้ามเนื้อขุ่น), โรค SHIV, โรค EHP และโรค TSV (ธอร่า) เป็นต้น  ซึ่งเว็บไซต์นี้จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรสามารถคัดกรองเลือกซื้อ ลูกกุ้ง จากโรงเพาะฟักที่มีมาตรฐานได้  ทั้งนี้ ทั้งนั้นเพื่อคุณภาพของผลผลิตในอนาคต อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะท่านอาจจะขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ฟาร์มลูกกุ้งรัชต์กัลย์  สนใจสั่งซื้อลูกพันธุ์กุ้งขาวคุณภาพ  สายพันธุ์ SIS แม่นอกแท้ 100% ตัวละ 11 สตางค์ สั่ง 300,000 ตัว ฟรีค่าขนส่ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณกิตติพงศ์ วงศ์โกศลจิต เบอร์โทร : 098-782-3966 คุณพงศ์, 092-878-8239 คุณอิ๋ว เฟสบุ๊ค เพจ : รัชต์กัลย์ ฟาร์มกุ้ง

อ้างอิง : นิตยสารสัตว์น้ำ ฉบับที่ 366

สนับสนุนโดย